เอื้ออนันต์

ข้อมูลสมาชิก – เอื้ออนันต์

เริ่มเป็นสมาชิก: March 24, 2015 11:05:09 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 1 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 2000 รายการ , คำติ: 0 รายการ

ประวัติ Feedback



เขียนโดย :คนคลองสาม เจ้าของรายการ November 02, 2016 10:49:04


           เหรียญครูบาศรีวิชัย ปี2522 วัดศรีบุญเรือง    จ.เชียงใหม่เป็นเหรียญดีพิธีใหญ่และมากด้วยประสบการครับ


เขียนโดย :คนคลองสาม เจ้าของรายการ November 02, 2016 10:48:37



เขียนโดย :คนคลองสาม เจ้าของรายการ November 02, 2016 10:47:51

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์/6950683


หลวงพ่อเกษม เขมโก เดิมมีนามว่า เจ้าเกษม ณ ลำปาง ประสูติ เมื่อ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2455 ตรงกับวันพุธ เดือนยี่ (เหนือ) ปีชวด ร.ศ. 131 เป็นบุตรใน เจ้าน้อยหนู ณ ลำปาง (ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น มณีอรุณ) รับราชการเป็นปลัดอำเภอ กับ เจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง และเป็นราชปนัดดาในมหาอำมาตย์โท พลตรีเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เจ้าหลวงผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย สมัยตอนเด็กๆมีคนเล่าว่าท่านซนมากมีอยู่ครั้งหนึ่งท่านปีนต้นบ่ามั่น(ต้นฝรั่ง)เกิดผลัดตกจนมีแผลเป็นที่ศรีษะ เมื่อท่านอายุได้ 13 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ซึ่งเป็นการบรรพชาหน้าศพ (บวชหน้าไฟ) ของเจ้าอาวาสวัดป่าดั๊ว 7 วันได้ลาสิกขาและท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรอีกครั้งเมื่ออายุ 15 ปีและจำวัดอยู่ที่วัดบุญยืน จังหวัดลำปาง ท่านได้ศึกษาด้านพระปรัยัติธรรมจนสามารถสอบนักธรรมชั้นโทได้ในปี พ.ศ. 2474 และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในปีถัดมา โดยมี พระธรรมจินดานายก เจ้าอาวาสวัดบุญวาทย์วิหาร อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้รับฉายาว่า "เขมโก" แปลว่า ผู้มีธรรมอันเกษม โดยพระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก ได้ศึกษาภาษาบาลีที่สำนักวัดศรีล้อม ต่อมาได้ย้ายมาศึกษาแผนกนักธรรมที่สำนักวัดเชียงราย   หลวงพ่อเกษม เขมโกสามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก ในปี พ.ศ. 2479 ท่านเรียนรู้ภาษาบาลีจนสามารถเขียนและแปลได้ รวมทั้งสามารถแปลเป็นภาษามคธได้เป็นอย่างดี แต่ท่านไม่ยอมสอบเอาวุฒิ จนครูบาอาจารย์ทุกรูปต่างเข้าใจว่าพระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก ไม่ต้องการมีสมณะศักดิ์สูง ๆ เรียนเพื่อจะนำเอาวิชาความรู้มาใช้ในการศึกษาค้นคว้าพระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาเท่านั้น เมื่อสำเร็จทางด้านปริยัติธรรมแล้ว ท่านแสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในด้านวิปัสสนา จนกระทั่ง ท่านทราบข่าวว่ามีพระเกจิรูปหนึ่งมีชื่อเสียงในด้านวิปัสสนา คือ ครูบาแก่น สุมโน ท่านจึงฝากตัวเป็นศิษย์ ท่านได้ตามครูบาแก่น สุมโน ออกท่องธุดงค์ไปแสวงหาความวิเวกและบำเพ็ญเพียรตามป่าลึก จนถึงช่วงเข้าพรรษาซึ่งพระภิกษุจำเป็นต้องยุติการท่องธุดงค์ชั่วคราวท่านจึงต้องแยกทางกับพระอาจารย์ และกลับมาจำพรรษาที่วัดบุญยืนตามเดิม พอครบกำหนดออก ก็ติดตามอาจารย์ออกธุดงค์บำเพ็ญภาวนา ต่อมา เจ้าอธิการคำเหมย เจ้าอาวาสวัดบุญยืน มรณภาพลง ทางคณะสงฆ์ได้ประชุมกันเพื่อหาเจ้าอาวาสรูปใหม่และต่างลงความเห็นพ้องต้องกันเก็นควรว่า พระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อท่านได้รับเลือกเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยืน ท่านก็ไม่ยินดียินร้าย แต่ท่านก็ห่วงทางวัดเพราะท่านเคยจำวัดนี้ ท่านเห็นว่าถือเป็นภารกิจทางศาสนาเพราะท่านเองต้องการให้พระศาสนานี้ดำรงอยู่ จึงยอมรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืน หลังจากนั้นท่านก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสหลายครั้งเนื่องจากท่านอยากจะออกธุดงค์ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ดังนั้น ท่านจึงออกจากวัดบุญยืนไปที่ศาลาวังทานพร้อมเขียนข้อความลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสไว้ด้วย           หลวงพ่อเกษม เขมโก เป็นพระสายวิปัสสนากรรมฐาน ไม่ยึดติดแม้แต่สถานที่ ท่านได้ปฏิบัติธรรม ณ สุสานไตรลักษณ์ตลอดชนชีพ เป็นพระที่เป็นที่เคารพสักการะของคนในจังหวัดลำปางและทั่วประเทศ ท่านปฏิบัติศีลบริสุทธิ์ตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยไม่ติดยึดในกิเลสทั้งปวง หลวงพ่อเกษม เขมโก ได้ถึงแก่พิราลัย ณ ห้องไอซียู โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง เมื่อเวลา 19.40 น. ของวันจันทร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2539 ซึ่งตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือน 2 ยังความอาลัยเศร้าโศกเสียใจมายังหมู่สานุศิษย์ทั่วประเทศ ส่วนสรีระของท่านนั้นก็ยังความอัศจรรย์ด้วยเนื่องจากไม่เน่าเปื่อยเหมือนอย่างสังขารทั่วไป ทั้งยังเขียนป้ายบอกผู้ที่มาเคารพสรีระ ท่านด้วยว่าให้พนมมือไหว้ที่หน้าอกเพียงครั้งเดียวแล้วไม่ต้องกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์อย่างศพของพระเถระทั่วไปนับว่าท่าน นั้นถือสมถะเป็นอย่างมาก


เขียนโดย :หมุนจนรวย เจ้าของรายการ November 02, 2016 08:51:59


เหรียญพระแก้วมรกต สร้างเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ธนาคารศรีนคร จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ.2523 ประกอบพิธีพุทธาภิเษก โดยมีพระเกจิชื่อดัง อาทิ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี และเกจิมากมายร่วมปลุกเสก ด้านหน้า พระแก้วมรกต ( พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ) พระคู่บ้านคู่เมือง ด้านหลัง  อะสังวิสุโลปุสะพุภะ พระพุทธคุณ 9 ประการนี้ ย่อเหลือพระคุณละ 1 อักษร ดังนี้ คือ     อะ (อรหัง)    เป็นพระอรหันต์ ไกลจากกิเลส     สัง(สัมมา สัมพุทโธ)    ตรัสรู้ความจริงด้วยพระองค์เอง โดยถูกต้อง     วิ(วิชชา จรณะสัมปันโน)    ทรงสมบูรณืด้วยวิชาสมบัติและจริยาสมบัติ     สุ(สุคโต)    เสด็จไปดี     โล(โลกวิทู)    ทรงรู้เท่าทันโลกทั้งสาม     ปุ(อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ)    ทรงเป็นสารถี ฝึกบุรุษที่ควรฝึกได้ ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน     สะ(สัตถา เทวมนุสสานัง)    ทรงเป็นครูสอนทั้งเทวดาและมนุษย์     พุ(พุทโธ)    ทรงเบิกบาน ยิ้มแย้มแจ่มใส     ภะ(ภควา)    เป็นผู้ทรงแจกพระอมตะมรดก           ย่อเป็น 9 คำ อ่านได้ว่า  "อะ-สัง-วิ-สุ-โล-ปุ-สะ-พุ-ภะ"  โดยบทสวดเป็นอนุโลมตั้งแต่ 1-9 และสวดย้อนกลับเป็นปฏิโลมว่า "ภะ-พุ-สะ-ปุ-โล-สุ-วิ-สัง-อะ" ยันต์อะสังวิสุโลปุสะพุภะ เป็นพระพุทธคุณ 9 ประการของพระพุทธเจ้า ใช้เป็นพุทธานุสสติในการเจริญพระกรรมฐาน หมายถึงระลึกเอาคุณพระพุทธเจ้ามาเจริญภาวนา เจริญมากๆ จนกระทั่งจิตใจเป็นสมาธิ ก็จะระงับนิวรณ์ต่างๆในชั่วระยะอยู่ในฌาน สมเด็จพระพุฒาจารย์อาจ อาสภเถระท่านแนะนำว่า ต้องสวดมากๆ เพื่อทำให้พระพุทธคุณติดอยู่กับใจ หรือให้ใจติดกับพระพุทธคุณ เมื่อใจติดกับพระพุทธคุณดีแล้ว เรียกว่าจิตเป็นสมาธิ พอจะนึกถึงคุณพระพุทธเจ้า ใจวิ่งไปหาพระพุทธคุณเลยทีเดียว หรือพระพุทธคุณมาปรากฏแก่ใจทันที อย่างนี้เรียกว่าเจริญได้ที่แล้ว ต้องสวดต้องท่องกันให้ได้ เพราะไม่ได้นี่แหละ เวลาภาวนา พระพุทธคุณ ก็ไม่มาคุ้มครองปกป้องรักษาเรา มีเหตุเภทภัย ก็คุ้มครองอะไรไม่ได้ และเพราะเราไม่เจริญพระพุทธคุณนี่แหละ เราก็ไม่รู้จักคุณพระพุทธเจ้าจริงๆ พระพุทธเจ้าก็เลยไม่รู้จักเรา เมื่อเราไปไหนมาไหน พระพุทธเจ้าก็ไม่ตามรักษา พระพุทธคุณนี้ ถ้าเจริญได้จริงๆ ใจรักจริงๆ ไปไหน พระพุทธเจ้าไปด้วย พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรด ให้เราได้เล็ดลอดปลอดภัย ให้เราได้มีความสุขด้านจิตใจจริงๆ พระพุทธคุณ 9ประการนั้น คือ อิติปิโส ภควา สมเด็จพระผู้มรพระภาคพระองค์นั้น


เขียนโดย :หมุนจนรวย เจ้าของรายการ November 02, 2016 08:50:03


เวปประมูลก็ต้องเคาะประมูล ชิมิๆ เคาะกันวันละนิดจิตแจ่มใส พี่ๆแต่ละท่านก็มี ((( สไตล์ ))) ที่แตกต่างกัน อย่าว่างั้นงี้เลย ปอดกับหัวใจนู๋ไม่ค่อยแข็งแรง " พี่ๆคงไม่ปล่อยให้นู๋เร้าใจอยู่คนเดียวนะคร๊าบบบ "   พี่ๆแวะชมดูแล้วล็อคอินกันรึยังจ๊ะ วันนี้เปิด พรุ่งนี้ปิด ??? ลับแป้นรอกันเร้ยยย..ไม่เก็บวันนี้วันหน้าจะไม่มีให้เก็บนะจ๊ะ ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดระฆังโฆสิตาราม ในวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2533 (  นำเข้าพิธีปลุกเสกพร้อมพระรุ่นอนุสรณ์ 118 ปีระฆังฯ  )   เหรียญ  สมเด็จพุฒาจารย์โต  วัดระฆังโฆสิตาราม จ.กทม. เนื้อทองแดง  (((  ใส่กรอบพร้อมบูชา  )))  เก่าตามสภาพ ...คลาสสิคสุดๆ ควรค่าแก่การบูชา น่าสะสมจังเลย คร๊าบ...   มีข้อมูลดี ดี บางช่วงบางตอน พี่ๆแวะมาศึกษาร่วมกัน อ่านกันเพลินๆนะคร๊าบ เครดิต http://www.web-pra.com/Shop/PongBK/Show/1065890  ขอบพระคุณคร๊าบ   สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานจุดเทียนชัย และประทานนั่งปรกเจริญภาวนาแผ่เมตตา ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดระฆังโฆสิตาราม ในวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2533 พระเกจิอาจารย์นั่งปรกปลุกเสกถึง 89 รูป คือ พระภาวนาโกศลเถระ (วีระ) วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพฯ พระญาณโพธิ (เข็ม) วัดสุทัศน์ กรุงเทพฯ พระครูปลัดธรรมจริยวัฒน์ (วิเชียร) วัดดวงแข กรุงเทพฯ พระครูจันทคุณาภรณ์ (จำปา) วัดอินทราวาส กรุงเทพฯ พระครูวิบูลศีลวัตร (ซ้วน) วัดหนัง กรุงเทพฯ พระครูวิมลธรรมธาดา (ถวิล) วัดลาดบัวขาว กรุงเทพฯ พระครูสุทธิธรรมาจารย์ (คอน) วัดชัยพฤกษมาลา กรุงเทพฯ พระครูอุดมโชติวัฒน์ (อรรถ) วัดองครักษ์ สุพรรณบุรี พระครูสุนทรสุวรรณกิจ (ดี) วัดพระรูป สุพรรณบุรี พระครูศรีฉฬังคสังวร (เริ่ม) วัดจุกกระเฌอ ชลบุรี พระครูสารทรพัฒนกิจ (ละมูล) วัดเสด็จ ปทุมธานี พระครูเกษมธรรมนันท์ (แช่ม) วัดดอนยายหอม นครปฐม พระครูสุนทรวุฒิคุณ (พุฒ) วัดกลางบางพระ นครปฐม พระครูฐาปนกิจสุนทร (เปิ่น) วัดบางพระ นครปฐม พระครูเกษมนวกิจ (เต้า) วัดเกาะวังไทร นครปฐม พระพิพัฒน์วิริยาภรณ์ (ผูก) วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม พระครูวิชัยประสิทธิคุณ (เชิญ) วัดโคกทอง พระนครศรีอยุธยา พระครูพุทธสิริวัฒน์ (เมี้ยน) วัดโพธิ์ พระนครศรีอยุธยา พระครูสังวรสมณกิจ (ทิม) วัดพระขาว พระนครศรีอยุธยา พระครูเกษมคณาบาล (มี) วัดมารวิชัย พระนครศรีอยุธยา พระครูวิบูลรัตนากร (วงศ์) วัดสามกอ พระนครศรีอยุธยา พระครูสุนทรยติกิจ (ละเอียด) วัดไผ่ล้อม พระนครศรีอยุธยา พระครูโอภาสธรรมวัตร (ล้วน) วัดพิกุลโสภณ พระนครศรีอยุธยา พระครูสุวัฒนาภรณ์ (บี้) วัดตำหนักเหนือ นนทบุรี พระครูอุทัยธรรมธารี (เส็ง) วัดป่ามะไฟ ปราจีนบุรี พระครูใบฎีกาคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน ชุมพร พระครูสมุทรพัฒนโสภณ (ทองหล่อ) วัดคันลัด สมุทรปราการ พระครูการาม (พลับ) วัดชายคลอง พัทลุง พระครูกาชาด (บุญทอง) วัดดอนศาลา พัทลุง พระครูกาเดิม (เพิ่ม) วัดเขียนแก้ว พัทลุง พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา พัทลุง หลวงพ่อฤทธิ์ วัดบ้านสวน พัทลุง พระอาจารย์แก้ว วัดโคกโดน พัทลุง พระอาจารย์ปลอด วัดหัวป่า พัทลุง พระราชสิงหคณาจารย์ (แพ) วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี พระครูจิตตานุรักษ์ (จวน) วัดหนองสุ่ม สิงห์บุรี พระครูเมตตานุศาสน์ (บุญช่วย) วัดกุฎีทอง สิงห์บุรี พระครูอินทคณานุสิกขน์ (เจ๊ก) วัดระนาม สิงห์บุรี พระครูพิบูลธรรมเวท (เปรื่อง) วัดหิรัญญารามพิจิตรา   (เพื่อความอุ่นใจ..พี่ๆลองเช็คราคานอกเวปดูก่อนเข้าร่วมประมูลนะคร๊าบบบ ^_^) หมายเหตุ ทุกข้อสงสัยล้วนมีคำตอบ สงสัยเรื่องใดเมล์ถามข้อมูลได้เลยคร๊าบบบ พี่ๆ ชาวดี ดี..... *** จัดส่งพระตามรูป รับประกันตามกฎเวป *** ผู้ชนะการประมูลโอนเงินแล้วรบกวนฝากข้อความในกล่องข้อความหรือโทร.แจ้งก็ได้นะครับ เพื่อความรวดเร็วในการจัดส่ง จัดส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน ปลอดภัย ไร้กังวล คร๊าบ... ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเยี่ยมชมหรือเข้าร่วมการประมูลขอบพระคุณคร๊าบบบ ^_^


เขียนโดย :thaiart เจ้าของรายการ November 02, 2016 08:08:28

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/หลวงพ่อทวดวัดช้างไห้/6877598


ขอบคุณครับ (auto feedback)


เขียนโดย :ชัช เมืองคอน ผู้ชนะประมูล October 30, 2016 01:55:06



เขียนโดย :คนคลองสาม เจ้าของรายการ October 26, 2016 13:59:56

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์/6941838


หลวงพ่อเกษม เขมโก เดิมมีนามว่า เจ้าเกษม ณ ลำปาง ประสูติ เมื่อ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2455 ตรงกับวันพุธ เดือนยี่ (เหนือ) ปีชวด ร.ศ. 131 เป็นบุตรใน เจ้าน้อยหนู ณ ลำปาง (ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น มณีอรุณ) รับราชการเป็นปลัดอำเภอ กับ เจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง และเป็นราชปนัดดาในมหาอำมาตย์โท พลตรีเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เจ้าหลวงผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย สมัยตอนเด็กๆมีคนเล่าว่าท่านซนมากมีอยู่ครั้งหนึ่งท่านปีนต้นบ่ามั่น(ต้นฝรั่ง)เกิดผลัดตกจนมีแผลเป็นที่ศรีษะ เมื่อท่านอายุได้ 13 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ซึ่งเป็นการบรรพชาหน้าศพ (บวชหน้าไฟ) ของเจ้าอาวาสวัดป่าดั๊ว 7 วันได้ลาสิกขาและท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรอีกครั้งเมื่ออายุ 15 ปีและจำวัดอยู่ที่วัดบุญยืน จังหวัดลำปาง ท่านได้ศึกษาด้านพระปรัยัติธรรมจนสามารถสอบนักธรรมชั้นโทได้ในปี พ.ศ. 2474 และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในปีถัดมา โดยมี พระธรรมจินดานายก เจ้าอาวาสวัดบุญวาทย์วิหาร อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้รับฉายาว่า "เขมโก" แปลว่า ผู้มีธรรมอันเกษม โดยพระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก ได้ศึกษาภาษาบาลีที่สำนักวัดศรีล้อม ต่อมาได้ย้ายมาศึกษาแผนกนักธรรมที่สำนักวัดเชียงราย   หลวงพ่อเกษม เขมโกสามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก ในปี พ.ศ. 2479 ท่านเรียนรู้ภาษาบาลีจนสามารถเขียนและแปลได้ รวมทั้งสามารถแปลเป็นภาษามคธได้เป็นอย่างดี แต่ท่านไม่ยอมสอบเอาวุฒิ จนครูบาอาจารย์ทุกรูปต่างเข้าใจว่าพระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก ไม่ต้องการมีสมณะศักดิ์สูง ๆ เรียนเพื่อจะนำเอาวิชาความรู้มาใช้ในการศึกษาค้นคว้าพระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาเท่านั้น เมื่อสำเร็จทางด้านปริยัติธรรมแล้ว ท่านแสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในด้านวิปัสสนา จนกระทั่ง ท่านทราบข่าวว่ามีพระเกจิรูปหนึ่งมีชื่อเสียงในด้านวิปัสสนา คือ ครูบาแก่น สุมโน ท่านจึงฝากตัวเป็นศิษย์ ท่านได้ตามครูบาแก่น สุมโน ออกท่องธุดงค์ไปแสวงหาความวิเวกและบำเพ็ญเพียรตามป่าลึก จนถึงช่วงเข้าพรรษาซึ่งพระภิกษุจำเป็นต้องยุติการท่องธุดงค์ชั่วคราวท่านจึงต้องแยกทางกับพระอาจารย์ และกลับมาจำพรรษาที่วัดบุญยืนตามเดิม พอครบกำหนดออก ก็ติดตามอาจารย์ออกธุดงค์บำเพ็ญภาวนา ต่อมา เจ้าอธิการคำเหมย เจ้าอาวาสวัดบุญยืน มรณภาพลง ทางคณะสงฆ์ได้ประชุมกันเพื่อหาเจ้าอาวาสรูปใหม่และต่างลงความเห็นพ้องต้องกันเก็นควรว่า พระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อท่านได้รับเลือกเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยืน ท่านก็ไม่ยินดียินร้าย แต่ท่านก็ห่วงทางวัดเพราะท่านเคยจำวัดนี้ ท่านเห็นว่าถือเป็นภารกิจทางศาสนาเพราะท่านเองต้องการให้พระศาสนานี้ดำรงอยู่ จึงยอมรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืน หลังจากนั้นท่านก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสหลายครั้งเนื่องจากท่านอยากจะออกธุดงค์ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ดังนั้น ท่านจึงออกจากวัดบุญยืนไปที่ศาลาวังทานพร้อมเขียนข้อความลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสไว้ด้วย             หลวงพ่อเกษม เขมโก เป็นพระสายวิปัสสนากรรมฐาน ไม่ยึดติดแม้แต่สถานที่ ท่านได้ปฏิบัติธรรม ณ สุสานไตรลักษณ์ตลอดชนชีพ เป็นพระที่เป็นที่เคารพสักการะของคนในจังหวัดลำปางและทั่วประเทศ ท่านปฏิบัติศีลบริสุทธิ์ตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยไม่ติดยึดในกิเลสทั้งปวง หลวงพ่อเกษม เขมโก ได้ถึงแก่พิราลัย ณ ห้องไอซียู โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง เมื่อเวลา 19.40 น. ของวันจันทร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2539 ซึ่งตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือน 2 ยังความอาลัยเศร้าโศกเสียใจมายังหมู่สานุศิษย์ทั่วประเทศ ส่วนสรีระของท่านนั้นก็ยังความอัศจรรย์ด้วยเนื่องจากไม่เน่าเปื่อยเหมือนอย่างสังขารทั่วไป ทั้งยังเขียนป้ายบอกผู้ที่มาเคารพสรีระ ท่านด้วยว่าให้พนมมือไหว้ที่หน้าอกเพียงครั้งเดียวแล้วไม่ต้องกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์อย่างศพของพระเถระทั่วไปนับว่าท่าน นั้นถือสมถะเป็นอย่างมาก


เขียนโดย :หมุนจนรวย เจ้าของรายการ October 25, 2016 10:51:48

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/หลวงพ่อคูณ-ปี-2512-2539/6927918


หรียญ รุ่น "เทพประทานพร" เนื้อทองฝาบาตร หลวงพ่อคูณวัดบ้านไร่  จัดสร้างโดยบุญนิธิปริสุทธญาณ โดยกาจัดตั้งของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ และได้ออกใบอนุญาติพิเศษให้จัดสร้าง วัตถุมงคลรุ่นคุณพระ "เทพพิทักษ์" และรุ่นคุณพระ "เทพประทานพร" เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2536 เพื่อจัดหารายได้เข้าสมทบก่อตั้งเป็นกองทุนบุญนิธิปริสุทธญาณขึ้น เพื่อเป็นทุนใช้ในการทำนุบำรุงพระศาสนาสืบไป วัตถุมงคลรุ่นคุณพระ "เทพประทานพร" นี้ หลวงพ่อได้มีเมตตานั่งสมาธิเป็นแบบให้เป็นครั้งแรกโดยเฉพาะในการทำวัตถุมงคลรุ่นนี้เท่านั้น โดยทุกพิมพ์ที่จัดสร้างเป็นพิมพ์สมาธิจากแบบจริงทั้งสิ้น และจัดสร้างด้วยความปราณีตงดงามอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อันจะเป็นวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งของหลวงพ่อสืบไป วัตถุมงคลรุ่นนี้จึงควรค่าอย่างยิ่งต่อการมีไว้สักการะบูชา สภาพสวยสมบูรณ์  ยินดี ส่งออกบัตรรับรอง   และ   โอนเงินผ่านเว็บดีดีพระ   พุทธคุณเหนือ คำบรรยาย พิธีใหญ่ครับ   ไม่ผ่านการล้าง ไม่ผ่านการใช้พุทธคุณเหนือคำบรรยาย ศิษย์สายตรง ไม่ควรพลาด!! หายากๆ สร้างน้อยๆ พระดี พระสวย ไว้ใจผม พันธุ์ทิพย์ครับ โอนเร็ว ส่งไว ทันใจแน่นอนครับๆๆๆๆๆๆๆๆ ผู้ชนะการประมูลโอนเงินแล้วรบกวนฝากข้อความในกล่องข้อความหรือโทร.แจ้งก็ได้นะครับ บริหารงานโดย พันธุ์ทิพย์ ครับ ชื่อนี้ ไม่มีผิดหวัง รายการวัดใจ มีเรื่อยๆ ฝาก คลิ๊ก !!  หลังชื่อด้วยนะครับ


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ October 25, 2016 06:22:34

หน้าที่ :  178