เอื้ออนันต์

ข้อมูลสมาชิก – เอื้ออนันต์

เริ่มเป็นสมาชิก: March 24, 2015 11:05:09 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 1 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 2000 รายการ , คำติ: 0 รายการ

ประวัติ Feedback

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุด-จ.นครปฐม/6979355


  ประวัติ หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ จ.นครปฐม         หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ นามเดิม เปิ่น นามสกุล ภู่ระหงษ์ เกิดวันอาทิตย์ที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๖ เดือน ๙ ปีกุน ณ บ้านเลขที่ ๔ หมู่ที่ ๔ ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นบุตรของนายฟัก นางยวง ภู่ระหงษ์ เป็นบุตรคนที่ ๙ ในจำนวนพี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกันรวม ๑๐ คน หลวงพ่อเปิ่นสนใจในเรื่องของไสยศาสตร์ มาตั้งแต่สมัยเด็กอาศัยว่าครอบครัวของท่านอยู่ใกล้กับวัดบางพระซึ่งในสมัย นั้นมีพระคุณเจ้าที่จำพรรษาอยู่ที่วัดบางพระมีความเก่งกาจมีความเชี่ยวชาญใน สายไสยศาสตร์ หลายองค์ เด็กชายเปิ่นจึงเข้าออกเพื่อความอยากรู้อยากใฝ่หา ในวิชาอยู่กับวัดบางพระเป็นประจำ นายเปิ่น ศึกษาวิชากับหลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก ได้รับการถ่ายทอดยาสมุนไพรรักษาโรค คาถาอาคมต่างๆ โดยเฉพาะวิชาสักยันต์อันเกรียงไกร จากหลวงพ่อหิ่ม อินฺทโชโต เจ้าอาวาสวัดบางพระซึ่งท่านท่านรักและเมตตาศิษย์หลวงพ่อเปิ่นเป็นพิเศษ วิชาการต่างๆ ท่านจึงถ่ายทอดให้โดยไม่ปิดบัง ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๑ ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีกุน จึงเข้าสู่บรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบางพระ ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมี เจ้าอธิการหิ่ม อินทโชโต เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ทองอยู่  ปทุมรัตน   เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เปลี่ยน ฐิตฺธัมโม   เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลวงพ่อเปิ่น ได้นามว่า “พระฐิตคุโณ” การศึกษาเล่าเรียนใด ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด แม้หลวงพ่อเปิ่นได้รับจากหลวงพ่อหิ่มมาก็ยังไม่อิ่มในรสแห่งพระธรรม เสร็จจากงานฌาปนกิจศพของหลวงพ่อหิ่มแล้ว ก็ตั้งใจจะแสวงสัจจะธรรมต่อไปอีก หลวงพ่อเปิ่นได้เข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์ หลวงพ่อโอภาสี (พระมหาชวน)วัดบางมด ซึ่งได้อบรมแนะนำสั่งสอนพระกัมมัฎฐาน ศึกษาปฏิบัติกับหลวงพ่อโอภาสีเป็นเวลา ๑ ปีเศษ หลวงพ่อเปิ่นก็กราบลาเพื่อออกธุดงค์วัตรต่อไปทางภาคเหนือของประเทศไทย แล้วธุดงค์ลงใต้ พบอาจารย์ที่ไหน ก็จะเข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์ เพื่อศึกษาธรรมจากท่าน ย้อนกลับขึ้นมาที่สุราษฎร์ธานี ได้กราบนมัสการ  หลวงพ่อพุทธทาส แห่งสวนโมกข์ และหลวงพ่อสงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย  หลังจากนั้นข่าวคราวของหลวงพ่อเปิ่นเงียบหายไปอย่างสนิทกระทั่งปลายปีพ.ศ.๒๕๐๔  บ่ายแก่ของวันหนึ่ง พระธุดงค์วัยเกือบสี่สิบมาปักกลดอยู่ชายทุ่งใกล้กับวัดทุ่งนางหรอก อำเภอลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรีพระธุดงค์องค์นี้ได้สร้างศรัทธาให้แก่ชาวบ้านอย่างมากมาย ทั้งปฏิปทาที่เคร่งทั้งสายวิชาพระเวท ทั้งยาสมุนไพรช่วยเหลือชาวบ้าน ยิ่งเกิดศรัทธาอันสูงสุดของชาวบ้านที่พุ่งตรงสู่พระธุดงค์รูปนี้  หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ คือองค์พระธุดงค์องค์นั้น ภายในระยะเวลาไม่ถึง ๒ ปี หลวงพ่อเปิ่นได้พัฒนาวัดทุ่งนางหรอกอำเภอลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี ทำให้มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ในช่วงดังกล่าวท่านเกิดป่วยกระทันหัน จำเป็นต้องเข้ามารักษาตัวในเมืองท่านจึงได้กลับมารักษาตัวที่วัดบางพระ ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมตั้งใจไว้ว่าเมื่อหายป่วยดีแล้วก็จะกลับไปพัฒนาส่วนอื่นที่จะต้องทำอีกต่อไป เมื่อหายป่วยดีแล้ว ก็ตั้งใจจะกราบลาพระอาจารย์เพื่อเดินทางกลับไปประจวบเหมาะกับที่ชาวบ้านวัดโคกเขมา มาขอพระจากพระอาจารย์เปลี่ยน ฐิตธัมโมไปเป็นเจ้าอาวาสเพื่อพัฒนาวัด คณะสงฆ์ในตำบลแหลมบัว ออกประกาศและแต่งตั้งให้หลวงพ่อเปิ่นฐิตคุโณ เป็นเจ้าอาวาสวัดโคกเขมา ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๙และนี่เป็นจุดแห่งบุญญาบารมีและชื่อเสียงของหลวงพ่อเปิ่นเมื่อเข้ารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโคกเขมา หลวงพ่อเปิ่นได้เริ่มพัฒนาวัด ก่อสร้างเสนาสนะ ซ่อมแซมปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ ทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็วทั้งนี้เกิดด้วยแรงศรัทธาของประชาชนที่มีต่อ หลวงพ่อเปิ่นในเวลานั้นและที่วัดโคกเขมานี่เอง หลวงพ่อเปิ่นได้สร้างพระเครื่องเป็นครั้งแรกปัจจุบันพระเครื่องหลวงพ่อเปิ่นรุ่นนี้ของวัดโคกเขมาหายากมากเพราะเป็นพระเครื่องที่มีประสบการณ์ สร้างอภินิหาริย์ให้ผู้เช่าบูชาได้ประจักษ์หลังจากรุ่นรูปหล่อเนื้อทองแดงของท่านแล้ว พระเครื่องและวัตถุมงคลต่าง ๆจากวัดโคกเขมาจึงออกมาอีก เพื่อให้ศิษย์และประชาชนทั่วไปได้เช่าหาบูชากันเพื่อนำเงินบำรุงพัฒนาวัด ที่วัดโคกเขมา ได้จัดสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลหลวงพ่อเปิ่นทั้งเนื้อผง สมเด็จ  รูปหล่อเหรียญ พระบูชาพระสังกัจจายน์ ทุกอย่างทุกองค์ที่หลวงพ่อสร้างมีค่ายิ่งสำหรับชาวบ้านที่รับไป สิ่งที่เป็นตำนานกล่าวขานกันอย่างไม่มีวันจบสิ้น จวบจนปัจจุบันตั้งแต่วัดโคกเขมาเป็นต้นมาก็คือ “การสักยันต์” หลวงพ่อเปิ่นในสมัยที่ท่านยังมิได้รับพระราชทานสมณะศักดิ์ หลวงพ่อเปิ่นท่านลงมือสักลงอักขระเวทด้วยองค์ท่านเอง มาภายหลังหลวงพ่อได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาการสักให้แก่ศิษย์เป็นองค์สักแทน แล้วหลวงพ่อเปิ่นเพียงทำพิธีครอบให้เท่านั้น เรื่องการสักยันต์ของหลวงพ่อเปิ่นกล่าวเพียงบทสรุป ว่าชอบ เสือ ด้วยเหตุผลที่บอกเพียงสั้น ๆ แก่ศานุศิษย์ว่า เสือเป็นสัตว์ที่มีอำนาจ เพียงเสียงคำรามของเสือ สัตว์ทั้งหลายก็สงบเงียบ กลิ่นของเสือ สัตว์ทั้งหลายเมื่อรับสัมผัสจะยอมในทันที หลีกทันก็ต้องหลีก จัดอยู่ในมหาอำนาจ เสือรูปร่างสง่างาม เต็มไปด้วยอำนาจบารมี จัดอยู่ในมหานิยม ที่สำคัญ หลวงพ่อเปิ่น เคยประจันหน้ากับเสือมาแล้ว กลางป่าลึก ระหว่างธุดงค์วัตรแถวป่าใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี จึงเกิดความประทับใจตั้งแต่นั้นมา เมื่อหลวงปู่หิ่ม อินฺทโชโต มรณภาพลงและหลวงพ่อเปิ่นออกจาริกแสวงธรรม ทางวัดบางพระเงียบเหงาลง ต่อมา”หลวงพ่อทองอยู่ ปทุมรัตน์” พระกรรมวาจาจารย์ของหลวงพ่อเปิ่นได้เป็นเจ้าอาวาสต่อจากหลวงปู่หิ่ม จนมรณภาพลงในปี พ.ศ.๒๕๑๖ เจ้าอาวาสวัดบางพระ จึงว่างลง ชาวบ้านจึงพร้อมใจกัน ไปกราบอาราธนาหลวงพ่อเปิ่นให้กลับมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางพระ ซึ่งในตอนแรกหลวงพ่อเปิ่นไม่ยอมมาด้วยสาเหตุว่าไม่มีใครดูแลวัดโคกเขมา ซึ่งเป็นเหมือนกับวัดที่ท่านสร้างขึ้นมาใหม่ ภาระและความรับผิดชอบยังอยู่ที่ท่าน กล่าวกันว่าชาววัดโคกเขมา เมื่อทราบว่าหลวงพ่อเปิ่นท่านจะต้องกลับไปพัฒนาวัดบางพระซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของท่าน เสียดายก็เสียดายทำอย่างไรได้เมื่อเหตุมันเกิดก็ต้องยอมแต่ยังอุ่นใจอยู่ว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นไปกราบปรึกษาหารือท่าน ก็คิดว่าจะได้รับคำแนะนำที่ดีมีประโยชน์ บางทีท่านอาจจะลงมือมาช่วยได้อีก ในที่สุดหลวงพ่อเปิ่นท่านก็กลับมาพัฒนาวัดบางพระ สมเจตนาของชาวบ้านบางพระ นั่นคือการจบชีวิตการธุดงค์ของหลวงพ่อเปิ่น ในวันที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๓ ให้พระฎีกาเปิ่น วัดบางพระ จังหวัดนครปฐม เป็น “พระครูฐาปนกิจสุนทร” ช่วงนี้นี้เองที่วัดบางพระมีการออกพระเครื่องและวัตถุมงคลของหลวงพ่อเปิ่น เพื่อทดแทนในน้ำใจแห่งศรัทธาที่ศิษยานุศิษย์และชาวบ้านได้ร่วมกันในการพัฒนาวัดบางพระนั่นเอง ในวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๗ หลวงพ่อเปิ่นท่านได้รับพระราชทานเลื่อนสมณะศักดิ์จาก พระครูฐาปนกิจสุนทร เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ เป็น “พระอุดมประชานาถ” ด้วยการพัฒนาวัดและชุมชนมาโดยตลอด ทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์โดยอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย ถวายปริญญาบัตร พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมศาสตร์ ณ วันที่ ๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๓๘ แก่องค์หลวงพ่อเปิ่น แสดงให้เห็นว่าหลวงพ่อเปิ่นได้เป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นพระสงฆ์ของประชาชนโดยแท้ ท่านไม่ทิ้งธุระทางการศึกษา พัฒนาสาธารณะประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาไว้มากเพื่อเป็นแนวทางแก่พระภิกษุ - สามเณรในพระพุทธศาสนา ในวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ เวลา ๑๐.๕๕ น. ณ โรงพยาบาลศิริราช หลวงพ่อเปิ่นได้ละสังขารด้วยอายุ ๗๙ ปี ๕๔ พรรษา ยังความอาลัย เศร้าโศก เสียใจแก่ปุถุชนจิต แต่ได้แสดงให้เห็นถึงมรณัสสติแก่ศิษยานุศิษย์ คุณงามความดีที่หลวงพ่อเปิ่นท่านได้กระทำไว้ในพระพุทธศาสนามากมาย จะเป็นตำนานแห่งแผ่นดินสยามในทุกๆเรื่อง เป็นเครื่องเตือนสติให้พุทธศาสนิกชนได้รู้จักและปฏิบัติสืบสานกันต่อไป.  


เขียนโดย :เฮียตุ้ย เจ้าของรายการ November 08, 2016 17:09:33


หลวงพ่อแพ หรือ พระธรรมมุนี เป็นพระที่มากด้วยเมตตาบารมี และมีชื่อเสียงโด่งดังมานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนปี 2500 หลวงพ่อแพ ตลอดชีวิตของท่านสร้างแต่คุณงามความดีเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล โรงเรียน วัดต่างๆ หลวงแพ เป็นพระที่มีอายุยืนยาวมากถึง 94 ปี มรณภาพเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2542 สำหรับหลวงพ่อแพ  ในเรื่องของวิทยาคมก็เก่งไม่เป็นรองใคร หลวงพ่อแพ เคยไปปลุกเสกวัตถุมงคลที่วัดแห่งหนึ่งแถวพัทยา ในปี 2512 ในพิธีนั้นมีพระดังๆจากตะวันออกมาหลายท่าน เช่นหลวงพ่อหอม วัดชากหมาก หลวงพ่อชื่น วัดมาบข่า เป็นต้น เมื่อเสร็จงาน หลวงพ่อหอม ได้บอกกับคนพื้นที่แถวนั้น ให้เข้าไปกราบหลวงพ่อแพ  ซึ่งขณะนั้นชาวบ้านไม่รู้จักท่าน  เดิมที หลวงพ่อแพ ท่านเรียนด้านปริยัติ เข้ามาศึกษาพักอยู่ที่วัดชนะสงคราม หลายปี  ต่อมา เมื่อหลวงพ่อแพ ได้เป็นเจ้าอาวาส วัดพิกุลทอง  ท่านได้หันมาให้ความสนใจด้านวิทยาคม เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ต่อมาหลวงพ่อแพ ได้ไปขอเรียนวิชากับ หลวงพ่อเกลี้ยง วัดสุทัศน์  และ ฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อศรี วัดพระปรางค์ สิงห์บุรี  และหลวงพ่อจุ้ย วัดสามปลื้ม นอกจากนี้หลวงพ่อแพ ยังมีความสนิทสนมกับพระเกจิดังๆในอดีตหลายท่าน เช่น เจ้าคุณศรี วัดสุทัศน์ หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ เป็นต้น หลวงพ่อแพ เป็นพระที่น่าเคารพกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจรูปหนึ่ง  แม้ว่าหลวงพ่อแพ จะออกวัตถุมงคลมาจำนวนนับร้อยรุ่น แต่ถ้าเป็นพระยุคแรกๆของหลวงพ่อก็ไม่ค่อยได้พบให้เห็นบ่อยนัก โดยเฉพาะพระแท้ๆ  เนื่องจากพระของหลวงพ่อแพ มีปลอมเยอะ บางครั้งคนที่คิดจะสะสมไม่กล้าซื้อก็มีครับ  เท่าที่ทราบพระเครื่องของหลวงพ่อแพ จะเด่นด้านเมตตา แคล้วคลาด ค้าขาย เป็นหลักครับ 


เขียนโดย :กานต์ เมืองปทุม เจ้าของรายการ November 08, 2016 16:19:55


รับประกันพระแท้ ในราคาวัดใจครับ จัดส่งพร้อมบัตรดีดี


เขียนโดย :หนึ่งหยดน้ำ เจ้าของรายการ November 08, 2016 04:01:45

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระสมเด็จทั่วไป/6956934


ได้พระแล้ว สวยมาก ส่งไว ขอบคุณครับ


เขียนโดย :tinywizard ผู้ชนะประมูล November 07, 2016 14:24:55


สวยมากครับเหรียญนี้ ปลอดหน้าม้าเหมือนเดิมครับ


เขียนโดย :tawee_si เจ้าของรายการ November 04, 2016 12:27:26

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/6954398


พระปิดตา พุทธคุณนิยามพระปิดตา   พระปิดตา พุทธคุณ นิยามคำว่าพระปิดตา   พระปิดตาความจริงไม่มี แต่นิยมเรียกกันมานานจนชินปาก "พระปิดตา"ลักษณะขององค์พระท่านเป็นการยกพระหัตถ์ ปิดพระพักตร์ มิใช่ยกพระหัตถ์ปิดพระเนตร(ตา) แต่ปิดรวม ตา หู จมูก ปาก และดวงหน้าซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของกาย ส่วนใจเป็นนามก็ปิดโดยสมมุติ นับเป็นอาการสำรวมอายตนะ ๖  ประการ   ชนิดของพระปิดตาแบ่งออกเป็น ๓ ชนิด      ๑. พระปิดตา ชนิดปิดตานั่งยองความหมายเดิมคือพระโพธิสัตว์เจ้าในพระครรภ์ เรียกว่าพระมหาอุด หรือเป็นพระปิดทวารทั้งเก้าเต็มภาค ไม่มีคำเรียกอย่างอื่น      ๒. พระปิดตา ชนิดปิดตานั่งขัดสมาธิยกหัตถ์ปิดทวารทั้งเก้า ความหมายเดิมคือพระเจ้าเข้านิโรธ ควรใช้ศัพท์เรียกว่า “ภควัม”ไม่มีคำว่าพระนำหน้าและไม่มีคำบดีหรือปติตามหลัง จะเรียกภควันต์ก็ไม่ได้ เพราะคำศัพท์หมายถึงพระอิศวรหรือนามแห่งพระพุทธเจ้า ภควัม ตามความหมายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานหมายความถึงพระปิดทวารทั้งเก้าปิดตาคว่ำพระพักตร์ จนมีคำพังเพยว่า”หน้าคว่ำเป็นภควัมเจียวนะ”หมายถึงสาวแสนงอน มองไปหลายตลบ ก็ไม่พบพระปิดตาหน้าคว่ำคำราชบัณฑิตหมายถึง ผู้แปลบาลีท่านจะเป็นนักพระเครื่องด้วยหรือเปล่าก็ไม่ทราบ      ๓. พระปิดตา ชนิดปิดตานั่งขัดสมาธิ ยกหัตถ์ทั้งสองขึ้นปิดพระพักตร์ เว้นส่วนอื่น เป็นพระเมตตามหานิยมและลาภผล เรียกว่า “พระควัมปติ”พระปิดตาทั้ง๓ชนิดมีทั้งฝ่ายบู้ ฝ่ายบุ๋น ความหมายมิได้คล้ายคลึงกันเลย ยังมีบุคลบางท่านเข้าใจผิดคิดว่าเป็นประเภทเดียวกัน จำต้องสังคายนาให้เห็นชัดสักครั้ง เพราะมิผู้นิยม"พระปิดตา"กันมาก   อิทธิคุณเน้นหนักไปในทางนิ่มนวล เมตตามหานิยม เสน่ห์ ลาภผล แคล้วคลาด การจัดสร้างเนื้อหาก็แตกต่างกัน ไม่นิยมใช้สัมฤทธิ์เงิน สัมฤทธิ์ทอง เมฆพัด เมฆสิทธิ์ ที่สร้างขึ้นส่วนมากประกอบด้วย เนื้อผงตัวยาคลุกรัก คือผงมหาราชหรือผงอิทธิเจ อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นผงวิเศษ ประเภทเมตตามหานิยมที่แกะด้วยไม้โพธิ์ กาฝากรักซ้อน บรรจุด้วยพระธาตุสิวลีห่อด้วยกระดาษสาลงพระยันต์ อุดด้วยขี้สูดดินราบ(ชันโรงใต้ดิน) ถ้าแกะด้วยรากชิงหายผี นำไปแช่น้ำมันจันทน์ เสกจนพระลุกขึ้นนั่ง พุทธคุณพระปิดตา เอาน้ำมันทาตัวล่องหนแล ที่แกะด้วยงาช้างและกระดูกสัตว์ก็พอมีอยู่ แต่ไม่เป็นการถูกต้องเทพสิงจะไม่สถิตในกระดูกสัตว์เดรัจฉานได้เพียงพลังจิตของผู้ปลุกเสกเท่านั้น ที่สร้างด้วยเนื้อโลหะส่วนมากเป็นพวกชินตะกั่ว ความมุ่งหมายของการสร้าง เป็นไปได้ทั้ง บุคคลาธิษฐาน และธรรมาธิษฐาน นิยมเรียกกันว่า “พระควัมปติ” ยินดี ส่งออกบัตรรับรอง   และ   โอนเงินผ่านเว็บดีดีพระ   พุทธคุณเหนือ คำบรรยาย พิธีใหญ่ครับ   ไม่ผ่านการล้าง ไม่ผ่านการใช้พุทธคุณเหนือคำบรรยาย ศิษย์สายตรง ไม่ควรพลาด!! หายากๆ สร้างน้อยๆ พระดี พระสวย ไว้ใจผม พันธุ์ทิพย์ครับ โอนเร็ว ส่งไว ทันใจแน่นอนครับๆๆๆๆๆๆๆๆ ผู้ชนะการประมูลโอนเงินแล้วรบกวนฝากข้อความในกล่องข้อความหรือโทร.แจ้งก็ได้นะครับ บริหารงานโดย พันธุ์ทิพย์ ครับ ชื่อนี้ ไม่มีผิดหวัง รายการวัดใจ มีเรื่อยๆ ฝาก คลิ๊ก !!  หลังชื่อด้วยนะครับ  


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ November 02, 2016 14:01:29


หลวงพ่อแพ หรือ พระธรรมมุนี เป็นพระที่มากด้วยเมตตาบารมี และมีชื่อเสียงโด่งดังมานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนปี 2500 หลวงพ่อแพ ตลอดชีวิตของท่านสร้างแต่คุณงามความดีเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล โรงเรียน วัดต่างๆ หลวงแพ เป็นพระที่มีอายุยืนยาวมากถึง 94 ปี มรณภาพเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2542 สำหรับหลวงพ่อแพ  ในเรื่องของวิทยาคมก็เก่งไม่เป็นรองใคร หลวงพ่อแพ เคยไปปลุกเสกวัตถุมงคลที่วัดแห่งหนึ่งแถวพัทยา ในปี 2512 ในพิธีนั้นมีพระดังๆจากตะวันออกมาหลายท่าน เช่นหลวงพ่อหอม วัดชากหมาก หลวงพ่อชื่น วัดมาบข่า เป็นต้น เมื่อเสร็จงาน หลวงพ่อหอม ได้บอกกับคนพื้นที่แถวนั้น ให้เข้าไปกราบหลวงพ่อแพ  ซึ่งขณะนั้นชาวบ้านไม่รู้จักท่าน  เดิมที หลวงพ่อแพ ท่านเรียนด้านปริยัติ เข้ามาศึกษาพักอยู่ที่วัดชนะสงคราม หลายปี  ต่อมา เมื่อหลวงพ่อแพ ได้เป็นเจ้าอาวาส วัดพิกุลทอง  ท่านได้หันมาให้ความสนใจด้านวิทยาคม เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ต่อมาหลวงพ่อแพ ได้ไปขอเรียนวิชากับ หลวงพ่อเกลี้ยง วัดสุทัศน์  และ ฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อศรี วัดพระปรางค์ สิงห์บุรี  และหลวงพ่อจุ้ย วัดสามปลื้ม นอกจากนี้หลวงพ่อแพ ยังมีความสนิทสนมกับพระเกจิดังๆในอดีตหลายท่าน เช่น เจ้าคุณศรี วัดสุทัศน์ หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ เป็นต้น หลวงพ่อแพ เป็นพระที่น่าเคารพกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจรูปหนึ่ง  แม้ว่าหลวงพ่อแพ จะออกวัตถุมงคลมาจำนวนนับร้อยรุ่น แต่ถ้าเป็นพระยุคแรกๆของหลวงพ่อก็ไม่ค่อยได้พบให้เห็นบ่อยนัก โดยเฉพาะพระแท้ๆ  เนื่องจากพระของหลวงพ่อแพ มีปลอมเยอะ บางครั้งคนที่คิดจะสะสมไม่กล้าซื้อก็มีครับ  เท่าที่ทราบพระเครื่องของหลวงพ่อแพ จะเด่นด้านเมตตา แคล้วคลาด ค้าขาย เป็นหลักครับ 


เขียนโดย :กานต์ เมืองปทุม เจ้าของรายการ November 02, 2016 13:22:51


หลวงพ่อเชิญ วัดโคกทอง          หลวงพ่อเชิญ วัดโคกทอง เกจิชื่อดังแห่งอยุธยา ท่านเรียนวิชาอาคมต่างๆจากหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า , หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก , หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค , หลวงปู่กลั่น วัดพระญาติ และเกจิดังๆอีกมาก          หลวงพ่อเชิญ เกิดในตระกูล กุฎีสุข ที่หมู่บ้านดงตาล ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เมื่อวันศุกร์ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีมะแม ตรงกับวันที่ 12 เมษายน พ.ศ.2450 มีโยมบิดาชื่อ นายเคลือบ โยมมารดาชื่อ นางโล่ โดยที่หลวงพ่อเชิญเป็นบุตรของพี่น้องทั้งหมด 3 คน น้องสองคนเป็นฝาแฝดหญิงทั้งคู่ ชื่อ นางเจียม และ นางจอม          หลวงพ่อเชิญอายุได้ 5 ขวบ โยมมารดาก็ถึงแก่กรรม ยามใดที่โยมบิดาไปทำไร่ไถนา ท่านต้องรับภาระเลี้ยงดูน้องสาวฝาแฝดแทนถึง 2 คน นับเป็นความยากลำบากมากเพราะขณะนั้นท่านเองเพิ่งจะมีอายุ 5-6 ขวบเท่านั้น  พออายุได้ 8 ขวบ โยมบิดาพาไปฝาก หลวงพ่อขาบ วัดฤาชัย ขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลกุฎี ในอำเภอผักไห่ หลวงพ่อเชิญเล่าเรียนหนังสืออยู่กับหลวงพ่อขาบ 2 ปี จนสามารถอ่านออกเขียนได้ หลวงพ่อขาบ วัดฤาชัย จึงนำไปฝาก พระครูบวรสังฆกิจ หรือ หลวงพ่อเพิ่ม วัดโคกทอง ซึ่งเป็นเจ้าคณะอำเภอเสนา          หลวงพ่อเพิ่มองค์นี้เป็นพระอาจารย์ที่มีความรู้ด้านปริยัติธรรมทั้งสมถกรรม ฐานและวิปัสสนากรรมฐาน เพียงพร้อมด้วยศีลาจารวัตรเคร่งครัดพระธรรมวินัย เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนโบราณ และเรืองวิทยาคมขลัง เนื่องจากเป็นศิษย์หลวงปู่กลั่น วัดพระญาติ และ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อเพิ่มมีชื่อเสียงด้านแก้คุณแก้การกระทำทางไสยศาสตร์และรักษาโรคภัย ไข้เจ็บต่าง ๆ ชื่อเสียงของหลวงพ่อเพิ่มสมัยนั้นโด่งดังไม่ต่างกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ซึ่งเป็นสหธรรมิกที่มีอายุแก่กว่าหลวงพ่อเพิ่ม 5 ปี        ในสมัยนั้นหลวงพ่อปานท่านมาพำนักที่วัดโคกทองเสมอ เมื่อปี พ.ศ.2467 หลวงพ่อเพิ่มสร้างศาลาการเปรียญ หลวงพ่อปานยังมาช่วยยกเสาเอกให้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่หลวงพ่อเพิ่มไม่เคยสร้างพระเครื่องไว้เลย ชนรุ่นหลังจึงไม่มีใครรู้จักท่าน  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงพ่อเพิ่มทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์เพียงอย่างเดียวคือ แผ่นอิฐลงอาคมที่ก้นบ่อน้ำมน 2 แผ่น อีกแผ่นหนึ่งเป็นของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ซึ่งกล่าวกันว่าน้ำมนต์ในบ่อนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก หลวงพ่อเชิญท่านนำมารดให้กับลูกศิษย์ลูกหาอยู่เสมอ          หลวงพ่อเชิญบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุได้ 16 ปี ในวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2466 หลวงพ่อเพิ่มเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่ออายุครบบวชจึงอุปสมบทต่อโดยมิได้ลาสิกขา ณ พัทธสีมาวัดโคกทอง ในวันที่ 1 มิถุนายน 2470 โดยมีพระอาจารย์องค์แรกคือ หลวงพ่อขาบ วัดฤาไชย เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเพิ่ม วัดโคกทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดแจ่ม วัดโคกทอง เป็นพระอนุสาสนาจารย์ ได้รับฉายาเป็นภาษาบาลีจากพระอุปัชฌาย์ว่า ปุญญสิริ          หลวงพ่อเชิญอุปสมบทแล้วอยู่ช่วยหลวงพ่อเพิ่มบูรณะวัดโคกทองเรื่อยมา พร้อมกันนั้นได้ศึกษาพระปริยัติธรรมโดยสอบได้นักธรรมตรีตั้งแต่เมื่อยังเป็นสามเณร  สอบได้นักธรรมโท และสอบได้นักธรรมเอก ได้รับการแ่ต่งตั้งเป็น พระปลัด ท่านจึงต้องทำหน้าที่ทุกอย่างด้วยความเรียบร้อยเสมอมาจวบจนหลวงพ่อเพิ่มมรณภาพในปี พ.ศ.2491          พ.ศ.2492  หลวงพ่อเชิญดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโคกทอง  ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก    สำนักนายกรัฐมนตรี ถวายพัดชั้นพิเศษในฐานะที่เป็นผู้อุปการะโรงเรียนวัดโคกทอง (บวรวิทยา)  และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ประทานพัดพัฒนาที่มีผลงานดีเด่นแก่หลวงพ่อเิชิญ          หลวงพ่อเชิญเป็นพระอาจารย์ที่มีมากครูมากอาจารย์ เพราะท่านมีใจรักทางด้านพระเวทวิทยาคมมากกว่าการศึกษาด้านพระปริยัติธรรม  การท่องบ่นมนต์คาถา การลงอักขระเลขยันต์ แพทย์แผนโบราณ ยาแก้กันกระทำคุณไสย์ นั่งเจริญสมาธิภาวนาพระกรรมฐาน ตลอดทั้งสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน มาตั้งแต่หลวงพ่อเชิญมีอายุเพียง 10 ขวบ ครั้นบวชเณรแล้วได้ติดตามหลวงพ่อเพิ่มไปชัยนาท ได้มีโอกาสไปกราบนมัสการ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อเพิ่ม เมื่ออุปสมบทในพรรษาแรกก็ไปขึ้นพระกรรมฐานกับ หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก แล้วเดินทางไป ๆ มา ๆ ร่ำเรียนวิชากับหลวงพ่อจงมากมายเป็นระยะเวลาหลายปี          หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค สหายทางธรรมของหลวงพ่อเพิ่ม ชอบมาพำนักที่วัดโคกทอง หลวงพ่อเชิญก็ฝากตัวเป็นศิษย์คอยปรนนิบัติรับใช้แล้วติดตามพายเรือไปส่งและพักเรียนวิชาที่วัดบางนมโคเป็นประจำ   พ.ศ.2473 หลวงพ่อเพิ่มพาท่านไปฝากตัวเป็นศิษย์พระอาจารย์อีกรูปหนึ่งของท่านคือ หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ซึ่งขณะนั้นหลวงพ่อกลั่นชราภาพมากแล้ว   พ.ศ.2482 หลวงพ่อเชิญเกิดอาพาธด้วยโรคตาอักเสบจึงเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อพักรักษาตัวอยู่กับ หลวงปู่กล้าย วัดหงษ์รัตนาราม บางกอกใหญ่ เลยได้รับการแนะนำวิชาการต่าง ๆ จากหลวงปู่กล้ายอีกรูปหนึ่ง          ขณะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เวลานั้นวัสดุก่อสร้างขาดแคลน การบูรณะวัดก็หยุดชะงักลง หลวงพ่อเชิญจึงถือโอกาสเรียนวิชาแพทย์แผนโบราณว่าด้วยสาขาเวชกรรมกับ ครูนพ ที่โรงเรียนประทีป ตลาดพลู เป็นเวลา 2 ปีด้วยกัน  นอกจากนั้นยังมีพระอาจารย์เรืองวิชาที่มีชื่อเสียงในอยุธยาที่หลวงพ่อเชิญ เคยไปขอศึกษาวิชามาก็มี หลวงปู่ยิ้ม วัดเจ้าเจ็ดใน หลวงพ่อแจ่ม วัดบัวหัก และหลวงพ่อแพ วัดกลางคลอง ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นพระอาจารย์ยุคเก่าที่เรืองวิชาทั้งสิ้น          หลวงพ่อเชิญ ปุญญสิริ วัดโคกทอง ได้มรณะภาพลงเมื่อวันที่  21 มค.2543 อายุ 93 ปี พรรษา 73 ยังความเศร้าโศกเสียใจแก่ศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมาก  หลวงพ่อเชิญ วัดโคกทอง นับเป็นเกจิที่มีวิชาความรู้มากซึ่งหาได้ยากในยุคนี้ อิทธิวัตถุมงคลต่างๆที่ท่านสร้างและปลุกเสกขึ้นย่อมเ้ข้มขลัง เปี่ยมไปด้วยพุทธคุณและมีพุทธานุภาพสูงส่งในทุกๆด้าน และคงความอมตะตลอดกาล


เขียนโดย :เฮียตุ้ย เจ้าของรายการ November 02, 2016 12:41:58

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/หลวงพ่อคูณ-ปี-2512-2539/6954334


เหรียญเสมาสรงน้ำ หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา จัดสร้างปี พ.ศ.2536 เป็นอีกเหรียญที่น่าจับตามอง เพราะเริ่มเป็นที่นิยม จนมีเหรียญปลอมทำออกมาหลายฝีมือทั้งเก๊หน้าตาห่างไกล ไปจนถึงเก๊เฉียบ เหรียญนี้ไม่ผ่านการใช้ ผิวเนียนเดิม มาพร้อมบัตรรับรับรอง เพื่อยืนยันความแท้ และไม่มีแต่งซ่อมใดๆครับ


เขียนโดย :เฮียตุ้ย เจ้าของรายการ November 02, 2016 12:41:52


        เหรียญพระร่วงโรจน์ฤทธิ์ หลวงปู่เพิ่มปลุกเษก        และเกจิดังสายนครปฐม ร่วมปลุกเษกอีกหลายท่าน        ที่ไม่ได้เอยนามเป็นเหรียญดีที่น่าเก็บสะสมครับ


เขียนโดย :คนคลองสาม เจ้าของรายการ November 02, 2016 10:50:07

หน้าที่ :  177