สมเด็จหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี รุ่นแพ 4 พัน เนื้อผง จัดสร้าง พ.ศ. 2534 ด้านหลังมีตรายาง และรอยจารหมึก สภาพสวยแท้ ครบสูตร องค์นี้ บล็อกแรก สังเกตจากด้านข้างมีตุ่มนูน รับประกันพระแท้ตลอดไป พระอยู่ในสภาพเดิม ไม่ชำรุดหักบิ่น เสียสภาพ
เหรียญสภาพสวยมากอยู่
ตามกฎเวป
ตามกฎเวป
ตามกฎเวป
ตามกฎเวป
@@@ เหรียญ ในหลวงทรงผนวช ย้อนยุค ปี 50 พร้อมตลับเดิม ๆ @@@ ไม่แกะถ่ายรูปเกรงผิวเสีย สภาพสวยเดิม ๆ ครับ แบ่งปันครับได้เท่าไร ก็เท่านั้นครับ วัดใจ
พระสมเด็จเกสร108หลังรูปเหมือน หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จังหวัดสิงห์บุรี จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2509 พระสมเด็จรุ่นนี้จัดสร้างในยุคแรกของท่าน เป็นพระสมเด็จเนื้อผงที่สร้างก่อน พระสมเด็จแพ-พันที่ราคาองค์ละหลายๆหมื่น(พระสมเด็จแพ-พัน สร้างในปี2510) พระสมเด็จเกสร108 นั้น ราคายังไม่สูงมากแบบ สมเด็จฝาบาตร ลูกศิษย์หลวงพ่อแพท่านหนึ่งเป็นชาวสิงห์บุรี และเป็นศิษย์ใกล้ชิดของหลวงพ่อแพ และเคยเอ่ยถามหลวงพ่อแพ ตอนที่ท่านยังไม่มรณะภาพว่า "หลวงพ่อครับ อยากได้สมเด็จฝาบาตรไว้ใช้สักองค์ทำอย่างไรครับ เดียวนี้แพงมากเลย" "หลวงพ่อแพท่านบอกว่า ไม่ต้องไปหา ให้ใช้สมเด็จเกสร 108 นั้นแทน พระรุ่นนี้ ดีกว่าเพราะเราทำเต็มที่มีอะไรวิชาอะไรใส่เข้าไปหมด ไม่ต้องไปหาหลอกสมเด็จฝาบาตร "ให้ใช้รุ่นนี้แทนรับรองว่าดีแน่นอน" ทุกวันนี้ท่านนี้ ถึงมีพระดีๆอะไร แต่ในคอไม่เคยห่างสมเด็จเกสร 108 หลวงพ่อแพ ครับ สมเด็จรุ่นนี้ถ้าเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงพ่อแพจริงๆ จะห้อยสมเด็จเกสร 108 แทนทั้งสิ้น โดยเฉพาะคนแถววัดทราบดีว่ามีประสบการณ์มากเพียงใด ทั้งแคล้วคลาด โชคลาภ ดี 108 ครับ
สมเด็จหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี รุ่นแพ 4 พัน เนื้อผง จัดสร้าง พ.ศ. 2534 ด้านบนฝังตะกรุดทองคำ ด้านล่าง ฝังตะกรุด นาค เงิน ด้านหลังมีตรายาง และรอยจารหมึก สภาพสวยแท้ ครบสูตร องค์นี้ บล็อกแรก สังเกตจากด้านข้างมีตุ่มนูน รับประกันพระแท้ตลอดไป พระอยู่ในสภาพเดิม ไม่ชำรุดหักบิ่น เสียสภาพ
พระสมเด็จแพ 5 พัน เนื้อผงลาย หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี จัดสร้าง พ.ศ.2534 ( ยุคแรก ) "พระธรรมมุนี" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "หลวงพ่อแพ เขมังกโร" เป็นพระเกจิอาจารย์ อมตะเถระชื่อดังแห่งวัดพิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี ท่านมีนามเดิมว่า แพ ใจมั่นคง เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ.2448 ณ บ้านสวนกล้วย ท่านได้เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2463 ณ วัดพิกุลทอง ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี โดยมีพระอธิการพัน จันทสโร เจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง (ในขณะนั้น) เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่ออายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ ในวันพุธที่ 21 เมษายน 2469 ณ พระอุโบสถ วัดพิกุลทอง โดยมีพระมงคลทิพย์มุนี เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพฯ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสิทธิเดช วัดชนะสงคราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และท่านเจ้าอธิการอ่อน วัดจำปาทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลวงพ่อแพ เป็นพระเถราจารย์ ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ มีลูกศิษย์ลูกหามากมายทั่วประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง วัตถุมงคลที่ท่านจัดสร้างขึ้นทุกรุ่นนั้นปรากฏพุทธคุณเข้มขลังในทุกด้าน ล้วนได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีประสบการณ์มากมาย ตลอดชีวิตของหลวงพ่อแพ ท่านได้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาอย่างอเนกอนันต์ และได้อุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้แก่ประชาชนผู้เดือดร้อนหรือตกทุกข์ได้ยากตลอดมา จนได้รับความเคารพยกย่องถึงกับมีการขนานนามท่านว่า "เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย" เมื่อวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2542 หลวงพ่อแพ ได้ละสังขารอย่างสงบ ณ ห้อง 901 ชั้น 9 อาคารหลวงพ่อแพ เขมังกโร 94 ปี โรงพยาบาลสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี สิริอายุ 94 พรรษา 73 ปัจจุบัน วัดพิกุลทอง ยังคงประดิษฐานสรีระของหลวงพ่อแพเอาไว้ เพื่อให้ญาติโยมและพุทธศาสนิกชนทั่วไป ได้สักการบูชาตลอดมา