เจจีจ้า

ข้อมูลสมาชิก – เจจีจ้า

เริ่มเป็นสมาชิก: February 17, 2012 06:06:57 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 0 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 1424 รายการ , คำติ: 0 รายการ

ประวัติ Feedback


ในวาระครบรอบ๓๐ปี ของการให้บริการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เมื่อ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒ กองทัพอากาศได้ดำริสร้างอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉินขนาดใหญ่สูง ๑๒ ชั้น ที่ทันสมัย เพื่อน้อมเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศลและเสริมสร้างบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมบรรดาผู้ป่วยทั้งหลายไปชั่วกาลนาน สิ้นค่าใช้จ่ายกว่า ๖๐๐ ล้านบาท จากเงินที่ประชาชนทั่วประเทศร่วมใจกันบริจาค ในการรณรงค์หาทุนสร้างอาคาร ”คุ้มเกล้าฯ” และจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยไว้ใช้ในอาคาร ”คุ้มเกล้าฯ” กองทัพอากาศได้จัดสร้างวัตถุมงคล ”คุ้มเกล้า” ขึ้นเพื่อสมนาคุณแก่ผู้มีจิตศรัทธา ให้การสนับสนุน ประกอบด้วยพระพุทธรูปบูชา พระกริ่ง และเหรียญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระปรมาภิไธยย่อ” ภปร.” ประดิษฐานที่เหรียญ และทรงให้ช่างในพระองค์ เป็นผู้ปั้นแบบเหรียญพระบรมรูปด้านหน้าเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ ด้านหลังเป็นพระปรมาภิไธยย่อ”ภปร.” พิธีลงอักขระแผ่นทอง นาก และ เงิน แผ่นยันต์อักขระที่ใช้สร้าง ได้จัดพิธีลงอักขระ ณ. วัดราชบพิธ โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นองค์ประธานพร้อมด้วย สมเด็จพระราชาคณะและพระเถระผู้ใหญ่รวม ๖๐รูป ทำพิธีลงอักขระแผ่น ทอง นาก เงิน เป็นปฐมฤกษ์ หลังจากนั้นได้นำแผ่น ทอง นาก เงิน ไปให้พระเถราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั่วประเทศ จารึกอักขระจนครบ ๑,๒๕๐ รูป... พิธีเททองหล่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเททองหล่อพระพุทธรูป ”คุ้มเกล้าฯ”ณ. วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ซึ่งตรงกับวันที่พระคุณเจ้า ลป.แหวน สุจิณโณ มีอายุครบ๙๗พรรษา โดยมีสมเด็จพระสังฆราชฯ พร้อมด้วยพระเถระผู้ใหญ่ผู้ทรงคุณอีก ๙ รูป เจริญชัยมงคลคาถา ในโอกาสนี้ได้ทรงทำพิธีหลอมแผ่นทอง นาก เงิน ที่ได้ทำพิธีลงอักขระแล้ว เป็นฉนวนนำไปสร้างวัตถุมงคล ”คุ้มเกล้าฯ” ต่อไป พิธีพุทธาภิเษก พิธีปลุกเสกหมู่ใหญ่สนามหลวง ๔ วัน ๔ คืน โดยโยงสายสิญจน์จากพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามมายังปะรำพิธี ณ.ท้องสนามหลวง นิมนต์พระเถรานุเถระผู้ทรงคุณ เกจิย์ดัง ๑๐๘อาจารย์ จากทั่วประเทศผลัดเปลี่ยนกันนั่งปรกปลุกเสกตลอดรวม๔คืน โดยในวันแรกของพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) ทรงเสด็จจุดไฟพระฤกษ์ ณ.พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มอบให้พลอากาศเอก ประพันธ์ ธูปเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศอัญเชิญเข้าขบวนแห่มายังปะรำพิธีจากนั้นในเวลา ๑๙.๑๙ น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯ ได้เสด็จมาจุดเทียนชัยจากไฟพระฤกษ์ เริ่มพิธีพุทธาภิเษกจนถึงรุ่งอรุณของวันที่๔ จึงได้อัญเชิญสมเด็จพระญาณสังวรดับเทียนชัยเป็นอันเส ร็จสิ้นพิธีพุทธาภิเษก นับเป็นพิธีพุทธาภิเษกที่ยิ่งใหญ่


เขียนโดย :pasawat เจ้าของรายการ November 11, 2016 23:51:54


สวยมากครับหมายเลข ๑๓๖๗โค๊ต นะ


เขียนโดย :sarees เจ้าของรายการ November 11, 2016 01:29:11

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/หลวงพ่อคูณ-ปี-2512-2539/6982586


จำนวนสร้างพระรูปเหมือนปั๊มรุ่นแรกรุ่นคุณพระเทพประทานพร 1. ชุดทองคำ 1,000 ชุด ประกอบด้วย ทองคำ, เงิน , นวะโลหะ , ทองฝาบาตร , ทองแดง (พระในชุดทองคำตอกโค้ดและหมายเลขทุกองค์และตอกคนละตำแหน่งกับพระนอกชุดทองคำ) 2. เนื้อเงิน 3,000 องค์ ตอกโค้ดตัว มิ ที่ก้นด้านริมซ้ายมือเรา 3. เนื้อนวะโลหะ 5,000 องค์ ตอกโค้ดตัว มิ ที่ก้นด้านริมขวามือเรา 4. เนื้อทองฝาบาตร 3,000 กว่า องค์ ตอกโค้ดตัว มิ ที่ก้นตรงกลางค่อนขวามือเรา 5. เนื้อทองแดง 20,000 องค์ ตอกโค้ดตัว มิ ก้นตรงกลางค่อนซ้ายมือเรา สร้างเต็มตามจำนวนในใบเพอร์ชัวร์ทุกรายการ ยกเว้นพระรูปเหมือนปั๊มเนื้อทองฝาบาตรทำได้แค่เพียงสามพันกว่าองค์ เนื่องจากบล็อกทั้งหมดชำรุด พระรุ่นคุณพระเทพประทานพร ที่มีความสวยงามนี้ก็เพราะได้ช่างตุ้ม โรงงานโสภณโลหะภัณฑ์ นายช่างฝีมือดีรับงานทำให้ทั้งรูปเหมือนปั๊ม ,เหรียญรูปไข่ , เหรียญเสมา และพระผงรูปเหมือน ลำดับการปั๊มในแต่ละเนื้อ เนื้อทองแดงปั๊มก่อนเป็นเนื้อแรกจึงมีความสวยงามมากที่สุด อีกทั้งยังรมน้ำตาลหรือเรียกว่ารมมันปูตามอย่างรูปหล่อก้นระฆังของหลวงพ่อพรหมอีกด้วย ถัดมาก็เป็นเนื้อนวะโลหะเสร็จแล้วจึงเป็นเนื้อทองคำแล้วก็ตามด้วยเนื้อเงิน ส่วนเนื้อทองฝาบาตรปั๊มเป็นเนื้อสุดท้าย ปั๊มได้สามพันกว่าองค์ ปรากฏว่าบล็อคชำรุดยิ่งเร็วมาก จนช่างบอกว่าไม่ไหวแล้ว ขอพอแค่นี้ พระเนื้อทองฝาบาตรส่วนใหญ่สีจะไม่สวยกะดำกะด่าง จึงได้คัดส่วนที่สีพอดูได้นำไปเข้าชุดทองคำและพระที่เหลือก็นำไปชุบอีกทีให้สวยงามขึ้น ภาษาช่างเขาเรียกว่า นำเอาไปจ่าเงา จึงเป็นแบบที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ November 09, 2016 18:02:38


@@@@@@@เหรียญเสมา 3 รอบมหาราช ปี 06 ปลุกเสก พิธีใหญ่ ปี พ.ศ.ลึก ทรงคุณค่า น่าบูชาและสะสม สุดยอดพิธีที่มีเกจิอาจารย์ทั่วประเทศปลุกเสก!! ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งแห่งยุค ประวัติการสร้าง.... เหรียญอนุสรณ์มหาราช เหรียญเสมา 3 รอบ รัชกาลที่ 9 มีคนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้ว่า เหรียญนี้ไม่ใช่แค่เป็นเหรียญที่ระลึก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุครบ 3 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2506 เท่านั้น แท้จริงเป็นเหรียญที่ได้ผ่านพิธีการปลุกเสกอย่างยิ่งใหญ่ ณ อุโบสถวัดราชบพิธ ถึง 2 วาระด้วยกัน โดยพระคณาจารย์ที่โด่งดังในปี 2506 ซึ่งพระเครื่องของท่านเหล่านั้น ปัจจุบันเราเล่นหากันเป็นแสนเป็นล้าน เช่น อาจารย์ทิม วัดช้างไห้ ผู้สร้างหลวงพ่อทวดอันลือลั่น หลวงพ่อเงินวัดดอนยายหอม หลวงพ่อเต๋ พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ฯลฯ ใครที่รู้แล้วก็ถือเป็นการทบทวนความจำนะครับ ส่วนใครที่ยังไม่รู้ ...เมื่ออ่านพิธีการปลุกเสกแล้วก็รีบหานะครับ ใช้คุ้มครองตนเองเหมือนพระเครื่อง..แถมเป็นมงคลที่ยิ่งใหญ่กับชีวิตอีกด้วย เหรียญอนุสรณ์มหาราช สร้างในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเฉลิมพระชนม์พรรษาครบ 3 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2506 เหรียญเสมา (รูปอาร์มหรือโล่ห์) ขนาด 1.8 X 1.6 ซ.ม. เป็นเนื้ออัลปาก้า (เนื้อเงินและทองคำก็มี) ผ่านพิธีปลุกเสกใหญ่ ณ อุโบสถวัดราชบพิธ 2 วาระด้วยกัน ดังนี้ 1. ครั้งแรกวันที่ 29-30 พ.ย.2506 2. และระหว่างวันที่ 5-6-7 เมษายน 2507 รายนามพระคณาจารย์ที่ได้รับอาราธนามานั่งปรกบริกรรม วันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2506 ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธ (พิธีครั้งที่ 1) 1. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา 2. หลวงพ่อพระครูโพธิสารประสาธน์ วัดโพธิสัมพันธ์ บางละมุง ชลบุรี 3. หลวงพ่อพระวรพจรน์ปัญญาจารย์ วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี 4. หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน แม่ทะ ลำปาง 5. หลวงพ่อพระราชหระสิทธิคุณ วัดราชธานี สุโขทัย 6. หลวงพ่อเงิน (พระราชธรรมาภรณ์ )วัดดอนยายหอม นครปฐม 7. หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม 8. พ่อท่านคล้าย วัดสวนขวัญ ฉวาง นครศรีธรรมราช 9. พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) วัดช้างไห้ ปัตตานี รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสกวันที่ 5 เมษายน 2507 1. พระสุเมธมุนี เจ้าคณะวัดบางหลวง ปทุมธานี 2. พระสุนทรศีลสมาจาร (หลวงพ่อผล) วัดหนัง ธนบุรี 3. พระครูปลัดบุญรอด วัดประดู่พัฒนาราม นครศรีธรรมราช 4. หลวงพ่อทบ วัดสว่างอรุณ ชนแดน เพชรบูรณ์ 5. พระครูนนทกิจวิมล ( หลวงพ่อชื่น) วัดตำหนักเหนือ นนทบุรี 6. หลวงพ่อบัว วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี 7. พระครูพุทธมนต์วราจารย์ (พระปลัดสุพจน์) วัดสุทัศน์ พระนคร 8. พระครูบวรธรรมกิจ (หลวงปู่เทียน) วัดโบสถ์เชียงราก ปทุมธานี 9. หลวงพ่อหอม วัดขากหมาก ระยอง รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสกวันที่ 6 เมษายน 2507 1. พระครูพิทักษ์วิการกิจ (หลวงพ่อสา) วัดราชนัดดา พระนคร 2. พระครูสถาพรพุทธมนต์(หลวงพ่อสำเนียง) วัดเวฬุวนาราม บางเลน นครปฐม 3. พระครูธรรมิตรนุรักษ์ วัดเขาหลัก ท่าศาลา นครศรีธรรมราช 4. พระครูรักขิตวันมุนี (หลวงพ่อถีร์) วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี 5. พระเทพสังวรวิมล (หลวงพ่อเจียง) วัดเจริญสุขาราม สมุทรสงคราม 6. หลวงพ่อสำเภา วัดหงส์รัตนาราม บางกอกใหญ่ ธนบุรี 7. พระครูบาวัง วัดบ้านเด่น จ.ตาก 8. พระมุจรินทร์โมลี (หลวงปู่ดำ) วัดมุจรินทร์ หนองจิก ปัตตานี รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสกวันที่ 7 เมษายน 2507 1. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก บางไทร อยุธยา 2. พระครูโพธิสารประสาธน์ (อาจารย์บุญมี) วัดโพธิสัมพันธ์ ชลบุรี 3. พระวราพจน์ปัญญาจารย์ (หลวงพ่อวัดป่า) วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี 4. หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน แม่ทะ ลำปาง 5. พระราชประสิทธิคุณ (หลวงพ่อทิม) วัดราชธานี สุโขทัย 6. พระราชธรรมาภรณ์ (หลวงพ่อเงิน) วัดดอนยายหอม นครปฐม 7. หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม 8. พระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อเมี้ยน) วัดพระเชตุพน พระนคร 9. พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) วัดช้างไห้ โคกโพธิ์ ปัตตานี การเริ่มพิธีนั้น พระเจริญคาถาภารวาณจะ ตั้งแต่เวลา 15.00 น.ของแต่ละวัน พระคณาจารย์ทุกรูปจะผลัดเปลี่ยนกันนั่งปรกบริกรรมกันตลอดเวลา จนตลอดรุ่งของทุกวัน จนถึงเช้าตรู่วันที่ 8 เมษายน 2507 เวลา 6.00 น. พระอาจารย์ที่นั่งปรกวันที่สามทั้งหมดทุกรูปประชุมพร้อมกันปลุกเสกเงียบเป็นเวลา 30 นาที พอครบเวลาตามที่กำหนด เจ้าหน้าที่ลั่นฆ้องชัย พราหมณ์ เป่าสังข์แกว่งบัณเฑาะว์ ปี่พาทย์ทำเพลง 3 ลา พระคณาจารย์ทุกรูปประพรมน้ำพุทธมนต์เหรียญเสมาทั้งหมดที่เข้าพิธีเสร็จแล้วเจิม พระพิธีธรรมเจริญคาถาดับเทียนชัย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ดับเทียนชัย พราหมณ์เริ่มพิธีเบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชเป็นเสร็จการพิธี ##### พระดี พิธีใหญ่ ปี พ.ศ.ลึก


เขียนโดย :เจ้าสัวณัฐฯ เจ้าของรายการ November 08, 2016 01:27:40


+++ เนื้อทองแดง พร้อมตลับเดิม ๆ ครับ +++


เขียนโดย :ขุนพลเมืองแพร่ เจ้าของรายการ November 08, 2016 00:06:05

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระสมเด็จทั่วไป/6959683


สมเด็จหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี  รุ่นแพ 4 พัน เนื้อผง จัดสร้าง พ.ศ. 2534 ด้านหลังมีตรายาง และรอยจารหมึก สภาพสวยแท้ ครบสูตร องค์นี้ บล็อกแรก สังเกตจากด้านข้างมีตุ่มนูน รับประกันพระแท้ตลอดไป  พระอยู่ในสภาพเดิม  ไม่ชำรุดหักบิ่น เสียสภาพ  


เขียนโดย :เฮียตุ้ย เจ้าของรายการ October 31, 2016 01:59:45


ขุนแผนมนุญโญ 65ปี หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ จ.ระยอง ขุนแผนมนุญโญ 65ปี พ.ศ. 2546 พิมพ์เล็ก เนื้อผงพรายกุมาร ฝังเส้นเกศาโรยผงแร่จีน่า เลขโค๊ต8927 พร้อมกล่องเดิม


เขียนโดย :มอสแสงเกตุ เจ้าของรายการ October 30, 2016 16:04:06

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระสมเด็จทั่วไป/6954341


พระสมเด็จแพ 5 พัน  เนื้อผงลาย หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี จัดสร้าง พ.ศ.2534 ( ยุคแรก )          "พระธรรมมุนี" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "หลวงพ่อแพ เขมังกโร" เป็นพระเกจิอาจารย์ อมตะเถระชื่อดังแห่งวัดพิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี ท่านมีนามเดิมว่า แพ ใจมั่นคง เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ.2448 ณ บ้านสวนกล้วย ท่านได้เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2463 ณ วัดพิกุลทอง ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี โดยมีพระอธิการพัน จันทสโร เจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง (ในขณะนั้น) เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่ออายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ ในวันพุธที่ 21 เมษายน 2469 ณ พระอุโบสถ วัดพิกุลทอง โดยมีพระมงคลทิพย์มุนี เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพฯ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสิทธิเดช วัดชนะสงคราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และท่านเจ้าอธิการอ่อน วัดจำปาทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลวงพ่อแพ เป็นพระเถราจารย์ ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ มีลูกศิษย์ลูกหามากมายทั่วประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง วัตถุมงคลที่ท่านจัดสร้างขึ้นทุกรุ่นนั้นปรากฏพุทธคุณเข้มขลังในทุกด้าน ล้วนได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีประสบการณ์มากมาย  ตลอดชีวิตของหลวงพ่อแพ ท่านได้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาอย่างอเนกอนันต์ และได้อุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้แก่ประชาชนผู้เดือดร้อนหรือตกทุกข์ได้ยากตลอดมา จนได้รับความเคารพยกย่องถึงกับมีการขนานนามท่านว่า "เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย" เมื่อวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2542 หลวงพ่อแพ ได้ละสังขารอย่างสงบ ณ ห้อง 901 ชั้น 9 อาคารหลวงพ่อแพ เขมังกโร 94 ปี โรงพยาบาลสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี สิริอายุ 94 พรรษา 73 ปัจจุบัน วัดพิกุลทอง ยังคงประดิษฐานสรีระของหลวงพ่อแพเอาไว้ เพื่อให้ญาติโยมและพุทธศาสนิกชนทั่วไป ได้สักการบูชาตลอดมา  


เขียนโดย :เฮียตุ้ย เจ้าของรายการ October 29, 2016 10:08:11

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุด-จ.นครปฐม/6942435


รับประกันความพอใจภายในระยะเวลา 30วัน นับตั้งแต่วันที่ท่านได้รับพระ หากไม่ถูกใจยินดีคืนเงินเต็มจำนวนไม่หักเปอร์เซ็นต์ ** พระต้องอยู่ในสภาพเดิม ไม่ชำรุดหักบิ่น เสียสภาพ ล้างผิว  โอนเงินแล้ว กรุณาแจ้งที่อยู่จัดส่งให้ชัดเจนด้วยครับ  ยอดปิดไม่ถึง500ส่งแบบลงทะเบียนนะครับ ขอบคุณครับ


เขียนโดย :anonpimprong เจ้าของรายการ October 27, 2016 11:42:54

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/6943895


พระสมเด็จแพ 5 พัน  เนื้อผงลาย หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี จัดสร้าง พ.ศ.2534 ( ยุคแรก )          "พระธรรมมุนี" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "หลวงพ่อแพ เขมังกโร" เป็นพระเกจิอาจารย์ อมตะเถระชื่อดังแห่งวัดพิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี ท่านมีนามเดิมว่า แพ ใจมั่นคง เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ.2448 ณ บ้านสวนกล้วย ท่านได้เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2463 ณ วัดพิกุลทอง ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี โดยมีพระอธิการพัน จันทสโร เจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง (ในขณะนั้น) เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่ออายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ ในวันพุธที่ 21 เมษายน 2469 ณ พระอุโบสถ วัดพิกุลทอง โดยมีพระมงคลทิพย์มุนี เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพฯ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสิทธิเดช วัดชนะสงคราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และท่านเจ้าอธิการอ่อน วัดจำปาทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลวงพ่อแพ เป็นพระเถราจารย์ ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ มีลูกศิษย์ลูกหามากมายทั่วประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง วัตถุมงคลที่ท่านจัดสร้างขึ้นทุกรุ่นนั้นปรากฏพุทธคุณเข้มขลังในทุกด้าน ล้วนได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีประสบการณ์มากมาย  ตลอดชีวิตของหลวงพ่อแพ ท่านได้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาอย่างอเนกอนันต์ และได้อุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้แก่ประชาชนผู้เดือดร้อนหรือตกทุกข์ได้ยากตลอดมา จนได้รับความเคารพยกย่องถึงกับมีการขนานนามท่านว่า "เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย" เมื่อวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2542 หลวงพ่อแพ ได้ละสังขารอย่างสงบ ณ ห้อง 901 ชั้น 9 อาคารหลวงพ่อแพ เขมังกโร 94 ปี โรงพยาบาลสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี สิริอายุ 94 พรรษา 73 ปัจจุบัน วัดพิกุลทอง ยังคงประดิษฐานสรีระของหลวงพ่อแพเอาไว้ เพื่อให้ญาติโยมและพุทธศาสนิกชนทั่วไป ได้สักการบูชาตลอดมา  


เขียนโดย :เฮียตุ้ย เจ้าของรายการ October 26, 2016 08:39:49

หน้าที่ :  37