พระสวยเดิมๆๆครับ เนื้อหาจัดมากเพราะมีผงพระสมเด็จวัดระฆังผสมอยู่ในเนื้อมวลสารด้วยครับ มีบัตรรับรองแล้วครับ รับประกันตามกฏครับ
พระสภาพสวยกล่องเดิมๆ ปี2532 ออกวัดบ้านไร่ รับประกันพระแท้ จัดส่งพร้อมบัตรครับ ราคาวัดใจ
รับประกันตามกฏดีดีพระ ไม่ถึง5000ส่งออกบัตรเองนะคะ
ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมจ๊ะ
รับประกันตามกฎดีดี ไม่ถึง 5000 ส่งออกบัตรเองไม่แท้คืนเงิน 100 % เต็ม
รับประกันตามกฏดีดีพระ ไม่แท้คืนเงิน 100 % เต็ม
ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมจ๊ะ
นปี พ.ศ. 2506 ชาวบ้านในท้องถิ่น ได้พร้อมใจกันสร้างรูปหล่อหลวงพ่อปานขึ้นอีกองค์หนึ่งเพื่อจัดงานประจำปีของอำเภอบางบ่อ โดยมีผู้ริเริ่มคือ พ.ต.ท.บุญศรี จันทนชาติ อดีตนายอำเภอบางบ่อ นายวุฒิศาล ศุภพิพัฒน์ และนายแพทย์นุภาพ พงษ์พูนสิน อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางบ่อ ในความตั้งใจของผู้ริเริ่มนั้น นอกจากจะหล่อรูปหลวงพ่อปานขึ้นไว้จัดงานประจำปีแล้ว ยังมีความคิดว่าถ้านำหลวงพ่อมาประดิษฐ์ฐานไว้ที่สถานีอนามัยชั้น 1 อำเภอบางบ่อ(ปัจจุบันคือโรงพยาบาลบางบ่อ) ก็คงจะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้ผู้ป่วยได้สักการะบูชาระหว่างที่ต้องพักรักษาตัวได้อีกทางหนึ่งด้วย สำหรับทองที่นำมาหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อปานองค์ใหม่นี้ ก็ได้จากศรัทธาของประชาชนชาวอำเภอบางบ่อและใกล้เคียง โดยให้ นายฟุ้ง อ้นเจริญ เจ้าหน้าที่สำนักงานไตรสรณาคม บ้านเลขที่ 322/2 ตรอกวัดวิเศษการ ซึ่งเป็นนายช่างฝีมือดี เป็นผู้ปั้นปูนรูปหุ่นองค์หลวงพ่อเพื่อนำมาใช้เป็นแม่แบบเททองในวันงาน ซึ่งในระหว่างการหล่อรูปหลวงพ่อนี้ก็มีสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิ ในฤกษ์เททอง เวลา 10.00 น. วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2506 นั้น ก่อนถึงเวลาแดดร้อนจัดจนผู้อยู่ในบริเวณงานเหงื่อโทรมกาย แต่ครั้นเมื่อถึงเวลาฤกษ์เททองก็เกิดพระอาทิตย์ทรงกลด แสงแดดอ่อนตัวลงอยู่จนเททองเสร็จ จนผู้มาร่วมงานต่างก็อื้ออึงกันถึงบารมีของหลวงพ่อ ในฤกษ์ถอดแบบ เวลา 15.00 น. วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2506 นั้น อากาศอบอ้าวและร้อนจัดมากจนช่างหล่อคนหนึ่งซึ่งกำลังกะเทาะแบบเพื่อจะถอดแบบพูดขึ้นมาดังๆ ว่า "หลวงพ่อ ถ้าหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์จริง ขอลมขอฝนหน่อย ลูกๆ จะได้เย็น" ไม่นานจากนั้นก็เกิดลมพายุทั้งฝนทั้งฟ้าคนองจน โรงลิเก โรงงิ้ว เวทีรำวง เวทีมวยพังราบไปหมด ชาวบ้านต้องวิ่งเก็บเสื้อผ้าข้าวของที่ปลิวว่อนกันอลหม่าน ทำเอาช่างที่เอ่ยขอลมขอฝนถึงกับตัวสั่นต้องนั่งประนมมือขอขมาอภัยเป็นการใหญ่ หัวหน้าช่างถึงกับประกาศไล่ช่างคนที่พูดว่า "มึงเก็บข้าวของกลับบ้านไปเลย หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์อย่างนี้ มึงพูดเล่นได้อย่างไร" ในการทำพิธีเบิกเนตร โดยพระครูวามเทพมุณีพราหมณ์ใหญ่แห่งประเทศไทย ตอนตี 5 วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2506 ก็เหตุมหัศจรรย์ขึ้นเช่นกัน ทั้งที่เป็นฤดูร้อนแต่วันนั้นกลับเกิดหมอกลงจัด อากาศก็หนาวเย็นเยือกจนตัวสั่น จนโกเอ็ก(คุณสุวิทย์ เข่งเฮง พ่อคุณสมศักดิ์ เข่งเฮง อดีตนายกเทศมนตรีอำเภอบางบ่อ) ถึงกับต้องเอาผ้าผืนใหญ่มาคลุมตัวไว้ เมื่อหล่อรูปหลวงพ่อปานเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้อาราธนาหลวงพ่อไปประดิษฐานไว้ในห้องจ่ายบัตรของสถานอนามัยชั้น 1 อำเภอบางบ่อ(โรงพยาบาลบางบ่อ) จนคืนหนึ่งในปี พ.ศ. 2508 นายแพทย์อนุภาพ พงษ์พูนสิน ได้ฝันเห็นหลวงพ่อปานกำลังเดินลงจากสถานีอนามัย จึงวิ่งเข้าไปนมัสการหลวงพ่อว่าหลวงพ่อกำลังจะไปไหน ท่านก็บอกว่าอยู่ไม่ไหวในห้องมันร้อนเหลือเกิน หมอจึงอ้อนวอนให้ท่านกลับไปอยู่ที่อนามัยก่อนแล้วจะสร้างมณฑปให้ท่าน หลวงพ่อจึงบอกว่าเมื่อหมอขอร้องก็จะอยู่ที่อนามัยกับหมอ รุ่งเช้านายแพทย์อนุภาพจึงได้เล่าความฝันให้ผู้ใกล้ชิดทราบและได้ขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาเพื่อสร้างมณฑปให้หลวงพ่อปาน โดยสร้างเป็นมณฑปไม้ไว้ด้านหน้าสถานีอนามัยริมคลองสำโรง ซึ่งแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2508 ก่อนจะได้อาราธนาหลวงพ่อขึ้นประดิษฐานมาจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันมณฑปที่ประดิษฐานตั้งอยู่ทางเข้าหน้าโรงพยาบาลบางบ่อริมถนนเทพารักษ์ โดยมีการปรับปรุงซ่อมแซมหลายครั้งเพื่อให้สง่างามสมกับที่เป็นที่เคารพสักการะบูชาของชาวอำเภอบางบ่อและใกล้เคียง ขอบคุณข้อมูลจากhttp://th.wikipedia.org
เนื้อว่านดอกทองพิมพ์ใหญ่สร้างทั้งหมด 999 องค์เท่านั้นนะจ๊ะพี่ มีส่วนผสมเถ้ากระดูกหลวงปู่ทิม ในตลาดไม่มีแล้วนะจ๊ะ