tanatwat

ข้อมูลสมาชิก – tanatwat

เริ่มเป็นสมาชิก: August 30, 2015 15:00:45 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 0 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 278 รายการ , คำติ: 0 รายการ

ประวัติ Feedback

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อดิน/7049794


รายนามพระเกจิที่มาร่วมอธิตฐานจิต มีดังต่อไปนี้ 1.หลวงปู่สาม วัดป่าไตรวิเวก 2.หลวงปู่สิงห์ วัดป่าสาละวัน 3.หลวงปู่ฝั้น วัดอุดมสมพร 4.หลวงปู่เทศน์ เทศรังสี 5.หลวงปู่ชอบ ฐานสโม 6.หลวงปู่อ่อน ญาณศิริ 7.หลวงพ่อจวน วัดภูทอก 8.หลวงพ่อลี วัดอโศการาม ประสบการณ์มากมาย ชาวสมุทรปราการทราบกันดี พระดีราคาไม่แพง แถมของเก๊เพียบ องค์นี้มาพร้อมบัตรรับรอง พลาดไม่ได้ครับ   หายากขึ้นทุกวันครับ ตัวจริงหายากสุดๆ ของเก๊เกลื่อนสนามครับ องค์นี้ตัวจริงเสียงจริงครับ มาพร้อมกับบัตรรับรองเช่าหาสบายใจได้ครับ   ของดีไม่ควรพลาดครับ นานๆจะพบเจอตัวจริงสักองค์ครับ   รับประกันตามกฎทุกประการครับ   ปล.ผู้ชนะการประมูลเมื่อโอนแล้วรบกวนแจ้งใน mailbox ให้ทราบด้วยนะครับ เพื่อการจัดส่งที่รวดเร็ว ขอบพระคุณมากครับ


เขียนโดย :เหน่งบางคู้13 เจ้าของรายการ December 09, 2016 10:10:02


บางขุนพรหมปี 31 พิมพ์เจดีย์ 2ตรายาง พระดีพิธีชัดเจนเก็บสวย ************** เคาะเดียววัดใจ 20 **************


เขียนโดย :ชายพระเครื่อง เจ้าของรายการ December 08, 2016 02:37:32

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7039174


พระชุดวัดประสาทบุญญาวาส กรุงเทพฯ ปี ๒๕๐๖ มวลสารผสมผงวัดระฆัง และสมเด็จบางขุนพรหม จัดสร้างโดย " พระครูสมุห์อำพล" อดีตเจ้าอาวาสวัดประสาทฯ ในช่วงปี ๒๕๐๕ - ๒๕๐๙ มวลสารผสมผงวัดระฆังฯ โดยท่านพยายามเสาะหาผงวิเศษจากหลายๆพระอาจารย์รวมทั้งชิ้นส่วนพระเครื่องแตกหักเก่าๆทั้งพระกรุและพระเกจิอาจารย์นับไม่ถ้วน โดยเฉพาะชิ้นส่วนแตกหักของ "สมเด็จบางขุนพรหมกรุใหม่" ที่ทางวัดเปิดกรุ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ มีจำนวนหลายลังทีเดียว ว่ากันว่า พระผงวัดประสาทฯ มีชิ้นส่วนแตกหักของพระสมเด็จบางขุนพรหมมีผสมอยู่มากกว่าสมเด็จบางขุนพรหม ๐๙ เสียอีก พระเกจิที่มาร่วมพิธีวัดประสาทฯ นั้นก็มีมากถึง ๒๐๐ กว่ารูป จนนั่งภายในพระอุโบสถไม่หมด ต้องให้นั่งข้างนอกพระอุโบสถแล้วโยงสายสิญจน์ออกมา พิธีในครั้งนั้นจัดว่าเป็นพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลที่ยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดนับแต่พิธีปลุกเสกพระเครื่องฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ เป็นต้นมา ***เกจิที่ร่วมพิธีปลุกเสก อาทิ เช่น *** อาจารย์ทิม วัดช้างไห้ ลพ.คล้าย วัดสวนขัน ลพ.ดิษฐ์ วัดปากสระ ลพ.น้อย วัดธรรมศาลา ลพ.ใจ และ ลพ. พล วัดวังยายหุ่น ลป.โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ลพ.แดง วัดเขาบันไดอิฐ ลพ.มุ่ย วัดดอนไร่ ลพ.เงิน วัดดอนยายหอม ลพ.กวย วัดโฆสิตาราม ลพ.พรหม วัดช่องแค ลพ.ทบ วัดชนแดน ลป.ทิม วัดละหารไร่ ลป.เขียว วัดหรงมล ลพ.จง วัดหน้าต่างนอก ลป.ดู่ วัดสะแก ลป.สี วัดสะแก ลพ.แพ วัดพิกุลทอง ลป.นาค วัดระฆังฯ ลป.หิน วัดระฆังฯ


เขียนโดย :pire2499 เจ้าของรายการ December 07, 2016 07:50:34


เวปประมูลก็ต้องเคาะประมูล ชิมิๆ เคาะกันวันละนิดจิตแจ่มใส พี่ๆแต่ละท่านก็มี ((( สไตล์ ))) ที่แตกต่างกัน อย่าว่างั้นงี้เลย ปอดกับหัวใจนู๋ไม่ค่อยแข็งแรง " พี่ๆคงไม่ปล่อยให้นู๋เร้าใจอยู่คนเดียวนะคร๊าบบบ "   พี่ๆแวะชมดูแล้วล็อคอินกันรึยังจ๊ะ วันนี้เปิด พรุ่งนี้ปิด ??? ลับแป้นรอกันเร้ยยย..ไม่เก็บวันนี้วันหน้าจะไม่มีให้เก็บนะจ๊ะ   พระสมเด็จเก้าชั้นหูบายศรี  หลวงปู่นาค  วัดระฆังฯ  กทม. เนื้อผง  (((  สูง 4.20 ซ.ม.  )))  เก่าตามสภาพ ...คลาสสิคสุดๆ ควรค่าแก่การบูชา น่าสะสมจังเลย คร๊าบ...   (เพื่อความอุ่นใจ..พี่ๆลองเช็คราคานอกเวปดูก่อนเข้าร่วมประมูลนะคร๊าบบบ ^_^) หมายเหตุ ทุกข้อสงสัยล้วนมีคำตอบ สงสัยเรื่องใดเมล์ถามข้อมูลได้เลยคร๊าบบบ พี่ๆ ชาวดี ดี..... *** จัดส่งพระตามรูป รับประกันตามกฎเวป *** ผู้ชนะการประมูลโอนเงินแล้วรบกวนฝากข้อความในกล่องข้อความหรือโทร.แจ้งก็ได้นะครับ เพื่อความรวดเร็วในการจัดส่ง จัดส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน ปลอดภัย ไร้กังวล คร๊าบ... ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเยี่ยมชมหรือเข้าร่วมการประมูล ขอบพระคุณคร๊าบบบ ^_^


เขียนโดย :thaiart เจ้าของรายการ November 30, 2016 07:31:58


พระสมเด็จพิมพ์เจ็ดชั้น(ซุ้มมีจุด) จัดสร้างโดยวัดเกศไชโยวรวิหาร อ.ไชโย จ.อ่างทอง เมื่อปี พ.ศ.2515 (เสาร์ห้า) องค์พระมีขนาด 2.7 x 3.7 cm โดยมีพุทธลักษณะเนื้อผงสีขาวนวล ด้านหน้าเป็นพระพุทธปางสมาธิ ฐานเจ็ดชั้น ส่วนด้านหลังเรียบ องค์พระสถาพสมบูรณ์ครับ มวลสารดี พระสมเด็จวัดเกศไชโย จังหวัดอ่างทองเป็นพระเนื้อปูนขาว สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรังสี) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆษิตาราม ในสมัยรัชกาลที่ 4 กรุงรัตนโกสินทร์ พระสมเด็จวัดเกศไชโยฯ สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2409 พุทธศิลปะอยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์สมเด็จวัดเกศไชโย ตาม ความนิยมในวงการพระเครื่องมี 3 พิมพ์ด้วยกัน คือ 1. พิมพ์ 7 ชั้น 2. พิมพ์ 6 ชั้น อกตัน 3. พิมพ์ 6 ชั้น อกตลอด โดยทุกพิมพ์มีลักษณะร่วมคือ อกร่อง หูบายศรี และ จะต้องมีขอบกระจกยกขึ้นเป็นฐานรองรับพิมพ์ไว้อีกชั้นหนึ่งทุกองค์ ......จากการบันทึกของพระยาทิศโกษา (สอน โลหะนันทน์) และนายกนก สัชฌุกร ซึ่งได้บันทึกจากการบอกเล่าของ พระธรรมถาวร จันทโชติ สามเณรที่ช่วยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรังสี) ตำผงเพื่อสร้างพระสมเด็จประมาณปี พ.ศ. 2409 ที่วัดระฆังโฆษิตารามฯ พระที่สร้างขึ้นในสมัยนั้นมีทั้ง 3 ชั้น และ 7 ชั้น ซึ่งพิมพ์ 7 ชั้น ได้นำไปบรรจุไว้ที่วัดเกศไชโยฯ จังหวัดอ่างทองพระสมเด็จวัดเกศไชโย พระยาทิพโกษาฯ ได้บันทึกไว้ว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรังสี) เป็นผู้สร้าง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับโยมมารดา มีชื่อว่า"เกศ" และตามี ชื่อว่า"ไช" พระสมเด็จจึงถูกขนานนามตามชื่อวัดว่า " สมเด็จวัดเกศไชโย " สมเด็จพระพุฒาจารย์ ท่านสร้างพระสมเด็จพิมพ์ 7 ชั้น นี้ที่วัดระฆังโฆษิตารามฯ แล้วนำมาแจกและบรรจุไว้ในกรุวัดไชโยวรวิหาร ในคราวที่สมเด็จพระพฒาจารย์ฯ ได้สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่วัดนี้


เขียนโดย :pire2499 เจ้าของรายการ November 30, 2016 06:30:32


สมเด็จเกศไชโย รุ่นสร้างเขื่อน พิมพ์ ๗ ชั้นสร้างปี ๒๔๙๕  ************ นำมาวัดใจครับ 100 ************** เดิมวัดไชโย เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงหน้าฝนน้ำเหนือไหลบ่าลงมาทุกปี ปริมาณน้ำสูงมากทำให้ตลิ่งหน้าวัดถูกน้ำเซาะจนทำให้เสียหายทุกปี ทางวัดจึงจัดหาทุนสร้างเขื่อนกั้นน้ำ พระอาจารย์วร เจ้าอาวาสขณะนั้น และกรรมการวัดได้นำมวลสาร ชิ้นส่วนที่ชำรุดแตกหักของพระสมเด็จวัดเกศไชโยเก่าเดิม ผงมวลสารของพระเกจิอาจารย์ต่างๆ และผงมวลสารเก่าที่เก็บรวบรวมไว้ มาสร้างเป็นพระสมเด็จ ๗ ชั้น , ๓ ชั้น และพระคะแนน พิธีปลุกเสกพระสมเด็จ ๗ ชั้น, ๓ ชั้นและพระคะแนน พิธีใหญ่วัดเกศไชโยวรวิหาร อ่างทอง ในเดือน เมษายน พศ.๒๔๙๕ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ นอกจากจะนิมนต์พระเกจิจารย์ดังในยุคนั้นแล้ว ยังได้อัญเชิญบารมี สมเด็จพุทธจารย์โต พรหมรังษี ด้วยการอธิฐานจิต โยงด้ายสายสิญจน์จากรูปหล่อสมเด็จพุทธจารย์โต พรหมรังสี ไปยังพระสมเด็จเกศไชโย รุ่นสร้างเขื่อนด้วย การกดพิมพ์พระสมเด็จเกศไชโย รุ่นสร้างเขื่อน ใช้วิธีการกดพิมพ์แบบโบราณ ผู้กดพิมพ์ต้องนุ่งขาว ห่มขาว ถือศีล ๕ กินเจ และอารธนาพระพุทธมนต์ในขณะกดพิมพ์พระสมเด็จเกศไชโย รุ่นสร้างเขื่อน การกดพิมพ์พระด้วยมือแบบโบราณ เก็บอย่างดีสวย ตัดได้ยาวด้วยครับ  


เขียนโดย :ชายพระเครื่อง เจ้าของรายการ November 30, 2016 02:49:15

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อดิน/7028018


พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์ ถือกำเนิดที่ วัดพระยาสุเรนทร์ ตำบลสามวา อำเภอมีนบุรีเดิมวัดนี้ชื่อ "วัดบึงพระยาสุเรนทร์" ด้วยบริเวณใกล้ๆ ที่ตั้งวัดมีบึงขนาดใหญ่แต่ขณะนี้ทางวัดได้ดำเนินการถมบึงดังกล่าวแล้ว จนไม่สามารถทราบว่า ในอดีตเคยมีบึงใหญ่มาก่อน คือ ถมดินจนสูงเสมอ พื้นโดยรอบ นอกจากนี้ยังเปลี่ยนชื่อวัดเป็น "วัดพระยาสุเรนทร์" โดยตัดคำว่า "บึง " ออกไป แต่อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านละแวกนั้นตลอดจนนักสะสมพระเครื่องทุกระดับชั้น ก็ยังคงเรียกชื่อ "วัดบึงพระยาสุเรนทร์" เหมือนเดิมเพราะคุ้นหู และติดปากมาโดยตลอด ประวัติพระยาสุเรนทร์ ท่านเจ้าพระยาสุเรนทร์ราชเสนา (พึ่ง สิงหเสนี) บุตรของ ท่านพระยามุขมนตรี และเป็นหลานของท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์สิงหเสนี) ต้นตระกูลสิงหเสนี รับราชการทหารในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็น"พระยา" ถือศักดินา 4,000 ไร่ จึงออกไปจับจองที่ตามศักดินา ณ อาณาบริเวณอันเป็นที่ตั้งวัดบึงพระยาสุเรนทร์ในขณะนี้ เมื่อจับจองที่ตามศักดินาแล้วท่านได้ปลูกบ้านบริเวณบ้านฉาง ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านใต้ของวัดประมาณ 10 เส้น โดยเว้นช่วงที่ตรงบึงขนาดใหญ่ หรือบึงพระยาสุเรนทร์ จำนวน 48 ไร่ ไว้ ต่อมาท่านได้สร้างวัดขึ้น คือ วัดบึงพระยาสุเรนทร์ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2431 ในชีวิตบั้นปลายของ เจ้าพระยาสุเรนทร์ได้หันเหเข้ามาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่วัดบึงพระยาสุเรนทร์ที่ท่านได้สร้างไว้ และอุปถัมภ์เสมอมา โดยถือศีลและบวชเณรด้วย ( เหตุที่ท่านไม่อุปสมบทเป็นพระ เพราะมีโรคประจำตัว คือริดสีดวง คนโบราณเขาถือ) ใครสร้าง พระสมเด็จ บึงพระยาสุเรนทร์ ?  หลังจาก เจ้าพระยาสุเรนทร์ สร้างวัดบึงพระนาสุเรนทร์และได้บรรพชาเป็นสามเณรท่านได้สร้างพระพิมพ์ เพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาตามคตินิยมแต่โบราณแล้วนำส่วนหนึ่งแจกแก่ผู้ต้องการนำไปบูชาติดตัวนอกนั้นบรรจุในองค์พระเจดีย์ข้างบึงพระยาสุเรนทร์และได้ฐานชุกชีพพระประธานในพระอุโบสถ ท่านอธิการดวง สิงหเสนี เจ้าอาวาสวัดบึงพระยาสุเรนทร์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของ เจ้าพระยาสุเรนทร์ ได้สืบเสาะเกี่ยวกับประวัติการสร้างพระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์ โดยสอบถามจากโยมบิดา (บุตรชายคนโต ของเจ้าพระยาสุเรนทร์) และผู้เฒ่าผู้แก่ที่ทันยุคทันสมัย นั้น พอสรุปได้ว่า พระยาสุเรนทร์เดิมทีเป็นผู้สนใจวิชาอาคม และได้รับการถ่ายทอดการปลุกเสกน้ำมันมนต์วิเศษของเจ้าพระยาบดินทรเดชา (ปู่) สำหรับออกทัพจับศึกให้ผิวหนังคงทนต่อศาสตราวุธทั้งปวงและก่อนที่ท่านจะบรรพชาเป็นสามเณร ยังสืบหาพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวท ขอถ่ายทอดวิชาอาคมแขนงต่าง ๆ รวมทั้งขอผงวิเศษ และว่านศักดิ์สิทธิ์นานาชนิดเก็บรวบรวมรักษาไว้กระทั่งบรรพชาเป็นสามเณรได้ดำริสร้างพระพิมพ์ขึ้นด้วยตนเองโดยดำเนินการด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการแกะพิมพ์พระด้วยงาช้าง,ผสมผงกดพิมพ์พระ และการปลุกเสก กรุแตก พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์ แตกกรุเป็นปฐมครั้งแรกเมื่อคราวสงครามอินโดจีน ปี พ.ศ. 2485 ขณะนั้น โยมชุ่ม สิงหเสนี (โยมบิดาของท่านอธิการดวง) และท่านอาจารย์กร่ำเจ้าอาวาสสมัยนั้นได้นำพระที่พบภายในองค์พระเจดีย์มอบให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม แจกแก่ทหารจำนวนสามถุงใหญ่ ประมาณว่าหลายพันองค์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 ทางวัดได้ทำการเปิดกรุอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ที่ใต้ฐานชุกชีพพระประธานในพระอุโบสถ และได้นำพระออกจำหน่ายให้ประชาชนผู้เสื่อมใสศรัทธาทำบุญบูชาองค์ละ 500 บาท เพื่อนำปัจจัยสมทบทุนบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะให้รุ่งเรืองวัฒนาสืบไป แบบพิมพ์ พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์ที่พบ และเล่นหากันเป็นมาตรฐานสากลยอมรับกันนั้นมีอยู่ 5 พิมพ์ด้วยกัน คือ 1. พิมพ์สมเด็จฐาน 3 ชั้น 2. พิมพ์สมเด็จฐานแซม 3. พิมพ์สมเด็จปรกโพธิ์ 4. พิมพ์พระเจ้า 5 พระองค์ 5. พิมพ์สมเด็จเล็บมือ หรือบางท่านเรียก"พิมพ์ซุ้มกอ" นอกจากทั้ง 5 พิมพ์ดังกล่าวแล้วท่านผู้รู้ (เซียน) บางท่านยังกล่าวว่า มีพิมพ์พิเศษอีกด้วยคือ พิมพ์ห้า เหลี่ยม และพิมพ์ทรงเจดีย์ แต่ผู้เขียนเองก็ยังไม่เคยเห็นสักองค์ เพียงแต่ได้ยินได้ฟังมาอีกทอดหนึ่งดังนั้นไม่ขอ ยืนยันแน่ชัด เนื้อพระ มีเฉพาะเนื้อผงเพียงเนื้อเดียวเท่านั้นเนื้อละเอียดปานกลาง และแน่นแกร่งพอสมควร สีเขียวอมเทา ซึ่งสีนี้ละม้ายคล้ายคลึงกับ พระสมเด็จปิลันทน์ วัดระฆังและพระกรุวัดท้ายตลาด แต่ไม่ถึงกับเหมือนเลยทีเดียวบางองค์สีเขียวอ่อน บางองค์สีเขียวเข้มไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสภาพที่ผ่านการห้อยบูชาหรือสัมผัสจับต้องมากน้อยเพียงไร เพราะเนื้อพระหากสัมผัสเหงื่อ หรือจับต้องบ่อย ๆ จุดนูน หรือจุดที่ต้องสัมผัส เช่น ซุ้ม , พระพักตร์,ฐาน ฯลฯ เนื้อจะจัดเข้มแลดูมันฉ่ำใสคล้ายเนื้อ "ผงน้ำมัน" ทำให้สีพลอยเข้มจัดไปด้วย จุดสังเกตอย่างหนึ่งที่ควรจดจำก็คือ เนื้อพระมักจะลั่นร้าวแตกปริ (ในองค์ที่ยังไม่ผ่านการใช้) แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่อย่างชัดเจนแต่ในองค์ที่ไม่เห็นรอยสั่นร้าวแตกปริอาจเป็นเพราะคราบกรุ และขี้กรุบดบังไว้นอกจากนี้น้ำหนักพระจะมากไม่สมดุล กับขนาดด้วย คราบกรุ - ขี้กรุ สำหรับ พระที่แตกกรุเมื่อคราวสงครามอินโดจีน คือ พบที่องค์พระเจดีย์ข้างบึงใหญ่ จะมีคราบกรุหรือดินขี้กรุน้อย ถ้ามีก็จับเกาะ ติดแค่ประปราย ไม่มากนัก ผิดกับพระที่ขึ้นจากใต้ฐานชุกชีพพระประธานในพระอุโบสถซึ่งมีคราบกรุขี้กรุขาวนวลจับเกาะทั่วทั้งองค์ แต่คราบนี้จะเกาะเพียงแค่หลวม ๆ ไม่ติดแน่น ด้านหลัง ส่วนมากเท่าที่พบ จะมีรอยอักขระเหล็กจารอ่านได้ว่า "ติ ติ อุ นิ" อยู่ภายในเส้นยันต์ล้อมรอบ และอาจมีอักขระตัวอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น อุณาโลม เป็นต้น แต่บางองค์ด้านหลังเรียบไม่ปรากฏเหล็กจารก็มีเช่นกัน แต่น้อยมาก และจะด้วยความนิยมกว่า พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์มีการปลอมแปลงเลียนแบบมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ฝีมือยังไม่วิวัฒนาการก้าวไกลถึงขนาดใกล้เคียงทั้งนี้เพราะความนิยม และราคาเล่นหายังไม่กระเดื้องแต่ต่อไปไม่แน่หากพระกรุนี้สนนราคาขึ้นหลักหลาย ๆ พันบาท หรือองค์หนึ่งเป็นหมื่นบาทละก็ ของเก๊ฝีมือระดับพระกาฬย่อมทะลักออกมาอย่างแน่นอนที่สุด การพิจารณาความแท้ - เทียม 1. พิมพ์ ท่านผู้อ่านโปรดสังเกตจากภาพประกอบบทความนี้พระองค์ซึ่งนำภาพมาลงให้ทัศนากันล้วนแต่เป็นพระชนะเลิศงานประกวดทุกองค์ แต่ความสวยงามหาได้เลิศเลอจัดจ้านเท่าใดนักแสดงว่าพระกรุนี้หย่อนงามมาแต่เดิม แต่ของเก๊เลียนแบบนั้นมักจะสวยงามคมชัด หาตำหนิแทบไม่เจอ รอยกะเทาะแหว่งมุมนิดเดียวก็ไม่มี ซึ่งผิดจากธรรมชาติพระเก่าพระกรุซึ่งต้องมีรอยตำหนิหรือกะเทาะให้เห็นบ้างไม่มากก็น้อยประเภทที่เนี๊ยบ 100 เปอร์เซ็นต์ หาทำยายากขอรับ 2. ขนาด พระเก๊มักจะมีขนาดเล็ก หรือย่อมกว่าเล็กน้อย หากมองเผิน ๆ อาจไม่นึกถึงเพราะใกล้เคียงกันมากแต่ถ้ามีตัวอย่างเทียบ หรือหมั่นจดจำด้วยสายตาตลอดจนความรู้สึกจะสะดุดตา และหยุดคิดทันที ถ้าหากหดหรือเล็กกว่าปกติ มักจะเป็น " ของเก๊ " ด้วยการถอดแบบพิมพ์จากพระแท้มาเป็นแบบนั่นเอง 3. รอยเหล็กจาร พระแท้ด้านหลังรอยเหล็กจารจะเขียนเป็นเส้นเล็ก แต่จะหวัด ๆ ไม่ปราณีบรรจง ผิดกับด้านหลังของเก๊ จะบรรจงเขียนซะสวยงาม เพื่อดึงดูดความสนใจ และที่สำคัญที่ร่องอักขระจารจะต้องมีคราบกรุ หรือขี้กรุเกาะติดให้เห็นบ้าง ส่วนของเก๊มักจะลืมถึงจุดนี้ มักจะเน้นคราบที่ด้านหน้าเท่านั้น 4. สี และรอยปริ เนื้อพระของแท้มีจะออกเขียวอมเทาในองค์เดียวกันสีก็จะเหลื่อมล้ำกันบ้างเล็กน้อย เช่น ช่วงบนเข้ม ช่วงล่างอ่อน ผิดกับของเก๊สีเนื้อเป็นสีเดียวกันตลอดทั้งองค์นอกจากสีพระที่ควรจะศึกษาแล้ว ควรศึกษารอยปริแตกลั่นร้าวด้วย เพราะของเก๊ยังทำไม่เหมือนกับของแท้ พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์ มีพุทธคุณโดดเด่นในด้านคงกระพันชาตรีมีชื่อเสียงโด่งดังเกรียวกราวมากในสมัยสงครามอินโดจีน นอกจากนี้ยังเข้มขลังไปด้วย คุณวิเศษ ในด้านเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ มหาโชคลาภด้วยเช่นกัน ความนิยม เมื่อหลายสิบปีก่อน พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์ นักเลงพระทั้งหลายเล่นหากันมาก แต่ราคาค่านิยมก็ไม่พุ่งพรวดเหมือนกับสำนักอื่น ๆ ที่เชียร์กันขนาดใหญ่ มาบัดนี้ก็เช่นกัน ราคาและความนิยมก็ยังไม่กระเตื้องเหมือนเช่นเคยคือยังเล่นหาอยู่แต่หลัก " พัน " ต้น ๆ ซึ่งเมื่อเทียบถึงความเก่า ซึ่งสร้างไว้ประมาณ 100 ปี ประกอบกับคุณวิเศษความศักดิ์สิทธิ์แล้วนับว่าพระกรุนี้น่าเก็บสะสม และน่าบูชามาก


เขียนโดย :หมุนจนรวย เจ้าของรายการ November 28, 2016 07:31:52

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7025088


             หลวงพ่อทวดนวล เทวธมฺโม ( พระครูวิบูลย์สมณวัตร ) เป็นเจ้าอาวาส รุ่นที่ 3 ของวัดตุยง  สำหรับพระเครื่องรุ่นนี้ จัดสร้างโดยหลวงพ่อดำ เจ้าอาวาส รุ่นที่ 5 ท่านได้นำพระภิกษุสามเณร พร้อมกับชาวบ้านเดินทาง ไปหาว่านต่าง ๆ บนภูเขา หลังจากใช้เวลาหาว่านที่ภูเขาทรายขาว ค้นหาอยู่นานถึง 7 วัน 7 คืน ก็ยังไม่สามารถหาว่านได้ครบจำนวน 120 ชนิด ทั้งหมดจึงเดินทางไปหาทีภูเขาตาชีเพิ่มเติม จนกระทั่งได้ว่านครบทั้ง 120 ชนิด รวมไปถึงเกสรดอกไม้ 120 ชนิด มวลสารที่นำมาจัดสร้างวัตถุมงคลนี้มีส่วนผสมที่เป็นหลักใหญ่คือ ว่าน 120 ชนิด เกสรดอกไม้ 120 ชนิด และเครื่องยาสมุนไพร 120 ชนิด  คดไม้ผูกใบลาน คนทีดำ กากยาคนธรรพ์ ว่านศักดิ์สิทธิ์ 108 ชนิด ผงพุทธคุณผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงตรีนิสิงเห และผงแก่นไม้ขนุนที่กลายเป็นหิน ที่หลวงพ่อดำ ท่านเก็บรักษาเอาไว้และปลุกเสกอยู่นานหลายปี โดยมีชาวบ้านช่วยกันบดมวลสารทั้งหมดให้เข้ากัน หลังจากนั้นได้ใช้น้ำผึ้งรวง และกล้วยหอมเป็นเครื่องผสมผง เพื่อให้จับตัวกันแน่น สำหรับพิธีในการจัดสร้างนั้น หลวงพ่อทวดนวลได้เข้าประทับทรงแล้วบอกให้ทำในพระอุโบสถ โดยไม่อนุญาตให้ฆราวาสเข้าไปยุ่งอย่างเด็ดขาด โดยเริ่มกดพิมพ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2505 – 2507 รวมเวลาถึง 3 ปี             ประกอบพิธีพุทธาภิเษก วันเสาร์ 5 เดือน 5 ขึ้น 5 ค่ำ ปี 2507 หลวงพ่อดำได้นิมนต์พระเกจิอาจารย์ จากวัดต่าง ๆ ทั่วภาคใต้จำนวน 120 รูป อาทิ พระอาจารย์ทิมวัดช้างให้ (กล่าวกันว่า พระอาจารย์ทิม ได้อัญเชิญวิญญาณหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด เข้าประทับทรงในการนี้ด้วย) พ่อท่านหมุน วัดเขาแดงตะวันออก หลวงพ่อแสง วัดคลองน้ำเจ็ด พ่อท่านเส้ง วัดแหลมทราย พ่อท่านบุญ วัดไม้แก่น หลวงพ่อแดง วัดเชิงเขา หลวงพ่อแดง วัดศรีมหาโพธิ์ พระอาจารย์นองวัดทรายขาว หลวงพ่อฉิ้น ยะลา หลวงพ่อคลิ้ง วัดถลุงทอง พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา หลวงพ่อเขียว วัดหรงบน หลวงปู่จันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ หลวงพ่อมุ่ย วัดบางบูชา หลวงพ่อแก่น วัดทุ่งเหลือ เป็นต้น พระอาจารย์ร่วมกันสวด 7 ตำนาน 12 ตำนาน ตลอดถึงพระสูตรต่าง ๆ ที่นับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ หลังจากสวดมนต์ก็ได้ทำพิธีพุทธาภิเษก จนดึก โดยมีพระเกจิอาจารย์นั่งล้อมวัตถุมงคลชนิดที่ไม่มีช่องว่างเลย เสร็จแล้วจึงปิดพระอุโบสถ ในวันที่สองและวันที่สามก็ทำเช่นนี้ จนครบ 3 วัน ก่อนจะแจกให้ประชาชนไปบูชา พระคาถาปลุกเสกและวิธีใช้ พระเครื่องหลวงพ่อทวดนวล เทวธมโม วัดมุจลินทวาปีวิหาร หลวงพ่อทวดนวล เทวธมโม วัดมุจลินทวาปีวิหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ทางวัดจัดสร้างขึ้นประกอบด้วย เนื้อว่าน เครื่องยาและเกสรดอกไม้ ถึงอย่างละ 120 ชนิด ทำพิธีอัญเชิญวิญญาณหลวงพ่อทวดสิงสถิต ในองค์พระนี้แล้วโดยถูกต้องสมบูรณ์ โดยพระคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในไสยเวทย์วิทยาคม ดังนั้นจึงย่อมบันดาลคุณานุภาพป้องกันภัยต่างๆ ได้ 120 ประการเท่ากำลังส่วนผสม สามารถอยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาดจากภัยศัตราวุธทุกชนิด บันดาลเสน่ห์เมตตามหานิยม เจริญด้วยลาภยศเดชานุภาพมาก เป็นมหาลาภทางค้าขายหรือการเสาะแสวงหาโชคลาภ นอกจากนั้น พระเครื่องยังช่วยรักษาโรคบางอย่างได้อีกด้วย วิธีใช้ จัดดอกไม้ธูปเทียนหมากพลูอย่างละ3 ทำจิตให้สงบไหว้พระสวดมนต์เริ่มด้วย “นะโมพุทธัง ฯลฯ อิติปิโสสวากขาโต สุปติปันโน” เสร็จแล้วน้อมจิตประกาศคุณ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดา ครูบาอาจารย์ รวมทั้งคุณอารักษ์ศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลก แล้วระลึกถึงหลวงพ่อทวด บริกรรมพระคาถาปลุกเสกบูชา 3ครั้ง ดังนี้ “ เทวาหะติ   อิสิชะนาติ  สันนิปะติตา  ยะโก  ละกะละ  มะอะอุ  นะโมโพธิสัตโต เทวะธัมโม ชะนาติ  อิติภะคะวา  อาคันทิมายะ  นะโมโพธิสัตโต สัมมาสัมพุทธัสสะ “      เมื่อท่านปรารถนาให้หลวงพ่อทวดโปรดอย่างใด พึงบนบานได้ตามความประสงค์ในเมื่อสิ่งนั้นเป็นการสุจริต หากผู้ใดนำไปใช้ในทางทุจริต นอกจากหลวงพ่อทวดจะไม่ช่วยเหลือแล้ว กลับจะบันดาลให้เกิดโทษเสียอีก จึงควรระวังให้มาก      หากท่านจำเป็นต้องเดินทางไกลเพื่อธุรกิจ หรือหาโชคลาภ ให้ภาวนาพระคาถา “ กะ ละ มะ อุ “ พร้อมกับระลึกถุงคุณแห่งหลวงพ่อทวดนวล เทวธัมโม ท่านจะไปดีมาดี มีลาภ แคล้วคลาดภยันตรายทั้งปวง พระเครื่องนี้ยังใช้ทางบำบัด รักษาโรค, ถูกยา ถูกคุณไสย ถูกผี หรือเนื่องจากที่อยู่อาศัยมีอาเพศ พระภูมิเจ้าที่รบกวนให้โทษ ให้เอาพระเครื่องนี้ทำน้ำพระพุทธมนต์กินและประพรมบ้าน ความเดือดร้อนต่างๆจะสิ้นไป ใช้แก้โรคมะเร็ง ให้เอาผักหัก (ทองพันชั่ง)๑ ดอกกะพึง(พลับพลึง)๑ หนักอย่างละ3บาท หัวไพล๑ ใบยาจีน๑ หนักอย่างละ 5บาท  ตำน้ำยัน แล้วเอาพระเครื่องนี้แช่ประมาณ 15นาที จึงกิน  หากใช้แก้โรคหอบไอให้เอาพระแช่น้ำมะนาวกิน หากจำเป็นรีบด่วนหาอะไรไม่ทัน จะใช้น้ำธรรมดาก็ได้  ถ้าใช้แก้พิษสัตว์กัดต่อย เอาพระแช่น้ำมะนาวกับน้ำเสลดพังพอน กินและทา ถูกผีใช้ ให้เอาใบหนาด๑ ลำผีพ่าย๑ ผักเสี้ยนผี๑ ตำน้ำยันหรือต้มก็ได้ ก่อนกินให้เอาพระแช่ลงเสียก่อนจึงจะกิน หากถูกยาพิษให้เอาหัวไพล๑ รากขี้กา๑ หัวกะทือ๑ บัวบก๑ กระดูกห่าน๑ บอระเพ็ด๑ หญ้าตีนกา๑ ตำเป็นน้ำยัน ก่อนกินแช่พระเสียก่อน  


เขียนโดย :ping เจ้าของรายการ November 26, 2016 08:58:24


พระพุทธนวราชบพิตร ภปร. ปี2529 ผสมมวลสารสมเด็จจิตรลดา วัดบวรนิเวศวิหาร เนื้อผงพุทธคุณ พิธีใหญ่  มวลสารศักดิ์สิทธิ์  พระพุทธนวราชบพิตร เป็นพระที่มีพระพุทธลักษณะ เดียวกันกับ "สมเด็จจิตรลดา" มวลสารผงจิตรลดา พระราชทานพร้อมกัน กับพระกริ่งปวเรศ ปี ๓๐ "เป็นมวลสาร ชุดเดียวกันกับที่ใส่ในกริ่ง พระกริ่งปวเรศปี ๓๐" เข้าพิธีพุทธาภิเษก พร้อมกันกับ "พระกริ่งปวเรศปี ๓๐" ด้านหลังประทับตรา "ภปร" พระจิตรลดา "พระพุทธนวราชบพิตร" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานผงจิตรลดาในการจัดสร้างพระผง "พระพุทธนราชบพิตร" และมีพระบรมราชานุญาตให้ จารึกพระปรมาภิไธย ภปร. ด้านหลังองค์พระ  รายนามพระเกจิคณาจารย์ ทั่วประเทศที่ร่วมพิธีพุทธาภิเษกในครั้งที่ ๑  ๑.พระญาณโพธิ (เข็ม) วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร ๒.หลวงปู่เมฆ วัดลำกระดาน กรุงเทพมหานคร ๓.หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังค์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี ๔.พระครูอาคมวิสุทธิ (คง) วัดวังสรรพรส จ.จันทบุรี ๕.พระครูญาณวรกิจ (กล้วย) วัดหมูคุด จ.จันทบุรี ๖.พระรัตนคุณากร (แช่ม) วัดบ่อพุ จ.จันทบุรี ๗.พระครูสันติวรณาญ (สิม) วัดถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่ ๘.พระครูเมธีธรรมสาธก (หนู) วัดสุนทรพิชิตาราม จ.นครนายก ๙.หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร วัดเวฬุวนาราม จ.นครปฐม ๑๐.พระภาวนาพิศาลเถร (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา ๑๑. พระอาจารย์นก วัดเขาแก้ว จ.นครสวรรค์ ๑๑.พระครูนนทสมณวัตร (เหรียญ) วัดบางระหงษ์ จ.นนทบุรี ๑๒.พระครูมงคลธรรมสุนทร วัดบางนา จ.ปทุมธานี ๑๓.พระครูวิเศษภัทรกิจ (ทองใบ) วัดสายไหม จ.ปทุมธานี ๑๔.พระอาจารย์ฟัก วัดนิคมประชาสรรค์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ๑๕.พระวิสุทธาจารคุณ (เกตุ) วัดเกาะหลัก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ๑๖.พระครูปลัดพรหม วัดขนอนเหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา ๑๗.พระอาจารย์ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม จ.ร้อยเอ็ด ๑๘.พระครูอนุรักษ์วรคุณ (สง่า) วัดหนองม่วง จ.ราชบุรี ๑๙.พระครูสมุทรวิจารณ์ (คลี่) วัดประชาโฆศิตาราม จ.สมุทรสงคราม  ๒๐.พระครูอาทรธรรนิเทศก์ (ทองอยู่) วัดท่าเสา จ.สมุทรสาคร ๒๒. พระครูสุนทรธรรมกิจ (หยอด) วัดแก้วเจริญ จ.สมุทรสงคราม  ๒๓. พระครูสังวรธรรมานุวัตร (พล) วัดหนองคณฑี จ.สระบุรี ๒๔. พระครูสรกิจพิจารณ์ (ผัน) วัดราษฎร์เจริญ จ.สระบุรี ๒๕. พระครูสาธุกิจวิมล (เล็ก) วัดหนองดินแดง จ.นครปฐม ๒๖. หลวงพ่อเต้า วัดเกาะวังไทร จ.นครปฐม ๒๗.หลวงพ่อพลู วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ๒๘. พระครูเกษมธรรมานันท์ (แช่ม) วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม  ๒๙. พระครูนนทสิทธิการ เจ้าอาวาสวัดไทรน้อย จ.นนทบุรี ๓๐. พระครูวิจิตธรรมานุวัตร วัดหนองกระบอก จ.ระยอง ๓๑. พระวัชรธรรมาภรณ์ (สุรพงษ์) วัดตรีทศเทพ ๓๒. พระครูปริยัติคุณาธาร วัดชนะสงคราม ๓๓. พระญาณสมโพธิ (ขวัญ) วัดอรุณราชวราราม ๓๔. พระปริยัติมุนี (ชูศักดิ์) วัดหงส์รัตนาราม ๓๕. พระครูมงคลญาณสุนทร (ผ่อง) วัดจักรวรรดิ์ราชาวาส ๓๖. พระโพธิสังวรเถร (ไพฑูรย์) วัดโพธินิมิตร พิธีพุทธาภิเษกครั้งที่ ๒ พิธีวันวิสาขบูชา วันพุธ - พฤหัสบดีที่ ๒๑ - ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระญาณสังวร ประธานประกอบพิธี พิธีพุทธาภิเษกครั้งที่ ๓ วันอาทิตย์ที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๐ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธี สมเด็จพระสังฆราช ทรงจุดเทียนชัย สมเด็จพระญาณสังวร ประธานพิธีอธิษฐานจิต และพระเกจิคณาจารย์สำคัญจากทั่งประเทศร่วมนั่งปรกเจริญจิตภาวนาประกอบด้วย ๑ . สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ๒. พระวิสุทธิวงศาจารย์ วัดพิชยญาติการาม กรุงเทพมหานคร ๓. พระมงคลราชมุนี วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร ๔. พระราชพุทธิรังษี วัดเครือวัลย์ จังหวัดชลบุรี ๕. พระสุนทรธรรมภาณี วัดพิกุลทอง จังหวัดสิงห์บุรี ๖. พระญาณสิทธาจารย์ วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม จังหวัดครราชสีมา ๗. พระโพธิสังวรเถร วัดโพธินิมิตร กรุงเทพมหานคร ๘. พระอุดมสังวรเถร วัดวังก์วิเวการาม จังหวัดกาญจนบุรี ๙. พระภาวนาพิศาลเถร วัดป่าสาลวัน จังหวัดนครราชสีมา ๑๐.พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร วัดประชาคมวนาราม จังหวัดร้อยเอ็ด ๑๑.พระภาวนาโกศลเถร วัดปากน้ำ กรุงเทพมหานคร ๑๒.พระสุธรรมยานเถร วัดจันทาราม จังหวัดอุทัยธานี ๑๓.พระครูสุนทรธรรมวัตร วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร ๑๔.พระครูประสิทธิ์ภาวนาคุณ วัดนิคมประชาสรรค์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๑๕.พระสังวรสมาธิวัตร วัดเภตราสุขารมณ์ จังหวัดระยอง ๑๖. พระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย วัดเขาสุกิม จังหวัดจันทบุรี ๑๗.พระครูสันติวรญาณ (สิม) วัดถ้ำผาปล่อง จังหวัดเชียงใหม่ ๑๘.พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว จังหวัดปัตตานี  ((ราคาพระไม่ถึง 2000 บาท หากต้องการบัตร กรุณาส่งออกบัตรเอง นะครับ  รับประกันแท้ให้ครับ ไม่แท้คืนเต็ม)) ((โอนแล้ว กรุณาแจ้งทาง Mailboox ของเวป นะครับ เพื่อความรวดเร็วในการจัดส่งครับ))   ((เบอร์มือถือ 088-765-1779 ที่อยู่ Email  -  pech.kgs@gmail.com))


เขียนโดย :เพชร เขลางค์ เจ้าของรายการ October 31, 2016 13:19:54

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/หลวงพ่อทวด-วัดอื่นๆ/6945655


      พระหลวงปู่ทวด ปี2502 เนื้อผง วัดโพธิ์ท่าเตียน ก ท ม.    พระดีมีประสบการกำลังมาแรงตอนนี้รีบเก็บราคายังไม่แพงครับ


เขียนโดย :คนคลองสาม เจ้าของรายการ October 29, 2016 04:33:05

หน้าที่ :  14