เหรียญ หลวงพ่อวัดเขาตะเครา หลังหลวงพ่อเทวฤทธิ์ เพชรบุรี ปี 2516 ในหลวงทรงเสด็จเททอง พิธีใหญ่ หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ ,หลวงพ่อแล วัดพระทรง ,หลวงพ่อทอง วัดใหม่บางจาน ,หลวงปู่แผ่ว วัดโตนดหลวง ,หลวงพ่ออิทร์ วัดยาง ฯลฯ ร่วมปลุกเสก พระดีพิธีใหญ่ อายุการสร้างกว่า 40 ปี ตำนานของ “หลวงพ่อ (ทอง) เขาตะเครา” แห่งแม่น้ำเพชรบุรี วัดเขาตะเครา อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี กว่า 200 ปี มาแล้วที่พระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัยองค์เล็ก ขนาดหน้าตักกว้างเพียง 21 นิ้ว ซึ่งลอยน้ำมาจากทางเหนือ (พร้อมพระพี่น้องอีก 4 องค์) ได้ขึ้นประดิษฐานอยู่ ณ วัดเขาตะเครา อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เป็นพระพุทธรูปองค์เดียวในจำนวน 5 องค์พี่น้อง ที่มีแผ่นทองคำเปลวปิดหุ้มอยู่หนามากจนแลไม่เห็นความงามตามพุทธลักษณะเดิม ประวัติความเป็นมา ชาวบ้านแหลมซึ่งอยู่ปากอ่าวจังหวัดเพชรบุรี ได้พากันมาจับปลาในทะเล ขณะที่ลากอวนอยู่นั้นได้ลากพระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัยติดอวนขึ้นมาองค์หนึ่ง ในระหว่างทางกลับ ก็ได้พบพระพุทธรูปยืน (หลวงพ่อบ้านแหลม) ลอยปริ่มๆ น้ำอยู่ไม่ไกลนัก จึงอาราธนาขึ้นบนเรืออีกลำหนึ่ง แต่เกิดอาเพทฝนตกหนัก ลมพายุพัดจัด เรือลำที่พระพุทธรูปยืนประดิษฐานอยู่นั้น ทนคลื่นลมไม่ไหว จึงเอียงวูบไป พระพุทธรูปที่อยู่บนเรือจึงเคลื่อนตกจมหายไปในแม่น้ำ ชาวบ้านแหลมพากันตกใจและเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ต่างช่วยกันดำน้ำค้นหาอยู่หลายวัน แต่ก็ไม่พบ จึงตกลงว่าไม่ค้นหากันต่อไปอีก จึงนำพระพุทธรูปองค์นั่งที่เหลืออยู่บนเรืออีกลำหนึ่งไปยังถิ่นของตน และนำพระพุทธรูปองค์นั้นไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่ พ.ศ.2302 เป็นต้นมา และเรียกขานกันว่าหลวงพ่อเขาตะเครา ชื่อใหม่ของหลวงพ่อ หลวงพ่อเขาตะเครา ได้รับการเรียกขานนามใหม่คือ “หลวงพ่อ (ทอง) เขาตะเครา” สาเหตุมาจากมีช่างภาพคนหนึ่งต้องการถ่ายภาพหลวงพ่อ แต่ความที่องค์หลวงพ่อมีทองปิดทับอยู่หนามากจนแลไม่เห็นพุทธลักษณะเดิม ช่างภาพคนนี้จึงไปแกะทองที่ตาหลวงพ่อออกโดยมิได้บอกล่าวและขออนุญาต หลังจากนั้นไม่กี่วันช่างภาพคนนี้ก็มีอาการหูตาบวมเป่ง จึงต้องมากราบขอขมาหลวงพ่อ อาการจึงหายไป จากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงไม่มีใครกล้าไปแตะต้องหลวงพ่อ จนกระทั่งทองปิดองค์ท่านทับถมกันมากขึ้นทุกวันๆ ชาวบ้านที่มานมัสการจึงเติมคำว่า “ทอง” ไปในการเรียกขาน จึงกลายมาเป็น “หลวงพ่อ (ทอง) เขาตะเครา”
พระพุทธโสธรเนื้อกระเบื้องหลังคาโบสถ์ "" พร้อมกล่องบรรจุ "" ขนาดบูชา หน้าตัก 5 นิ้ว ความสูง 9.5 นิ้ว เหมาะสำหรับเป็น ของขวัญ ของแต่งบ้าน ของที่ระลึกในวันสำคัญ หรือเทศกาลต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล
หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว. ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอบางไทร เจ้าอาวาส วัดป้อมแก้ว ต.บ้านกลึง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา. พระเกจิอาจารย์เรืองนามแห่งเมืองกรุงเก่าในยุคนี้มีอยู่ด้วยกันหลายท่าน ซึ่งแต่ละรูปนั้นรับประกันได้ในความ "เก่ง-เคร่งครัด-วัตรปฏิบัติดีงาม" สมกับวลีที่ว่า "กรุงศรีอยุธยาไม่เคยสิ้นคนดี" อันหมายรวมถึงพระสงฆ์ผู้ประพฤติปฏิบัติดี เฉกเช่นพระครูประโชติธรรมวิจิตร หรือ หลวงพ่อเพิ่ม อัตตทีโป พระเถระที่เปี่ยมด้วยความเมตตาปรานี และมีวิชาอาคมไม่เป็นสองรองรูปใด ในการสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคล ไม่ว่าจะพิธีใหญ่หรือเล็ก จะต้องปรากฏนามของ "หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว" ไปร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตแทบทุกรุ่น ลูกศิษย์ของหลวงพ่อเพิ่มนั้นมีทุกระดับชั้น โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญในพระเครื่องวัตถุมงคลของท่านก็มีอยู่ด้วยกันหลายคน หนึ่งในจำนวนนั้นซึ่งถือว่าเป็นศิษย์ก้นกุฏิที่ได้ปรนนิบัติรับใช้ท่านอย่างใกล้ชิดก็คือ "เคี้ยง-ศุภกร ลาภอาภารัตน์" หนุ่มเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่ปัจจุบันประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้า ซึ่งในอดีตนั้นเผชิญปัญหามรสุมเศรษฐกิจจนต้องหันหน้าเข้าหาวัด แต่ไม่ใช่การบวช เพราะยึดการทำบุญกุศลเป็นทางออก แรกๆ นั้นก็ไปวัดถวายสังฆทานในหลายจังหวัด เช่น สุรินทร์ อ่างทอง จนมาถึงพระนครศรีอยุธยา จากที่ฟังหลายๆ คนบอกว่าหลวงปู่วัดนี้ดี หลวงพ่อวัดนั้นก็ดัง ในที่สุดมาถึงวัดป้อมแก้ว ได้พบและสัมผัสกับ "หลวงพ่อเพิ่ม" ได้ฟังท่านเทศน์ และให้คำสอนอยู่ประจำจนเข้าใจในสัจธรรมต่างๆ ทำให้เกิดความศรัทธาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเวลามีปัญหา ท่านสามารถทำให้ปัญหาใหญ่กลายเป็นปัญหาเล็กไปทันที ฟังคำท่านแล้วสบายใจ ท่านจะมีคำสอนสอดแทรกอยู่เสมอๆ ด้วยความสนใจในเรื่องพระเครื่องเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เซียนเคี้ยงจึงเริ่มศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคลของหลวงพ่อเพิ่ม โดยสอบถามจากหลวงพ่อและผู้รู้จนมีความเชี่ยวชาญแทบทุกรุ่น สามารถวิเคราะห์เก๊-แท้ และให้ความรู้เป็นวิทยาทานแก่ผู้ที่สนใจพระเครื่องของหลวงพ่อเพิ่มได้ไม่แพ้ศิษย์สายตรงคนอื่น "เซียนเคี้ยง" บอกว่า หลวงพ่อเพิ่มท่านสร้างวัตถุมงคลไว้หลายรุ่น โดยวัตถุมงคลที่สร้างขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ.2517 เป็นเหรียญรุ่นแรกฉลองอายุครบ 5 รอบ ปีพ.ศ.2520 สร้างพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่รุ่นแรก (กดพิมพ์ที่วัด) จำนวนสร้างน้อยมาก ปีพ.ศ.2531 สร้างเหรียญรุ่นฉลองอายุครบ 60 ปี พระสมเด็จหลังรูปเหมือนและรูปหล่อลอยองค์รุ่นแรก ซึ่งในปัจจุบันวัตถุมงคลรุ่นนี้หายากและมีประสบการณ์มาก ปีพ.ศ.2535 สร้างเหรียญเจ้าสัวหลวงพ่อนาค พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด ปี 2542 สร้างวัตถุมงคลรุ่นเพิ่มทรัพย์ประกอบด้วยพระปิดตาคำหมาก พระสังกัจจายน์จันทร์เพ็ญ เหรียญน้ำมนต์ขอบสตางค์ โดยทำพิธีพุทธาภิเษกในวันที่ 22 พ.ย. 2542 ปี 2543 สร้างวัตถุมงคลรุ่นเพิ่มสุข ประกอบด้วยรูปเหมือนบูชาเสาร์ 5 ฐานบรรจุเหรียญแจกทาน พระปิดตาหล่อรุ่นแรก พระสมเด็จหล่อรุ่นแรก พระสมเด็จต่อลาภ พระปรกใบมะขาม แหวนตะกร้อ ตะกรุดโทน ฯลฯ ปี 2544 สร้างพระสมเด็จคำหมากรุ่นแรก รูปหล่อแซยิด ฯลฯ และสร้างต่อมาเรื่อยๆถึงปัจจุบัน ทั้งที่ออกในนามของวัดป้อมแก้ว และที่ศิษยานุศิษย์ขออนุญาตจัดสร้าง นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่บรรดาลูกศิษย์ของหลวงพ่อเพิ่มเสาะแสวงหาก็คือ "ตะกรุด" โดยหลวงพ่อเพิ่มท่านจะทำตะกรุดขึ้นปีละครั้ง และจะทำเฉพาะช่วงเข้าพรรษา โดยลงมือจารเอง ปลุกเสกเอง ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ตะกรุดที่ท่านทำจึงมีจำนวนน้อยมากสร้างขึ้นปีละไม่ถึง 100 ดอก ทั้งนี้ ของดีที่หลวงพ่อเพิ่มมอบให้เขาชิ้นแรกก็คือ "ตะกรุดทอง" "เซียนเคี้ยง" จะพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา ทั้งเวลาไปหาลูกค้าติดต่องานต่างๆ นอกจากนี้ ที่เขาพกติดตัวเป็นประจำก็มี เหรียญหลวงพ่อเพิ่มรุ่นแรก ปี" 17, เหรียญปลดหนี้ ปี" 42, สมเด็จหล่อ ปี" 43, เหรียญเพิ่มบารมี ปี" 46 และก็ตะกรุดคงกระพัน "ตะกรุดของหลวงพ่อเพิ่มนั้น เป็นที่รู้กันว่าดีทางด้านคงกระพันชาตรี วิธีใช้ก็คือให้ ห้อยคอห้ามห้อยเอวเด็ดขาด และมีข้อห้ามคือ ห้ามดื่มสุราและผิดลูกผิดเมียชาวบ้านเด็ดขาด มิฉะนั้น ตะกรุดจะเสื่อมทันที" สุดท้ายเขาย้ำว่า เขามีกิจการของตัวเอง มีบ้าน มีเงินในบัญชี ผ่านอุปสรรคต่างๆ มาได้ด้วยดีเพราะบุญบารมีหลวงพ่อเพิ่ม และผลแห่งการปฏิบัติดีต่อหลวงพ่อนั่นคือการดูแลท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ของขบฉัน เช่น หมาก พลู หรือช่วยท่านดูแลเรื่องวัตถุมงคล ไปติดต่อที่โรงงานผลิตเอง ซึ่งทุกเรื่องเขาทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ เต็มใจ เพราะเห็นชัดในความเป็น "พระสุปฏิปันโน" ของท่าน "หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้วเป็นพระโบราณไม่เคยขอให้ใครบริจาค อย่างสร้างศาลาทุกคนล้วนมาด้วยความศรัทธา ด้วยใจ ท่านบอกอยู่เสมอว่า เงินของญาติ โยมที่บริจาคมาทุกบาททุกสตางค์ เราต้องใช้ให้คุ้มค่า อย่างจะสร้างศาลา ไม่ใช่เห็นอะไรสวยก็จะซื้อ พอซื้อมาแล้วใช้ได้คุ้มมั้ย ท่านจะสอนเสมอ ท่านไม่ห้าม แต่ให้เหตุผล พูดให้เราคิดเอง" เซียนเคี้ยงกล่าวทิ้งท้าย ประวัติหลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว ชาติภูมิ หลวงพ่อเพิ่ม ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์เดือนมีนาคม พศ.2469 ตรงกับปีขาล เดือน4 ณ บ้านกลึง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเป็นบุตรคนที่ 3 ของโยมบิดาชื่อ นายเล็ก บำรุงสุข โยมมารดาชื่อนางแพร บำรุงสุข ชีวิตวัยเยาว์ หลวงพ่อเพิ่มได้เริ่มการศึกษาเบื้องต้นที่วัดช่างเหล็ก โดยเรียนกับพี่ชาย จนกระทั่งจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จึงบรรพชาเป็นสามเณร อยู่ที่วัดบางยี่โถ เพื่อศึกษาอักขระขอม และบทสวดมนต์ต่างๆ ต่อมาบิดาล้มป่วยลง ท่านจึงลาสิกขาออกมาเพื่อช่วยงานทางบ้านประกอบอาชีพ และเมื่ออายุครบเกณฑ์ทหาร ท่านได้เป็นทหารรับใช้ชาติอยู่ 2 ปี ครั้นพอออกจากทหาร มารดาของท่านได้เสียชีวิต ท่านจึงตัดสินใจอุปสมบท เมื่อ พ.ศ.2493 ณ วัดสีกุก อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระครูประโชติวุฒิกร (หลวงพ่อโชติ) วัดป้อมแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูถาวรธรรมคุณ วัดสีกุก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูไพโรจน์ วัดเสาธง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา "อตฺตทีโป" แปลว่า "ผู้มีประทีปแห่งตน" จากนั้นหลวงพ่อเพิ่มได้จำพรรษาอยู่ที่วัดสีกุกเพื่อเล่าเรียนวิชาเป็นเวลา 2 ปีก่อนที่จะย้ายมาอยู่วัดป้อมแก้วตามคำแนะนำของหลวงพ่อโชติและที่นี่เองท่านได้สำเร็จการศึกษาในขั้น นักธรรมเอกอีกด้วย การศึกษาพุทธาคม หลวงพ่อเพิ่มท่านได้สนใจศึกษาวิชาอาคมอย่างจริงจัง เมื่อครั้งย้ายมาจำพรรษาที่วัดป้อมแก้ว โดยได้รับการถ่ายทอดมาจาก หลวงพ่อโชติ อดีตเจ้าอาวาส ในขณะนั้น ผู้ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงพ่อห่วง วัดบางยี่โถ ในสายพุทธาคมของ หลวงปู่ปั้น วัดพิกุล สุดยอดพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของ จ.พระนครศรีอยุธยา ในอดีต โดยในขั้นแรก ท่านได้เริ่มจากการเขียนอักขระเลขยันต์ต่างๆ จนได้รับความไว้วางใจจากหลวงพ่อโชติ ให้เป็นผู้เขียนอักขระยันต์แทนหลวงพ่อโชติ ช่วงที่ท่านมีอายุมาก และสายตาไม่ดี ต่อมาหลวงพ่อเพิ่มได้รับการมอบหมายให้จารอักขระเลข ยันต์ต่างๆ รวมทั้งการนั่งปรกปลุกเสกแทนหลวงพ่อโชติอีกด้วย จนกระทั่งหลวงพ่อโชติมรณภาพ หลวงพ่อเพิ่มจึงได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป้อมแก้ว แทน ตั้งแต่ พ.ศ.2511 เป็นต้นมา จนถึงทุกวันนี้ หลวงพ่อเพิ่ม ได้ใช้วิชาความรู้ต่างๆ ที่ได้ร่ำเรียนมา พัฒนาวัดป้อมแก้วตลอดเวลา จนทำให้สภาพของวัดดีขึ้นเรื่อยๆ และมีความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน ดังที่เห็นในทุกวันนี้ ปัจจุบัน หลวงพ่อเพิ่มมีอายุ 82 ปี มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงดีอยู่เสมอ และมักจะได้รับกิจนิมนต์นั่งปรกอธิษฐานจิตวัตถุมงคลต่างๆ ตามพิธีพุทธาภิเษก ทั้งที่วัดใน จ.พระนครศรีอยุธยา และใกล้เคียง รวมทั้งวัตถุมงคลของวัดป้อมแก้ว ที่ท่านได้จัดสร้างขึ้นเอง ซึ่งมีออกมาเป็นระยะๆ และมีผู้ทำบุญบูชาหมดไปในเวลาอันรวดเร็ว แม้ว่าจะไม่ได้มีการโฆษณาตามสื่อต่างๆ ก็ตาม หลวงพ่อเพิ่ม นับเป็นพระสุปฏิปันโนที่น่าเคารพกราบไหว้เป็นอย่างยิ่ง ด้วยปฏิปทาอันเรียบง่าย สมถะ สันโดษ เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของผู้พบเห็นอยู่เสมอ จนมีผู้ปฏิบัติธรรมท่านหนึ่ง ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้ต่างๆ ในการนั่งสมาธิฝักอบรมวิปัสสนากรรมฐาน มาจากพระเกจิอาจารย์ยุคก่อน อาทิ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค ครูบาชุ่ม โพธิโก ครูบาพรหมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า ฯลฯ ได้ให้ข้อสังเกตว่า ด้วยวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อเพิ่ม และการแสดงออกทางมหากิริยาบนใบหน้าของหลวงพ่อ บ่งบอกได้ว่า ท่านเป็นผู้มีบุญบารมีสูง และได้บรรลุธรรมในระดับหนึ่ง รวมทั้งเชื่อกันว่า ท่านเป็นผู้มีพลังจิตอันสูงส่ง มีความแก่กล้าในทางวิชาอาคมอันเข้มขลัง ซึ่งตรงกับคำเล่าลือของชาวบ้านที่ว่า วัตถุมงคลของหลวงพ่อเพิ่มทุกรุ่นที่ท่านได้ปลุกเสกเอาไว้ ล้วนมีอานุภาพความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์มาโดยตลอด จนปรากฏเกียรติคุณอันโด่งดังถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ ชื่อของ "หลวงพ่อเพิ่ม" ยังเป็นมงคลนาม จึงเชื่อกันว่า ใครได้ทำบุญกับ "หลวงพ่อเพิ่ม" ชีวิตมีแต่ "เพิ่ม" ขึ้นในทางที่ดีเสมอไป หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว. ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอบางไทร เจ้าอาวาส วัดป้อมแก้ว ต.บ้านกลึง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา. พระเกจิอาจารย์เรืองนามแห่งเมืองกรุงเก่าในยุคนี้มีอยู่ด้วยกันหลายท่าน ซึ่งแต่ละรูปนั้นรับประกันได้ในความ "เก่ง-เคร่งครัด-วัตรปฏิบัติดีงาม" สมกับวลีที่ว่า "กรุงศรีอยุธยาไม่เคยสิ้นคนดี" อันหมายรวมถึงพระสงฆ์ผู้ประพฤติปฏิบัติดี เฉกเช่นพระครูประโชติธรรมวิจิตร หรือ หลวงพ่อเพิ่ม อัตตทีโป พระเถระที่เปี่ยมด้วยความเมตตาปรานี และมีวิชาอาคมไม่เป็นสองรองรูปใด ในการสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคล ไม่ว่าจะพิธีใหญ่หรือเล็ก จะต้องปรากฏนามของ "หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว" ไปร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตแทบทุกรุ่น ลูกศิษย์ของหลวงพ่อเพิ่มนั้นมีทุกระดับชั้น โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญในพระเครื่องวัตถุมงคลของท่านก็มีอยู่ด้วยกันหลายคน หนึ่งในจำนวนนั้นซึ่งถือว่าเป็นศิษย์ก้นกุฏิที่ได้ปรนนิบัติรับใช้ท่านอย่างใกล้ชิดก็คือ "เคี้ยง-ศุภกร ลาภอาภารัตน์" หนุ่มเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่ปัจจุบันประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้า ซึ่งในอดีตนั้นเผชิญปัญหามรสุมเศรษฐกิจจนต้องหันหน้าเข้าหาวัด แต่ไม่ใช่การบวช เพราะยึดการทำบุญกุศลเป็นทางออก แรกๆ นั้นก็ไปวัดถวายสังฆทานในหลายจังหวัด เช่น สุรินทร์ อ่างทอง จนมาถึงพระนครศรีอยุธยา จากที่ฟังหลายๆ คนบอกว่าหลวงปู่วัดนี้ดี หลวงพ่อวัดนั้นก็ดัง ในที่สุดมาถึงวัดป้อมแก้ว ได้พบและสัมผัสกับ "หลวงพ่อเพิ่ม" ได้ฟังท่านเทศน์ และให้คำสอนอยู่ประจำจนเข้าใจในสัจธรรมต่างๆ ทำให้เกิดความศรัทธาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเวลามีปัญหา ท่านสามารถทำให้ปัญหาใหญ่กลายเป็นปัญหาเล็กไปทันที ฟังคำท่านแล้วสบายใจ ท่านจะมีคำสอนสอดแทรกอยู่เสมอๆ ด้วยความสนใจในเรื่องพระเครื่องเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เซียนเคี้ยงจึงเริ่มศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวัตถุมงคลของหลวงพ่อเพิ่ม โดยสอบถามจากหลวงพ่อและผู้รู้จนมีความเชี่ยวชาญแทบทุกรุ่น สามารถวิเคราะห์เก๊-แท้ และให้ความรู้เป็นวิทยาทานแก่ผู้ที่สนใจพระเครื่องของหลวงพ่อเพิ่มได้ไม่แพ้ศิษย์สายตรงคนอื่น "เซียนเคี้ยง" บอกว่า หลวงพ่อเพิ่มท่านสร้างวัตถุมงคลไว้หลายรุ่น โดยวัตถุมงคลที่สร้างขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ.2517 เป็นเหรียญรุ่นแรกฉลองอายุครบ 5 รอบ ปีพ.ศ.2520 สร้างพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่รุ่นแรก (กดพิมพ์ที่วัด) จำนวนสร้างน้อยมาก ปีพ.ศ.2531 สร้างเหรียญรุ่นฉลองอายุครบ 60 ปี พระสมเด็จหลังรูปเหมือนและรูปหล่อลอยองค์รุ่นแรก ซึ่งในปัจจุบันวัตถุมงคลรุ่นนี้หายากและมีประสบการณ์มาก ปีพ.ศ.2535 สร้างเหรียญเจ้าสัวหลวงพ่อนาค พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด ปี 2542 สร้างวัตถุมงคลรุ่นเพิ่มทรัพย์ประกอบด้วยพระปิดตาคำหมาก พระสังกัจจายน์จันทร์เพ็ญ เหรียญน้ำมนต์ขอบสตางค์ โดยทำพิธีพุทธาภิเษกในวันที่ 22 พ.ย. 2542 ปี 2543 สร้างวัตถุมงคลรุ่นเพิ่มสุข ประกอบด้วยรูปเหมือนบูชาเสาร์ 5 ฐานบรรจุเหรียญแจกทาน พระปิดตาหล่อรุ่นแรก พระสมเด็จหล่อรุ่นแรก พระสมเด็จต่อลาภ พระปรกใบมะขาม แหวนตะกร้อ ตะกรุดโทน ฯลฯ ปี 2544 สร้างพระสมเด็จคำหมากรุ่นแรก รูปหล่อแซยิด ฯลฯ และสร้างต่อมาเรื่อยๆถึงปัจจุบัน ทั้งที่ออกในนามของวัดป้อมแก้ว และที่ศิษยานุศิษย์ขออนุญาตจัดสร้าง นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่บรรดาลูกศิษย์ของหลวงพ่อเพิ่มเสาะแสวงหาก็คือ "ตะกรุด" โดยหลวงพ่อเพิ่มท่านจะทำตะกรุดขึ้นปีละครั้ง และจะทำเฉพาะช่วงเข้าพรรษา โดยลงมือจารเอง ปลุกเสกเอง ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ตะกรุดที่ท่านทำจึงมีจำนวนน้อยมากสร้างขึ้นปีละไม่ถึง 100 ดอก ทั้งนี้ ของดีที่หลวงพ่อเพิ่มมอบให้เขาชิ้นแรกก็คือ "ตะกรุดทอง" "เซียนเคี้ยง" จะพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา ทั้งเวลาไปหาลูกค้าติดต่องานต่างๆ นอกจากนี้ ที่เขาพกติดตัวเป็นประจำก็มี เหรียญหลวงพ่อเพิ่มรุ่นแรก ปี" 17, เหรียญปลดหนี้ ปี" 42, สมเด็จหล่อ ปี" 43, เหรียญเพิ่มบารมี ปี" 46 และก็ตะกรุดคงกระพัน "ตะกรุดของหลวงพ่อเพิ่มนั้น เป็นที่รู้กันว่าดีทางด้านคงกระพันชาตรี วิธีใช้ก็คือให้ ห้อยคอห้ามห้อยเอวเด็ดขาด และมีข้อห้ามคือ ห้ามดื่มสุราและผิดลูกผิดเมียชาวบ้านเด็ดขาด มิฉะนั้น ตะกรุดจะเสื่อมทันที" สุดท้ายเขาย้ำว่า เขามีกิจการของตัวเอง มีบ้าน มีเงินในบัญชี ผ่านอุปสรรคต่างๆ มาได้ด้วยดีเพราะบุญบารมีหลวงพ่อเพิ่ม และผลแห่งการปฏิบัติดีต่อหลวงพ่อนั่นคือการดูแลท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ของขบฉัน เช่น หมาก พลู หรือช่วยท่านดูแลเรื่องวัตถุมงคล ไปติดต่อที่โรงงานผลิตเอง ซึ่งทุกเรื่องเขาทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ เต็มใจ เพราะเห็นชัดในความเป็น "พระสุปฏิปันโน" ของท่าน "หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้วเป็นพระโบราณไม่เคยขอให้ใครบริจาค อย่างสร้างศาลาทุกคนล้วนมาด้วยความศรัทธา ด้วยใจ ท่านบอกอยู่เสมอว่า เงินของญาติ โยมที่บริจาคมาทุกบาททุกสตางค์ เราต้องใช้ให้คุ้มค่า อย่างจะสร้างศาลา ไม่ใช่เห็นอะไรสวยก็จะซื้อ พอซื้อมาแล้วใช้ได้คุ้มมั้ย ท่านจะสอนเสมอ ท่านไม่ห้าม แต่ให้เหตุผล พูดให้เราคิดเอง" เซียนเคี้ยงกล่าวทิ้งท้าย ประวัติหลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว ชาติภูมิ หลวงพ่อเพิ่ม ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์เดือนมีนาคม พศ.2469 ตรงกับปีขาล เดือน4 ณ บ้านกลึง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเป็นบุตรคนที่ 3 ของโยมบิดาชื่อ นายเล็ก บำรุงสุข โยมมารดาชื่อนางแพร บำรุงสุข ชีวิตวัยเยาว์ หลวงพ่อเพิ่มได้เริ่มการศึกษาเบื้องต้นที่วัดช่างเหล็ก โดยเรียนกับพี่ชาย จนกระทั่งจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จึงบรรพชาเป็นสามเณร อยู่ที่วัดบางยี่โถ เพื่อศึกษาอักขระขอม และบทสวดมนต์ต่างๆ ต่อมาบิดาล้มป่วยลง ท่านจึงลาสิกขาออกมาเพื่อช่วยงานทางบ้านประกอบอาชีพ และเมื่ออายุครบเกณฑ์ทหาร ท่านได้เป็นทหารรับใช้ชาติอยู่ 2 ปี ครั้นพอออกจากทหาร มารดาของท่านได้เสียชีวิต ท่านจึงตัดสินใจอุปสมบท เมื่อ พ.ศ.2493 ณ วัดสีกุก อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระครูประโชติวุฒิกร (หลวงพ่อโชติ) วัดป้อมแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูถาวรธรรมคุณ วัดสีกุก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูไพโรจน์ วัดเสาธง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา "อตฺตทีโป" แปลว่า "ผู้มีประทีปแห่งตน" จากนั้นหลวงพ่อเพิ่มได้จำพรรษาอยู่ที่วัดสีกุกเพื่อเล่าเรียนวิชาเป็นเวลา 2 ปีก่อนที่จะย้ายมาอยู่วัดป้อมแก้วตามคำแนะนำของหลวงพ่อโชติและที่นี่เองท่านได้สำเร็จการศึกษาในขั้น นักธรรมเอกอีกด้วย การศึกษาพุทธาคม หลวงพ่อเพิ่มท่านได้สนใจศึกษาวิชาอาคมอย่างจริงจัง เมื่อครั้งย้ายมาจำพรรษาที่วัดป้อมแก้ว โดยได้รับการถ่ายทอดมาจาก หลวงพ่อโชติ อดีตเจ้าอาวาส ในขณะนั้น ผู้ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงพ่อห่วง วัดบางยี่โถ ในสายพุทธาคมของ หลวงปู่ปั้น วัดพิกุล สุดยอดพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของ จ.พระนครศรีอยุธยา ในอดีต โดยในขั้นแรก ท่านได้เริ่มจากการเขียนอักขระเลขยันต์ต่างๆ จนได้รับความไว้วางใจจากหลวงพ่อโชติ ให้เป็นผู้เขียนอักขระยันต์แทนหลวงพ่อโชติ ช่วงที่ท่านมีอายุมาก และสายตาไม่ดี ต่อมาหลวงพ่อเพิ่มได้รับการมอบหมายให้จารอักขระเลข ยันต์ต่างๆ รวมทั้งการนั่งปรกปลุกเสกแทนหลวงพ่อโชติอีกด้วย จนกระทั่งหลวงพ่อโชติมรณภาพ หลวงพ่อเพิ่มจึงได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป้อมแก้ว แทน ตั้งแต่ พ.ศ.2511 เป็นต้นมา จนถึงทุกวันนี้ หลวงพ่อเพิ่ม ได้ใช้วิชาความรู้ต่างๆ ที่ได้ร่ำเรียนมา พัฒนาวัดป้อมแก้วตลอดเวลา จนทำให้สภาพของวัดดีขึ้นเรื่อยๆ และมีความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน ดังที่เห็นในทุกวันนี้ ปัจจุบัน หลวงพ่อเพิ่มมีอายุ 82 ปี มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงดีอยู่เสมอ และมักจะได้รับกิจนิมนต์นั่งปรกอธิษฐานจิตวัตถุมงคลต่างๆ ตามพิธีพุทธาภิเษก ทั้งที่วัดใน จ.พระนครศรีอยุธยา และใกล้เคียง รวมทั้งวัตถุมงคลของวัดป้อมแก้ว ที่ท่านได้จัดสร้างขึ้นเอง ซึ่งมีออกมาเป็นระยะๆ และมีผู้ทำบุญบูชาหมดไปในเวลาอันรวดเร็ว แม้ว่าจะไม่ได้มีการโฆษณาตามสื่อต่างๆ ก็ตาม หลวงพ่อเพิ่ม นับเป็นพระสุปฏิปันโนที่น่าเคารพกราบไหว้เป็นอย่างยิ่ง ด้วยปฏิปทาอันเรียบง่าย สมถะ สันโดษ เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของผู้พบเห็นอยู่เสมอ จนมีผู้ปฏิบัติธรรมท่านหนึ่ง ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้ต่างๆ ในการนั่งสมาธิฝักอบรมวิปัสสนากรรมฐาน มาจากพระเกจิอาจารย์ยุคก่อน อาทิ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค ครูบาชุ่ม โพธิโก ครูบาพรหมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า ฯลฯ ได้ให้ข้อสังเกตว่า ด้วยวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อเพิ่ม และการแสดงออกทางมหากิริยาบนใบหน้าของหลวงพ่อ บ่งบอกได้ว่า ท่านเป็นผู้มีบุญบารมีสูง และได้บรรลุธรรมในระดับหนึ่ง รวมทั้งเชื่อกันว่า ท่านเป็นผู้มีพลังจิตอันสูงส่ง มีความแก่กล้าในทางวิชาอาคมอันเข้มขลัง ซึ่งตรงกับคำเล่าลือของชาวบ้านที่ว่า วัตถุมงคลของหลวงพ่อเพิ่มทุกรุ่นที่ท่านได้ปลุกเสกเอาไว้ ล้วนมีอานุภาพความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์มาโดยตลอด จนปรากฏเกียรติคุณอันโด่งดังถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ ชื่อของ "หลวงพ่อเพิ่ม" ยังเป็นมงคลนาม จึงเชื่อกันว่า ใครได้ทำบุญกับ "หลวงพ่อเพิ่ม" ชีวิตมีแต่ "เพิ่ม" ขึ้นในทางที่ดีเสมอไป วัตถุมงคล หลวงพ่อเพิ่มท่านสร้างวัตถุมงคลไว้หลายรุ่นโดยวัตถุมงคลที่สร้างขึ้นครั้งแรกในปี2517 เป็นเหรียญรุ่นแรกฉลองอายุครบ 5 รอบ ปี2520 สร้างพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่รุ่นแรก (กดพิมพ์ที่วัด)จำนวนสร้างน้อยมาก ปี2531 สร้างเหรียญรุ่นฉลองอายุครบ ๖๐ ปี พระสมเด็จหลังรูปเหมือนและรูปหล่อลอยองค์รุ่นแรก ซึ่งในปัจจุบันวัตถุมงคลรุ่นนี้หายากและมีประสบการณ์มาก ปี2535 สร้างเหรียญเจ้าสัวหลวงพ่อนาคพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด ปี2542 สร้างวัตถุมงคลรุ่นเพิ่มทรัพย์ประกอบด้วยพระปิดตาคำหมาก พระสังกัจจายน์จันทร์เพ็ญ เหรียญน้ำมนต์ขอบสตางค์ โดยทำพิธีพุทธาภิเษกในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ ปี2543 สร้างวัตถุมงคลรุ่นเพิ่มสุข ประกอบด้วยรูปเหมือนบูชาเสาร์ ๕ ฐานบรรจุเหรียญแจกทาน พระปิดตาหล่อรุ่นแรก พระสมเด็จหล่อรุ่นแรก พระสมเด็จต่อลาภ พระปรกใบมะขาม แหวนตะกร้อ ตะกรุดโทน ฯลฯ ปี2544 สร้างพระสมเด็จคำหมากรุ่นแรก รูปหล่อแซยิด ฯลฯ นอกจากวัตถุมงคลหลายรูปแบบแล้วสิ่งหนึ่งที่บรรดาลูกศิษย์ของหลวงพ่อเพิ่มเสาะแสวงหาก็คือตะกรุดนั่นเอง โดยหลวงพ่อเพิ่มท่านจะทำตะกรุดขึ้นปีละครั้งโดยท่าน ทำเฉพาะช่วงเข้าพรรษา จารเอง เสกเอง ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นดังนั้นตะกรุดที่ท่านทำจึงมีจำนวนน้อยมากสร้างขึ้นปีละไม่ถึง ๑๐๐ ดอก สำหรับพุทธคุณของตะกรุดท่านนั้นดีเด่นด้านคงกระพันชาตรี วิธีใช้ก็คือให้ห้อยคอห้ามห้อยเอวเด็ดขาดและมีข้อห้ามคือห้ามดื่มสุราและผิดลูก ผิดเมียชาวบ้านเด็ดขาดมิฉะนั้นตะกรุดจะเสื่อมทันที
องค์นี้วรรณะออกผิวน้ำตาลๆ ออกสำริด ขันลงหิน แต่ละองค์จะมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน แบ่งจริงๆ หายากสุดๆ ครับ มีเงินใช่ว่าจะหาได้ง่ายเนื้อแบบนี้ วันนี้นำมาแบ่งกันเลย+กล่องเดิมๆ รับจากวัด จากมือพระอาจารย์แว่น วัดสพานสูงโดยตรง รุ่นนี้เนื้อชนวนพิเศษออกสำริด เนื้อแบบขันลงหิน เลยพิเศษกว่ารุ่นที่เป็นชนวนทองเหลืองหล่อพระ และแช่น้ำมนต์วัดสพานสูงเป็นเวลานาน พระปิดตาเนื้อชนวนยันต์โสฬส วัดสพานสูง หล่อโบราณ จำนวนการสร้าง 1,000 องค์ พระอาจารย์แว่น วัดสพานสูง จัดสร้างด้วยเนื้อชนวนโลหะที่หายาก เช่น ชนวนโลหะหล่อพระจากทั่วประเทศ พระโบราณ พระเก่าหลายยุค ตะกรุดเก่าสายวัดสพานสูง และอีกหลากหลายคณาจารย์จากทั่วประเทศ เหรียญพระนเรศวรชนะศึก เหรียญยันต์โสฬสมงคลวัดสพานสูง เหล็กไหล เหล็กน้ำพี้ แร่เกาะล้าน และแผ่นชนวนยันต์ที่พระอาจารย์แว่น ลงมือจารด้วยตัวท่านเองอีกมากมาย ทั้งเนื้อทองแดง และเนื้อดีบุก เรียกว่า มากที่สุดตั้งแต่สร้างพระปิดตาเนื้อโลหะมาก็ว่าได้ หลอมรวมเป็นพระปิดตาวัดสพานสูงรุ่นนี้ แบบพิมพ์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะวัดสพานสูง ใต้ฐานจะตอกโค้ต "โสฬส" "ปู่เอี่ยม" กำกับไว้ องค์ในภาพเนื้อโลหะจะออกโบราณเข้มขลังแบบเนื้อสำริด ขันลงหิน เนื่องจากมีส่วนผสมของโลหะโบราณ มีคราบน้ำมนต์และสนิมประปราย สวยมาก เพราะเหตุผลด้านชนวนโลหะที่มีจำกัด พระปิดตารุ่นนี้จึงสร้างได้เพียงหนึ่งพันองค์เท่านั้น พระปิดตารุ่นนี้ อาจารย์แว่น วัดสพานสูง ท่านเมตตาเล่าว่าชนวนดีที่สุด ได้รวบรวมชนวนและจัดสร้างไว้นานแล้วพระทุกองค์แช่น้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ของวัดสพานสูง อธิษฐานจิตและนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกเป็นเวลานานก่อนจะนำออกให้บูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บูชาติดตัว : ขนาดองค์พระ 2 x 2.5 ซม. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 083-9722330 (หนึ่ง)
สวยๆจากวัดจ้าาา...
หายากมากๆ ฝังตะกรุดจารมือ รุ่นแรก ปี2555 ลงรัก ฝังตะกรุด และจารหน้า-หลัง หลวงปู่วาสเสก ผมรับมาจากมือพระอาจารย์แว่น วัดสพานสูงโดยตรง ***พร้อมกล่องเดิมๆครับ **จารลายมือ พระอาจารย์แว่น ผู้สร้าง โดยตรง พิเศษ ลงรักดำ มีน้อยครับ จารมือโดยพระอาจารย์แว่น วัดสะพานสูง พระองค์ขนาดเล็ก รุ่นเก่า ปี2555 เข้าพิธีใหญ่มาไม่ตำ่กว่า 5 พิธี พร้อมกล่อง ตกค้างอยู่จำนวนหนึ่งเท่านั้น ฝังตะกรุดทุกองค์ คัดสวย มีจำนวนจำกัด หายากครับ รุ่น นี้ถอดแบบจากพิมพ์โบราณ มวลสารว่าน 108 ชนิด ,แร่เหล็กน้ำพี้ ,ผงโสฬสมงคลสร้างพระปิดตา หลังจะตอกโค้ต "ปู่เอี่ยม" สร้างปี 2555 จำนวน 5,000 องค์(พุทธคุณครบทุกด้าน รุ่นนี้แขวนเดี่ยวๆได้สบายใจ แคล้วคลาด ปลอดภัย โชคลาภ) พระ รุ่นเก่า ไม่มีกล่อง รับจากมือพระอาจารย์แว่น วัดสะพานสูงโดยตรง พระตกค้างที่วัดจำนวนหนึ่ง หายากครับ แบ่งจริงๆ รุ่นนี้สุดยอดเข้าพิธีพุทธาภิเษกหลายวาระ ก้นฝังตะกรุดทองแดง จารมือ โดยพระอาจารย์แว่น วัดสะพานสูง ผู้สร้าง ซึ่งองค์นี้ผมรับจากมือท่านพระอาจารย์แว่น วัดสะพานสูงโดยตรง หายากมากครับ ก้นฝังตะกรุด ท่านอาจารย์แว่น วัดสะพานสูง จัดสร้างอย่างพิถีพิถันมาก สร้างน้อย เนื้อหามวลสารสุดยอด สุดยอด....พิมพ์ทรงดั้งเดิม คลาสสิค ตามแบบฉบับพระปิดตาวัดสะพานสูงโดยแท้ แบ่งพิเศษๆ ให้เลยครับ ที่อื่นแพงๆ ผมจัดให้ราคาตามศรัทธา แท้ มวลสารเยี่ยม พิธีดี หลวงปู่วาส อธิษฐานจิตวัตถุมงคลชุดนี้
สุดยอด....พิมพ์ทรงดั้งเดิม คลาสสิค ตามแบบฉบับพระปิดตาวัดสะพานสูง เช่าเก็บจากวัดสะพานสูงโดยตรง แบ่งพิเศษๆ ให้เลยครับ ที่อื่นแพงๆ ผมจัดให้ราคาตามศรัทธา แท้ โดยตรงจากวัด มวลสารเยี่ยม พิธีดี+กล่องเดิมจากวัดสะพานสูงโดยตรง หลวงปู่วาส อธิษฐานจิตวัตถุมงคลชุดนี้
รับประกันแท้ตามกฎดีดี ถ้าได้โอนเงินให้แล้วช่วยแจ้งรายละเอียดและยอดเงินให้ทราบทาง maibox หรือโทรแจ้ง เนื่องด้วยมียอดซ้ำและเพื่อรวดเร็วในการจัดส่ง...*****การจัดส่ง...ยอดเงินไม่เกิน 500 บาท จัดส่งให้แบบลงทะเบียน ถ้าเกิน 500 บาท จัดส่งให้แบบ EMS. และหลังการจัดส่งแล้วจะแจ้งเลขไปรษณีย์ให้ทราบในinbox ของท่านค่ะ....****และภาพที่ลงประมูลเป็นภาพองค์จริงที่ลงประมูลค่ะ ถ้ามีกล่อง ซอง ก็จะถ่ายให้ดูด้วยค่ะ ****.***** ถ้ารายการพระที่ปิดประมูลราคาไม่เกิน 1000 บาท และผู้ปิดประมูลต้องการออกบัตร ขออนุญาติให้ส่งออกเองนะคะ (เนื่องด้วย เรารับประกันแท้ตามกฎ ถ้าพบว่าไม่แท้เราก็ยินดีคืนเงิน+ค่าใช้จ่ายให้อยู่แล้วค่ะ )แต่ถ้าเกิน1000 บาท แล้วต้องการออกบัตร ต้องบวกค่าใช้จ่ายตามเวปกำหนดเพิ่มด้วยค่ะ แจ้งมาเพื่อให้ผู้ร่วมประมูลทราบกันค่ะ ขอบคุณค่ะ ***เฉพาะหนังสือขอจัดส่งให้แบบลงทะเบียนนะคะ เนื่องจากมีน้ำหนักมากค่าจัดส่งสูง
รับประกันแท้ตามกฎดีดี ถ้าได้โอนเงินให้แล้วช่วยแจ้งรายละเอียดและยอดเงินให้ทราบทาง maibox หรือโทรแจ้ง เนื่องด้วยมียอดซ้ำและเพื่อรวดเร็วในการจัดส่ง...*****การจัดส่ง...ยอดเงินไม่เกิน 500 บาท จัดส่งให้แบบลงทะเบียน ถ้าเกิน 500 บาท จัดส่งให้แบบ EMS. และหลังการจัดส่งแล้วจะแจ้งเลขไปรษณีย์ให้ทราบในinbox ของท่านค่ะ....****และภาพที่ลงประมูลเป็นภาพองค์จริงที่ลงประมูลค่ะ ถ้ามีกล่อง ซอง ก็จะถ่ายให้ดูด้วยค่ะ ****.***** ถ้ารายการพระที่ปิดประมูลราคาไม่เกิน 1000 บาท และผู้ปิดประมูลต้องการออกบัตร ขออนุญาติให้ส่งออกเองนะคะ (เนื่องด้วย เรารับประกันแท้ตามกฎ ถ้าพบว่าไม่แท้เราก็ยินดีคืนเงิน+ค่าใช้จ่ายให้อยู่แล้วค่ะ )แต่ถ้าเกิน1000 บาท แล้วต้องการออกบัตร ต้องบวกค่าใช้จ่ายตามเวปกำหนดเพิ่มด้วยค่ะ แจ้งมาเพื่อให้ผู้ร่วมประมูลทราบกันค่ะ ขอบคุณค่ะ ***เฉพาะหนังสือขอจัดส่งให้แบบลงทะเบียนนะคะ เนื่องจากมีน้ำหนักมากค่าจัดส่งสูง...