soonthorn

ข้อมูลสมาชิก – soonthorn

เริ่มเป็นสมาชิก: June 16, 2010 10:26:40 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 0 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 14957 รายการ , คำติ: 0 รายการ

ประวัติ Feedback


เคาะเดียวแดง กดVหลังชื่อ กรรณิกา ยังมีพระราคาไม่แพงอีกมากครับ(โอนแล้วช่วยแจ้งด้วยครับ)


เขียนโดย :กรรณิกา เจ้าของรายการ December 03, 2015 13:33:20


พระสมเด็จ วัดระฆัง รุ่น อนุสรณ์ 122 ปี  พุทธาภิเษกเมื่อ 22 มิถุนายน ปี 2537 พิธีดีและยิ่งใหญ่ พิมพ์สวยงามพระผงรุ่นนี้น่าบูชาเก็บไว้เป็นอย่างยิ่งครับ พิธีจัดอย่างเข้มขลัง โดยนิมนต์พระอาจารย์ 122 รูป นั่งปรก พุทธาภิเษก ณ. พระอุโบสถ วัดระฆัง วันที่ 22 มิถุนายน 2537 รายนามพระอาจารย์ อาทิ ลพ แพ วัดพิกุลทอง ลพ เปิ่น วัดบางพระ ลป เจือ วัดกลางบางแก้ว ลพ เกตุ วัดเกาะหลัก ลป ทิม วัดพระขาว ลป ดี วัดพระรูป ลพ เพิ่ม วัดป้อมแก้ว ลพ จวน วัดไก่เตี้ย ลพ สวัสดิ์ วัดศาลาปูน ลพ พุธ วัดป่าสาสะวัน ลพ ลำใย วัดทุ่งลาดหญ้า ลพ มี วัดมารวิชัย ลพ เมี้ยน วัดโพธิ์ ลพ ผล วัดดักคะแนน ลพ ลมูล วัดเสด็จ ลพ จ้อย วัดศรีอุทุทพร ลป แย้ม วัดสามง่าม ลพ อุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม ลพ คร่ำ วัดวังหว้า ลพ พูลทรัพย์ วัดอ่างศิลา ลพ สวัสดิ์ สำนักวิปัสสนาเม้าสุขา เป็นต้น


เขียนโดย :เกื้อหนุน เจ้าของรายการ November 30, 2015 15:45:06

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/5881639


พระเนื้อผง สมเด็จองค์ปฐม หลังหลวงพ่อฤาษีลิงดำ (พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี เป็นอีกหนึ่งพิมพ์นิยมของวัตถุมงคลของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ มีประสบการณ์ทางด้านโชคลาภมากที่สุด นำไปอธิษฐานขอสิ่งใดก็ได้ตามที่ขอไว้ทุกอย่าง จนเป็นที่กล่าวขานเลื่องลือกันทั่ว หลวงพ่อฤาษีท่านเป็นศิษย์หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค พระสายหลวงพ่อปานวัดบางนมโค พระปฏิบัติมโนมยิทธิ ดีทางค้าขายเจริญรุ่งเรือง พุทธคุณเก่งทุกด้าน การจัดสร้างและการปลุกเสกต้องใช้ข้าวที่อร่อยที่สุดในปาก นำมาเสกครบ 3 เดือน แล้วจึงทำเป็นผง และนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกอีกทีหนึ่ง พุทธคุณเด่นทางด้านโชคลาภ เจรจาเป็นที่จับใจคน แคล้วคลาดและขอสิ่งใดก็สำเร็จ หายากแล้ว ตามประวัติ ขณะหลวงพ่อท่านฉันท์ข้าว ข้าวคำไหนอร่อย ท่านจะคลายทิ้ง แล้วเก็บไว้นำมาเป็นส่วนผสมสร้างพระรุ่นนี้ สมบูรณ์ที่สุด เก็บรักษามาอย่างดี ท่านได้พุทธาภิเษก ไว้เมื่อปี 2535ที่วิหาร 100เมตร ก่อนที่ท่านจะละสังขาร รุ่นนี้สุดยอดทั้งมวลสารที่หายากทรงคุณอันวิเศษ และ มีพุทธคุณครบถ้วนสมบูรณ์ เหมาะการบูชาติดตัวเป็นอย่างยิ่ง และนับวันจะหาได้ยาก จะเห็นว่า พระทั้งหมดนี้เป็นพระดีทั้งนอกและใน เหมาะแก่การที่ศิษย์จะนำมาบูชากัน เพื่อ ใครมีรุ่นนี้ไว้ก็เหมือนมีหลวงพ่อ และ สมเด็จองค์ปฐม อยู่กับตัว มีบารมีพระพุทธเจ้า ทุกพระองค์ตั้งแต่สมเด็จองค์ปฐมลงมาตามลำดับ คอยคุ้มครองอยู่ เพราะ มีสุดยอดมวลสารได้แก่ เกศา และ ชานหมากของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ , ผงวิเศษหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และยังมี ผงมวลสารต่างๆของวัดท่าซุงที่เก็บไว้นานแล้ว เช่น ผงชอลค์คาถาต่างๆ เช่นยันต์เกราะเพชร , ผงคำข้าว ผงหากหมาก และอื่นๆอีกมาก เรียกว่ารวบสุดยอดมวลสารของวัดท่าซุงเลยทีเดียว


เขียนโดย :เกื้อหนุน เจ้าของรายการ November 30, 2015 15:40:07


พระเครื่อง พระเกจิอาจารย์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของเมืองพิษณุโลก แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนประวัติศาสตร์ ราชธานีสองแผ่นดิน คือ เหรียญและรูปหล่อ พระครูประพันธ์ศีลคุณ หรือหลวงพ่อพันธ์ วัดบางสะพาน ๑ ในพระเกจิอาจารย์ ๑๐๘ รูป ในพิธีจักรพรรดิมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ ๑๙-๒๐ มกราคม ๒๕๑๕ ณ พระวิหารพระพุทธชินราช พิษณุโลก      หลวงพ่อพันธ์ เกิด เมื่อเดือนกันยายน ๒๔๓๖ ที่บ้านโพนหนอง ต.นาหอ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ภายหลังครอบครัวได้อพยพมาอยู่ที่ จ.พิษณุโลก ได้ศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่วัดน้อย ชอบศึกษาคาถาอาคมและสมุนไพรว่านยามาตั้งแต่เด็ก พออายุได้ ๑๘ ปี ได้เข้ารับราชการเป็นพลตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอนครไทย เมื่อ พ.ศ. ๔๕๔ ซึ่งขณะนั้นมีหลวงปู่หุย วัดหัวร้อง นครไทย และหลวงพ่อเรือง วัดบ้านดง ชาติตระการ เป็นผู้เรืองอาคม เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วไปยิ่งนัก ท่านชอบเข้าป่าหาว่านยาและแร่ธาตุต่างๆ กับศึกษาอาคม เพื่อป้องกันตัว และไข้ป่า  เนื่อง จากอำเภอนครไทย หรือเมืองบางยาง ของพ่อขุนบางกลางท่าว หรือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เป็นป่าดงดิบ มีสัตว์ร้ายชุกชุม ในสมัยนั้นหากข้าราชการผู้ใดถูกย้ายไปนครไทยก็เท่ากับเขาใช้ให้ไปตาย จนอายุครบ ๒๑ ปี จึงลาออกจากราชการตำรวจ อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดราชบูรณะ มีพระครูอนุโยคศาสนกิจ (รอด) วัดนางพญา (เจ้าคณะแขวง และเจ้าของเหรียญพระเกจิอาจารย์เหรียญของเมืองพิษณุโลก พ.ศ.๒๔๖๐) เป็นพระอุปัชฌาย์ ใน พ.ศ.๒๔๕๗ ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมวิปัสสนากรรมฐาน และพุทธาคม เพิ่มเติมจากพระอุปัชฌาย์ และตำราโบราณ จนเชี่ยวชาญแตกฉาน  ภาย หลังได้ลาสิกขาเพื่อดูแลบิดามารดาที่ป่วย มิได้มีผู้ดูแลอยู่สักพักหนึ่ง ท่านรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตฆราวาส หาความสงบได้ยากยิ่ง จึงขออนุญาตบิดามารดาอุปสมบทใหม่ ที่พัทธสีมาวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยมีพระวรญาณมุนี (พร้อม พุทธสโร) เจ้าคณะมณฑลพิษณุโลก เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า "สุสิโม" แปลว่า ผู้มีความเชี่ยวชาญในพระเวทย์ จนได้ ๕ พรรษา ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลดอนทอง และใน พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูประพันธ์ศีลคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์ และเจ้าคณะอำเภอวังทอง (เจ้าคณะแขวงนครป่าหมาก เดิม) จึงย้ายมาจำพรรษาที่วัดตลาดชุม หรือวัดวังทองวราราม ในปัจจุบัน   หลวงพ่อพันธ์ เริ่ม นำว่านยา แร่ธาตุต่างๆ มาผสมบดรวมกับชานหมาก และมหาอุด ทำจากไม้ไผ่รวกยอดด้วน ชี้ไปทางทิศตะวันขึ้น บรรจุเศษไม้สากแม่ม่าย ชานหมาก อุดด้วยดินขี้สูตดินราบ บวชพระ ๑ ครั้ง ทำได้ไม่เกิน ๒-๓ ดอก เมื่อพระสวดถึงมิ ก็ภาวนาอุด แล้วเอามีดปาดทันที นำลงอักขระเสกกำกับที่กุฏิ ๓ คืน ตลอดจนชายจีวรที่ท่านนำไปห่มต้นโพธิ์ และมีเด็กมาเลี้ยงวัวในวัดเอานำจีวรที่ต้นโพธิ์ไปทำหางว่าว แล้วเกิดทะเลากับเพื่อน จึงถูกเพื่อนฟันด้วยมีด แต่ไม่เข้าไม่ระคายผิว จึงลือลั่นไปทั่ว และมีเกียรติศัพท์ด้านอยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาดปลอดภัย ในสงครามอินโดจีน จึงมีผู้คนไปขอชานหมากและชายจีวร ตะกรุด ปลอกลูกปืน ลงอักขระ รูปอัดกระจก จนท่านเคี้ยวและเสกแจกให้เกือบไม่ทัน   ในยุคแรก ทหารพิษณุโลกที่ไปราชการสงคราม มาขอของดีจากท่าน อาทิ พลทหารบุญเลิศ มีศิลป์ อาสาสมัครไปรบสมรภูมิเวียดนามและลาว ถูกยิงหลายครั้ง แต่กระสุนปืนไม่ระคายผิวหนังแต่ประการใด  หลวง พ่อต้องรับธุระพระพุทธศาสนา ในฐานะเจ้าคณะปกครอง ปฏิบัติศาสนกิจมาหลายปี ไม่มีเวลาที่จะแสวงหาความสงบได้ โดยปกติหลังออกพรรษาท่านจะเดินเท้าเข้าป่า เขตวังทอง นครไทย ชาติตระการ ด่านซ้าย เลย และเพชรบูรณ์ แสวงหาว่านยา แร่ธาตุ และเจริญวิปัสสนากรรมฐาน บางครั้งท่านหายไปเป็นสิบๆ วัน ชาวบ้านคิดว่าท่านคงถูกเสือหรือสัตว์ป่าทำร้าย หรือเป็นไข้ป่าเสียชีวิตไปแล้ว เมื่อท่านกลับออกมาอย่างปลอดภัยพร้อมว่านยา เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก  ด้วย ความสมถะสันโดษ ในลาภยศ ท่านจึงลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอวังทอง แล้วย้ายมาอยู่ที่วัดบางสะพาน คณะศิษย์ได้ทำแม่พิมพ์พระเครื่อง พิมพ์ต่างๆ หลายแบบ มาถวายให้ท่านนำชานหมากและว่านยามากดพระพิมพ์ด้วยมือของท่าน ซึ่งท่านก็มีเมตตาแจกอย่างทั่วถึง และยังไม่เคยปรากฏพบว่าบุคคลที่รับของจากท่านไปแล้วนำติดตัวไปจะตายโหง หรือถูกอาวุธตายสักรายเดียว  คณะ ศิษย์ได้จัดสร้างเหรียญรูปเหมือนมาถวายให้ท่านปลุกเสก ประกอบด้วย เหรียญรุ่นแรก รูปพัดยศ ฉลองพัดยศ เจ้าคณะอำเภอชั้นเอก ในราว พ.ศ.๒๔๙๐ นิยมเรียกว่า เหรียญจักร, เหรียญรุ่น ๒ เหรียญสองหน้า พ.ศ.๒๕๑๒    เหรียญ รุ่น ๓ ฉลองอายุ ๘๐ ปี พ.ศ.๒๕๑๖ นิยมเรียกว่า เหรียญขวาน เนื่องจากมีประสบการณ์คล้องเหรียญรุ่นนี้ไปเที่ยวงานเขาสมอแคลงแล้วถูกฟัน ด้วยขวานไม่เข้า ไม่ระคายผิว หรือไม่มีเลือดตกยางออกแต่ประการใด และเหรียญรูปเหมือนรูปไข่ พ.ศ.๒๕๑๗ เนื้อทองคำ เท่าอายุ ๘๑ เหรียญ พิมพ์หลังยันต์ครู (๒๕ เหรียญ) และพิมพ์หลังพระพุทธชินราช (๕๖ เหรียญ) และเนื้อเงินและทองแดง  ตลอดจนรูปหล่อโบราณหลวงพ่อพันธ์ รุ่น แรก, พระพิมพ์พระพุทธชินราช และพระนางพญาเนื้อโลหะหล่อโบราณ เทดินไทย โดยฝีมือ จ.ส.อ.ดร.ทวี บูรณะเขตต์ เป็นช่างหล่อ ปลุกเสกหารายได้สร้างบันไดวัดเขาสมอแคลง ใน พ.ศ.๒๕๑๐ เป็นต้น                  พระเครื่องวัตถุมงคลชนิดต่างๆ ของหลวงพ่อพันธ์ มี พุทธคุณสูงส่ง จนเป็นที่ประจักษ์ในด้านแคล้วคลาดปลอดภัยเป็นเอกอุ จึงเป็นพระเครื่องพระเกจิอาจารย์ยอดนิยมเมืองพิษณุโลก เป็นที่นิยมแสวงหาหวงแหนกันมากเป็นยิ่งนักในปัจจุบัน        หลวงพ่อพันธ์ วัด บางสะพาน ได้ละสังขารเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๑๘ สิริอายุได้ ๘๒ ปี ปัจจุบันสังขารของหลวงพ่อพันธ์ที่มรณภาพมากว่า ๓๖ ปี ยังไม่เน่าสลายไปตามหลักธรรมชาติ เป็นรูปแรกของเมืองพิษณุโลกด้วยบุญฤทธิ์ จิตตานุภาพที่หลวงพ่อได้บำเพ็ญเพียรมาตลอดระยะเวลาในสมณเพศ สมดังฉายาที่ว่า "สุสิโม" ผู้มีความเชี่ยวชาญในพระเวทย์อย่างแท้จริง


เขียนโดย :เกื้อหนุน เจ้าของรายการ November 29, 2015 13:45:05


ล็อกเก็ตหินอ่อนหลวงปู่แหวนเลี่ยมนาค


เขียนโดย :เกื้อหนุน เจ้าของรายการ November 26, 2015 14:55:06

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระสมเด็จทั่วไป/5868539


พระเนื้อผง'หลวงพ่อพริ้ง'วัดบางปะกอกน่าสนใจ พระเนื้อผง'หลวงพ่อพริ้ง'วัดบางปะกอก...ที่น่าสนใจ              ในจำนวนพระคณาจารย์ยุคสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยกย่องนับถือของทั้งชาววัด และชาวบ้าน มีอยู่ไม่น้อยในฐานะเป็นที่พึ่งอันประเสริฐ ยามชีวิตต้องตกอยู่ในเปลวเพลิงแห่งไฟสงคราม นาม จาด จง คง อี๋ เป็นชื่อพระคณาจารย์ชั้นหัวแถว ที่ใครๆ ก็รู้จัก นอกจากนี้ยังมี หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ หลวงพ่อจันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงพ่อเผือก วัดกิ่งแก้ว หลวงพ่อเลียบ วัดเลา และอีกหลายต่อหลายท่านที่ได้รับการยกย่องว่า เอกอุในทางวิทยาคม                       พระคณาจารย์อีกรูปหนึ่งที่จะไม่อาจมองข้ามไปได้ เมื่อคุยกันด้วยเรื่องพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองฤทธิ์วิทยาคม ก็คือ พระครูประสาทสิกขกิจ หรือ หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก พระครูผู้ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นพิเศษถือพัด จ.ป.ร. อันหมายถึงพระครูที่มีเกียรติคุณในทางวิปัสนาธุระ                             ขออย่าได้สับสนกับสมณศักดิ์ พระครูวิสุทธิ์ศีลาจารย์ ที่ปรากฏอยู่บนเหรียญรุ่นแรกและรุ่นเดียวของ หลวงพ่อพริ้ง วัด บางปะกอก เพราะนั่นเป็นนามสมณศักดิ์ของ หลวงพ่อวงศ์ วัดมะกอก ตลิ่งชัน ซึ่งเป็นความคลาดเคลื่อนชวนให้เวียนหัว เอาไว้มีโอกาสจะสาธยายให้หายสงสัย)                      เกียรติคุณของหลวงพ่อพริ้ง นั้น มีมากมายหลายประการ ว่ากันว่า งานพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ๆ ในเวลานั้นต้องมี หลวงพ่อพริ้ง ร่วม อยู่ด้วยเสมอ แม้แต่งานหล่อพระรูป สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวร สิริวัฒน์ วัดราชบพิธฯ ปี ๒๔๘๑ ยังต้องหมายเหตุเอาไว้ใต้ภาพถ่ายหมู่ของพระไม่ทันเวลาถ่าย คณาจารย์ที่ร่วมในพิธีว่า ... พระครูวิสุทธิศีลาจารย์ (อาจารย์พริ้ง) วัดบางปะกอก ธนบุรี มา(รูป) แต่ทันเข้าพิธีปลุกเสกและสวดมนต์ฉลอง     หรือแม้แต่การสร้างพระกริ่งของวัด สุทัศนฯ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ยังโปรดให้นิมนต์พระอาจารย์พริ้งมาร่วมด้วยเสมอมิได้ขาด                      เรื่องที่น่าสนใจและเป็นเรื่องที่ใครๆ มักพูดถึงเขียนถึง เมื่อหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับ หลวงพ่อพริ้ง นั่น คือ หลวงพ่อพริ้ง เป็น พระอาจารย์สำคัญรูปหนึ่งที่ กรมหลวงชุมพรฯ ทรงยกย่องนับถือ และไปร่ำเรียนวิชาทางพุทธาคมด้วย แม้จะทรงร่ำเรียนมากับ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จนหมดตำรา มาแล้วก็ตาม ทั้งยังโปรดให้พระโอรสทั้งสามได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบางปะกอก เพื่อให้อยู่ในความดูแลของหลวงพ่อพริ้งอีกด้วย                 เหตุนี้เอง บรรดาทหารเรือจึงพลอยให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อพริ้งไปด้วย ขณะเดียวกันพระเครื่องของหลวงพ่อพริ้งจำนวนไม่น้อยที่มีหมุนเวียนในสนามพระ ก็มาจากทหารเรือรุ่นเก่าๆ นี่เอง                   หลวงพ่อพริ้ง สร้าง วัตถุมงคลไว้หลายอย่าง อันแสดงให้เห็นว่า ท่านมีความสามารถหลายด้าน และเจนจบในศาสตร์ทางพุทธาคมหลายแขนง ทั้งผ้ายันต์ เสื้อยันต์ ตะกรุด มงคลแขน มงคลสวมหัว พระเครื่องเนื้อผง เนื้อโลหะ เนื้อดินเผา ลูกอมเนื้อผง สีผึ้งทาปาก ฯลฯ มีเรื่องเล่าว่า ช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ นั้น หลวงพ่อพริ้งท่านทำลูกอมเนื้อผงแจกไม่ทัน กระทั่งต้องเก็บหินกรวดในลานวัด มาเสกแจกแทนลูกอม ซึ่งก็ขลังไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน                       อันที่จริงหลวงพ่อพริ้งท่านสร้างพระเครื่องเนื้อผงไว้ไม่น้อย ทั้งยังมีแบบพิมพ์มากมาย มีทั้งประเภทถอดพิมพ์มาจากพระยุคเก่า แบบล้อพิมพ์พระยุคเก่า และแบบที่สร้างขึ้นใหม่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสำนักวัดบางปะกอกเองก็มี ซึ่งแต่ละแบบพิมพ์สร้างขึ้นหลายต่อหลายครั้ง สังเกตได้จากเนื้อหาของ พระพิมพ์เดียวกันจะมีความต่างกันของเนื้อหาของส่วนผสม ตลอดจนผิวพรรณธรรมชาติ               แต่ไม่ว่า พระเครื่องของท่านจะแตกต่างกันอย่างไรก็ตาม วัสดุมวลสารซึ่งประกอบกันเป็นองค์พระจะต้องมีเนื้อหาคล้ายๆกัน คือ มีเม็ดผงสีขาว ทั้งแบบหยาบและละเอียดกระจายอยู่โดยทั่วไป ผงสีดำคล้าย ผงถ่าน ซึ่งบางครั้งเห็นเป็นชิ้นๆ อย่างชัดเจน แต่ส่วนใหญ่จะค่อนข้างละเอียด มีลักษณะดำด้านๆ  พระบางองค์จะปรากฏเม็ดแร่บดละเอียด มีความมันวาว รูปทรงไม่แน่นอน ท่านผู้รู้เชื่อว่า เป็นแร่เกาะล้าน ซึ่งเป็นของทนสิทธิ์ หรือของขลังตามธรรมชาติ เม็ดสีน้ำตาลอมส้มจุดเล็กๆ แม้จะมีไม่มากนัก แต่เท่าที่พบส่วนใหญ่จะปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด นอกจากนั้นยังมีเม็ดกรวด ทราย กระจายตัวอยู่ประปราย                     พระเครื่องเนื้อผงส่วนใหญ่ของหลวงพ่อพริ้งจะมีสีสันวรรณไปทางสีเทา ทั้งเทาอ่อน เทาเข้ม เทาอมเขียว เทาอมชมพู แต่มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นพระเนื้อผงคลุกรัก เนื้อผงใบลาน  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพิมพ์ พระคง ไม่ว่าจะเป็นพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก               สำหรับ พิมพ์พระคง นี้ บางองค์มีเม็ดแร่ผสมอยู่มาก ดูแพรวพราวตระการตา เนื้อพระชนิดนี้แทบจะมองไม่เห็นมวลสารประเภท ผง สีขาว ผงสีน้ำ ตาล  และผงวิเศษสีอื่นใดเลย เนื่องจากมีความประณีตในการบดผงผสมเนื้อพระ เข้ากับผงใบลานเผา และยางรัก จึงทำให้เนื้อพระปรากฏแต่สีดำเท่านั้น               แต่ พระคง บางองค์ก็มีเนื้อหยาบๆ ปรากฏมวลสารให้เห็นเป็นจำนวนมาก แม้เนื้อหาขององค์พระจะเป็นสีดำก็ตาม นักสะสมในสายหลวงพ่อพริ้งมักเรียกพระเนื้อแบบนี้ว่า “เนื้อพุทรากวน”                         มีข้อน่าสังเกตอีกอย่างหนึ่ง ในเรื่องการผสมเนื้อพระของหลวงพ่อพริ้ง คือ พระเครื่องของวัดบางปะกอก ที่สร้างขึ้นในสมัยหลวงปู่พริ้งนั้นค่อนข้างร่วนซุย และมีลักษณะของการทดลองตัว ประสานเนื้อพระอยู่ตลอดเวลา และเชื่อได้ว่าหลวงพ่อพริ้งท่านไม่ได้ใช้น้ำมันตั้งอิ๊วเป็นตัวประสานเนื้อ พระแต่อย่างใด เพราะพระเครื่องของท่านจะหาความหนึกนุ่ม ตามแบบฉบับพระเครื่องเนื้อผง ที่เห็นกันโดยทั่วไปได้ยากมาก                     ในเรื่องนี้หากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่า หลวงพ่อพริ้งนิยมใช้วัสดุจำพวกปูนซีเมนต์เป็นตัวประสานหลัก จึงทำให้เมื่อเนื้อพระแห้งแล้วจึงไม่มีความฉ่ำของตัวประสานประเภทน้ำมันใดๆ เลย พระประเภทนี้มักพบว่า มีการใช้วัสดุต่างๆมาเคลือบผิว เพื่อรักษามิให้พระกระเทาะแตกหักได้ง่าย เช่น เคลืบด้วยยางไม้ หรือเชลแล็กก็เคยพบ                 แต่ใช่ว่าท่านจะใช้ปูนซีเมนต์เพียงอย่างเดียว ดังที่ได้กล่าวไว้ว่า หลวงพ่อพริ้งท่านเป็นนักทดลอง จึงมักคิดค้นสูตรการประสานเนื้อผงในพระเครื่องของ ท่านอยู่เสมอ พระเครื่องบางพิมพ์บางรุ่นก็ใช้รักน้ำเกลี้ยงบ้าง สมุกบ้าง เทียนขี้ผึ้งบ้าง (พบในลูกอมเนื้อสีดำ) หรือแม้แต่ดินหม้อเคล้ายางรัก ซึ่งเนื้อพระจะมีความเนียนละเอียด ฉ่ำมัน (แบบเดียวกับพระกริ่งคลองตะเคียน) ก็มี                     จะว่าไปแล้ว พระของหลวงพ่อพริ้งน่าจะขึ้นหลักแสนมานานแล้ว แต่กลับมีค่านิยมอยู่เพียงหลักพันหลักหมื่นเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลก ทั้งที่มีปัจจัยพร้อมมูลอยู่มากมาย ทั้งรูปแบบพิมพ์ทรง และเนื้อหาก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งหลวงพ่อพริ้งท่านก็เป็นผู้ทรงคุณอันวิเศษ ที่ได้รับการยกย่องยอมรับมานานแสนนาน ประสบการณ์ก็มีปรากฏมากมาย ทั้งฝ่ายบู๊ ฝ่ายบุ๋น ซึ่งชาวบางปะแก้ว บางปะกอก ให้ความศรัทธาเชื่อมั่นอยู่เต็มหัวใจ หรืออาจเป็นเพราะความเมตตาที่หลวงพ่อพริ้งท่านต้องการสงเคราะห์คนสตางค์น้อย ซึ่งมีอยู่ไม่น้อย ได้มีของดีของท่านคุ้มครองตัวก็เป็นได้                      และหากจะถามว่าพระเครื่องของหลวงพ่อพริ้งนั้นมีดีดังที่กล่าวอ้างมาเสียยืด ยาวนั้น แน่หรือ พิสูจน์ได้อย่างไร ขอบอกได้เลยว่า ไม่ต้องทดลองให้เสียเวลา เพราะ กรมหลวงชุมพรฯ ท่านได้ทรงทดสอบมาจนพอพระทัยแล้ว ถึงได้ยอมรับนับถือหลวงพ่อพริ้งเป็นครูบาอาจารย์ ทั้งที่ทรงมีพระชนมายุน้อยกว่าหลวงพ่อพริ้งเพียง ๑๐ ปีเท่านั้น                 ประวัติโดยสังเขป "หลวงพ่อพริ้ง" วัดบางปะกอก                 พระครูประศาสน์สิกขกิจ (พริ้ง อินทโชติ) วัดบางปะกอก มีนามเดิมว่า "พริ้ง เอี่ยมทศ" เกิดเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะเมีย ตรงกับปี พ.ศ.๒๔๑๒ ที่บ้านบางปะกอก โยมบิดาชื่อ "เอี่ยม" โยมมารดาชื่อ "สุ่น" บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดราชสิทธาราม (วัดพลับ) ตั้งแต่ยังเล็ก ศึกษาอักขรสมัย และพุทธาคมกับ พระสังวรานุวงศ์ (เมฆ) จนเชี่ยวชาญตั้งแต่เยาว์วัย                 เมื่ออายุครบบวชจึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดบางปะกอก เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๕ โดยมี พระสุธรรมสังวรเถร วัดทองนพคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระพุทธสร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระจันทโชโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อบวชแล้วได้พำนัก ณ วัดทองนพคุณ เป็นเวลาปีเศษแล้ว จึงย้ายกลับมาอยู่วัดบางปะกอก                 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบางปะกอกใน พ.ศ.๒๔๓๘ ได้เป็นพระอุปัชฌาย์ใน พ.ศ.๒๔๗๐ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นพระครูสัญญาบัตร ที่ "พระครูประศาสน์สิกขกิจ" เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๙      หลวงพ่อพริ้งมรณภาพด้วยอาการอันสงบ ณ วัดบางปะกอก เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๐  


เขียนโดย :เกื้อหนุน เจ้าของรายการ November 26, 2015 13:35:05

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุด-จ.นครปฐม/5943082


ยังมีรายการพระที่น่าสนใจอีกหลายรายการ เข้าไปดูได้โดยคลิกที่ตัว 


เขียนโดย :popo4704 เจ้าของรายการ November 24, 2015 14:30:04


ยังมีรายการพระที่น่าสนใจอีกหลายรายการ เข้าไปดูได้โดยคลิกที่ตัว 


เขียนโดย :popo4704 เจ้าของรายการ November 24, 2015 14:28:54

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุด-จ.นครปฐม/5948009


ยังมีรายการพระที่น่าสนใจอีกหลายรายการ เข้าไปดูได้โดยคลิกที่ตัว 


เขียนโดย :popo4704 เจ้าของรายการ November 24, 2015 14:28:11


ยังมีรายการพระที่น่าสนใจอีกหลายรายการ เข้าไปดูได้โดยคลิกที่ตัว 


เขียนโดย :popo4704 เจ้าของรายการ November 24, 2015 14:27:35

หน้าที่ :  934