ประวัติ หลวงพ่อเก็บ วัดดอนเจดีย์ นามเดิม ชื่อ เก็บ นามสกุล พุฒิเจริญ เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๗ บิดาชื่อนายรัด มารดาชื่อ นางโค้ เกิด ณ บ้านสองพี่น้อง ตำบลสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี มีศักดิ์เป็นหลานอา ของสมเด็จป๋า และ "หลานลุง"ของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ อุปสมบทเมื่อ วันที่๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๗ ณ พัทธสีมาวัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี พระครูอุภัยภาดารักษ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์หอม วัดสองพี่น้อง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ล้วน เจ้าอาวาสวัดละครทำ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่ออุปสมบทแล้ว ได้ศึกษาอยู่ในสำนักของ พระอุปัชฌาย์วัดสองพี่น้อง ๑ พรรษา แล้วย้ายเข้าไปศึกษาบาลี ที่วัดพระเชตุพน กับสมเด็จป๋า สมัยที่ยังเป็นพระมหาปุ่น พอได้เป็นเปรียญธรรม ๕ ประโยค สมเด็จป๋าก็ส่งให้กลับมาเปิดสำนักเรียนบาลีที่วัดสองพี่น้อง เมื่อพ.ศ. ๒๔๘๓ วัดสองพี่น้องจึงเป็นสำนักเรียนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสุพรรณบุรีสำนัก หนึ่งตั้งแต่นั้นมา และตัวท่านเองก็สอบได้เป็นเปรียญธรรม ๗ ประโยค เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๒ ถือเป็นพระมหารูปแรกที่สอบได้ ป.ธ. ๗ ในนามคณะสงฆ์จังหวัดสุพรรณฯ ในเวลาต่อมา และศิษย์สองพี่น้องของท่านตั้งแต่รุ่นแรกถึงรุ่น ต่อ ๆ มาได้อยู่สนองงาน ของคณะสงฆ์ปัจจุบัน อาทิ ๑. พระธรรมมหาวีรานุวัตร (ฉลอง จินตาอินโท ป.ธ.๕) เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ๒. พระราชปริยัติสุธี (สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.๘) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ๓.พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ ป.ธ.๙) (รองสมเด็จพระราชาคณะ) รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ หัวหน้าสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูต และเจ้าคณะภาค ๗ ๔. พระธรรมปัญญาภรณ์ (สุชาติ ธมฺมรตโน ป.ธ.๙) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง เจ้าคณะภาค และ ศิษย์สายสองพี่น้อง + ดอนเจดีย์ ที่สำเร็จเป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยค ยังดำรงสมณเพศอยู่อีกหลายรูป ครั้นถึง พ.ศ.๒๕๐๑ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๗ (สมเด็จป๋า) วัดพระเชตุพน ฯ กรุงเทพ ฯ สมัยดำรงสมณศักดิ์ที่ "พระธรรมวโรดม"เจ้าคณะตรวจการคณะสงฆ์ภาค ๗ เห็นว่าวัดดอนเจดีย์ เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวาย "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" พระผู้มีพระคุณยิ่งใหญ่แก่แผ่นดิน ควรมีพระผู้ใหญ่ไปอยู่ประจำ จึงสั่งให้ "พระวิบูลเมธาจารย์" (หลวงพ่อเก็บ) วัดสองพี่น้อง เจ้าคณะอำเภอสองพี่น้อง รักษาการเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ไปอยู่ประจำตั้งแต่เดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๑ จนกระทั้ง มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๕ สิริอายุได้ ๖๙ ปี ๔๙ พรรษา ยุคสมัยของ หลวงพ่อพระวิบูลเมธาจารย์ ได้เปิดสำนักเรียนขึ้น มีพระภิกษุสามเณรมาอาศัยอยู่ศึกษาเล่าเรียนถึง ๑๓๐ รูปเศษนับเป็นยุคที่การศึกษารุ่งเรืองมาก และถือว่าพลวงพ่อเป็นปูชนียบุคคลผู้วางรากฐานไว้ให้กับวัดดอนเจดีย์ อย่างแท้จริง
ประวัติหลวงพ่อดำวัดตุยง พระราชพุทธิรังษี (หลวงพ่อดำ) เป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย และมีวาจาศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันทางวัดมุจลินทวาปีวิหาร (วัดตุยง) ได้สร้างศาลาประดิษฐานรูปปั้นหลวงพ่อดำเพื่อให้พุทธศาสนิกชน ได้เคารพสักการะหลวงพ่อดำ มีนามเดิมว่า ดำ นามสกุล จันทรักษ์ เกิดวันเสาร์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๓๗ ที่ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา บิดามีนามว่า หลวงจรานุรักษ์เขตร (พลับ จันทรักษ์) มารดามีนามว่า นางพ่วนเหนี่ยว จันทรักษ์ เด็กชายดำ จันทรักษ์ เริ่มการศึกษาที่บ้าน โดยเรียนกับบิดาจนอ่านออกเขียนได้ จนถึงอายุได้ ๑๙ ปี จึงบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดนาทับ ได้ศึกษาหนังสือขอม ทั้งขอมไทยและขอมบาลีจนเชี่ยวชาญ ระหว่างที่เป็นสามเณรได้เกิดอาพาธจึงได้ลาสิกขาชั่วคราว เหตุผลเพราะยาโบราณต้องผสมสุรา เมื่อหายอาพาธ แล้วจึงได้กลับมาอุปสมบทในขณะที่มีอายุ ๒๒ ปี ได้นามฉายาครั้งแรกว่า "นนฺทิยมาโน" ต่อมาได้เดินทางไปกรุงเทพฯ โดยได้ไปจำวัดที่วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (หม่อมเจ้าภุชงค์) วัดราชบพิธ ได้ทรงเปลี่ยนนามฉายาให้ใหม่เป็น "นนฺทิโย" ซึ่งเป็นคำนาม แปลว่า "ผู้เป็นที่ตั้งแห่งความเพลิดเพลิน" แล้วทรงฝากให้ ศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกสามัญและแผนกบาลีที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ โดยท่านได้เดินทางกลับปัตตานี อีกครั้ง มาประจำอยู่ที่วัดมุจลินทวาปีวิหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี จนถึงวาระมรณภาพ โดยมีตำแหน่ง และสณศักดิ์ต่างๆ ดังนี้ วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๔ เป็นฐานานุกรมของพระครูพิบูลย์สมณวัตร (หลวงพ่อชุม) เจ้าอาวาส วัดมุจลินทวาปีวิหารที่ "พระใบฎีกา" วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๖ พระเทพญาณโมลี เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "เจ้าคณะหมวดตุยง" วันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ พระเทพญาณโมลี เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "ผู้ช่วยเจ้าคณะแขวงตุยง" วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรเป็นที่ "พระครูกนิตสมณวัตร" วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งสาธารณูปการจังหวัดปัตตานี วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรเป็นพระราชาคณะ (เจ้าคุณ) ชั้นสามัญที่ "พระมุจลินทโมลี" วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดปัตตานี วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรเป็นพระราชาคณะ ชั้นราชที่ "พระราชพุทธิรังษี" ท่านยังเป็น พระกรรมวาจาจารณ์ (พระคู่สวดของ อ. ทิม วัดช้างให้) อีกทั้งท่านยังเป็นประธานในพิธีปลุกเสก วัตถุมงคลของวัดช้างให้มาโดยตลอดอีกด้วย พระราชพุทธิรังษี หรือหลวงพ่อดำ ได้บริหารคณะสงฆ์และงานก่อสร้างสังฆเสนาสนะตลอดถึงงานทุกอย่าง เสร็จเรียบร้อยประหนึ่งปาฏิหาริย์ ทั้งนี้เป็นเพราะปาฏิหาริย์ประพฤติดีประพฤติชอบ ท่านเดินจงกรมตั้งแต่ เวลา ๑๙.๐๐ - ๒๒.๐๐ น. เป็นประจำ อีกทั้งยังเข้าห้องนั่งสมาธิตลอดมาจนถึงวาระสุดท้าย ท่านมรณภาพ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๖ รวมอายุได้ ๙๐ ปี ผลงานของท่านเกี่ยวหลวงพ่อทวดวัดช้างให้ ๑. ท่านเป็นประธานพิธีปลุกหลวงพ่อทวดวัดช้างให้ รุ่นแรก ๒๔๙๗ ๒. ท่านปลุกเสกหลวงพ่อทวดวัดช้างให้ ปี ๒๕๐๕ หลังจากมีพระปลอมออกมามาก อีกทั้ง พระธรรมโมลี อดีตเจ้าคณะจังหวัดปัตตานี ได้ปลด อ. ทิม ออกจากเจ้าอาวาสวัดช้างให้ ๓. ท่านปลุกเสกหลวงพ่อทวดวัดช้างให้ รุ่น ๒๔
พระนาคปรกนางตรา หลวงพ่อชู วัดมุมป้อม จ.นครศรีธรรมราช ปี2500 หลวงพ่อชู ได้นำเอาพระเก่าต่าง ๆ ที่ชำรุดมาผสมสร้าง จัดว่าเป็นพระที่มีพุทธคุณดี น่าบูชา จัดว่าเป็นของดีที่แนะนำ หลวงพ่อชู ท่านเป็นพระเกจิแห่งวัดมุมป้อม นครศรีธรรมราช ท่านเป็นพระ สายหลวงพ่อชูเฒ่า หลวงพ่อหนูจันทร์ หลวงพ่อจับ ท่านมาจากสายลุ่มน้ำ แต่มาเป็นเจ้าอาวาสวัดมุมป้อม ซึ่งอยู่ในอ.เมือง มานานแล้วครับ และที่สำคัญบางท่านอาจยังไม่ทราบว่า พิธีปลุกเสก ณ อุโบสถ เหรียญอาจารย์นำ "ภปร" วัดดอนศาลา มีเกจิอาจารย์มาร่วมพิธีมากมายซึ่งรวมถึงอาจารย์ชู วัดมุมป้อมด้วยครับ รายนามผู้ปลุกเสกมีดังนี้ พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง จ.นครศรีธรรมราช พ่อท่านแสง วัดคลองน้ำเจ็ด จ.ตรัง พ่อท่านมุม วัดนาสัก จ.ชุมพร หลวงพ่อหมุน วัดเขาแดง จ.พัทลุง หลวงพ่อรอด วัดประดู่ฯ จ.นครศรีธรรมราช หลวงพ่อผอม วัดหญ้าปล้อง จ.นครศรีธรรมราช หลวงพ่อชู วัดมุมป้อม จ.นครศรีธรรมราช หลวงพ่อแก้ว วัดโคกโดน จ.พัทลุง หลวงพ่อเล็ก วัดประดู่เรียง จ.พัทลุง หลวงพ่อศรีเงิน วัดดอนศาลา จ.พัทลุง พระครูกาชาด วัดดอนศาลา จ.พัทลุง
เคาะเดียวแดง กดVหลังชื่อ กรรณิกา ยังมัพระราคาไม่แพง อีกมากครับ(โอนแล้วช่วยแจ้งด้วยครับ)
เคาะเดียวแดง กดvหลังชื่อ กรรณิกา ยังมีพระราคาไม่แพง อีกมากครับ(โอนแล้วช่วยแจ้งด้วยครับ)
เคาะเดียวแดง กดvหลังชื่อ กรรณิกา ยังมีพระราคาไม่แพง อีกมากครับ(โอนแล้วช่วยแจ้งด้วยครับ)
เคาะเดียวแดง กดvหลังชื่อ กรรณิกา ยังมีพระราคาไม่แพง อีกมากครับ(โอนแล้วช่วยแจ้งด้วยครับ)
พระเก่าของที่บ้านค่ะ พิมพ์นิยมค่ะ พี่ท่านใดชอบเชิญเคาะได้เลยค่ะ รับประกันตามกฏค่ะ
พระเก่าของที่บ้านค่ะ พิมพ์นิยมค่ะ พี่ท่านใดชอบเชิญเคาะได้เลยค่ะ รับประกันตามกฏค่ะ
พระแท้ดูง่ายๆค่ะ รับประกันความแท้ค่ะ