วัดใจ ! เหรียญ " สมเด็จพระสังฆราช ชื่น กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ " เนื้อทองแดง สมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี หายากครับ เก็บเดิมๆ พิธีใหญ่ ฉลองกรุง 200 ปี สมทบทุนสร้างตึกวชิรญาณวงศ์ โรงพยาบาลจุฬา ในหลวงเสด็จเททอง พร้อมด้วยเกจิอาจารย์ดังในยุคนักปรกปลุกเสกเพียบ มีโค๊ตด้านหน้าเหรียญ เกจิอาจารย์ที่ร่วมปลุกเสกเหรียญในยุคนั้น 1. สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ 2. พระมงคลราชมุนี (สุพจน์ โชติปาโล) วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ 3. พระราชสังวรญาณ (สนิท ถิรสินิทฺโธ) วัดศิลขันธาราม อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง 4. หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 5. หลวงพ่ออุตตมะ อุตฺตมังกโร วัดวังก์วิเวการาม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 6. พระครูพิพิธพัชรศาสน์ (หลวงพ่อจ้วน) วัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี 7. หลวงพ่อสุด วัดกาหลง อ.เมือง จ.เพชรบุรี 8. พระครูสุตาธิการี (หลวงพ่อทองอยู่) วัดใหม่หนองพะอง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 9. พระครูประดิษฐ์นวการ วัดวังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี 10. พระครูญาณวิจักขณ์ (พระอาจารย์ผ่องจินดา) วัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพฯ เข้านั่งปรกเจริญภาวนาอธิษฐานจิตในมณฑลพิธีราชวัตรฉัตรธง ประกอบพิธีพุทธาภิเษก พิธีดีมาก น่าเก็บสะสม
วัดใจ ! เหรียญ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า รุ่น พุทธคุณ ปี 2537 " หลวงพ่อดี วัดพระรูป " พร้อมเกจิดังในยุคร่วมปลุกเสก อาทิ หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม , หลวงพ่อรวย วัดตะโก , หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว , หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน , หลวงพ่อวิทยา (หลวงพ่อตี๋) วัดท่ามะกรูด จ.สุพรรณบุรี , หลวงพ่อฮวด วัดดอนโพธิ์ทอง สุพรรณบุรี , หลวงปู่แย้ม วัดสามง่าม , หลวงปู่เครื่อง วัดสระกำแพงใหญ่ ฯลฯ เป็นเหรียญเนื้อทองแดง สภาพสวย ไม่ผ่านการใช้ ....บุญยวีร์.... แบ่งให้ในราคาโดน ๆ ตั้งแต่เคาะแรก รับประกันพระแท้ 100% เหรียญสวย ๆ พิธีดี ๆ อย่างนี้สิ...น่าเก็บ!
วัดใจ ! เหรียญ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า รุ่น พุทธคุณ ปี 2537 " หลวงพ่อดี วัดพระรูป " พร้อมเกจิดังในยุคร่วมปลุกเสก อาทิ หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม , หลวงพ่อรวย วัดตะโก , หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว , หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน , หลวงพ่อวิทยา (หลวงพ่อตี๋) วัดท่ามะกรูด จ.สุพรรณบุรี , หลวงพ่อฮวด วัดดอนโพธิ์ทอง สุพรรณบุรี , หลวงปู่แย้ม วัดสามง่าม , หลวงปู่เครื่อง วัดสระกำแพงใหญ่ ฯลฯ เป็นเหรียญเนื้อทองแดง สภาพสวย ไม่ผ่านการใช้ ....บุญยวีร์.... แบ่งให้ในราคาโดน ๆ ตั้งแต่เคาะแรก รับประกันพระแท้ 100% เหรียญสวย ๆ พิธีดี ๆ อย่างนี้สิ...น่าเก็บ!
เหรียญ 9 สังฆราช 9 รัชกาล หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี เนื้อทองแดง
ตะกรุดลูกปืน หลวงปู่ขุ้ย หลวงพ่อบัวทอง เสาร์๕
เหรียญครูบาศรีวิชัย วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ จ.เชียงใหม่ ปี ๒๕๑๕ เหรียญ ครูบาศรีวิชัย วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ จัดสร้างโดยคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ โดยกำหนดพิธีมหาพุทธาภิเษกพระพุทธสิหิงค์จำลอง ๙ เมษายน ๒๕๑๕ พระเครื่องพิมพ์ต่างๆที่สร้างและปลุกเสกในพิธีเดียวกัน นอกจากพระพิมพ์พระร่วงรางปืนแล้ว ยังมีพระกริ่งเชียงแสน ,เหรียญพระพุทธสิหิงค์,เหรียญพระเจ้าเสตังคมณี วัดเชียงมั่น,เหรียญหลวงพ่อทันใจ,เหรียญครูบาศรีวิชัย ,เหรียญเจ้าคุณพระราชสิทธาจารย์,เหรียญเจ้าคุณพระอภัยสารทะ วัดทุงยู มหาพุทธาภิเศกใหญ่โดยยอดพระคณาจารย์ ๑๐๘ รูป ดังมีรายชื่อดังต่อไปนี้ -หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี -หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง -หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม -อาจารย์นำ แก้วจันทร์ -หลวงพ่อเกษม เขมโก ....ฯลฯ พระเครื่องและวัตถุมงคลชุดนี้ นับเป็นพิธีปลุกเสกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพิธีหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ในสมัย นั้นเลยก็ว่าได้ เหรียญครูบาศรีวิชัยรุ่นนี้ถือเป็นยอดวัตถุมงคลที่ผู้มีจิตเคารพศรัทธาในครู บาศรีวิชัยควร มีไว้บูชาเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะทำพิธีมหาพุทธาภิเษกใหญ่โดยยอดคณาจารย์ในสมัยนั้นแล้ว ยังสร้างโดยวัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งเป็นวัดที่ครูบาศรีวิชัยท่านได้สร้างและยังเป็นศูนย์รวมใจ เป็นที่ยึดเหนี่ยวของประชาชนชาวล้านนาอีกด้วย
จระเข้โทน หลวงพ่อสนิท วัดลำบัวลอย รุ่น2 ทบ ปี 2516 แจกถึงปี 2525 เนื้อตะกั่วปั๊ม ใต้ท้องมียันต์ อิสวาสุ นะมะพะทะ สภาพสวย ดูง่าย ตัวจริง หายากสุดๆ โดยหลวงพ่อหล่อเองที่วัดมิได้สร้างมาจากที่อื่น เจตนาเพื่อ บูชาคุณอาจารย์เส็ง ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาจระเข้โทนมาให้ และเพื่อแจกทหาร ตำรวจ คาถาบูชาชนิดย่อๆ อิ สวา สุ ภาวนา 3 คาบ 7 คาบ หรือ แบบฉบับเต็มก็ว่า พุทธังสะระณังเมสิทธิ ธัมมังสะระณังเมสิทธิ สังฆังสะระณังเมสิทธิ พุทธังเอหิมาเรโส พุทธังกุมภีโรโจรัง คงคังปิติอิ ธัมมังกุมภีโรโจรัง คงคังปิติอิ สังฆังกุมภีโรโจรัง คงคังปิติอิ ดีนักปกป้องคุ้มครอง แคล้วคลาด ภูตผีปีศาจเกรงกลัว ป้องกันสัตว์เลื้อยคลาน ถอดถอนเสน่ห์ยาแฝดต่างๆ จระเข้โทน จะใส่กระเป้าเสื้อกางเกง ผูกติดเอง คล้องคอ รอดราวผ้า ไต้ถุนไม่ถืออะไรทั้งสิ้น เว้นแต่จะเป็นผู้คิดคดต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จระเข้ไม่คุ้มครอง จะแพ้ภัยตัวเอง ประวัติการสร้างจระเข้โทน "การสร้างเครื่องรางประเภทจระเข้โทนนั้นเกิดขึ้นจากความเชื่อแต่โบราณที่ว่า เมื่อครั้งก่อนพุทธกาลสมัยที่พระพุทธเจ้ายังเป็นพระโพธิสัตวย์เสวยพระชาติ 500 ชาตินั้น มีอยู่ชาติหนึ่งพระองค์เสวยชาติเป็นพญากุมภีร์ เป็นเจ้าแห่งสัตว์น้ำทั้งหลาย มีบริวารเป็นจระเข้อีก 500 ตัว เรียกได้ว่าใคร ๆ ต่างก็เกรงกลัวบารมีของพญากุมภีร์เป็นอันมาก จากความเชื่อนี้ทำให้ครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณทั้งหลายจึงนิยมสร้างจระเข้ โทนเป็นเครื่องรางให้ลูกศิษย์ลูกหาได้นำไปบูชาติดตัวกัน เพื่อปกป้องคุ้มครองตนและปกป้องเรื่องอุบัติเหตุต่าง ๆ ให้บังเกิดเป็นแคล้วคลาด ในจำนวนครูบาอาจารย์ที่สร้างจระเข้โทนได้มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์สูงนั้น ต้องยกให้พระครูเวทย์วินิฐหรือลพ.สนิท วัดลำบัวลอย เป็นหนึ่งในนั้น โดยการสร้างจระเข้โทนนั้นท่านศึกษาเล่าเรียนมาจากหลวงลุงเส็ง มีศักดิ์เป็นลุงจริง ๆ ของท่าน ตัวหลวงลุงเส็งนี้ได้ศึกษาวิชามาจากที่ใดไม่ได้กล่าวถึง (เข้าใจว่ามาจากทางเขมร) แต่ท่านพยายามคะยั้นคะยอให้ลพ.สนิทตั้งใจเรียนวิชานี้จากท่าน เพราะท่านทราบว่าต่อไปลพ.สนิท จะต้องเป็นผู้รับมรดกชิ้นนี้จากท่านไป ซึ่งหลังจากหลวงลุงเส็งถ่ายทอดวิชานี้ให้ลพ.สนิทได้ไม่นาน ท่านก็ลาสิกขาไปครองเรือน และถึงแก่กรรมในกาลต่อมาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของจระเข้โทนของหลวงลุงเส็ง นั้น ครั้งหนึ่งลพ.สนิทท่านเคยเล่าให้ฟังว่า สมัยแรก ๆ ท่านไม่เคยเชื่อเรื่องนี้มาก่อน หลวงลุงเส็งจึงพาท่านไปที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง และหยิบจระเข้ออกจากย่าม 4 ตัวเป็นเนื้อไม้ทองหลาง 2 ตัว เนื้อหินแกะ 1 ตัว และเนื้อไม้คูณอีก 1 ตัว จากนั้นก็บริกรรมคาถาสักพักแล้วโยนลงแม่น้ำทั้ง 4 ตัว สักพักเห็นจระเข้เป็น ๆ ตัวใหญ่มาก 4 ตัวลอยขี้นมาบนผิวน้ำ น่าเกรงขามมาก เพราะทุกตัวขยับเขยื้อนมีชีวิตจริง ๆ สักพักหลวงลุงเส็งท่านก็เอามีอตบไปที่น้ำริมตลิ่งเบา ๆ สักพัก จระเข้เหล่านั้นก็คลานมาใกล้ ๆ แล้วก็กลับร่างเป็นจระเข้โทนจิ๋ว แต่คราวนั้นที่ว่ายกลับเข้ามาจริง ๆ มีเพียง 3 ตัวหายไป 1 ตัว มองไปมองมาก็หาไม่เจอ เลยเป็นอันว่าหายไป 1 ตัวจากนั้นมา ด้วยอาคมนี้ลพ.สนิทท่านบอกว่าจระเข้จะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 7 วันและจะกลับเป็นร่างเดิมครับ....จรเข้หลวงพ่อสนิท มีประสบการสูงมาก ขนาดทหารยังมาข้อสร้าง เพื่อเป็นเครื่องป้องกันตัวครับ รุนนี้ เป็นรุ่นทหารสร้าง มีโค้ต ทบ
พระสมเด็จ เกสร108หลังรูปเหมือน หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จังหวัดสิงห์บุรี จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2509 พระสมเด็จรุ่นนี้จัดสร้างในยุคแรกของท่าน เป็นพระสมเด็จเนื้อผงที่สร้างก่อน พระสมเด็จแพ-พันที่ราคาองค์ละหลายๆหมื่น(พระสมเด็จแพ-พัน สร้างในปี2510) พระสมเด็จเกสร108 นั้น ราคายังไม่สูงมากแบบ สมเด็จฝาบาตร ลูกศิษย์หลวงพ่อแพท่านหนึ่งเป็นชาวสิงห์บุรี และเป็นศิษย์ใกล้ชิดของหลวงพ่อแพ และเคยเอ่ยถามหลวงพ่อแพ ตอนที่ท่านยังไม่มรณะภาพว่า "หลวงพ่อครับ อยากได้สมเด็จฝาบาตรไว้ใช้สักองค์ทำอย่างไรครับ เดียวนี้แพงมากเลย" "หลวง พ่อแพท่านบอกว่า ไม่ต้องไปหา ให้ใช้สมเด็จเกสร 108 นั้นแทน พระรุ่นนี้ ดีกว่าเพราะเราทำเต็มที่มีอะไรวิชาอะไรใส่เข้าไปหมด ไม่ต้องไปหาหลอกสมเด็จฝาบาตร "ให้ใช้รุ่นนี้แทนรับรองว่าดีแน่นอน" ทุก วันนี้ท่านนี้ ถึงมีพระดีๆอะไร แต่ในคอไม่เคยห่างสมเด็จเกสร 108 หลวงพ่อแพ ครับ สมเด็จรุ่นนี้ถ้าเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงพ่อแพจริงๆ จะห้อยสมเด็จเกสร 108 แทนทั้งสิ้น โดยเฉพาะคนแถววัดทราบดีว่ามีประสบการณ์มากเพียงใด ทั้งแคล้วคลาด โชคลาภ ดี 108 ครับ
“สมเด็จพระพุทธบาทประชารักษ์” หลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โกร่งธนู หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง ฯลฯ ปลุกเสก “สมเด็จพระพุทธบาทประชารักษ์” พระสมเด็จรุ่นนี้พระธรรมรัตนากร(หลวงพ่อใหญ่)เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาท เจ้าคณะจังหวัดสระบุรีในขณะนั้นได้เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างเนื่องจากท่านเห็นว่าวัดพระพุทธบาทยังไม่เคยมีการจัดสร้าง พระพิมพ์สมเด็จมาก่อนเลยและท่านได้เห็นดอกไม้ที่ประชาชนนำมาใส่บาตรพระช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเป็นจำนวนมาก ท่านจึงได้ให้รวบรวมไว้นำมาเป็นมวลสารในการจัดสร้างและอีกวัตถุประสงค์หนึ่งเพื่อแจกแก่ผู้ที่เข้ามาแสดงมุตาจิตที่ท่าน ได้เลื่อนสมณศักดิ์ และส่วนหนึ่งนำมาจำหน่ายแก่ประชาชนที่มานมัสการรอยพระพุทธบาทในราคาองค์ละสิบบาทเพื่อเป็นที่ระลึก การจัดสร้างมีการดำเนินการโดยทางวัดเองเริ่มประมาณในปีพ.ศ.2512 โดยมี “พระมหาโกเมศ” จากวัดราชนัดดาซึ่งมีความสนิทกับท่านพระธรรมรัตนากรเป็นผู้ดำเนินการจัดสร้าง(ปัจจุบันทราบว่าท่านได้ลาสิกขาแล้ว )และการดำเนินการไม่ได้มีการจัดทำเอกสารในการจัดสร้างแต่อย่างใดแต่ได้มีการถ่ายรูปไว้จำนวนหนึ่งขณะนี้สอบถาม แล้วตั้งแต่เจ้าอาวาสคือท่านพระธรรมรัตนากรมรณภาพแล้วก็ไม่ได้มีผู้ใดสนใจ รูปที่ถ่ายไว้ได้สูญหายไปไม่ทราบว่าไปตกอยู่ที่ใครบ้างถ้าตามพบจะนำมาเสนอต่อไป การกดพิมพ์พระได้ดำเนินการกดพิมพ์กันในบริเวณวัดพระพุทธบาท บริเวณใต้ถุนศาลาทำบุญ ปัจจุบันศาลาหลังนี้เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันได้ทำการรื้อไปแล้วซึ่งน่าเสียดายยิ่งนัก โดยพิมพ์พระเป็นพิมพ์ที่ท่านพระมหาโกเมศจัดหามาเท่าที่ทราบมีประมาณสิบกว่าพิมพ์ โดยเรียกชื่อพิมพ์คล้ายกันกับสมเด็จบางขุนพรหมแต่ได้แกะพิมพ์ให้แตกต่างกันออกไป และการพิมพ์องค์พระทำเป็นแบบสองหน้าก็มี ที่เรียกชื่อเท่าที่พบ ๑) พิมพ์ทรงเจดีย์ ๒) พิมพ์ฐานขาสิงห์ ๓) พิมพ์เกศบัวตูม ๔) พิมพ์ปกโพธิ์ ๕) พิมพ์อกครุฑ ๖) พิมพ์ฐานแซม ๗) พิมพ์วัดเกศ พิมพ์นอกจากนี้จะเป็นพิมพ์พิเศษที่ทำขึ้นมาเพื่อแจกแก่ผู้ที่มาช่วยงานเช่นทำเป็นพิมพ์สองหน้า ส่วนพิมพ์ทั่วไปลักษณะองค์พระด้านหน้าจะเป็นรูปแบบของแต่ละพิมพ์ทรงด้านหลังจะกดพิมพ์ ด้านหลังองค์พระด้วยตราจุลมงกุฎ ซึ่งจุลมงกุฎนี้สมเด็จพระพุฒาจารย์นวมได้ทำการจัดสร้างไว้ เพื่อแจกแก่ผู้ที่ร่วมทำบูญเมื่อคราวบูรณะรอยพระพุทธบาทจะมีสองแบบคือแบบพิมพ์เล็กและพิมพ์ ใหญ่จะนำมากดด้านหลังองค์พระทั้งสองแบบ ส่วนเนื้อพระจะแบ่งออกเป็นสามสีคือ ๑)เนื้อสีน้ำตาลหรือเนื้อเกสร สร้างจำนวนไม่มาก ไม่ได้นำออกจำหน่าย ๒) เนื้อสีเปลือกมังคุด สร้างจำนวนน้อยสุด ไม่ได้นำออกจำหน่าย ๓) เนื้อสีขาวสร้างจำนวนมากและนำมาจำหน่ายองค์ละสิบบาท พระทั้งหมดจัดสร้างจำนวนเท่าใดไม่ทราบ เมื่อทำการกดพิมพ์พระเป็นจำนวนพอแก่ความต้องการแล้วได้จัดพิธีพุทธาภิเศกที่ศาลาหอเย็นใกล้รอยพระพุทธบาทในปี พ.ศ.๒๕๑๕ ทราบว่าได้ทำพิธีใหญ่มากเกจิอาจารย์ที่มาร่วมในพิธีเท่าที่ทราบมีดังนี้ หลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โกร่งธนู หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง และยังมีเกจิอาจารย์อื่นๆอีกสอบถามไม่มีผู้ให้คำตอบได้ และในปีพ.ศ. ๒๕๒๒ได้เข้าพิธีอีกครั้งหนึ่งสอบถามจากผู้ได้ไปนิมนต์ซึ่งได้เดินทางร่วมไปกับพระที่วัดที่จำได้มี หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง หลวงพ่อเชื้อวัดใหม่บำเพ็ญบุญ พระราชอุทัยกวี (หลวงพ่อพุธ)เจ้าคณะจังหวัดอุทัย (องค์นี้งูเห่าแผ่แม่เบี้ยท่านชี้มือสยบเลยจากคำบอกเล่าของผู้ที่ไปนิมนต์ท่าน) หลวงปู่นาค วัดหนองโปร่ง หลวงพ่อสุวรรณ วัดเขาบ่มกล้วย หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โกร่งธนู และยังมีพระอีกส่วนหนึ่งที่พระมหาโกเมศได้นำมาร่วมในพิธีด้วยท่านจะสร้างในคราวเดียวกันหรือนำมาจากวัดราชนัชดาก็ไม่ทราบ สอบถามได้ใจความไม่ตรงกันบ้างว่ากดพิมพ์พร้อมกันเป็นพระพิมพ์คลายกันแต่มีเศษพลอยสีต่างๆผสมอยู่ในเนื้อพระส่วนเนื้อพระจะเป็นสีขาว และได้นำมาแจกในงานฉลองยศของท่านพระธรรมรัตนากรเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทเท่านั้นและหลวงพ่อกวยได้นำพระบางส่วนกลับไปด้วย
พระชุดวัดประสาทบุญญาวาส กรุงเทพฯ ปี ๒๕๐๖ มวลสารผสมผงวัดระฆัง และสมเด็จบางขุนพรหม จัดสร้างโดย " พระครูสมุห์อำพล" อดีตเจ้าอาวาสวัดประสาทฯ ในช่วงปี ๒๕๐๕ - ๒๕๐๙ มวลสารผสมผงวัดระฆังฯ โดยท่านพยายามเสาะหาผงวิเศษจากหลายๆพระอาจารย์รวมทั้งชิ้นส่วนพระเครื่องแตกหักเก่าๆทั้งพระกรุและพระเกจิอาจารย์นับไม่ถ้วน โดยเฉพาะชิ้นส่วนแตกหักของ "สมเด็จบางขุนพรหมกรุใหม่" ที่ทางวัดเปิดกรุ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ มีจำนวนหลายลังทีเดียว ว่ากันว่า พระผงวัดประสาทฯ มีชิ้นส่วนแตกหักของพระสมเด็จบางขุนพรหมมีผสมอยู่มากกว่าสมเด็จบางขุนพรหม ๐๙ เสียอีก พระเกจิที่มาร่วมพิธีวัดประสาทฯ นั้นก็มีมากถึง ๒๐๐ กว่ารูป จนนั่งภายในพระอุโบสถไม่หมด ต้องให้นั่งข้างนอกพระอุโบสถแล้วโยงสายสิญจน์ออกมา พิธีในครั้งนั้นจัดว่าเป็นพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลที่ยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดนับแต่พิธีปลุกเสกพระเครื่องฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ เป็นต้นมา ***เกจิที่ร่วมพิธีปลุกเสก อาทิ เช่น *** อาจารย์ทิม วัดช้างไห้ ลพ.คล้าย วัดสวนขัน ลพ.ดิษฐ์ วัดปากสระ ลพ.น้อย วัดธรรมศาลา ลพ.ใจ และ ลพ. พล วัดวังยายหุ่น ลป.โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ลพ.แดง วัดเขาบันไดอิฐ ลพ.มุ่ย วัดดอนไร่ ลพ.เงิน วัดดอนยายหอม ลพ.กวย วัดโฆสิตาราม ลพ.พรหม วัดช่องแค ลพ.ทบ วัดชนแดน ลป.ทิม วัดละหารไร่ ลป.เขียว วัดหรงมล ลพ.จง วัดหน้าต่างนอก ลป.ดู่ วัดสะแก ลป.สี วัดสะแก ลพ.แพ วัดพิกุลทอง ลป.นาค วัดระฆังฯ ลป.หิน วัดระฆังฯ