soonthorn

ข้อมูลสมาชิก – soonthorn

เริ่มเป็นสมาชิก: June 16, 2010 10:26:40 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 0 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 14957 รายการ , คำติ: 0 รายการ

ประวัติ Feedback


หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ ชาตะเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ.2435 ณ บ้าน ต.ศาลาลอย อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา โยมบิดาตั้งนามว่า "นอ" อายุได้ 7 ขวบ ได้เข้าเล่าเรียนอักขระสมัยกับพระสวย ที่เป็นหลวงลุงที่วัดกษัตราธิราช และได้บรรพชาเป็นสามเณรที่นั่น อายุครบบวชจึงได้อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดศาลาลอย และได้เล่าเรียนวิชาอาคมกับพระอาจารย์นาค และพระอาจารย์วงษ์ ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ที่มีอาคมแก่กล้าเป็นที่นับถือในหมู่คนทั่วไป โดยพระอาจารย์วงษ์เก่งทางด้านคงกระพัน พระอาจารย์นาคเก่งทางด้านมหาอุด โดยได้ศึกษามาจากสำนักวัดประดู่ทรงธรรมพระนครศรีอยุธยา ท่านได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดกลางท่าเรือเพราะญาติโยมที่เคยเห็นสรรพคุณของท่านมาก่อนได้นิมนต์มาช่วยสร้างวัด เพราะตอนนั้นวัดกลางท่าเรือเป็นวัดที่แทบจะเป็นวัดร้าง หลวงพ่อนอจึงได้ตั้งใจเด็ดเดี่ยวกับกรรมการวัดว่า ไม่เป็นไรหรอก เมื่อไว้ใจให้ฉันมาช่วยสร้างวัด คอยดูนะ ฉันจะจารตะกรุดสร้างวัดให้พวกแกดู การก็เป็นความจริง หลวงพ่อนอลงตะกรุดโทนตะกรุดหนังหน้าผากเสือหาเงินเข้าสร้างโบสถ์และเสนาสนะ ปรากฏว่าตะกรุดของท่านท้ายิงได้ทุกดอก ยิงออกไม่ต้องเอาเงินทำบุญ พระสมเด็จของหลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ ท่านสร้างไว้หลายพิมพ์ แต่สร้างน้อยมาก เพราะท่านพิถีพิถันทั้งการสร้างและปลุกเสกทำเองในวัดหมด กรรมการวัดบอกว่าตำกันมือไม้ปอกจะไปจ้างเขาท่านก็ดุเอาว่าอ้ายพวกมักง่าย พระสมเด็จของท่านที่นับว่าอยู่ในความนิยมก็คือ พระสมเด็จพิมพ์พระประธานหลังพิเศษสุด 2514 พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่หลังยันต์เนื้อผงชานหมากและผงขาว พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่หลังยันต์ลึก พระสมเด็จพิมพ์โมคคัลลาน์สารีบุตร โดยพระทั้งหมดที่กล่าวนี้ได้หมดไปจากวัดนานแล้ว


เขียนโดย :pire2499 เจ้าของรายการ March 08, 2017 17:50:08


สมเด็จโตเนื้อผงปี2500หลวงปู่นาค (ปิดทองล่องชาด)


เขียนโดย :pire2499 เจ้าของรายการ March 08, 2017 14:30:08


        (โปรดอ่านครับ) *****การจัดส่งสินค้า***** ขอส่งของเฉพาะ วันเสาร์ นะครับ     วันธรรมดา ทำงานครับ ขอบคุณมากครับ   ******************************************* -ถ้าประมูล กี่รายการก็ได้ยอดรวม100บาทขึ้นไป ส่งลงทะเบียนให้ฟรีครับ  -ถ้ายอดรวมไม่ถึง 100 บาท แต่จะให้ส่ง แบบลงทะเบียน ขอเพิ่มค่าส่ง 20 บาทครับ                         //ติดต่อ T.0868855670 กิต// ขอบคุณครับ


เขียนโดย :kitti99 เจ้าของรายการ March 08, 2017 13:55:05

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระหล่อ-รูปเหมือนปั้ม/7211934


        (โปรดอ่านครับ) *****การจัดส่งสินค้า***** ขอส่งของเฉพาะ วันเสาร์ นะครับ     วันธรรมดา ทำงานครับ ขอบคุณมากครับ   ******************************************* -ถ้าประมูล กี่รายการก็ได้ยอดรวม100บาทขึ้นไป ส่งลงทะเบียนให้ฟรีครับ  -ถ้ายอดรวมไม่ถึง 100 บาท แต่จะให้ส่ง แบบลงทะเบียน ขอเพิ่มค่าส่ง 20 บาทครับ                         //ติดต่อ T.0868855670 กิต// ขอบคุณครับ


เขียนโดย :kitti99 เจ้าของรายการ March 08, 2017 13:45:14


นางพญาหลวงปู่เทียนวัดโบสถ์ปทุมธานี พระสมเด็จยุคต้นๆ ของท่านหลวงปู่เทียนมักจะมีเนื้อหาที่เข้มข้น และมีความเข้มขลังเป็นที่ประจักร แม้แต่ พล.ต.ต เนื่อง อาขุบุตร นักเล่นพระรุ่นเก่าที่ชอบสะสมแต่พระเบญจภาคี และพระกรุเก่าๆ ยังพูดว่าถ้าไม่มีสมเด็จวัดระฆังแล้วละก็ให้ใช้สมเด็จของหลวงปู่เทียนแทน เพราะผงวิเศษที่ท่านลบนั้นยักคิ้วได้ เวลาหลวงปู่จะทำผงวิเศษท่านจะเขียนอักขระเลขยันต์และชักยันต์เป็นรูปคนขึ้น มามีปากมีคิ้ว คำว่าผงของหลวงปู่เทียนยักคิ้วได้ เพราะผงที่ท่านกำลังเขียนอยู่นั้นเคลื่อนที่ได้นั้นเอง หลวงปู่เทียนเป็นผู้ที่มีจิตสมาธินิ่งมาก สามารถเขียนผงทะลุกระดานชนวนได้เพียงอึดใจ มูลเหตุที่ท่านหลวงปู่เทียนสร้างพระสมเด็จก็เนื่องจากลูกศิษย์ของท่านคือขุน วิเศษภักดีได้เคยเล่าถึงกรรมวิธีในการสร้างพระสมเด็จของท่านสมเด็จโตเพราะ บิดาของท่านเคยเป็นลูกศิษย์ของสมเด็จโตและมีส่วนร่วมในการสร้างพระสมเด็จแทบ ทุกขั้นตอนและได้บอกว่าพระสมเด็จนั้นสำเร็จขึ้นด้วยผงวิเศษทั้ง5ประการ หลวงปู่เทียนท่านจึงคิดที่จะทำขึ้นบ้างเพราะท่านก็สำเร็จวิชาลบผงวิเศษ ทั้ง5ประการและผง12นักษัตรที่ปัจจุบันได้หมดการสืบทอดไปแล้ว แต่หลวงปู่เทียนได้ดัดแปลงโดยการใช้พระกรุเก่าที่ชำรุดแตกหักแทนปูนเปลือก หอยเพราะสมัยก่อนมีพระกรุที่ชำรุดแตกหักตามวัดร้างจำนวนมากและช่วงสงครามทาง รัฐบาลได้ให้ทางวัดเปิดกรุนำพระเครื่องมาแจกบรรดาลูกหลานที่ต้องถูกเกณฑ์ไป เป็นทหารซึ่งในกาลนั้นมีพระชำรุดจำนวนมากที่ถูกทิ้งอยู่ตามวัดท่านจึงให้ลูก ศิยษ์นำมาสร้างเป็นองค์พระขึ้นใหม่จะได้กุศลแรง ดังนั้นพระเครื่องยุคแรกของท่านจึงมีเนื้อหาที่เข็มข้นคล้ายขนมตุบตั๊บเช่น พิมพ์ก้างปลาหลังประทุน พิมพ์อกวี พิมพ์วัดเกศ การปลุกเสกของท่านก็ไม่ธรรมดาครับต้องดุฤกษ์ยามก่อนและเตรียมพิธีปลุกเสกไม่ แตกต่างจากการสร้างพระกริ่งของสังฆราชแพเลยเพียงแต่ทำแบบวัดบ้านนอกไม่มี โต๊ะตั้งเตียงวางกันในถาดที่พื้นลานวัดปลุกเสกแบบโบราณที่เรียก"พิธีโพธิกา ศ"เอาแค่เตรียมงานพิธีก็กินขาดพระใหม่ๆสมัยนี้แล้วครับท่านส่วนมวลสารไม่ ต้องพุดถึงแค่ตำรวมกันกดเป็นพิมพ์พระก็ไม่ต้องปลุกก็ใช้ได้แล้ว ส่วนเหรียญกว่าจะทำต้องเอาแผ่นจารยันต์108ลงผสมก่อนที่จะนำโลหะไปรีดเป็น แผ่นดดยต้องมีการดูฤกษ์ยามทุกครั้งถ้าโรงงานปั๊มเกินบล็อกจะพังไม่ก็ตัวตัด พัง ส่วนเนื้อผงลูกศิษย์เคยแอบนำบล็อกไปกดปรากฎว่าถ้าบล็อกไม่พังคนที่กดก็มักจะ พังครับพระของท่านจึงแรงจริง เพราะท่านเคยพูดว่าพระเครื่องของข้าทุกองค์ทุกชิ้นข้าตั้งใจทำถ้าเองเป็นคน ดีต่อให้มีแค่เศษแตกหักของพระข้าแค่เม็ดงาก็ยังคุ้มครองป้องภัยให้เองได้แต่ ถ้าประพฤติชั่วมีพระเต็มองค์พระก็จะแตกหักเสื่อมลงใช้การไม่ได้ รุ่นพี่ของเพื่อนผมพกตะกรุดไปเที่ยวผู้หญิงแขวนตะกรุดไว้ขากลับตะกรุด หัก2ท่อน ลูกน้องเคยโดนยิงจังๆแบบหมดโม่ไม่ออกสักนัดพ่อออกมาช่วยยิงสวนไปเปรี้ยง เดียวคู่อริตายคาที่แต่พอไปเที่ยวผูหญิงโดยไม่เอาตะกรุดออกปรากำว่าตะกรุด ที่ถักด้วยเชือกกลับคลายตัวจนเชือกหลวมนี่และครับท่านความศักดิ์สิทธิ์ของ ท่านที่แม้แต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินยังต้องโปรดให้เข้าเฝ้า


เขียนโดย :pire2499 เจ้าของรายการ March 06, 2017 12:45:12


สมเด็จหลวงปู่เทียนวัดโบสถ์ปทุมธานี พระสมเด็จยุคต้นๆ ของท่านหลวงปู่เทียนมักจะมีเนื้อหาที่เข้มข้น และมีความเข้มขลังเป็นที่ประจักร แม้แต่ พล.ต.ต เนื่อง อาขุบุตร นักเล่นพระรุ่นเก่าที่ชอบสะสมแต่พระเบญจภาคี และพระกรุเก่าๆ ยังพูดว่าถ้าไม่มีสมเด็จวัดระฆังแล้วละก็ให้ใช้สมเด็จของหลวงปู่เทียนแทน เพราะผงวิเศษที่ท่านลบนั้นยักคิ้วได้ เวลาหลวงปู่จะทำผงวิเศษท่านจะเขียนอักขระเลขยันต์และชักยันต์เป็นรูปคนขึ้น มามีปากมีคิ้ว คำว่าผงของหลวงปู่เทียนยักคิ้วได้ เพราะผงที่ท่านกำลังเขียนอยู่นั้นเคลื่อนที่ได้นั้นเอง หลวงปู่เทียนเป็นผู้ที่มีจิตสมาธินิ่งมาก สามารถเขียนผงทะลุกระดานชนวนได้เพียงอึดใจ มูลเหตุที่ท่านหลวงปู่เทียนสร้างพระสมเด็จก็เนื่องจากลูกศิษย์ของท่านคือขุน วิเศษภักดีได้เคยเล่าถึงกรรมวิธีในการสร้างพระสมเด็จของท่านสมเด็จโตเพราะ บิดาของท่านเคยเป็นลูกศิษย์ของสมเด็จโตและมีส่วนร่วมในการสร้างพระสมเด็จแทบ ทุกขั้นตอนและได้บอกว่าพระสมเด็จนั้นสำเร็จขึ้นด้วยผงวิเศษทั้ง5ประการ หลวงปู่เทียนท่านจึงคิดที่จะทำขึ้นบ้างเพราะท่านก็สำเร็จวิชาลบผงวิเศษ ทั้ง5ประการและผง12นักษัตรที่ปัจจุบันได้หมดการสืบทอดไปแล้ว แต่หลวงปู่เทียนได้ดัดแปลงโดยการใช้พระกรุเก่าที่ชำรุดแตกหักแทนปูนเปลือก หอยเพราะสมัยก่อนมีพระกรุที่ชำรุดแตกหักตามวัดร้างจำนวนมากและช่วงสงครามทาง รัฐบาลได้ให้ทางวัดเปิดกรุนำพระเครื่องมาแจกบรรดาลูกหลานที่ต้องถูกเกณฑ์ไป เป็นทหารซึ่งในกาลนั้นมีพระชำรุดจำนวนมากที่ถูกทิ้งอยู่ตามวัดท่านจึงให้ลูก ศิยษ์นำมาสร้างเป็นองค์พระขึ้นใหม่จะได้กุศลแรง ดังนั้นพระเครื่องยุคแรกของท่านจึงมีเนื้อหาที่เข็มข้นคล้ายขนมตุบตั๊บเช่น พิมพ์ก้างปลาหลังประทุน พิมพ์อกวี พิมพ์วัดเกศ การปลุกเสกของท่านก็ไม่ธรรมดาครับต้องดุฤกษ์ยามก่อนและเตรียมพิธีปลุกเสกไม่ แตกต่างจากการสร้างพระกริ่งของสังฆราชแพเลยเพียงแต่ทำแบบวัดบ้านนอกไม่มี โต๊ะตั้งเตียงวางกันในถาดที่พื้นลานวัดปลุกเสกแบบโบราณที่เรียก"พิธีโพธิกา ศ"เอาแค่เตรียมงานพิธีก็กินขาดพระใหม่ๆสมัยนี้แล้วครับท่านส่วนมวลสารไม่ ต้องพุดถึงแค่ตำรวมกันกดเป็นพิมพ์พระก็ไม่ต้องปลุกก็ใช้ได้แล้ว ส่วนเหรียญกว่าจะทำต้องเอาแผ่นจารยันต์108ลงผสมก่อนที่จะนำโลหะไปรีดเป็น แผ่นดดยต้องมีการดูฤกษ์ยามทุกครั้งถ้าโรงงานปั๊มเกินบล็อกจะพังไม่ก็ตัวตัด พัง ส่วนเนื้อผงลูกศิษย์เคยแอบนำบล็อกไปกดปรากฎว่าถ้าบล็อกไม่พังคนที่กดก็มักจะ พังครับพระของท่านจึงแรงจริง เพราะท่านเคยพูดว่าพระเครื่องของข้าทุกองค์ทุกชิ้นข้าตั้งใจทำถ้าเองเป็นคน ดีต่อให้มีแค่เศษแตกหักของพระข้าแค่เม็ดงาก็ยังคุ้มครองป้องภัยให้เองได้แต่ ถ้าประพฤติชั่วมีพระเต็มองค์พระก็จะแตกหักเสื่อมลงใช้การไม่ได้ รุ่นพี่ของเพื่อนผมพกตะกรุดไปเที่ยวผู้หญิงแขวนตะกรุดไว้ขากลับตะกรุด หัก2ท่อน ลูกน้องเคยโดนยิงจังๆแบบหมดโม่ไม่ออกสักนัดพ่อออกมาช่วยยิงสวนไปเปรี้ยง เดียวคู่อริตายคาที่แต่พอไปเที่ยวผูหญิงโดยไม่เอาตะกรุดออกปรากำว่าตะกรุด ที่ถักด้วยเชือกกลับคลายตัวจนเชือกหลวมนี่และครับท่านความศักดิ์สิทธิ์ของ ท่านที่แม้แต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินยังต้องโปรดให้เข้าเฝ้า


เขียนโดย :pire2499 เจ้าของรายการ March 06, 2017 12:45:12


พระขุนแผน กรุโบสถ์เก่า ปี 2482 พิมพ์มารวิชัยหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ จ.สุพรรณบุรี


เขียนโดย :pire2499 เจ้าของรายการ March 06, 2017 11:30:10



เขียนโดย :อาบูกาซิม เจ้าของรายการ March 03, 2017 09:08:36


เหรียญรุ่น 5 พิเศษรุ่งเรือง 85 หลวงปู่เรือง ปูชนียธรรมสถานเขาสามยอด สร้าง 10 มกราคม 2542 วันเกิดหลวงปู่ 85 ปี


เขียนโดย :pire2499 เจ้าของรายการ March 03, 2017 09:00:10

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อดิน/7197536


พระเนื้อดินพิมพ์หลวงพ่อโต หลวงปู่ชู วัดนาคปรก ปี2470   หลวงปู่ชู ท่านเป็นสุดยอดพระเกจิ ที่มีชื่อเสียงมากอีกองค์หนึ่งของประเทศไทย ท่านได้สร้างวัตถุมงคลขึ้นไม่มาก อาธิเช่น 1.เหรียญหลังแบบรุ่นแรก (มีค่านิยมสูงมากในปัจจุบัน) 2.ปรกนาคปรก 3.พระพิมพ์หลวงพ่อโตบางกระทิง เนื้อทองผสม และ เนื้อดินเผา 4.ผ้าประเจียด และ ผ้ายันต์ 5.ตะกรุด เป็นต้น.............ประวัติ หลวงปู่ชู ฉันทสโร วัดนาคปรก กรุงเทพฯ ท่านเป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดเมื่อปี พ.ศ.๒๔๐๑ โยมบิดาชื่อ คง โยมมารดาไม่ทราบนาม...โยมบิดามีอาชีพค้าขาย มีเรือโกลนล่องมาจากนครศรีธรรมราช มาค้าขายที่ กรุงเทพฯ ต่อมาได้โยกย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่จังหวัด ธนบุรี ในปี พ.ศ.๒๔๑๒ ได้บรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดทองนพคุณ อันเป็นสำนักสอนกัมมัฏฐาน ที่มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น หลวงปู่ชู ท่านได้ศึกษาทางด้านนี้ รวมทั้งจิตใจฝักใฝ่ด้าน พุทธาคม และ ไสยเวท มาตั้งแต่รุ่นหนุ่มจึงมุ่งมั่นศึกษาวิชาต่าง ๆ แต่ละแขนงจนกระทั่งเชี่ยวชาญ และท่านยังเป็นศิษย์เรียนวิชาจากสำนัก วัดระฆังโฆสิตาราม อีกด้วย ต่อมาท่านได้ลาสิกขาเพื่อสะดวกแก่การเดินทางไปศึกษาวิชาต่าง ๆ ท่านได้ไปขอศึกษาวิชากับท่านอาจารย์พลับ วิชีตาเห็น (วัดชีโพ้น ในปัจจุบัน) จังหวัดอยุธยา ซึ่งมีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น ได้ปรนนิบัติและศึกษาวิชากับ พระอาจารย์พลับ จนหมดสิ้น จึงกราบลาพระอาจารย์เดินทางขึ้นเหนือไปยัง จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก แต่ไม่ได้มีการบันทึกไว้ว่า ท่านได้ไปศึกษาวิชากับ พระอาจารย์รูปใด อีกทั้งการเดินทางไปของท่านเป็นระยะเวลานานมาก และยังขาดการติดต่อกับทางบ้าน บรรดาญาติพี่น้อง ต่างพากันเข้าใจว่าท่านเสียชีวิตไปแล้ว พอท่านกลับมาเยี่ยมบ้าน ยังความปีติยินดีแก่ญาติพี่น้องเป็นอย่างยิ่ง โยมบิดา มารดา จึงจัดหาตบแต่งภรรยาให้ท่านอยู่กินกันจนมีบุตรธิดา รวม ๓ คน เป็นชาย ๒ คน หญิง ๑ คน หลังจากท่านแต่งงานมีครอบครัวท่านก็ได้ใช้ความรู้ทางด้านสมุนไพรใบยา และเวทย์มนต์คาถา ที่ได้ร่ำเรียนมาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยากจนเป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้าน ต่างพากันเรียท่านว่า "พ่อหมอชู" ภายหลังท่านเกิดเบื่อหน่ายในโลกีย์วิสัย มองเห็นความไม่เที่ยงแท้ของสังขาร จึงได้อุปสมบทอีกครั้งที่ วัดนางชี เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ต่อมาได้ย้ายมารับตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดนาคปรก จวบจนกระทั่ง มรณภาพ เมื่อวันพุธ แรม ๕ ค่ำ เดือนยี่ ปีจอ พ.ศ. ๒๔๗๗ รวมสิริอายุได้ ๗๖ ปี * ประวัติวัดนาคปรก * สร้างขึ้นตามประวัติเล่าสืบกันว่า เมื่อสมัยอยุธยาตอนปลาย-กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (รัชกาลที่ ๓-๔) มีพ่อค้าเรือสำเภาชาวจีน ชื่อ พระบริบูรณ์ธนากร (เจ้าสัวพุก แซ่ตัน)* เดินทางมาประกอบการค้าขายที่พระนคร ฝั่งธนบุรี ย่านตลาดพลู ได้ตั้งรากปักฐานเป็นครอบครัวกับภรรยาคนไทย เจ้าสัวพุก เป็นผู้มีศรัทธาเลื่อมใสยิ่งในพระพุทธศาสนา มีฐานะดีพอที่ จะเกื้อกูลประโยชน์แก่คนอื่น จึงได้คิดริเริ่มก่อสร้างวัดขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม กิจกรรม และศาสนกิจทางพระพุทธศาสนา อีกประการหนึ่ง เพื่อเป็นการตอบแทนคุณชาวไทยที่ทำให้การค้าขายของตนเติบโตก้าวหน้า การก่อสร้างเริ่มแรกได้สร้างโบสถ์ขึ้นก่อน พร้อมกับเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นเครื่องบูชาของชาวจีนโบราณต่างๆ เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ตนเอง และสร้างวิหารมีลักษณะทรงไทยเป็นอนุสรณ์แก่ภรรยา เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังลายไทยเล่าเรื่องราวการเสด็จลงจากดาวดึงส์ และเรื่องราวการชนะมารของพระพุทธเจ้า ครั้นแล้วได้อัญเชิญพระพุทธรูปปางมารวิชัยมาจากเมืองสุโขทัย มาประดิษฐานไว้ในวิหารพระประธานองค์ประดิษฐานที่วิหารนั้นมีพญานาค ๗ เศียรแผ่พังพาน เป็นรูปปูนปั้น องค์พระเป็นพระปางมารวิชัยสัมฤทธิ์ ชาวบ้านจึงได้เรียกว่า “วัดนาคปรก” ตามลักษณะพระพุทธรูปที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ของวัดนี้ ที่ตั้งและอาณาเขตของวัด วัดนาคปรกมีฐานะเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๓๔๒ ถนนเทอดไท ๔๙ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ที่ดินที่ตั้งวัดมี ๑๒ ไร่ ๑ งาน ๔๒ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๕๐๔๓ อาณาเขต ทิศเหนือติดกันคลองวัดนาคปรก ด้านทิศตะวันออกติดกับวัดนางชี ทิศใต้ติดกับคลองบางหว้า และด้านทิศตะวันตกติดกับโรงเรียนวัดนาคปรก * ประวัติพระปางนาคปรก * ตามพุทธประวัติ ในคืนวันเพ็ญวิสาขมาส (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6) นับย้อนหลังไปก่อนปีพุทธศักราชประมาณ 125 ปีองค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงละการทรมานกาย หันมาบำเพ็ญเพียรทางจิต ในปฐมยามทรงทำลายกิเลสอย่างหยาบลงได้ ในมัชฌิมยามทรงทำลายกิเลสอย่างกลาง และในปัจฉิมยามทรงได้ทรงทำลายความมืดคือ อวิชชา อันเป็นกิเลสอย่างละเอียดลงได้ ตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูพร้อมทั้งอรุณขึ้นในเวลาเช้า ต่อแต่นั้นพระองค์ทรงประทับเสวยวิมุตติสุข ณ สถานที่ 7 แห่ง สถานที่ละ 1 สัปดาห์ รวมเป็นเวลา 7 สัปดาห์ โดยเริ่มจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ก่อน ครั้นพระองค์เสด็จประทับเสวยวิมุติสุข ณ ร่มไม้อชปาลนิโครธสิ้น 7 วันแล้ว พระองค์ก็เสด็จไปประทับนั่งเสวยวิมุติสุขยังร่มไม้จิก อันมีชื่อว่า “มุจลินท์” ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศอาคเนย์ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ แต่บังเอิญได้เกิดมีฝนตกพรำๆอยู่ไม่ขาดสายตลอด 7 วัน พญานาคมุจลินท์ผู้เป็นราชาแห่งนาคได้ออกจากนาคพิภพ ทำขนดล้อมพระวรกาย 7 ชั้น แล้วแผ่พังพานใหญ่ปกคลุมเบื้องบนเหมือนกั้นเศวตฉัตรถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยความประสงค์มิให้ฝนและลมหนาวสาดต้องพระวรกาย ทั้งป้องกันเหลือบยุง บุ้ง ร่าน ริ้น และสัตว์เลื้อยคลานทั้งมวล ความว่า “ความสงัดเป็นสุขของบุคคลที่มีธรรมอันได้สดับแล้ว รู้เห็นสังขารทั้งปวงตามเป็นจริงอย่างไร ความเป็นคนไม่เบียดเบียน คือความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย และเป็นคนปราศจากความกำหนัด คือความก้าวล่วงกามทั้งปวงเสียได้เป็นสุขในโลก ความนำออกเสียงซี่งอัสมินามะ คือความถือตัวตนให้หมดได้นี่เป็นสุขอย่างยิ่ง” จากพระพุทธจริยาที่เสด็จประทับนั่งเสวยวิมุติสุข ภายในวงขนดของพญามุจลินท์นาคราชนี้เอง จึงเป็นที่มาแห่งการสร้างพระพุทธรูปปางนี้ขึ้นมาเรียกว่า พระปางนาคปรก ให้เราได้เคารพกราบไหว้มาจนทุกวันนี้.


เขียนโดย :pire2499 เจ้าของรายการ March 03, 2017 08:55:09

หน้าที่ :  809