### วัดใจแดง 20 บาท ทุกรายการ ### dd252. พระ เจ้าสัว 3 พิมพ์เล็ก วัดกลางบางแก้ว นครปฐม เนื้อทองแดงผิวไฟ ปี 2555…. คลิ๊กที่ วัดใจแดง 20 บาท ทุกรายการ
### วัดใจแดง 20 บาท ทุกรายการ ### dd251. พระนาคปรก ใบขี้เหล็กรุ่นแรก หลวงปู่จันทร์หอม สุภาธโร วัดบุ่งขี้เหล็ก อ.เขมราฐ จ.อุบลฯ เนื้อนวะโลหะ สองโค้ด สร้าง 599 เหรียญ เลข 586 คลิ๊กที่ วัดใจแดง 20 บาท ทุกรายการ
รับประกัน พระแท้ สากล พระมีปัญหาคืนเต็มจำนวน ไม่ถามให้วุ่นวายใจครับ ((( รบกวนอ่านสักนิด ))) 1.-ก่อนเคาะประมูล พิจารณาให้รอบคอบ ว่าชอบจริงๆ ในราคาที่เราพอใจ ดูรูปให้ชัดเจน-ไม่เข้าใจ-ไม่แน่ใจ Mail มาถามได้ หรือไม่ร่วมประมูล ประมูลไปแล้วใช้กฎความพอใจ 3 วัน จะเสียเวลากันทั้ง 2 ฝ่ายครับ 2.-รบกวนโอนตามเวลาที่กำหนด หากจะโอนล่าช้า ขอความกรุณาแจ้งใน Mail Box ด้วยนะครับ รายการเยอะ ตามคงไม่ไหว ขอกำหนดที่ชัดเจน 3.-ประมูล ได้ โอนเงิน แล้ว แจ้ง ใน Mail box ด้วยนะครับ (รบกวนโอนตามจำนวนจริงเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ) เพื่อ ความรวดเร็วใน-การจัดส่งและ ป้องกัน ความผิดพลาด ((( ขอบ คุณทุกๆท่านที่เยี่ยมชมและประมูลนะครับ )))
รับประกัน พระแท้ สากล พระมีปัญหาคืนเต็มจำนวน ไม่ถามให้วุ่นวายใจครับ ((( รบกวนอ่านสักนิด ))) 1.-ก่อนเคาะประมูล พิจารณาให้รอบคอบ ว่าชอบจริงๆ ในราคาที่เราพอใจ ดูรูปให้ชัดเจน-ไม่เข้าใจ-ไม่แน่ใจ Mail มาถามได้ หรือไม่ร่วมประมูล ประมูลไปแล้วใช้กฎความพอใจ 3 วัน จะเสียเวลากันทั้ง 2 ฝ่ายครับ 2.-รบกวนโอนตามเวลาที่กำหนด หากจะโอนล่าช้า ขอความกรุณาแจ้งใน Mail Box ด้วยนะครับ รายการเยอะ ตามคงไม่ไหว ขอกำหนดที่ชัดเจน 3.-ประมูล ได้ โอนเงิน แล้ว แจ้ง ใน Mail box ด้วยนะครับ (รบกวนโอนตามจำนวนจริงเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ) เพื่อ ความรวดเร็วใน-การจัดส่งและ ป้องกัน ความผิดพลาด ((( ขอบ คุณทุกๆท่านที่เยี่ยมชมและประมูลนะครับ )))
ตะกรุดหลวงปู่ขุ้ย วัดซับตะเคียน ประวัติของหลวงปู่ขุ้ยเเบบย่อๆครับ "พระอธิการวิชัยรัตน์ ฐิตธัมโม" หรือ หลวงปู่ขุ้ย แห่งวัดซับตะเคียน ต.ท่าด้วง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ เป็นพระภิกษุที่มีใจใฝ่ปฏิบัติธรรมและรักษาธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด จนได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากญาติโยมเป็นอย่างยิ่ง แม้ล่วงวัย 86 ปี 64 พรรษา แต่ร่างกายยังดูแข็งแรง เดินเหินคล่องแคล่ว ขึ้นเขาไปหาสมุนไพรมาทำเป็นยารักษาโรคให้แก่ชาวบ้านได้โดยไม่เหน็ดเหนื่อย นอกจากนี้ หลวงปู่ขุ้ยยังเป็นพระเกจิสายพระครูวิชิตพัชราจารย์ หรือ หลวงพ่อทบ วัดช้างเผือก อ.เมืองเพชรบูรณ์ อีกด้วย อัตโนประวัติ ถือกำเนิดในสกุล ท่อนทอง เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2464 ที่บ้านท่ามะทัน ต.ท่าอีบุญ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ โยมบิดา-มารดา ชื่อนายทองดีและนางทองสุข ท่อนทอง วัยเยาว์เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่บ้านเกิด พออายุได้ 12 ปี บิดาถึงแก่กรรม จึงได้บรรพชา แต่ด้วยความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา เมื่อเผาศพบิดาเสร็จ โยมมารดาได้ขอให้ลาสิกขา แต่สามเณรไม่ยินยอม จากนั้นได้เดินทางไปหาหลวงพ่อทบที่วัดชนแดน เพื่ออยู่รับใช้อุปัฏฐาก ตักน้ำ เทกระโถนน้ำหมาก ล้างบาตร ปัดกวาดเสนาสนะ ด้วยความเมตตาที่หลวงพ่อทบมีต่อสามเณรขุ้ย ท่านได้ถ่ายทอดสรรพวิชาคาถา การทำตะกรุดโทน ลงเลขยันต์คาถา ผ้ายันต์ และได้ศึกษาวิปัสนากัมมัฏฐานและกำหนดจิต ผลสัมฤทธิ์ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สามเณรขุ้ยมีความชำนาญอย่างยิ่ง ครั้นอายุได้ 22 ปี สามเณรขุ้ย ได้เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดศรีมงคล อ.หล่มสัก เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2486 โดยมีพระมหาหยวก เจ้าคณะอำเภอหล่มสัก เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการคำปัน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการวันดี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ฐิตธมโม หมายความว่า ผู้มีจิตใจตั้งมั่นในธรรม ภายหลังอุปสมบท อยู่ปรนนิบัติรับใช้พระอุปัชฌาย์ 2 พรรษา จึงได้กราบลา เดินทางไปจำพรรษายังวัดชนแดน เพื่อศึกษาเล่าเรียนวิทยาคมและปฏิบัติกัมมัฏฐาน เมื่อการปฏิบัติธรรมแก่กล้า ท่านได้กราบลาหลวงพ่อทบ ออกเดินท่องธุดงควัตรไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในที่สุด หลวงปู่ได้เดินทางมายังบ้านท่าด้วง ได้เล็งเห็นความเจริญที่จะเกิดขึ้นแก่หมู่บ้านนี้ในอนาคต ประกอบกับมีป่าไม้ แหล่งน้ำไหลผ่าน ท่านจึงได้หยุดธุดงค์ และชักชวนชาวบ้าน สร้างวัดขึ้นที่หมู่บ้านซับตะเคียน หลวงปู่ขุ้ย อยู่จำพรรษาชักชวนชาวบ้านเข้าวัด ฟังธรรม รักษาศีล จนเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของชาวบ้านตราบเท่าทุกวันนี้ รวมทั้งได้รับแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดซับตะเคียนแห่งนี้ ด้านวัตถุมงคล หลวงปู่ขุ้ยได้รับการถ่ายทอดวิชาจากหลวงพ่อทบ บรรดาคณะศิษยานุศิษย์ที่รู้ในกิตติศัพท์ด้านวิทยาคมของท่าน จึงได้ขอร้องให้ท่านจัดสร้างวัตถุมงคล เพื่อนำเงินมาจัดสร้างเสนาสนะ ศาลา อุโบสถ ปัจจุบัน ได้สร้างเสร็จเรียบร้อย สมดังเจตนารมณ์ วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมสูงคือ ชานหมากปืนแตก พระกริ่งจักรพรรดิ์ ตะกรุดโทน ตะกรุด 9 ชั้น รูปหล่อลอยองค์ และอีกหลายรุ่น วัตถุมงคลที่สร้างขึ้นมีผู้มาขอบูชาหมดไปในเวลาไม่นาน และผู้ที่เช่าหาวัตถุมงคลของท่านต่างมีประสบการณ์แคล้วคลาดต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ ท่านยังรดน้ำมนต์ให้แก่ญาติโยม ในแต่ละวันจึงมีผู้เดินทางไปกราบไหว้หลวงปู่ขุ้ยจำนวนมาก หลวงปู่ขุ้ยเป็นพระที่ทันสมัย ใช้ธรรมะสั่งสอนชาวบ้าน ให้รู้จักทำมาหากินด้วยความสุจริต มีความอดทน ขยันหมั่นเพียร มิให้ลุ่มหลงมัวเมาในอบายมุข ใช้ชีวิตอย่างสมถะ และพอเพียง ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลวงปู่ขุ้ย ถือเป็นผู้นำทางคุณธรรมศีลธรรมของชาวบ้านซับตะเคียนอย่างแท้จริง ด้วยความที่เป็นพระที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ไม่สะสม และยึดติดในอติเรกลาภ ชาวบ้านทั้งอำเภอ ต่างจังหวัด จึงให้ความเคารพศรัทธา ด้วยกุศลจิตอย่างแท้จริง
เหรียญหลวงพ่อฮวด วัดหัวถนนใต้ เหรียญขอบพญานาค หลวงพ่อสร้างเเจก เจตนาดีสุดๆ ประวัติ หลวงพ่อฮวด กัณฑโว วัดหัวถนนใต้ จ.นครสวรรค์ หลวงพ่อฮวด กัณฑโว วัดหัวถนนใต้ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ พระเถระของชาวบ้าน พระเกจินักพัฒนาและยังเป็นพระเถระที่ทรงวิทยาคุณ เป็นศิษย์หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, หลวงพ่อคล้าย วัดพนมรอก และอีกหลายคณาจารย์ มีนามเดิมว่า ฮวด พงษ์ทอง เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน 2447 ตรงกับวันแรม 7 ค่ำ เดือน 7 ปีมะโรงที่บ้านดอนหวาย อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ทั้งนี้ ครอบครัวได้ย้ายมาประกอบอาชีพที่บ้านหัวถนนใต้ ต.หัวถนน อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ เมื่ออายุครบ 20 ปี พ.ศ.2466 ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดพนมรอก อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ มี หลวงพ่อคล้าย เป็นพระอุปัชฌาย์ (ต่อมาหลวงพ่อคล้ายได้เป็นเจ้าคณะอำเภอท่าตะโก มีสมณศักดิ์ พระนิพันธ์ธรรมาจารย์) ได้ฉายาว่า กัณฑโว เมื่ออุปสมบทแล้วได้จำพรรษาอยู่กับหลวงพ่อคล้าย เพื่อปรนนิบัติรับใช้ พร้อมทั้งศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม หลังจากนั้น จึงได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดหัวถนนใต้ งานด้านพัฒนา พ.ศ.2502 สร้างโรงเรียนประชาบาลนิยุตประชาสรรค์ หรือโรงเรียนชุมชนวัดหัวถนนใต้ แบบครึ่งตึกครึ่งไม้ พ.ศ.2505 สร้างถนนเข้าหมู่บ้าน พ.ศ.2507 สร้างเขื่อนกั้นน้ำที่ลำห้วย ให้ชาวนาใช้น้ำได้สะดวก พ.ศ.2511 สร้างศาลาการเปรียญ พื้นไม้ หลังคากระเบื้อง พ.ศ.2525 สร้างศาลาการเปรียญอาคารคอนกรีตทั้งหลัง ฉลองอายุครบ 200 ปี ของกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2525 สร้างหอระฆัง 2 หอ หน้าศาลาการเปรียญ พ.ศ.2529 เป็นประธานในการสร้างศาลาวัดเขาล้อ พ.ศ.2531 จัดวางระบบน้ำประปาจากอำเภอท่าตะโกมาใช้ที่วัด พ.ศ.2533 สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม จำนวน 2 หลัง ด้วยคุณูปการต่างๆ เหล่านี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าหลวงพ่อฮวด เป็นพระนักพัฒนา มองเห็นความสำคัญของการศึกษา หลวงพ่อฮวด มักจะกล่าวปรารภ ว่า "ควรจะสร้างคนก่อนที่จะสร้างวัตถุ" หลวงพ่อได้ริเริ่มสร้างโรงเรียนขึ้นก่อน แล้วจึงเริ่มพัฒนาวัดพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน, พัฒนาวัดใกล้เคียง และสร้างโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังได้ก่อตั้งมูลนิธิพระครูนิยุตธรรมประวิตร มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ดอกผลที่ได้ มาเป็นค่าใช้จ่ายภายในวัด เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า สำนักงานตั้งอยู่ที่วัดหัวถนนใต้, ก่อตั้งมูลนิธิหลวงปู่ฮวด เพื่อใช้ดอกผลที่ได้ มาเป็นค่าใช้จ่ายภายในโรงพยาบาลท่าตะโก สำนักงานตั้งอยู่ที่โรงพยาบาลท่าตะโก หลวงพ่อฮวด ได้เริ่มศึกษาเล่าเรียนวิทยาคมครั้งแรก จากหลวงพ่อคล้าย ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ (หลวงพ่อคล้ายเป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อเดิม สร้างเหรียญทวิภาคีร่วมกัน เมื่อคราวหลวงพ่อเดิม-หลวงพ่อคล้าย ช่วยสร้างพระอุโบสถ วัดพนมรอก เมื่อปี พ.ศ.2483) หลวงพ่อฮวดศึกษาวิทยาคมเพิ่มเติมกับหลวงพ่อเดิม ซึ่งหลวงพ่อมีความใกล้ชิดกับหลวงพ่อเดิม เนื่องจากหลวงพ่อเดิมได้มาช่วยพัฒนาวัดในเขตอ.ท่าตะโกหลายวัด เช่น การพัฒนาวัดทำนบ, วัดหนองไผ่, วัดเขาล้อ, วัดดอนคา, วัดโคกมะขวิด, วัดพนมรอก, วัดหนองหลวง, วัดหัวถนนเหนือ (เหตุที่หลวงพ่อเดิมได้มาช่วยพัฒนาวัดในเขตอ.ท่าตะโกมาก เนื่องจากบ้านหนองโพ-หัวหวายเป็นเขตติดต่อกับบ้านหนองหลวง-หัวถนน) หลายครั้ง หลวงพ่อเดิมได้รับกิจนิมนต์ไปยังที่ใด มักจะชวนหลวงพ่อฮวดร่วมเดินทางติดตามไปด้วยเสมอ หลวงพ่อฮวด เป็นหนึ่งในพระเกจิอาจารย์ผู้สืบทอดสายพุทธาคมมาจากหลวงพ่อเดิม เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว หลังจากนั้น หลวงพ่อฮวดได้เล่าเรียนวิทยาคมกับอีกหลายพระอาจารย์ตามความชำนาญของแต่ละท่าน อาทิ วิชาทำตะกรุดกับหลวงพ่อพุฒ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง, เรียนทำน้ำมนต์กับหลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา, เรียนทำผงเมตตามหานิยมโชคลาภจากหลวงพ่อศักดิ์ วัดวังกระโดนใหญ่ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ เป็นต้น หลวงพ่อฮวด ได้มรณภาพเมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2535 เวลา 08.47 น. ณ วัดหัวถนนใต้ สิริอายุ 88 พรรษา 68 คณะกรรมการวัด ได้บรรจุศพหลวงพ่อฮวดไว้ในโลงแก้ว ปรากฏว่าเป็นที่น่าอัศจรรย์ ด้วยศพหลวงพ่อไม่เน่าเปื่อย ทั้งที่เป็นโลงแก้วธรรมดา ไม่ได้เป็นแบบสุญญากาศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกปี วัดหัวถนนใต้ จะเปิดโลงเพื่อเปลี่ยนผ้าสบง-จีวรหลวงพ่อฮวด เพื่อความเป็นสิริมงคล ปัจจุบัน ศพตั้งไว้บนจัตุรมุขวิหาร วัดหัวถนนใต้ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ ชาวบ้านตั้งสมญานามให้กับท่านว่า 'พระของชาวบ้าน'
เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่เขี่ยม วัดถ้ำขาม จ.สกลนคร ปี2515 เนื้อทองแดง
พระปรก(เนื้อทองแดง.) "ลป.ผ่าน วัดป่าปทีปบุญญาราม จ.สกลนคร" รุ่นผ่านตลอดปลอดภัย (สร้างประมาณปี๒๕๕๑) ขนาดกระทัดรัด(สูงประมาณ ๒ ซม.)มีตอกโค๊ตกำกับ ออกแบบสวยงาม สภาพฟอร์มสวย เก็บเก่าเดิมๆ ของดี/น่าใช้น่าเก็บ...
พระปรกรุ่นแรก(เนื้อทองแดง.) "ลป.คำบุ วัดกุดชมภู จ.อุบลราชธานี" พ.ศ.๒๕๕๑ ขนาดกระทัดรัด(สูงประมาณ ๑.๘ ซม.)มีตอกโค๊ตกำกับ ออกแบบสวยงาม สภาพฟอร์มสวย เก็บเก่าเดิมๆ ของดี/น่าใช้น่าเก็บ... <<< ลป.เกลี้ยง วัดศรีธาตุ(โนนแกด) จ.ศรีสะเกษ อธิฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวให้เป็นพิเศษด้วย. >>> ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก. "ลพ.ทองสุก สุธัมโม (สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต.) วัดหัวบึงทุ่ง จ.นครพนม" พ.ศ.๒๕๒๐ เนื้อทองแดง ขนาดพิมพ์ใหญ่/มีตอกโค๊ตกำกับ ออกแบบสวยงาม สภาพฟอร์มสวย เก็บเก่าเดิมๆ ของดีมีประสพการณ์/น่าใช้น่าเก็บ... < หลวงปู่ทองสุก สุธัมโม เถราจารย์ที่มีวิทยาคมแกร่งกล้าทางเมตตาโชคลาภ แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี วัตถุมงคลของท่านทุกรุ่นห้ามมิให้นำไปทดลองเด็ดขาด ท่านสั่งกำชับทุกครั้งที่มีผู้นำวัตถุมงคลจากท่านไปบูชา เกรงจะได้รับอันตรายจากการทดลอง. > ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------