rewat3458

ข้อมูลสมาชิก – rewat3458

เริ่มเป็นสมาชิก: June 05, 2014 03:29:36 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 0 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 5167 รายการ , คำติ: 0 รายการ

ประวัติ Feedback

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/6028506


รุ่นเสาร์ ๕ หลวงปู่ปลุกเสกเดี๋ยวไตรมาส และพิธีใหญ่ 5 พิธี คือ ครั้งที่ 1 ทำพิธีเททองหล่อพระรูปเหมือน 9 นิ้ว 5 นิ้ว 3 นิ้ว รูปหล่อพิมพ์เบ้าทุบ ครอบน้ำพระพทุธมนต์ รูปหล่อครึ่งซีกที่ติดข้างขันน้ำมนต์ พระปิดตายันต์ยุ่ง หลวงปู่หมุนอธิษฐานจิตเดี่ยวและเป็นประธานเททองที่ วัดป่าหนองหล่ม สระแก้ว เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2543 ครั้งที่ 2 ทำพิธีพุทธาภิเษกที่อุโบสถ วัดสุทัศน์ฯ 16 มีนาคม 2543 โดยมีหลวงปู่ลมัย วัดโพธิ์เย็น เพชรบูรณ์ (อายุ 101 ปี),หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน ลพบุรี ,หลวงปู่หลุย วัดราชโยธา ,หลวงปู่ผล วัดโนนทอง ลพบุรี , หลวงพ่อจันทร์ วัดนางหนู หลวงพ่อสินธิ์ชัย วัดโพธิ์เย็น เพชรบูรณ์,หลวงพ่อถนอม คณะ 2วัดสุทัศน์ฯ ครั้งที่ 3 เสาร์ 5 วัดป่าหนองหล่ม วันที่ 8 เมษายน 2543 หลวงปู่หมุน เป็นประธานพิธีร่วมกับหลวงปู่ถอง อายุ 102 ปี วัดสระมณฑล อยุธยา, หลวงปู่ลมัย วัดโพธิ์เย็น เพชรบูรณ์ (อายุ 101 ปี) หลวงพ่ออิน วัดบ้านด่าน ศิษย์เอกหลวงพ่อเอีย และหลวงปู่สรวง นักบุญแห่งบ้านสายลม บุรีรัมย์ มาอธิษฐานจิตตั้งกสิณไฟ ปลุกเสกในเวลาตี 3 กว่าด้วย ครั้งที่ 4 ที่วัดซับลำไย ในวันที่ 9 เมษายน 2543 ทำพิธีพุทธาภิเษก โดยหลวงปู่หมุน อธิษฐานปลุกเสกตั้งธาตุ หนุนธาต หมุนธาตุ ชักยันต์ ครอบมณฑลพิธีอย่างตั้งใจ ครั้งที่ 5 วัดสุทัศน์ฯ ในวันอาทิตย์ที่30 เมษายน 2543 เวลา 09.19 น.ที่อุโบสถ์ พระเกจิอาจารย์ร่วมในพิธีพุทธาภิเษกทั้งสิ้น 4 ท่าน โดยได้ประจำทิศทั้ง 4 ทิศ อันประกอบด้วย - ล.ป.หมุน วัดบ้านจาน โดยขณะนั้นท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดป่าหนองหล่ม -ล.ป.ละมัย สำนักสวนสมุนไพร จ.เพชรบูรณ์ ผู้สำเร็จวิชาปรอท และโด่งดังมากในวิชาสมุนไพรและวิชาปรอท -ล.ป.กอง วัดสระมณฑล จ.อยุธยา พระเกจิผู้แตกฉานและสืบทอดวิชาทำตะกรุดและวัตถุมงคลต่างๆสายวิชา วัดประดู่ในทรงธรรมสำนักตักศิลา แห่งเมืองเก่าอยุธยา -ล.พ.สมจิตร วัดบ้านด่าน ศิษย์เอกล.พ.เอีย วัดบ้านด่าน เทพเจ้าแห่งเมืองหน่อไม้ไผ่ตรงผู้สืบทอดวิทยาอาคมทุก ๆ ด้านจาก ล.พ.เอีย   ในวันปลุกเสก ล.ป.สรวงเทวดาเล่นดิน ได้มาปลุกเสกให้ เวลา 02.30 น.   วาจาสิทธิ์ของหลวงปู่หมุน ที่ได้กล่าวไว้ก่อนละสังขาร ซึ่งลูกศิษย์และชาวบ้านต่างจดจำได้ติดหู คือ "..ของๆฉันสร้างเองกับมือ ใครมีไว้บูชาจะ หมุนโชคลาภร่ำรวยตลอดเวลา ทำมาค้าขึ้น ไม่มีวันจนประกอบสัมมาอาชีพใดก็รุ่งเรือง เจริญลาภยศสรรเสริญ จะมีชื่อเสียงหอมขจรขจาย ขอให้เป็นคนดี คิดดี ทำดี ละเว้นชั่ว คุณพระจะรักษา เทวดาจะคุ้มครอง แม้นว่าฉันจะตายไป ของๆ ฉันจะขลังกว่านี้อีกหลายร้อยเท่า น้ำลาย ไอปาก ลมปราณที่ประจุลงไปด้วยพลังจิตอันเข้มขลังของฉัน ย่อมเป็น หนึ่งบ่เป็นสอง ครบเครื่องเป็นองค์พระที่ดีทั้งนอก ดีทั้งใน ฝากไว้ในแผ่นดิน ให้เลื่องชื่อลือนาม ลือเรื่องถึงเมืองแมน "   คำบูชาหลวงปู่หมุน ตั้ง นะโม 3 จบ แล้วกล่าวว่า “ตัวกูลูกพระพุทธองค์ ครูสิทธิ์ ครูธงค์ องอาจไม่ประมาทครู พบรอยก้มดู เจอครูกราบ ไหว้ แล้วว่า ( อิ มะ มะ มา มา (รวม 7 ครั้ง) )   รายการนี้ ลงใหม่อีกครั้ง เนื่องจากผู้ชนะประมูลครั้งที่แล้ว ไม่พร้อมในการโอนเงิน


เขียนโดย :isak เจ้าของรายการ December 26, 2015 03:34:13



เขียนโดย :มงคลจักรวาล เจ้าของรายการ December 26, 2015 00:07:31

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระบูชา-รูปถ่าย/6037307


พระพิฆเณศรสร้างจากผงเหล็กน้ำพี้และผงแร่ เหล็กไหลแม่น้ำโขงหรือแร่ฮีมาไทท์ HEMATITE รวมกันเป็น หนึ่งเดียว เป็นแร่ธาตุกายสิทธิ์มีพลังอำนาจมีคุณวิเศษและพุทธคุณยิ่ง นับว่าเป็นพลอยหรือรัตนชาติที่มีค่าราคาสูงแร่ชนิดนี้อยู่คู่กับโลกมานับ ล้านๆปี มีอยู่ที่เดียวในโลก คือ ตามลำน้ำโขง ตามเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ กรมทรัพยากรธรณีวิทยาทางงธรรมชาติคำนวณอายุและความเก่าแก่ ของแร่ชนิดนี้มีอายุไม่น้อยกว่า 65 ล้านปี แร่เหล็กไหลแม่น้ำโขงหรือแร่ฮีมาไทท์ HEMATITE เป็นแร่ธาตุที่หาได้ยากและมีอำนาจมหาศาล พุทธคุณหรือคุณวิเศษมีอยู่ในตัวทั้งในด้านคุณเสน่ห์ และ เมตตามหานิยม ความแคล้วคลาดปลอดภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านโชคลาภร่ำรวยขึ้นทันตาแบบไม่ น่าเชื่อ จึงเป็นที่ต้องการของผู้ได้พบ เพราะมีความเชื่อว่าเป็นแร่ที่มีอาถรรพ์อยู่ได้เฉพาะผู้ที่ทีบุญบารมีมาแต่ อดีตชาติเท่านั้น สำหรับเหล็กน้ำพี้เป็นเหล็กที่มีความแกร่ง มีความเหนียวและเกิดสนิมยาก จากตำราพิชัยสงครามได้กล่าวไว้ว่า เหล็กน้ำพี้เป็นโลหะมหัศจรรย์อานุภาพ มีพลังในตัว มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ทุก ๆ อณูสามารถป้องกันคุณไสยและสิ่งเลวร้ายที่มองไม่เห็นด้วยตาดำได้ ปัจจุบันแร่เหล็กน้ำพี้ ถือว่าเป็นวัตถุมงคล โดยเชื่อกันมาแต่โบราณว่าเหล็กน้ำพี้อยู่ในตระกูลเดียวกันกับเหล็กไหล เมื่อจะนำไปใช้งานต้องตั้งศาลบวงสรวงขออนุญาตจากเจ้าพ่อที่ดูแลปกปักษ์รักษา เสียก่อน จึงจะทำการขุดหรือตัดเหล็กไปใช้งานได้ ผมขออนุญาติคัด ลายมือหลวงปู่ซึ่งท่านเขียนเป็นตัวบรรจงมาก ๆ ลงให้อ่านตามนี้ทุกตัว อักษรครับ วัตถุมงคลรุ่นนี้สร้างจากเหล็กไหลพญานาค และเหล็ก น้ำพี้พร้อมด้วยไม้พระธาตุมงคลหลายชนิด เพื่อจัดทำเป็นวัตถุ มงคลสุดยอดแห่งปี ๒๕๕๕ เหนือสิ่งอื่นใดก็คือในรุ่นเดียว กันนี้ยังมีสิ่งวิเศษที่หาได้ยากมากคืองาช้าง และงาช้างโบราณ อายุ ๒๐๐ – ๓๐๐ ล้านปี ได้ให้ช่างตัดและแกะเป็นวัตถุมงคลอุดผง แร่เหล็กน้ำพี้ แร่เหล็กไหลพญานาคอุดเส้นเกศาของอาตมาด้วย ซึ่งแต่ละองค์ล้วนแกะจากมือทีละองค์ ทำพิธีตลอดทั้งปี พ.ศ.๒๕๕๕ จึงนับว่าเป็นรุ่นเดียวที่ปลุกเศกยาวนานที่สุด ขอให้ผู้บูชารุ่นนี้ปรารถนาสิ่งใด ๆ จงสำเร็จทุกประการเทอญฯ หลวงปู่คำบุ คุตฺตจิตฺโต จำนวนการสร้างที่หลวงปู่เล่าให้ฟังตอนที่ท่านยังไม่ละสังขารมีดังนี้ครับ 1.สมเด็จงานช้างโบราณ อุดผง - เกศา มีโค๊ต จำนวน 38 องค์(มีเอกสารรับรอง) 2.พระงาช้างโบราณหลวงปู่ทวดพิมพ์สี่เหลี่ยมกรรมการ อุดผง – เกศา มีโค๊ต จำนวน 106 องค์(มีเอกสารรับรอง) 3.พระงาช้างโบราณรูปเหมือนหลวงปู่ อุดผง – เกศา มีโค๊ต จำนวน 98 องค์(มีเอกสารรับรอง) 4.พระงาช้างโบราณพิมพ์พิเศษ อุดผง – เกศามีโค๊ต จำนวน 23 องค์(มีเอกสารรับรอง) 5.พระงาช้างพิมพ์ต่าง ๆ อุดผง – เกศา มีโค๊ต จำนวน 45 องค์(มีเอกสารรับรอง) 6.ประคำแร่เหล็กน้ำพี้+แร่เหล็กไหล 5555 เส้น ประคำงาแท้ 5 เส้น ประคำงาช้างโบราณ 2 เส้น ประคำกระดูกช้าง จำนวน 9 เส้น 7.พระบูชาหลวงปู่ 6 นิ้ว พระนาคปรก 5 นิ้ว พระหลวงพ่อทวด 4.5 นิ้ว ปู่ฤาษีตาไฟ 4.5 นิ้ว พระพิฆเนศร 6 นิ้ว อย่างละ 2555 องค์ 8.หลวงพ่อเงินบูชาหล่อด้วยก้อนเหล็กน้ำพี้ 3 นิ้ว 5555 องค์ พระพิฆเนศร 2 นิ้ว 2555 องค์ 9.กุมารทอง ขนาดบูชา 5555 องค์ พิมพ์กรรมการ 99 องค์ (ปิดทองทั้งองค์) (หมายเหตุบางรายการมีปิดทองกรรมการ)


เขียนโดย :พระใหญ่ เจ้าของรายการ December 25, 2015 22:24:02


ท่าน พล.ต.ต.พิสัณห์ อาวีกร วรเทพนิตินันท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร มุกดาหาร ได้สร้างวัตถุมงคลบูชาคุณ รุ่นไตรมาส ปี 54 ได้รับการ อนุญาติเป็นกรณีพิเศษจากหลวงปู่คำบุ คุตฺตจิตฺตโต จัดสร้างเพื่อเป็นสิริมงคลบูชาคุณหลวงปู่คำบุ โดยท่านได้สร้างคุณงามความดีไว้แก่พระพุทธศาสนามากมาย สร้างถาวรวัตถุเป็นพุทธบูชาไว้ตามจังหวัดต่าง ๆ ที่ท่านได้ไปรับราชการเช่น ที่จังหวัดกาฬสินธ์ / จังหวัดเลย / จังหวัดหนองคาย / จังหวัดมุกดาหาร รุ่นบูชาคุณไตรมาสปี 54 นี้ มีด้วยกัน 7 รายการ คือ 1. เหรียญระฆัง มี 4 เนื้อ เงิน 555 องค์ นวะ 555 องค์ เนื้อตะกั่ว (กรรมการ) 999 องค์ ทองแดง 5555 องค์ เฉพาะเหรียญระฆังเนื้อทองแดงเพชรกลับไตรมาส ตอก 5 โค๊ต มีโค๊ตคำย่อ พ ส. (พิสัณห์ ) 2. เหรียญดอกจิก มี 4 เนื้อ เงิน 555 องค์ นวะ 555 องค์ เนื้อตะกั่ว (กรรมการ) 999 องค์ ทองแดง 5555 องค์ 3. รูปหล่อฐานภูเขาพิมพ์เล็ก มี 4 เนื้อ เงิน 555 องค์ นวะ 555 องค์ เนื้อตะกั่ว (กรรมการ) 999 องค์ ทองแดง 5555 องค์ 4. รูปหล่อฐานภูเขาพิมพ์ใหญ่ มี 4 เนื้อ เงิน 555 องค์ นวะ 555 องค์ เนื้อตะกั่ว (กรรมการ) 999 องค์ ทองแดง 5555 องค์ 5.ชานหมากนาคราช จำนวน 555 คำ (อุดโค๊ตเงินเศียรพญานาค) 6.มีดหมอเหล็กน้ำพี้พิมพ์ใหญ่ 2555 เล่ม พิมพ์เล็ก 2555 เล่ม 7.ตะกรุดพิมพ์ใหญ่ 2555 ดอก พิมพ์เล็ก 2555 ดอก พระดีพิธีใหญ่มีหนังสือรับรอง เจตนาการสร้างดีมีจำนวนจำกัด อนาคตแรงแพงแน่นอน เก็บแบบมีที่มาที่ไปดีกว่าครั


เขียนโดย :พระใหญ่ เจ้าของรายการ December 25, 2015 22:23:17

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/6044002



เขียนโดย :ทองก้อน เจ้าของรายการ December 25, 2015 15:25:34


พระผงรูปเหมือนหลวงพ่อไข่ ธัมมะรังสี :เนื้อผงอัฐิของหลวงพ่อไข่ ผงสบงจีวร ผงอิทธิเจเกสรร้อยแปด พุทธคุณสูงสุดเรื่องแคล้วคลาด มหาอุตต์


เขียนโดย :เกื้อหนุน เจ้าของรายการ December 24, 2015 15:05:04

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคเหนือ/6001491


พระนาคปรกใบมะขาม หลวงพ่อทองดำ วัดท่าทอง จ.อุตรดิตถ์ 3 องค์ 3 เนื้อ เงิน ทองฝาบาตร ทองเเดง .ปี ๒๕๓๖


เขียนโดย :ฅนชอบพระ เจ้าของรายการ December 22, 2015 17:42:50


พระบ้านเหมามา ไม่แพงค่ะ


เขียนโดย :ไม้เมืองเหนือ เจ้าของรายการ December 19, 2015 05:50:08

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคใต้/5995182


เคาะเดียว 


เขียนโดย :anan6699 เจ้าของรายการ December 17, 2015 13:51:54

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/5993062


  พระรอดครูบาดวงดี อายุ 93 ปี วัดท่าจำปี จ.เชียงใหม่ ประวัติพอสังเขป  พระมงคลวิสุต (หลวงปู่ครูบาดวงดี)  บุญผู้เจริญรอยตามครูบาเจ้าศรีวิชัย ผู้เป็นพระอาจารย์ หลวงปู่ครูบาดวงดี สุภทโท ถือกำเนิดที่บ้านท่าจำปี ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นคนพื้นเพบ้านท่าจำปีมาแต่กำเนิด บิดามารดา เป็นชาวไร่ชาวนา โยมบิดาชื่อ พ่ออูบ โยมมารดาชื่อ แม่จั๋นติ๊บ (สมัยนั้นยังไม่มีการใช้นามสกุล) หลวงปู่ถือกำเนิดในแผ่นดินรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ตรงกับสมัยพ่อเจ้าอินทวิชยานนท์(เจ้ามหาชีวิต) เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๖ เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๔๙ หลวงปู่มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๘ คน เป็นชาย ๔ คน เป็นหญิง ๔ คน หลวงปู่เป็นลำดับที่ ๗ และมีน้องสุดท้องชื่อแม่นิน เริ่มต้นชีวิตในผ้ากาสาวพัตร เมื่อหลวงปู่อายุได้ ๑๑ ปี ได้ติดตามพ่อแม่ไปทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารแด่ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย ซึ่งขณะนั้นท่านครูบาถูกทางการจังหวัดลำพูน นำตัวมากักขังบริเวณที่วัดพระธาตุเจ้าหริภุญชัย (วัดหลวงลำพูน) ในข้อหาเป็นพระอุปัชฌาย์เถื่อนไม่มีหนังสืออนุญาตบวชพระ เมื่อท่านครูบาเจ้าฯได้เห็นเด็กชายดวงดี ท่านก็มีเมตตาอย่างสูงเรียกเข้าไปหาพร้อมกับบอกพ่อแม่ว่า "กลับไปให้เอาไปเข้าวัดเข้าวา ต่อไปภายหน้าจะได้พึ่งพาไหว้สามัน" นับเป็นพรอันประเสริฐ ยิ่งในการที่ท่านครูบาเจ้าฯได้พยากรณ์พร้อมกับประสาทพรให้หลวงปู่ตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากที่เดินทางกลับถึงบ้าน ไม่กี่วันต่อมา บิดาก็นำขันข้าวตอกดอกไม้ พร้อมกับนำตัวเด็กชายดวงดีไปถวายฝากตัวเป็นศิษย์(ขะโยม)ในท่านครูบาโปธิมา ซึ่งเป็นอธิการวัดท่าจำปี ใกล้ๆบ้านนั่นเอง ครูบาโปธิมาก็ได้พร่ำสอนหนังสือของทางการบ้านเมืองสมัยนั้น หลังจากสั่งสอนเด็กชายดวงดีจนพออ่านออกเขียนได้ ท่านครูบาโปธิมาก็ย้ายจากวัดท่าจำปีไปเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง ห่างจากวัดท่าจำปีไปเล็กน้อย ท่าครูบาสิงหะ เจ้าอาวาสท่านต่อมาได้ให้เด็กชายดวงดีศึกษาเป็นขะโยม(เด็กในวัด) อยู่กับคณูบาสิงหะได้ไม่นาน ครูบาสิงหะก็มรณภาพ คงเหลือสามเณรสิงห์แก้วดูวัดท่าจำปีแทนและทำหน้าที่สั่งสอนลูกศิษย์ไปด้วย หลังจากทำบุญประชุมเพลิงครูบาสิงหะแล้วสามเณรสิงห์แก้วก็ลาสิกขาจึงทำให้วัดท่าจำปีร้างรกไม่มีเจ้าอาวาสติดต่อกันถึง ๓ ปี ในขณะที่วัดร้างรานั้น หลวงปู่หรือเด็กชายดวงดีขณะนั้นก็ทำหน้าที่ดูแลวัดอย่างที่เคยปฏิบัติมา เช่น ปัดกวาดกุฏิวิหาร จัดขันดอกไม้บูชาพระ ตักน้ำคนโท(น้ำต้น)ถวายพระพุทธรูปตลอดเวลา ต่อมาคณะศรัทธาวัดท่าจำปี ได้อาราธนานิมนต์ท่านครูบาโสภามาเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าจำปี เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่จึงได้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลทุ่งสะโตกอีกตำแหน่งด้วย ทำให้วัดท่าจำปีเกิดความสำคัญขึ้นมาอย่างยิ่ง เพราะนอกจากท่านครูบาโสภณจะเป็นเจ้าคณะตำบลแล้ว ท่านยังเป็นพระสหธรรมมิกที่มีอายุพรรษารุ่นราวคราวเดียวกันกับม่านคณุบาศีลธรรมศรีวิชัย มีผู้คนเคารพนับถือมากมายถึงกับขนานนามท่านว่า "ตุ๊เจ้าตนบุญตนวิเศษแห่งล้านนา" จริงๆ เพราะท่านมีบุญญาอภินิหารปรากฏแก่สายตาคนทั้งหลาย ซึ่งเป็นที่ร่ำลือถึงเหตุการณ์ต่างๆอย่างไม่ลดละตราบจนทุกวันนี้ หลังจากเด็กชายดวงดีศึกษาภาษาพื้นเมืองได้คล่องแคล่ว อายุได้ ๑๓ ปีพอดีท่านครูบาโสภาจึงนำเด็กชายดวงดีไปปรึกษากับท่านครูบาศรีวิชัย ซึ่งขณะนั้นท่านได้ขึ้นมาบูรณะปฏิสังขรณ์ทางเมืองเชียงใหม่ พ.ศ.๒๔๖๒ ท่านครูบาศรีวิชัยมีความพอใจเด็กชายดวงดีมาก ท่านครูบาโสภาก็เล่าเรื่องการบวชเณรให้ท่านครูบาศรีวิชัยฟัง ท่านก็บอกกับครูบาโสภณว่า "ถ้าบวชพระแล้วก็หื้อขึ้นมาจำพรรษาอยู่วัดพระสิงห์นี่แหละ จะได้เป็นเพื่อนกับนายสิงห์ดำ" (ซึ่งเป็นหลานแท้ๆของท่านครูบาศรีวิชัย)ซึ่งมีหน้าที่ปลงเกศาให้กับท่านครูบาศรีวิชัย ครั้นหลวงปู่ดวงดีบรรพชาเป็นสามเณรแล้วโดยมีท่านครูบาโสภาเป็นพระอุปัชฌายะบรรพชา ได้ไม่กี่วันก็ส่งตัวเข้ามาในเมืองเชียงใหม่ อยู่จำพรรษาและช่วยเหลือท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย คอยปฏิบัติพัดวีตามอาจาริยวัตรที่ครูบาอาจารย์ในยุคสมัยนั้นสั่งสอน ไหว้พระสวดมนต์ นั่งกรรมฐาน บูชาขันดอกไม้ และช่วยเหลืองานก่อสร้างต่างๆ ซึ่งในขณะนั้นท่านครูบาเจ้าศริวิชัยต้องเดินทางไปทุกหนทุกแห่ง เพื่อสร้างสรรค์บูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุ วัดวาอารามต่างๆทุกจังหวัดในภาคเหนือ เมื่อหลวงปู่ดวงดีอายุครบ ๒๑ ปี จึงได้กลับไปนมัสการพระอาจารย์ท่านครูบาโสภาที่วัดท่าจำปีเพื่อปรึกษาเรื่องอุปสมบทเป็นพระภิกษุ จากนั้นท่านครูบาโสภาจึงได้เดินทางไปขออนุญาตกับครูบาเจ้าศรีวิชัย เรื่องส่งมาจำพรรษาอยู่กับท่านครูบาเจ้าศรีวิชัยเหมือนเดิม ลุ วันอาทิตย์ เดือน ๖ เหนือ ขึ้น ๙ ค่ำ ปีเมืองเหม้า(ปีเถาะ) ตรงกับวันที่ ๑๒ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๗๐ สามเณรดวงดีจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์ โดยมีท่านครูบาโสภาเป็นพระอุปัชฌายะ ท่านครูบาธัมมะเสน วัดดอนบินเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และท่านพระครูปัญญา วัดมะกับตองหลวง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ณ พระอุโบสถวัดสารภี ตำบลทุ่งรวงทอง กิ่งอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้นามฉายาว่า "สุภทโท" หลังจากอุปสมบทแล้ว หลวงปู่ดวงดีก็เดินทางไปอยู่จำพรรษากับท่านครูบาเจ้าศรีวิชัยเช่นเดิม โดยเป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติอุปฐากบำรุง  ช่วงของการปฏิสังขรณ์วัดท่าจำปีในเวลาของหลวงปู่ ในขณะที่หลวงปู่อยู่จำพรรษากับท่าครูบาเจ้าศรีวิชัยนับตั้งแต่เป็นสามเณรใหม่ๆนั้นและเดินทางปฏิบัติเล่าเรียนอยู่กับท่านครูบาเจ้าศรีวิชัยนั้น ท่านอายุได ๒๘ ปี เป็นช่วงที่ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัยต้องอธิกรณ์ข้องกล่าวหาต่างๆนาๆ เช่นการบุกรุกป่าสงวน ซ่องสุมผู้คน ตั้งตนเป็นผีบุญ จนถึงกับถูกจับส่งตัวไปตัดสินความที่กรุงเทพฯ เนื่องจากถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดเหตุการณ์ใหญ่โต เมื่อคณะสงฆ์ในเขตปกครองแขวงบ้านแมง (อ.สันป่าตอง)ขอลาออกจากการปกครองเมืองเชียงใหม่ถึง ๖๐ วัด ท่านครูบาโสภาวัดท่าจำปี ท่านครูบาปัญญา วัดท่ากิ่งแลหลวง ก็ถูกไต่สวนจนต้องนำคณะศิษย์หนีหนีไปแสวงบุญก่องสร้างวิหานพระพุทธบาทฮังฮุ้ง ในเขตประเทศพม่าจนไม่ยอมกลับมาอีกเลย บรรดาลูกศิษย์ลูกหาของท่านครูบาศรีวิชัยต้องแยกย้ายกันไปแสวงบุญคนละทิศละทาง คงค้างแต่ท่านครูบาขาวปีทำหน้าที่ดูแลวัดสิงห็ และเป็นหัวแรงในการก่อสร้างวัดวาอารามที่ค้างไว้ ลุ พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๔๘๑ ท่านครูบาศรีวิชัยถูกชำระความพ้นผิดเดินทางกลับเมืองลำพูนอยู่ได้ไม่นาน ก็ถึงแก่มรณภาพที่วัดจามเทวี เมื่ออายุได้ ๖๑ ปี ๕ เดือน กับ ๒๑ วัน ซึ่งขณะนั้นหลวงปู่ดวงดีอายุได้ ๓๒ ปี หลวงปู่ได้เดินทางไปก่อสร้างวัดวาอารามเจริญรอยตามท่านครูบาศรีวิชัยผู้เป็นพระอาจารย์ หลังจากนั้นก็ติดตามครูบาเจ้าอภิชัยผ้าขาวปีมาสร้างวิหารวัดท่าจำปี ลุ พ.ศ.๒๔๘๔ ขณะพลวงปู่อายุได้ ๓๕ปี หลังจากถวายพระเพลิงปลงศพท่านครูบาเจ้าศรีวิชัยเสร็จแล้วนั้น ท่านครูบาเจ้าอภิชัยผ้าขาวได้เชิญอัฐิธาตุของท่านครูบาเจ้าศรีวิชัยส่วนที่เป็นกระโหลกเท่าหัวแม่มือส่วนหนึ่งหลวงปู่นำมาเก็บรักษาสักการะบูชาจนถึงทุกวันนี้ หลวงปู่ได้อยู่ช่วยครูบาอภิชัยผ้าขาว สร้างอนุสาวรีย์บรรจุอัฐิธาติของท่าครูบาเจ้าศรีวิชัยทั้งที่วัดสวนดอกและวัดหมื่นสารแล้ว ก็รับขันดอกนิมนต์จากคณะศรัทธาป่าเมี้ยงป๋างมะกล้วย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ไปสร้างวัดป่าเมี้ยงป๋างมะกล้วย เนื่องจากอารามอยู่ในป่าดง เหมาะที่จะปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานซึ่งถูกกับจริตวิสัยของหลวงปู่เป็นอย่างยิ่ง หลวงปู่อยู่ปฏิบัติกรรมฐานที่วัดนี้นานถึง ๗ ปี ท่านครูบาโสภาก็ขอให้หลวงปู่ลงมาก่อสร้างวัดท่าจำปีต่อจากท่าน เนื่องจากวัดท่าจำปีมีศรัทธาญาติโยมน้อยเพียง ๒๐ หลังคาเรือนเท่านั้น หลวงปู่เดินทางกลับมาก่อสร้างวัดท่าจำปี ขณะนั้นอายุได้ ๔๒ ปีได้รับตำแหน่งเจ้าคณะตำบลทุ่งสะโตกจากท่านครูบาโสภาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ว่าหลวงปู่จะมีตำแหน่งหน้าที่ทางการคณะสงฆ์ก็ตาม ท่านก็มิได้ละเลยข้อวัตรปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งท่านมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ในระหว่างที่มาดำรงค์ตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อจากท่านครูบาโสภา หลวงปู่ก็มิได้สร้างแต่เฉพาะวัดท่าจำปีเท่านั้น ทุกวัดในละแวกเดียวกันหลวงปู่ก็ช่วยเหลือเป็นแรงสำคัญไม่ว่าถนนหนทาง อุโบสถ วิหาร เจดีย์ สะพาน หรือแม้แต่โรงเรียน โรงพยาบาล หลวงปู่ก็ให้ความอุปถัมภ์บำรุง แม้กระทั่งวัดในเขตอำเภอสันป่าตอง หรือต่างอำเภอ หรือต่างจังหวัด จนไม่สามารถนำมาบรรยายได้ทั้งหมด หน้าที่การคณะสงฆ์และสมณศักดิ์ หลวงปู่ครูบาดวงดีสุภัทฺโท ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๙๒ วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้รับสถาปนาประทวนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นประทวนเจ้าคณะตำบล วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทที่ "พระสุภัทรสีลคุณ" ณ พุทธมณฑล จังหวัด นครปฐม มรณภาพเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 สิริรวมอายุ 104 ปี พรรษา 83


เขียนโดย :อ.พระอภิญญา เจ้าของรายการ December 17, 2015 13:48:27

หน้าที่ :  465