ลูกแก้วมณีนพรัตน์สีน้ำเงิน พร้อมขาตั้ง มีจารบนจารล่าง สารพัดนึก พระพรหมปัญโญหลวงปู่ดู่ วัดสะแก อยุธยา ปี32 สวยครับ พร้อมใบคาถา กล่องเดิมๆๆๆๆ
ให้คุณด้านเมตตามหานิยม เป็นที่รักและเมตตาของผู้ใหญ่ เป็นมหาโภคทรัพย์ โชคลาภค้าขาย ป้องกันคุณไสย แคล้วคลาดกันภัย รุ่นนี้ อาจารย์เจียม ฤทธิ์คง และลูกศิษย์สายเสน่ห์ปลุกเสกด้วย พระอาจารย์โอเป็นพระเกจิดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดเวลานี้ เป็นผู้ทรงภูมิรอบรู้ในพระเวทวิทยาคมต่างๆ อย่างแตกฉาน ชนิดหาพระเกจิรุ่นเดียวกันมาเทียบได้ยาก เพราะแก่กล้าวิชาเหมือนพระเกจิในยุคสมัยอดีต (เช่น จาด จง คง อี๋ ฯลฯ) ท่านได้สืบทอดวิชาสายสำเร็จลุนจากคุณปู่ ซึ่งเป็นหมอธรรมผู้มีชื่อเสียงแห่งอำเภอหล่มสัก เรียนวิชาจากฤาษีผู้เป็นศิษย์ของบรมครูพูพูอ่อง (อาจารย์ของบุเรงนอง) รวมทั้งสืบทอดวิชาสายเขาอ้อจากสำนักกุญแจไสยศาสตร์อันลือลั่นแห่งปักษ์ใต้ ฯลฯ ด้วยความเป็นผู้คงแก่เรียนใฝ่ใจศึกษาในศาสตร์แขนงต่างๆ มาตั้งแต่วัยเยาว์ ท่านจึงได้ศึกษาค้นคว้าสุดยอดวิชาสำคัญต่างๆ นับตั้งแต่ หลักอภิธรรม , ตำราพิชัยสงคราม , พระเวทมนตราโบราณทุกแขนง , ตัวธรรมล้านช้าง ท่านสามารถอ่านออกเขียนได้อย่างกว้างขวาง และลึกซึ้งดุจทรายในแม่น้ำคงคา ท่านตั้งใจไว้ว่าจะขอเป็นผู้อนุลักษณ์และสืบทอดพระเวทมนตราโบราณมิให้สาบสูญไปตามกาลเวลา…. พระอาจารย์โอ , พระอาจารย์ธวัชชัย หรือที่ลูกศิษย์เรียกกันฮิตติดปากว่า พระอาจารย์โอ พุทโธรักษา เหตุที่เรียกว่าพระอาจารย์โอ พุทโธรักษานั้น ก็คงจะมาจากคำให้พรลูกศิษย์ว่า “พุทโธรักษา” อยู่บ่อยๆ พระอาจารย์โอท่านเป็นพระนักปฏิบัติที่เคร่งครัดและคงแก่เรียน เปรียบเสมือนตู้พระเวทเคลื่อนที่ ที่ใช้เก็บตำราต่างๆ เลยทีเดียว โดยเริ่มต้นจากวิชาพระธรรมเก้าโกฏิจากคุณปู่ของท่าน ศึกษาจากพระฤาษีและพระเกจิอาจารย์อีกมากมาย ซึ่งล้วนแต่ทรงวิทยาคุณเข้มขลังด้วยกันทั้งสิ้น ชาติภูมิ พระอาจารย์โอ เดิมชื่อ ธวัชชัย เป็นคนพื้นเพหล่มสักโดยกำเนิด ปู่ของท่านเป็นหมอธรรมแพระอาจารย์โอ พุทโธรักษา เขียนโดย หมอธรรมน้อย เมื่อ 5 มกราคม 2010 เรื่องควรรู้ ก่กล้าวิชาอาคม เคยสยบภูตผีปีศาจที่ออกอาละวาดมานักต่อนัก ก่อนที่ท่านจะเกิดมานั้นมารดาของท่านฝันไปว่ามีคนชรานำทองคำมามอบให้หลายหีบ ต่อมาจึงตั้งครรภ์และคลอดท่านใต้ต้นมะขาม เมื่อปู่ของท่านทราบเรื่องจึงลองคำนวณวัน เดือน ปีเกิดของท่านดูจึงทราบว่าเป็นผู้มีวาสานาบารมีในทางธรรมมาเกิด เพราะความเชื่อในแถบภาคเหนืออีสานนั้น เชื่อกันว่าถ้าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมรณภาพลงจะกลับมาเกิดทันที เพื่อสั่งสมบุญบารมีต่อ เมื่อวัยเยาว์ท่านเป็นที่รักและเอ็นดูของคุณปู่มาก เรียกว่าดูแลจนไม่ยอมให้คลาดสายตาเลย คุณปู่มักจะนำท่านขึ้นขี่คอไปทำบุญที่วัดด้วยกันเป็นประจำ เสาะแสวงหาพระอาจารย์ดีร่ำเรียนพระเวทย์วิชา ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร โดยมี หลวงพ่ออำพล วัดชลประทาน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่ออำพลนี้เป็นพระภิกษุทรงวิทยาคุณแห่งหล่มสัก ได้เมตตาถ่ายทอดวิชาตั้งธาตุต่างๆ , วิชาปลุกตัว , วิชารักษาโรค , วิชาแคล้วคลาดกำบัง ให้กับสามเณรโอจนเชี่ยวชาญ ระหว่างนี้เอง สามเณรโอได้มีนิมิตว่า มีดวงวิญญาณโอปาติกะซึ่งเป็นเจ้าของวัดมาบอกให้ท่านไปนำของวิเศษที่เก็บซ่อนอยู่ในเสาเอกของวัด เมื่อลองไปสำรวจดูก็พบตำราวิชามหาเสน่ห์เล่มหนึ่งสภาพเก่าคร่ำคร่า แต่พอยังมองเห็นอักขระเลขยันต์ได้ ซึ่งท่านก็ได้ตั้งหน้าตั้งตาร่ำเรียนและทดสอบด้วยตนเองจนแน่ใจ ปรากฏผลมีอิทธิคุณรุนแรงมาก ภายหลังเมื่อสึกหาลาเพศจากสามเณรแล้ว ท่านจึงเริ่มสร้างเครื่องรางของขลังให้เพื่อนๆ ทดลองใช้ดู ปรากฏว่าได้ผลชะงัด เพื่อๆจึงพากันเรียกว่า “อาจารย์” มาตั้งแต่บัดนั้น และเรียกเรื่อยมาตราบจนกระทั่งท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ช่วงนี้ได้ไปศึกษาวิชาพระธรรมเก้าโกฏิจากพระอาจารย์บัว ที่เป็นชาวจังหวัดอุบลฯ และออกแสวงหาครูบาอาจารย์ร่ำเรียนสรรพเวทวิชาต่างๆ จนกระทั่งได้พบกับพระฤาษี นาม “ฤาษีจันทา” ศิษย์ผู้สืบทอดพระเวทวิทยามาจากบรมครูฤาษีพูพูอ่อง แห่งประเทศพม่า “บรมครูพูพูอ่อง” พระอาจารย์แห่งบุเรงนอง และฤาษีจันทรา ท่านฤาษีพูพูอ่องนี้กล่าวกันว่า ท่านเป็นพระอาจารย์องค์หนึ่งของพระเจ้าบุเรงนอง (ผู้ชนะสิบทิศ) จอมกษัตริย์ของพม่า ในสมัยนั้นท่านฤาษีพูพูอ่องได้สำแดงฤทธานุภาพเหาะขึ้นไปนมัสการพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ให้ผู้คนชาวพม่าเห็นเป็นอัศจรรย์ จนพระเจ้าบุเรงนองเกิดพระราชศรัทธาถวายตัวเป็นศิษย์ และพระองค์ทรงสร้างพระเครื่องรูปพระมหามัยมุนี ด้านหลังเป็นรูปบรมครูพูพูอ่องกำลังเหาะเหินเดินอากาศ มาให้ท่านฤาษีพูพูอ่องปลุกเสก เพื่อแจกทหารที่ไปราชการสงคราม แล้วส่วนหนึ่งนำไปบรรจุไว้ในถ้ำแห่งหนึ่งในเขตประเทศพม่า ต่อมามีชาวบ้านไปพบพระกรุนี้เข้า จึงมาบอกให้หลวงพ่ออุตตมะทราบ เนื่องจากหลวงพ่ออุตตมะบอกให้ช่วยค้นหามานานแล้ว หลวงพ่ออุตตมะนำพระเครื่องกลับมาเมืองไทยและแจกจ่ายให้ศิษยานุศิษย์จึงเป็นที่มาของ “พระยอดขุนพลบุเรงนอง” ที่ทรงอิทธิคุณแรงกล้า เป็นที่เสาะแสวงหาของนักสะสมพระเครื่องทั่วไปอยู่ในเวลานี้ ในปัจจุบันยังคงมีหลายท่านเชื่อว่า ท่านฤาษีพูพูอ่องยังมีชีวิตอยู่ยืนยาวในป่าแถบชายแดนพม่า ยังเร้นกายถ่ายทอดวิชาและตามคุ้มครองรักษาว่านยาและเหล่าศิษยานุศิษย์เสมอมา แม้แต่ฤาษีจันทาเองก็บอกว่าตนเองมีชีวิตอยู่หลายร้อยปีแล้วเช่นกัน “ฤาษีจันทา” ผู้สืบทอดวิชาจากบรมครูพูพูอ่อง เมื่อพบกับท่านฤาษีจันทาครั้งแรก ท่านฤาษีได้แสดงฤทธิ์หลายอย่างให้พระอาจารย์โอได้ประจักษ์ในพลานุภาพแห่งฤทธิ์อภิญญาและพระเวทมนตรา จนพระอาจารย์โอเกิดความศรัทธา จึงจัดพานครูแต่งขันธ์ห้า ทำการยกครูถวายพระฤาษี เพื่อขอเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิชาอย่างจริงจัง ท่านฤาษีจันทาก็เมตตาสั่งสอนให้หมดสิ้นวิทยายุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นวิชาวาจาสิทธิ์ (พระยาปากเปิด) , วิชาธรรมธาตุ , วิชาบังบด , วิชากาสะท้อน จนพระอาจารย์โอมีความเชี่ยวชาญชำนาญพระเวทดีแล้ว ท่านฤาษีจันทาก็จากไปจนไร้ร่องรอยจนทุกวันนี้ เป็นศิษย์สำนักกุญแจไสยศาสตร์ ต่อมาพระอาจารย์โอได้ไปพบกับ ท่านอาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ ไชยคีรี บุตรของท่านอาจารย์ชุม ไชยคีรี ปรมาจารย์ผู้สืบทอดวิชาสำนักเขาอ้อและผู้ก่อตั้งสำนักกุญแจไสยศาสตร์ ได้ศึกษาศาสตร์วิชาสำนักเขาอ้อแขนงต่างๆ จากอาจารย์ณรงค์ฤทธิ์จนแก่กล้าขึ้นตามลำดับ สามารถเข้าถึงวิถีพระธรรมราชของปู่คง หรือท่านอาจารย์คง วัดแค (ปรมาจารย์แห่งท่าขุนแผนและอาจารย์ชุม ไชยคีรี) หลังสิ้นบุญท่านอาจารย์ณรงค์ฤทธิ์แล้ว พระอาจารย์โอก็ไปขอต่อวิชาจากคุณแม่บุญสืบ ไชยคีรี ภรรยาผู้สืบสายวิชามาจากอาจารย์ชุม ไชยคีรี ตำราพระเวทเคลื่อนที่ เป็นที่รู้กันในหมู่ศิษย์ใกล้ชิดว่าท่านได้ค้นคว้าเรียนรู้พระเวทวิทยาคมจากครูบาอาจารย์ครอบคลุมครบทุกสาย เช่น สำนักเขาอ้อ , วัดประดู่ทรงธรรม , เขาพนมกุเลน , ภูเขาควาย , ปรมาจารย์สายพม่า เป็นต้น ด้วยความที่พระอาจารย์โอเป็นผู้คงแก่เรียน ใฝ่ใจศึกษาในศาสตร์แขนงต่างๆ หากทราบว่าใครมีวิชาดี ท่านก็จะดั้นด้นไปศึกษาเรียนหรือต่อวิชาด้วยทันทีไม่ว่าจะยากลำบากสักปานใด เมื่อได้ยกครูร่ำเรียนวิชาด้วยความเคารพนอบน้อมแล้ว ก็จะขยันหมั่นเพียรร่ำเรียนจนสำเร็จวิชานั้นๆ ทุกครั้งไป และนำสรรพวิชาเหล่านั้นกลับมาสงเคราะห์ช่วยเหลือศิษยานุศิษย์และญาติโยมที่เดือดร้อนให้คลายทุกข์ใจกันไป เท่าที่ท่านจะทำได้ เมื่อเขาเหล่านั้นพ้นทุกข์แล้ว ท่านก็จะสอนให้ดำรงชีวิตต่อไปในศีลในธรรมตามครรลองของพุทธศาสนา ตามแบบโบราณาจารย์รุ่นเก่าที่นิยมปฏิบัติกันสืบต่อกันมา ครูบาอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชา ๑. โยมปู่ (เรียนวิชาสายสำเร็จลุน , พระธรรมเก้าโกฎ) ๒. หลวงพ่ออำพล วัดชลประทาน จ.เพชรบูรณ์ (เรียนวิชาตั้งธาตุ , หนุนธาตุ , แคล้วคลาดกำบัง , รักษาโรค) ๓. ตำรามหาเสน่ห์โบราณที่ซ่อนอยู่ในเสาเอก วัดชลประทาน ๔. พระอาจารย์บัว จ.อุบลราชธานี (เรียนวิชาพระธรรมเก้าโกฎเพิ่มเติม) ๕. ฤาษีจันทา (เรียนวิชาธรรมธาตุ , กาสะท้อน , และพระเวทสายพม่า) ๖. สำนักกุญแจไสยศาสตร์ (เรียนวิชาสายเขาอ้อ จากอาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ และคุณแม่บุญสืบ ไชยคีรี) ๗. หลวงพ่อประเทือง วัดหนองยางคอย จ.เพชรบูรณ์ (เรียนวิชาไสยศาสตร์ทั่วไป) ฯ ล ฯ ศิษย์ผู้สืบทอดวิชา มีศิษย์ทั้งพระภิกษุและฆราวาสมากมาย มาขอกราบเป็นศิษย์เพื่อร่ำเรียนวิชา แต่ท่านจะรับเป็นศิษย์หรือไม่นั้น อยู่ที่ท่านจะพิจารณาเป็นรายๆไป วิชาที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ๑. วิชามหาเสน่ห์และภูตพราย ๒. วิชาเรียกทรัพย์ – เรียกลาภ ๓. วิชากลับดวง (เคลื่อนย้ายจักรวาล) ๔. วิชาลงมหาว่านไพลดำ, ลงทองมหาปรารถนา ๕. วิชาสักเสกเลขยันต์ ๖. วิชาลงตะกรุดตำรับโบราณ ผลงานการพัฒนา ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ พระอาจารย์โอได้เดินทางพบสถานที่แห่งหนึ่งดูเงียบสงบร่มรื่น เป็นสถานที่สัปปายะ เหมาะสำหรับสร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม จึงติดต่อขอซื้อที่ดินผืนนั้นจากเจ้าของที่ทันที ซึ่งเจ้าของที่ก็ใจดียอมขายให้ แต่พระอาจารย์โอมีปัจจัยไม่เพียงพอ จึงได้ดำริจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นมารุ่นหนึ่งในรูปแบบพระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ ชื่อรุ่น “เคลื่อนย้ายจักรวาล” เพื่อเป็นที่ระลึกให้กับลูกศิษย์ลูกหาที่มีความประสงค์จะร่วมบุญในการจัดซื้อที่ดินสร้างสำนักปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ วัตถุประสงค์ เพื่อสมทบทุนซื้อที่ดินก่อสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมในเขตอำเภอหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์
พระกรุวัดเจ้ามูล แตกกรุออกมาในปี 2509 สาเหตุในการค้นพบมาจากในปี 2509 พระครูโสภณสมาธิวัตร (หลวงพ่อเฟื่อง สมณศักดิ์ในสมัยนั้น) ได้ทำการรื้อถอนพระเจดีย์หน้าพระอุโบสถหลวงพ่อทับทิมเพื่อสร้างพระอุโบสถ หลังใหม่ ในจำนวนนั้นประกอบด้วย พระเจดีย์องค์กลาง 1 องค์และพระปรางค์อีกสององค์ เมื่อทำการรื้อถอนพระเจดีย์หน้าพระอุโบสถ จึงได้พบพระเครื่องเข้าโดยบังเอิญ เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระเครื่องเนื้อผง มีทั้งสีขาวและสีแดงแก่ว่านสบู่เลือด คาดว่ามีจำนวนนับหมื่นองค์ พระกรุวัดเจ้ามูลเท่าที่มีการสอบถามจากผู้รู้ ได้แก่ท่านเจ้าอาวาสวัดเจ้ามูล รวมถึงท่านที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนเปิดกรุ ต่างลงความเห็นว่า "พระกรุวัดเจ้ามูล" สร้างในราวปี 2460-2465 โดยได้รับอิทธิพลการสร้าง จากพระพิมพ์ประภามณฑลข้างรัศมี ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท (สังเกตุจาก ด้านหน้าพระกรุวัดเจ้ามูล) และผสมผสานกับพระพิมพ์เล็บมือ ของหลวงพ่อผ่อง วัดคูหาสวรรค์ (สังเกตุ จากการจารยันต์อุด้านหลัง) ซึ่งวัดคูหาสวรรค์ก็อยู่ไม่ไกล จากวัดเจ้ามูลมากนัก ดังนั้น รูปแบบและเนื้อหาของพระ จึงมีความเก่าใกล้เคียงกันกับพระเล็บมือของวัดคูหาสวรรค์ จ.กรุงเทพฯ พระกรุวัดเจ้ามูล สร้างโดยท่านพระอธิการเพ็ง เจ้าอาวาสรูปที่ 5 ของวัดเจ้ามูลและได้มีการนิมนต์ หลวงปู่ศุขแห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ในคราวที่ หลวงปู่ศุขมาร่วมปลุกเสกพระนาคปรกใบมะขาม ที่วัดอนงคาราม มาเป็นประธานในการปลุกเสก และ ยังได้นิมนต์หลวงพ่อผ่อง วัดคูหาสวรรค์ ผู้สร้างพระเล็บมือ ซึ่งมีความสนิทสนมเป็นพระสหธรรมิกกันกับพระอธิการเพ็ง วัดเจ้ามูล มาร่วมปลุกเสกพระด้วย
เหรียญโป๊ยข่วยรุ่นแรก ปี2493 สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์(นวม) อดีตเจ้าอาวาส วัดอนงค์คาราม พุทธคุณแรงเมตตา ค้าขาย ขับไล่สิ่งอัปมงคล กันชง แก้ชง ให้ร้ายกลายเป็นดี ใครชงปีเกิดถ้าห้อยติดคอไว้ป้องกันสิ่งไม่ดีไม่ให้เข้ามาหาเราได้
@@@ ชำระเงินแล้ว กรุณาแจ้งผ่าน Mailbox ด้วยนะครับ @@@ @@@ การจัดส่งสินค้า - ราคารวมไม่ถึง 100 บาท จัดส่งแบบธรรมดา - ราคารวม 100 - 499 จัดส่งแบบลงทะเบียน และ - ราคา 500 บาทขึ้นไปจัดส่งแบบ EMS ท่านสามารถสั่งซื้อหลายรายการแล้วรวมชำระในคราวเดียวได้ครับ @@@ @@@ มีสินค้ารายการอื่นให้เลือกมากมายครับ Click เพื่อชมสินค้ารายการอื่น @@@
กดที่ตัวยังมีอีกหลายรายการยังมีอีกหลายรายการ โอนแล้วกรุณาแจ้งรายละเอียดการโอนให้ชัดเจน ในกล่องข้อความ 1.โอนเงินจำนวน......บาท 2. จำนวน......รายการ 3. รายการอะไรบ้าง....(ถ้าบอกได้จะดีมากครับ) เพื่อการจัดส่งที่รวดเร็ว...และถูกต้อง รวมยอดโอนทีเดียวได้ครับถ้ายอดน้อย เกิน 25 วันไม่โอน โดนคำตอบ พี่ๆครับเคาะแล้วรับผิดชอบกันด้วยนะ อย่าเคาะแล้วเงียบหาย เยอะเลยตอนนี้เคาะแล้วหาย... ไม่โอน