เวปประมูลก็ต้องเคาะประมูล ชิมิๆ เคาะกันวันละนิดจิตแจ่มใส พี่ๆแต่ละท่านก็มี ((( สไตล์ ))) ที่แตกต่างกัน อย่าว่างั้นงี้เลย ปอดกับหัวใจนู๋ไม่ค่อยแข็งแรง " พี่ๆคงไม่ปล่อยให้นู๋เร้าใจอยู่คนเดียวนะคร๊าบบบ " พี่ๆแวะชมดูแล้วล็อคอินกันรึยังจ๊ะ วันนี้เปิด พรุ่งนี้ปิด ??? ลับแป้นรอกันเร้ยยย..ไม่เก็บวันนี้วันหน้าจะไม่มีให้เก็บนะจ๊ะ พระสมเด็จ หลวงพ่อสุพจน์ วัดสุทัศน์ฯ จ.กทม. พิมพ์เปลวเพลิง ((( ปี2484 ))) สูง 4.0 ซ.ม. ...คลาสสิคสุดๆ ควรค่าแก่การบูชา น่าสะสมจังเลย คร๊าบ... มีข้อมูลดี ดี บางช่วงบางตอน พี่ๆแวะมาศึกษาร่วมกัน อ่านกันเพลินๆนะคร๊าบ เครดิต http://www2.g-pra.com/auctionc/view.php?aid=11426799 ขอบคุณคร๊าบ พระสมเด็จชุดนี้จัดสร้างโดย ลพ.สุพจน์ นามเต็มของท่านคือ "พระครูพุทธมนต์วราจารย์" ท่านเป็นพระแบบว่าเก่งเงียบ ท่านมีวิชาลบผงสร้างผงจากตำราโบราณของวัดสุทัศน์ (ตำราโบราณของพระครูลมูล วัดสุทัศน์) เป็นสหายธรรมกับหลวงปู่นาคและหลวงปู่หินวัดระฆัง จึงได้รับมอบผงสมเด็จวัดระฆัง ที่แตกหักเป็นจำนวนมาก ท่านเป็นหนึ่งในเกจิที่ร่วมปลุกเสกพระยี่สิบห้าพุทธศตวรรษ และงานพุทธาภิเษกใหญ่ ๆ เช่นพิธีวัดประสาทฯ ปี 06 พิธีปลุกเสกพระประจำจังหวัดชลบุรี ปี 09 ที่วัดป่าชลบุรี ก็มีชื่อของท่านในทำเนียบพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับการนิมนต์มาร่วมพิธี ปลุกเสกด้วย สมเด็จพิมพ์นี้สร้างที่วัดสุทัศน์ฯ เมื่อปี 84 (พิธีอินโดจีน) โดยลูกศิษย์ของท่านนำพระสมเด็จวัดระฆังที่แตกหักจำนวนมากและไม่ได้ใครสนใจมา ถวายท่าน ท่านจึงนำพระเหล่านั้นมาบดเป็นผงละเอียดและได้แกะพิมพ์ขึ้นมาใหม่ เช่น พระสมเด็จพิมพ์วัดระฆัง พระสมเด็จพิมพ์วัดบางขุนพรหม พระสมเด็จพิมพ์วัดเกษไชโย วัดเงินคลองเตย วัดพลับ วัดสามปลื้ม วัดโพธิ์ ขุนแผนบ้านกร่าง หลวงพ่อโตบางกระทิง พระลีลา เปิดโลก และพิมพ์ต่างอีกมากด้านมีทั้งปั๊มยันต์พุฒซ้อน และยันต์ตรี พร้อมได้กราบเรียนสมเด็จพระสังฆราชแพเพื่อขออนุญาตนำพระเข้าปลุกเสกในพิธีนั้น พร้อม ๆ กับวัตถุมงคลต่าง ๆ หลังจากนั้นจึงได้มอบให้แก่ลูกศิษย์ตลอดจนทหาร ตำรวจ และข้าราชการต่าง ๆ ที่ต้องไปราชการสงครามในสมัยนั้นเพื่อไปเป็นมงคล ปรากฎว่า "ประสบการณ์ดีเยี่ยม" พอข่าวนี้แพร่ออกไปปรากฎว่ามีประชาชนต่างมาทยอย ขอพระสมเด็จจากท่านจำนวนมาก ซึ่งท่านก็มอบให้ด้วยความเต็มใจจนหมด จึงเรียกได้ว่าพระชุดนี้ "ดีนอก ดีใน" จริงๆ (เพื่อความอุ่นใจ..พี่ๆลองเช็คราคานอกเวปดูก่อนเข้าร่วมประมูลนะคร๊าบบบ ^_^) หมายเหตุ ทุกข้อสงสัยล้วนมีคำตอบ สงสัยเรื่องใดเมล์ถามข้อมูลได้เลยคร๊าบบบ พี่ๆ ชาวดี ดี..... *** จัดส่งพระตามรูป รับประกันตามกฎเวป *** ผู้ชนะการประมูลโอนเงินแล้วรบกวนฝากข้อความในกล่องข้อความหรือโทร.แจ้งก็ได้นะครับ เพื่อความรวดเร็วในการจัดส่ง จัดส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน ปลอดภัย ไร้กังวล คร๊าบ... ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเยี่ยมชมหรือเข้าร่วมการประมูลขอบพระคุณคร๊าบบบ ^_^
ขอบคุณครับ (auto feedback)
ขอบคุณครับ (auto feedback)
พระเครื่องเนื้อดินเผาของหลวงปู่ยิ้ม ปัจจุบันนี้มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ดใน นั้นท่านได้สร้างพระเนื้อดินเผาไว้กี่พิมพ์ทรงกันแน่ นอก จากพระงบน้ำอ้อยที่ดังไปทั่วสารทิศแล้ว จนพระเนื้อดินพิมพ์งบน้ำอ้อยใครๆเห็นที่ใหนก็ต้องบอกว่าเป็นของหลวงปู่ยิ้ม ไปเสียทั้งหมด มีเพียงไม่กี่คนในละแวกคุ้งน้ำเจ้าเจ็ดที่เก็บรวบรวมพระเนื้อดินหลวงปู่ยิ้ม ไว้ได้ครบทุกพิมพ์ ซึ่งความนิยมของผู้สะสมที่มีไม่มากนี้ อาจทำให้มรดกทางศิลปพระเครื่องใน อดีตของหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ดใน นั้นสูญหายไปได้บางพิมพ์และอาจมีการนำพระพิมพ์อื่นๆซึ่งไม่ใช่ของหลวงปู่ ยิ้มวัดเจ้าเจ็ดใน ถูกยัดให้เป็นพระเครื่องหลวง ปู่ยิ้มได้โดยนักเล่นพระบางกลุ่ม ในการสร้างพระเนื้อดินเผา ของหลวงปู่ยิ้ม วัดเจ้าเจ็ดในนั้น บันทึกไว้ว่าได้เริ่มสร้างในปี พ.ศ.๒๔๗๕ เจตนาเพื่อเป็นการสืบทอดและต่ออายุพระศาสนา ความตั้งใจของท่านนั้นจะสร้างให้ครบพระธรรมขันธ์ คือ ๘๔,๐๐๐ องค์ ดัง ที่ได้กล่าวมาแล้ว จึงมีพระของหลวงปู่ยิ้มจำนวนมากมาย และหลากหลายพิมพ์แตกต่างกันออกไป ตามแต่จะหาช่างทำพิมพ์พระมาแกะพิมพ์พระให้ได้ การทำพิมพ์พระนั้น จะได้ช่างชาวบ้าน ในละแวกบ้านเจ้าเจ็ด และละแวกใกล้เคียงเช่น บ้านหนองลำเจียก มาแกะพิมพ์ให้ การแกะแม่พิมพ์ แกะจากหินลับมีด ( ลักษณะหินลับมีด โกนของพระ ) โดยมีลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดเป็นผู้แกะให้ และให้พระ, เณร, ลูกศิษย์ ใกล้ชิด และเด็กวัดฯ ช่วยกันผสม กดพิมพ์- แกะพิมพ์ และเผาตามพิธีการของท่าน ซึ่งกล่าวกัน ว่าท่าน ได้แรงบัลดาลใจมาจาก การสร้างพระเครื่องเนื้อดินเผา พระกรุ สมัยต่างๆ และจากพระโบราณจารย์ต่างๆ และพระเครื่องของ ท่านบางพิมพ์สร้างล้อพิมพ์ของวัดบางนมโค, มี บางท่านเล่าว่าพระพิมพ์ทรงสัตว์ของหลวงปู่ยิ้มนั้นช่าง ที่แกะแม่พิมพ์ของวัดเจ้าเจ็ดได้ขอต่อวิชา จากช่างที่แกะแม่พิมพ์ของวัดบางนมโค โดยค่าครูสำหรับการต่อวิชาแกะแม่พิมพ์เป็นเงิน ๑บาทในสมัยนั้นฯ การแกะพิมพ์พระแต่ละ พิมพ์เป็นฝีมือช่างชาวบ้าน ซึ่งมีฝีมือและความสวยงามทางพุทธศิลป์ที่แตกต่างออกไปตามความชำนาญของช่างใน ยุคนั้น นับ ได้ว่าชาวบ้านยุคนั้นก็ได้มีส่วนร่วมในการ ถ่ายทอด ความสวยงามทางพุทธศิลป์ ไว้ให้รุ่นลูกหลาน ได้เชยชมอย่างสวยงามและลงตัวเป็นอย่างดี ซึ่งพิมพ์พระของหลวงปู่ยิ้มจะมีลักษณะเป็นฝา หลังจากแกะพิมพ์พระได้แล้ว หลวงปู่จะให้ชาวบ้านนำดินขุยปู และดินนวล ในทุ่งนาที่ขุดลงไปลึกเพื่อให้ได้ดินที่ละเอียดโดยมีข้าวก้นบาตร และเถ้าขี้ธูปที่บูชาพระประธานในโบสถ์ ผง วิเศษที่ท่านลบ และสรรพสิ่งอันเป็นมงคลที่ท่านรวบ รวมมา และท่านได้ใช้มูลดินของกรุงศรีอยุธยา ท่านยังสร้างพระพิมพ์เนื้อดินซึ่งเกิดจากแม่ธาตุทั้งสี่ มาประชุมหรือผสมรวมกัน คือธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ นำ บดและนวด และนำมากดใส่ลงในแม่พิมพ์พระที่มีลักษณะเป็นฝา และได้นำด้านหลังที่มีเนื้อดินไปวางโปะลงบนแผ่นไม้กระดานที่ได้เตรียมไว้ แล้วจึงถอดพิมพ์พระออกมาที่ละองค์ หลังจากนั้นก็จะทำการใช้ มีดบาง เปลือกหอยกาบ หรือช้อน ตามแต่จะหาได้ นำมาตัดแต่งตามตามขอบขององค์พระโดยรอบให้มีลักษณะสวยงาม บางองค์ก็ไม่ได้ตัดออกก็จะพบเนื้อดินเกินออกมา ซึ่งในการสร้างสมัยนั้นได้สร้างจำนวนมากและพระเครื่องยุค นั้นก็มิได้มีค่า มากมายอะไรการทำจึงทำแบบไม่ค่อยพิถีพิถันมากนักแต่จะทำให้ได้จำนวนมากๆ ไว้ก่อนดังนั้นของสวยๆจึงมีน้อยนัก หลังจากตกแต่งพระแล้วก็จะยกไม้กระดานที่เรียงรายวางพระเนื้อดินเหนียวอยู่ นั้น ไปตากแดดให้แห้งสนิทเสียแล้วจึงค่อยแกะออกจากไม้กระดาน ซึ่งด้านหลังพระของหลวงปู่ยิ้มจึงมีรอยเสี้ยนไม้กระดานเป็นที่สังเกตให้เห็น ได้ แล้วจึงนำมาใส่ไว้ในบาตรพอประมาณ จึงนำไปสุมไฟด้วยแกลบจนเนื้อดินพระแข็งสุกแดงได้ที่แล้วจึงลาไฟออกมารวบรวม ไว้ แล้วทำพิธีปลุกเสกในพระอุโบสถ หลวงปู่ยิ้มจะทำบายศรีราชวัตร ฉัตรธง ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว อาราธนาบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอริยสาวกทุกพระองค์ ตลอดจนพระพรหม เทวดา ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย โดย หลวงปู่ยิ้ม ได้ปลุกเสกเดี่ยวครบไตรมาส แล้วจึงนำบรรจุลงกรุเจดีย์รอบๆวัด และเก็บไว้บนหลังคาโบสถ์ บางส่วนที่เหลือก็แจกจ่ายให้กับชาวบ้านในละแวกคุ้งน้ำบ้านเจ้าเจ็ดและละแวก ใกล้เคียงนำไปติดตัวบูชาเป็นที่ยึดเหนียวจิตใจให้ประพฤติดีละเว้นความชั่ว ทั้งปวง หรือใครมากราบไหว้หลวงปู่ก็เมตตาแจกให้ทุกคนไป พระที่หลวงปู่นำไปใส่กรุไว้นั้น หากหลวงปู่ทำวัตรเช้าแล้วหลวงปู่จะออกมาจากโบสถ์และจะเดินไปยืนสวดพระคาถา ที่หน้าเจดีย์ใหญ่น้อยที่ได้บรรจุพระของหลวงปู่ไว้ทุกครั้งเสมือนได้ว่าหลวง ปู่ได้ทำการปลุกเสกทุกวันหลังจากหลวงปู่ทำวัตรเช้าเสร็จ วิธีสังเกตพระเนื้อดินเผาหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ดใน พระหลวงเนื้อดินเผาหลวงปู่ยิ้ม วัดเจ้าเจ็ดในนั้นจะมีอยู่ด้วยกันหลากหลายพิมพ์ จำแนกออกได้ดังนี้ ๑. พระงบน้ำอ้อย พิมพ์ใหญ่ พระพุทธเจ้า ๑๐ พระองค์ ขนาด ๓.๕-๔.๐ มิลลิเมตร (มี เส้น และไม่มีเส้น) ๒. พระ งบน้ำอ้อย พิมพ์กลาง พระพุทธเจ้า ๑๐ พระองค์ พิมพ์มีเส้น และไม่มีเส้น ขนาด ๒.๘-๓.๒ มิลลิเมตร ๓. พระงบน้ำอ้อย พิมพ์เล็ก พระพุทธเจ้า ๑๐ พระองค์ และพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ ขนาด ๒.๕-๒.๘มิลลิเมตร ๔. พระพุทธชินราช พิมพ์ใหญ่ปีกกว้าง ๕. พระ พุทธชินราชเล็ก ๖. พระ พุทธชินราช ๕ เหลี่ยม ๗. พระ สมเด็จ พิมพ์ขัดสมาธิเพชร มี ๒ พิมพ์ ๘. พระ สมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ ๗ ชั้น ๙. พระ สมเด็จพิมพ์ติดแผง (สมเด็จแผง) ๒ พิมพ์ ๑๐. พระ สมเด็จพิมพ์ฐานเลข ๗ ๑๑. พระ โคนสมอ ๑๒. พระ ขุนแผนพิมพ์ใหญ่ ๑๓. พระ ขุนแผนซุ้มเรือนแก้ว ๑๔. พระ ชินราชใบพุทรา ปางสะดุ้งมาร ๑๕. พระ ร่วง พิมพ์ใหญ่ กลาง และพิมพ์เล็ก ๑๖. พระ ลีลาข้างจุด ๑๗. พระ พิมพ์หลวงพ่อโต ๑๘. พระ กลีบบัว ๑๙. พระ นางพญาฐานบัว พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก ๒๐. พระนางพญาแขนอ่อน ๒๑. พระ พิมพ์หยดน้ำ ๒๒. พระ พิมพ์ขี่ลิง พิมพ์ขี่ลิงใหญ่ พิมพ์ขี่ลิงหันขาว และหันซ้าย ๒๓. นางกวัก ๒๔. สมเด็จปรกโพธิ์ ๕ ชั้น สีขององค์พระ พระ หลวงปู่ยิ้มนั้นเป็นพระเนื้อดินเผา สีขององค์พระพื้นๆ ก็คือสีอิฐ หรือสีหม้อใหม่ แต่จะพบสีซีดอ่อนได้เนื่องจากพระได้ถูกนำไปเก็บไว้บนกรุใต้หลังคาโบสถ์ทำให้ ได้รับความร้อนสูงจึงทำให้สีออกซีดจางไป เป็นสีชมพูอ่อนๆหรือสีน้ำตาลอ่อนๆ หากพบในกรุใต้ฐานเจดีย์ก็จะมีสีออกไปทางน้ำตาลเข้มขึ้นได้ เนื้อขององค์พระ เนื้อ ขององค์พระนั้นเป็นพระเนื้อดินเผา ซึ่งดินนั้นได้จากดินขุยปูตามทุ่งนา และดินที่ขุดมาจากทุ่งนาเป็นเนื้อดินละเอียดมาก แต่ก็มีเม็ดกรวดเม็ดทราย เม็ดเล็กเม็ดใหญ่ปนอยู่บ้าง หรืออาจมีเศษเปลือกหอย เศษไม้ปะปนก็มีบ้างเป็นบางองค์ แต่พระหลวงปู่ยิ้ม นั้นเนื้อต้องแห้งและแกร่งมากเนื่องจากความเก่าและอายุมากหลายสิบปี บางองค์หากเผาแล้วจะมีเนื้อแร่ถูกเผาไหม้ติดอยู่ที่องค์พระ (แร่หมัดไฟ) ลักษณะพิมพ์ทรงสัณฐานขององค์พระ พระ เนื้อดินหลวงปู่ยิ้ม วัดเจ้าเจ็ดใน มีลักษณะรูปพรรณสัณฐานแบ่งเป็นหลายพิมพ์ ซึ่งถ่ายทอดออกมาตามพุทธประวัติ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น หากแต่พระทั้งหมดใช้กรรมวิธีเดียวกันในการสร้างลักษณะจึงคล้ายๆกัน โดยสังเกตทางด้านหลังขององค์พระจะมีรอยเสี้ยนไม้กระดาน ซึ่งเกิดจากการถอดพิมพ์พระโดยการวางด้านหลังของพิมพ์พระซึ่งเป็นเนื้อดิน เหนียวกดลงไปบนไม้กระดานและจึงถอดพิมพ์พระออกมา และตากแดดจนแห้ง ด้านหลังจึงเป็นรอยเสี้ยนไม้กระดานทุกองค์ ชัดเจนบ้างไม่ชัดเจนบ้างนั้นก็สุดจะแล้วแต่ ส่วน ขอบขององค์พระมักเห็นเนื้อดินเกินออกมาจากพิมพ์พระเกิดเนื่อง จากการกดพิมพ์ลงไปที่แผ่นไม่กระดานทำให้เนื้อดินเหนียวส่วนที่ล้นเกินออกมา แต่จะพบเห็นได้ว่ามีการใช้ของมีคมตัดแต่งส่วนที่เกินออกมา เช่น ช้อน เปลือกหอยกาบ มีด หรือตอกไม้ไผ่ จึงแลดูเป็นเหลี่ยมๆ ก็มีให้เห็นได้เกือบทุกองค์ ตอนนี้เรา ก็มาชมภาพพระเครื่องหลวงปู่ยิ้มที่ผมได้นำมาให้ชมกันได้แล้วครับ 1.พระขุนแผนใบพุทราปางสะดุ้งกลับหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 2.พระพิมพ์ขี่ลิงหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 3.พระโคนสมอหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 4.นางกวักหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 5.พระพิมพ์ลีลาข้างจุดหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 6.พระนางพญากลีบบัวหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 7.พระนางพญาหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 8.พระสมเด็จขัดสมาธิเพชรหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 9.พระสมเด็จแผงหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 10.พระสมเด็จฐานเลข7หลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 11.พระชินราชห้าเหลี่ยมหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 12.พระชินราชเนื้อดินหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 13.พระขุนแผนพิมพ์ใหญ่หลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 14.พระขุนแผนซุ้มเรือนแก้วหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 15.พระร่วงเนื้อดินหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด 16.พระงบน้ำอ้อยหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด พระเครื่องหลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด
เหรียญรุ่นนี้ตามประวัติปลุกเสกกันหลายวาระ วาระที่1 หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ปลุกเสกเดี่ยวที่วัดบ้านไร่ วาระที่2 ปลุกเสกพิธีพุทธธาภิเษกพิธีใหญ่ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุจ.พิษณุโลก โดยพระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียง ในยุคนั้นหลายรูป อาทิ -หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี -หลวงพ่อหยอด วัดแก้วเจริญ จ.สมุทรสงคราม -หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ จ.นครพนม -หลวงพ่อมัง วัดเทพกุญชร จ.ลพบุรี -หลวงปู่บุญตา วัดคลองเกตุ จ.ลพบุรี -หลวงพ่อยิด วัดหนองจอก จ.ประจวบฯ -หลวงปู่ถม วัดเชิงท่า จ.ลพบุรี -หลวงพ่อไพบูลย์ วัดอนาลโย จ.พะเยา และอีกหลายๆรูปในวันนั้น ต่อมาทางคณะนายทหารผู้จัดสร้าง ได้นำไปถวายให้ วาระที่ 3 หลวงพ่อเกษม เขมโก ลำปาง ปลุกเสกเดี่ยว จำนวนการจัดสร้าง : 1.เนื้อทอง จำนวน 599 องค์ 2.เนื้อเงิน จำนวน 1,999 องค์ 3.เนื้อนวะ จำนวน 5,999 องค์ 4.เนื้อทองแดง จำนวน 29,999 องค์ ออกที่วัด : -วัดบ้านไร่ ผู้จัดสร้าง : -คณะนายทหารป่าหวายศูนย์สงครามพิเศษลพบุรี พลเอกวิมล วงศ์วานิช เป็นประธานจัดสร้าง วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างเพื่อนำรายได้ไปปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ทหารรบพิเศษ ณ.กรมรบพิเศษที่ 1 ป่าหวายลพบุรี
ได้รับแล้วครับ เยี่ยมจริงพระสวยสวยตรงรูป จัดส่งเร็ว คุณภาพอีกท่าน ขอบคุณมากครับ
ได้รับแล้วครับ เยี่ยมจริงพระสวยสวยตรงรูป จัดส่งเร็ว คุณภาพอีกท่าน ขอบคุณมากครับ
ได้รับแล้วครับ เยี่ยมจริงพระสวยสวยตรงรูป จัดส่งเร็ว คุณภาพอีกท่าน ขอบคุณมากครับ
ได้รับพระแล้วครับขอบคุณ
ขอบคุณครับ (auto feedback)