ขอนำเสนอ 1 ใน ขุนแผนที่ ท่าน ดร.ขุนเดช วรกานต์ เซียนพระขุนแผน เขียนลงในหนังสือ "มหัศจรรย์พลังพระขุนแผน แห่งสยามประเทศ" หลวงพ่อโชติ วัดตะโน (ขุนแผนแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ) พระขุนแผนหลวงพ่อโชติได้สร้างขึ้นตั้งแต่ ปี 2484 แจกให้ลูกศิษย์ของท่าน ต่างก็เก็บเงียบไม่ค่อยมีออกมาให้เห็นสักเท่าไหร่นัก เพราะพุทธคุณนั้นเป็นที่ เลื่องลือกันอยุ่แล้ว ที่มีพลังมหานิยม เมตตามหาเสน่ห์ โดยสมัยก่อน ยกย่องให้ขุนแผนหลวงพ่อโชติ เป็น ขุนแผนแห่งรัตนโกสินทร์ เลยทีเดียว ปัจจุบัน นี้ จะหาขุนแผนหลวงพ่อโชติ แห่งวัดตะโน นั้น จัดว่าหายากมากๆ เพราะเนื่องจากพุทธคุณ และส่วนใหญ่เมื่อตกอยู่ในมือผู้ใดแล้ว ย่อมพบเจอประสบการณ์ด้านเมตตามหานิยม จนเก็บขึ้นคอยาวกันเลยทีเดียว ... วัดใจเลย ต่อไปจะหาไม่ได้แน่นอน รับประกันเก๊ คืนเต็ม
สวยมากครับเอาออกบัตรไปส่งเองนะครับ
หลวงพ่อทวดนวล วัดมุจลินทวาปี(ตุยง) จ.ปัตตานี สร้างปี 2507 โดย หลวงพ่อดำ วัดมุจลินทวาปี(ตุยง) ส่วนผสมอันเป็นมวลสารศักดิ์สิทธิ์มากมาย อาทิ -ว่าน ๑๒๐ ชนิด -สมุนไพรตัวยา ๑๒๐ ชนิด -เกสรดอกไม้ ๑๒๐ ชนิด ดินจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแร่ธาตุต่างๆ หลวงพ่อดำ ปลุกเสกเดี่ยว ๑ ไตรมาส และยังได้จัดพิธีมหาพุทธาภิเษก โดนนิมนต์พระเกจิอาจารย์ผู้แก่กล้าวิชามาร่วมทำการปลุกเสกอีกถึง ๑๒๐ รูปทั่วประเทศ ประสบการณ์มากมาย มีคนรอดตายจากเหตุการณ์ต่างๆอยู่หลายครั้ง คนปัตตานีแขวนเดี่ยวกันเยอะ เพราะมีพุทธคุณเฉกเช่นเดียวกันหลวงปู่ทวดวัดช้างให้ ประวัติ หลวงพ่อทวดนวล เทวธมฺโม ปัตตานี หลวงพ่อทวดนวล เทวธมฺโม อดีตเจ้าอาวาส วัดมุจลินทวาปีวิหาร (ตุยง) อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลวงพ่อทวดนวล ท่านเป็นภิกษุที่จำพรรษาอยู่แถบจังหวัดปัตตานี เป็นสหธรรมิกร่วมสมัยเดียวกันกับ หลวงพ่อทวดหมาน วัดทรายขาว จ.ปัตตานี ผู้เรืองวิชาอาคม มีเรื่องเล่าขานเป็นตำนานว่า หลวงพ่อทวดหมาน สมัยนั้นท่านดำรงตำแหน่งพระครูธรรมประดิษฐ์ เจ้าคณะอำเภอมะกรูด ( อ.โคกโพธิ์ ) ท่านใช้มือตบต้นมะพร้าวเบาๆ ลูกมะพร้าวก็หล่นลงมา เป็นอัศจรรย์ และท่านมักเย้าแหย่หลวงพ่อทวดนวล เวลามาวัดตุยง ด้วยการเขย่าเสากุฏิของหลวงพ่อทวดนวล ด้านทิศตะวันตก จนกุฏิสั่นสะเทือน เป็นประจำ หลวงพ่อทวดนวล ท่านสั่งสอนธรรมะ สืบทอดพระศาสนา ณ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยจำพรรษาเป็นเจ้าอาวาส วัดมุจลินทวาปีวิหาร หรือวัดตุยง ตามปรากฏในประวัติศาสตร์การประพาสหัวเมืองทางใต้ หลวงพ่อทวดนวลท่านเป็นเสาหลักของกองทัพธรรมในจังหวัดปัตตานี ในสมัยนั้น ทำให้พระพุทธศาสนาเฟื่องฟูและดำรงอยู่ได้ ท่ามกลาง ชาวมุสลิมและคติความเชื่อของศาสนาอิสลาม หลวงพ่อทวดนวล ท่านเป็นที่พึ่งพาของพุทธศาสนิกชนในละแวกแถบนั้น ไม่ว่าใครจะ เจ็บไข้ได้ป่วย เกิดโรคระบาด โดนคุณถูกกระทำ ผีเข้า ลมเพลมพัด ฯลฯ ต่างต้องมาพึ่งบารมีของหลวงพ่อทวดนวลให้ช่วยรักษา ถอดถอนของนั้นๆ ด้วยยาสมุนไพร และอาคม เสมอๆ ท่านจึงเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านในแถบนั้นอย่างมาก แต่ถึงกระนั้นวัดตุยงก็ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เท่ากับ ยุคของพระราชพุทธิรังษี หรือ หลวงพ่อดำ ท่านได้ตั้งวัดตุยงเป็นโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุสามเณร และเป็นสถานที่สอบนักธรรมของจังหวัดปัตตานี ในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2480 รัชกาลปัจจุบัน ในสมัยของหลวงพ่อดำนี้ หลวงพ่อทวดนวล ท่านก็ยังลงมาประทับทรงพระเณรในวัดตุยง เพื่อโปรดชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนที่มีเรื่องทุกข์ร้อน ครั้งหนึ่งพระมหาสุข กำลังเดินทางมาจากกรุงเทพ ด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศ เพื่อย้ายมาจำพรรษา ณ วัดตุยง แต่เครื่องยนต์เกิดดับขณะบินอยู่บนท้องฟ้า พระมหาสุข จึงอธิฐานจิต ถึงหลวงพ่อทวดนวล ว่าหากตนยังมีคุณค่ากับพระศาสนา ขอให้ปลอดภัยเถิด เป็นอัศจรรย์ที่แม้เครื่องยนต์จะดับ แต่เครื่องบินยังคงทรงตัวต่อไปในอากาศ และลงจอดได้อย่างปลอดภัย เช้าวันนั้นหลวงพ่อทวดนวล ท่านลงมาพบปะชาวบ้าน ท่านเปรยว่า “ วันนี้เราไปแบกแมลงภู่เหล็ก ช่วยลูกท่านดำมา” สร้างความงุนงงแก่ชาวบ้าน จนช่วงเย็นพระมหาสุขเดินทางมาถึงวัดตุยง จึงคลายสงสัย ว่าแมลงภู่เหล็ก นั้นคือ เครื่องบิน และ ลูกหลวงพ่อดำ ก็คือ พระมหาสุข นั่นเอง พระมหาสุข รูปนี้ต่อมาท่านเป็นศิษย์รูปสำคัญของหลวงพ่อดำและเป็นเจ้าอาวาสครองวัดตุยง เป็นเนื้อนาบุญอันเปี่ยมล้นด้วยเมตตาบารมีให้แก่พุทธศาสนิกชนต่อจากองค์หลวงพ่อดำ ได้รับสมณศักดิ์ที่ พระสิทธิญานมุนี ท่านสุขได้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่พระศาสนาอย่างมากมาย จวบจนท่านมรณะภาพ ท่านสุขเป็นที่รักและเคารพของชาวปัตตานี จนมาถึงปัจจุบัน
เหรียญรูปไข่ หลวงพ่อคูณ รุ่นคุณพระ เทพประทานพร เนื้อนวะ ปี 2536 หนึ่งใน 5000 เหรียญ เก็บอย่างดีพร้อมกล่องเดิม ๆ ที่สุดในประเทศไทย รับประกัน ตลอดชีวิต เก้ คืนเต็ม
แพะเขาควายแกะอุดครั่ง พิมพ์เล็ก หลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก สวย ๆ ครับ แพะของอาถรรพณ์ธรรมชาติ หลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก จ.ระยอง พุทธคุณเด่นด้าน เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ แคล้วคลาดเป็นเลิศ เครื่องรางของขลัง เป็นเครื่องมงคลที่มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด สร้างด้วยพระคณาจารย์ที่มีอาคมเข้มขลัง และได้มีการสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เครื่องรางเหล่านั้นสามารถแบ่งได้คือ เกิดขึ้นเองโดยตามธรรมชาติ และที่สร้างขึ้นมาเอง จากนั้นก็ลงคาถาอาคาทับเพื่อให้เกิดความแรงความอาถรรพณ์ต่อเครื่องมงคล ที่ต้องการให้พุทธานุภาพมีความเด่นไปในทางใดตามแต่ต้องการของเกจิท่านนั้นเช่น ให้เด่นในด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหาเสน่ห์ โชคลาภ ทั้งหลายเหล่านี้แรงด้วยคาถาและแรงครู แต่ก็ขึ้นกับเราด้วยว่ามีความศรัทธามากน้อยแค่ไหนเพราะเรื่องนี้เป็นศาสตร์ที่เรามองไม่เห็นแต่ก็เชื่อว่าเป็นไปได้จริงหากเราเกิดศรัทธา ศรัทธานั้นก็จะทำให้เราเห็นสิ่งปฏิหารย์ เครื่องรางของขลังประเภทแกะเป็นรูปสัตว์ อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง นิยมทำแล้วมอบให้แก่ลูกศิษย์ลูกหา เครื่องรางบางอย่างท่านไม่ได้แกะด้วยมือของท่านเอง แต่จะให้ช่างชาวบ้านช่วยแกะให้ และบางคนก็แกะมาถวายให้ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสก ต่อมาก็กลายเป็นสิ่งมงคลที่ได้รับความนิยม ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยทำให้มีขวัญและกำลังใจ คล้ายกับเป็นเกราะกำบังจิตใจในสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำของศัตรู หรือการกระทำทางธรรมชาติ และนอกเหนือจากอำนาจที่ชาวโลกไม่สามารถควบคุมได้ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ หรือป้องกันภัยพิบัติต่างๆ แรกๆ มนุษย์จะสังเกตจากสิ่งต่างๆ ตามธรรมชาติ เช่น เวลาล่าสัตว์เหตุใดสัตว์บางตัวจึงคงทนจากอาวุธ พืชบางชนิดเมื่อมีไว้ติดตัวแล้วทำให้ปกป้องคุ้มครอง หรือเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม หรือหินต่างๆ เมื่อครอบครองแล้วทำให้มีลาภสักการะ หรือเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม หรือหินต่างๆ เมื่อครอบครองแล้วทำให้มีลาภสักการะ หรือดินในบางพื้นที่เมื่ออยู่แล้วทำให้มั่งมีศรีสุข ต่อมาจึงได้มีการประยุกต์หรือมีคติความเชื่อเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่สำหรับมนุษย์บนโลกใบนี้ก็ยังมีความเชื่อในเรื่องเครื่องรางของขลังสืบต่อมาไม่เว้นแม้ประเทศมหาอำนาจ คณาจารย์ที่สร้างเครื่องรางของขลัง แต่ครั้งโบราณโดยสร้างจากคติความเชื่อโบราณ สำหรับเหตุผลที่ใช้เป็นรูปลักษณ์ของแพะ ถือว่าเป็นเครื่องรางของขลังที่ศักดิ์สิทธิ์ มีความเชื่อกันว่า ถ้ามีแพะแล้วไม่มีอาคมเวทมนตร์คาถาใดๆ จะมาทำคุณไสยเข้ากับตัวเจ้าของแพะได้ เพราะเข้ามาแล้วแพะจะรับไปเองและจะทำให้เจ้าของปลอดภัย อีกเหตุผลหนึ่งธรรมชาติแพะอยู่รวมกันเป็นฝูง โดยตัวผู้จะเป็นจ่าฝูงและมีตัวเมียเป็นลูกฝูง ส่วนแพะตัวผู้สามารถสืบพันธุ์กับตัวเมียที่อยู่ในฝูงได้ตลอด การที่แพะสืบพันธุ์นั้นจึงถือว่ามีเมตตามหานิยม และความที่เป็นสัตว์ที่อยู่ได้ในทุกฤดูกาลจึงทำให้มันมีความอดทนสูงจึงถือว่าคงกระพัน แพะ สามารถนำมาทำเป็นอาหาร ซึ่งมีศาสนาอิสลามนำเนื้อแพะมาเป็นเครื่องสังเวย และเป็นอาหารแจกรับประทานกันในพิธีทางศาสนาที่สำคัญและเป็นมงคลต่างๆ ส่วนเขานำไปสร้างเป็นเครื่องประดับ จึงได้นำเอาข้อดีของแพะมาสร้างเป็นเครื่องรางของขลัง นำเขาควายเผือก หรือเขาควายถูกฟ้าฝ่า มีความเชื่อกันว่ามีอาถรรพณ์ในตัวของมันเอง หรือเป็น ทนสิทธิ์ ชนิดหนึ่ง เช่น แพะเขาควายเผือกแกะ ปลุกเสกโดย หลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง "แพะ" เป็นเครื่องรางของขลัง มีความผูกพันกับคติความเชื่อของสังคมโลก และสังคมไทยมาเป็นเวลาช้านาน เรียกว่า เกิดคู่กับมนุษย์เลยก็ว่าได้ "หลวงพ่ออ่ำ" ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองกระบอก ปู่ย่าตายายเล่าต่อกันมาว่า ท่านมีอาคมเข้มขลัง เป็นพระเกจิอาจารย์รูปหนึ่งของเมืองระยองเมื่อเกือบ 150 ปีที่แล้ว มีลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังต่อมา คือ หลวงพ่อเริ่ม วัดจุกกระเชอ จ.ชลบุรี หลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก ระยอง สมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ สร้างเครื่องรางของขลังรูปแพะจนมีชื่อเสียง และเป็นที่ต้องการของผู้เลื่อมใสศรัทธา โดยสร้างจากเขาควายฟ้าผ่าตาย มีความเชื่อกันว่าเขาอันนั้นได้รับพลังจากเทพ แล้วนำมาแกะเป็นแพะ ท่านบรรจุวิชาอาคมเวทมนตร์คาถาที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา ได้นำตัวแพะที่แกะสำเร็จแล้ววางลงบนถาดหรือพาน แล้วนำแพะแช่ในน้ำมันจันทร์หอมได้ทำพิธีปลุกเสกจนแพะเคลื่อนไหวได้เหมือนกับว่ามีชีวิตจริงแล้วนำไปแจกให้แก่ลูกศิษย์ อนุภาพ แพะ หลวงพ่ออ่ำ ในด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ แคล้วคลาดเป็นเสิศ ปัจจุบันนี้ เครื่องราง แพะ ที่สร้างจากเขาควาย เขาควายเผือก หรือ ควายเผือกที่ถูกฟ้าฝ่าตาย เป็นที่เสาะแสวงหาและเป็นต้องการของนักสะสมกันเป็นอย่างมาก ซึ่งเนื่องมาจากเป็นเครื่องรางที่หายากและสร้างน้อย มีเกจิอาจารย์ และอาจารย์สายฆาราวาสน้อยมากที่จะสร้างและปลุกเสก อีกประการหนึ่ง เขาควาย เขาควายเผือก หรือ ควายเผือกที่ถูกฟ้าฝ่าตายนั้นหายาก คุณวิเศษของแพะตัวผู้ ซึ่งหนึ่งตัว สามารถดูแลปกครองแพะตัวเมียได้เป็นสิบๆ ตัวด้วยความรู้รักสามัคคีและเกื้อหนุนจุนเจือซึ่งกันและกัน จึงมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดมีแพะแกะจากเขาควายเผือกของหลวงพ่ออ่ำ ไว้พกพาผู้นั้นจะเป็นนักปกครองที่ยิ่งใหญ่ และนักรักที่มีคนนิยมชมชอบมากมาย และมีเสน่ห์เมตตามหานิยมทุกด้าน แพะ หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก เป็นเครื่องรางประเภท อาถรรพณ์ธรรมชาติ ซึ่งได้รับการสืบทอดมาจาก หลวงพ่อวัดกระบกต้นผึ้ง ผู้มีเวทวิทยาคมแรงกล้า เมื่อครั้งที่ท่านได้ออกไปธุดงค์และได้เจอกับหลวงพ่อปานในระหว่างทาง จึงได้ชวนกันไปเรียนวิชาอาคมการปลุกเสกเสือ จากอาจารย์ท่านหนึ่ง ขณะที่เรียนจึงได้ทดลอง โดยเอาเสือใส่บาตรแล้วปลุกเสก ใครสามารถปลุกเสกเสือให้ออกจากบาตรก่อนได้ ก็จะได้เรียนต่อ แต่หากใครไม่สามารถเสกเสือออกจากบาตร จะไม่ได้เรียนต่อ หลวงพ่อปานท่านสามรถปลุกเสกเสือออกจากบาตรได้เข้าป่าไปได้ และเรียกกลับคืนมาได้ ส่วนหลวงพ่อวัดกระบกต้นผึ้ง ปลุกเสือออกจากบาตรได้เข้าป่าไปเหมือนกัน แต่เรียกกลับมาไม่ได้ และหลวงพ่อวัดกระบกต้นผึ้งจึงได้ยุติการเรียนปลุกเสือ จึงหันมาเรียนสร้าง และปลุกเสกแพะ จนสำเร็จ เมื่อได้วิชาการสร้าง และปลุกเสกแพะก็ได้มาสอนให้แก่หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกะบอก จังหวัดระยอง จนมีชื่อเสียงในการสร้างแพะ จนได้สมญา;หลวงพ่ออ่ำแพะดัง ในตำรากล่าวไว้ว่า แพะ เป็นสัตว์มีคุณสมบัติ 2 อย่าง คือ มีความอดทน เนื่องจากมีความอดทนสูง ตายยาก (คงกระพัน) และมีเสน่ห์ เพราะตัวผู้ตัวหนึ่งตัวสามารถมีตัวเมียและสืบพันธุ์ได้เป็นฝูง (เมตตามหานิยม) จากตำราสมุดข่อยที่คณาจารย์โบราณท่านได้จารึกไว้ว่าการสร้างแพะโดยใช้เขาควาย และเขาควายเผือกที่ถูกฟ้าผ่าตาย ได้รับพลังจากมหาเทพ คือ สวรรค์ทุกชั้น ทุกวิมาน พระเกจิอาจารย์และผู้มีวิชาอาคมจึงได้นำมาเป็นวัสดุในการแกะ เป็นรูปลักษณ์ของแพะ เนื่องจากมีความเชื่อกันว่า ในตัวแพะที่โดนฟ้าผ่าตายนั้น ได้มีการพลีจากสรวงสวรรค์ ว่ากันว่าผู้ที่มีแพะหลวงพ่ออ่ำไว้อยู่ในความครอบครอง จะเป็นผู้ที่มั่งคั่งสมบูรณ์เมตตามหานิยม ค้าขายเจริญรุ่งเรืองและอายุยืนแพะของอาถรรพณ์ธรรมชาติ หลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก จ.ระยอง พุทธคุณเด่นด้าน เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ แคล้วคลาดเป็นเลิศ เครื่องรางของขลัง เป็นเครื่องมงคลที่มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด สร้างด้วยพระคณาจารย์ที่มีอาคมเข้มขลัง และได้มีการสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เครื่องรางเหล่านั้นสามารถแบ่งได้คือ เกิดขึ้นเองโดยตามธรรมชาติ และที่สร้างขึ้นมาเอง จากนั้นก็ลงคาถาอาคาทับเพื่อให้เกิดความแรงความอาถรรพณ์ต่อเครื่องมงคล ที่ต้องการให้พุทธานุภาพมีความเด่นไปในทางใดตามแต่ต้องการของเกจิท่านนั้นเช่น ให้เด่นในด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหาเสน่ห์ โชคลาภ ทั้งหลายเหล่านี้แรงด้วยคาถาและแรงครู แต่ก็ขึ้นกับเราด้วยว่ามีความศรัทธามากน้อยแค่ไหนเพราะเรื่องนี้เป็นศาสตร์ที่เรามองไม่เห็นแต่ก็เชื่อว่าเป็นไปได้จริงหากเราเกิดศรัทธา ศรัทธานั้นก็จะทำให้เราเห็นสิ่งปฏิหารย์ เครื่องรางของขลังประเภทแกะเป็นรูปสัตว์ อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง นิยมทำแล้วมอบให้แก่ลูกศิษย์ลูกหา เครื่องรางบางอย่างท่านไม่ได้แกะด้วยมือของท่านเอง แต่จะให้ช่างชาวบ้านช่วยแกะให้ และบางคนก็แกะมาถวายให้ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสก ต่อมาก็กลายเป็นสิ่งมงคลที่ได้รับความนิยม ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยทำให้มีขวัญและกำลังใจ คล้ายกับเป็นเกราะกำบังจิตใจในสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำของศัตรู หรือการกระทำทางธรรมชาติ และนอกเหนือจากอำนาจที่ชาวโลกไม่สามารถควบคุมได้ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ หรือป้องกันภัยพิบัติต่างๆ แรกๆ มนุษย์จะสังเกตจากสิ่งต่างๆ ตามธรรมชาติ เช่น เวลาล่าสัตว์เหตุใดสัตว์บางตัวจึงคงทนจากอาวุธ พืชบางชนิดเมื่อมีไว้ติดตัวแล้วทำให้ปกป้องคุ้มครอง หรือเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม หรือหินต่างๆ เมื่อครอบครองแล้วทำให้มีลาภสักการะ หรือเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม หรือหินต่างๆ เมื่อครอบครองแล้วทำให้มีลาภสักการะ หรือดินในบางพื้นที่เมื่ออยู่แล้วทำให้มั่งมีศรีสุข ต่อมาจึงได้มีการประยุกต์หรือมีคติความเชื่อเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่สำหรับมนุษย์บนโลกใบนี้ก็ยังมีความเชื่อในเรื่องเครื่องรางของขลังสืบต่อมาไม่เว้นแม้ประเทศมหาอำนาจ คณาจารย์ที่สร้างเครื่องรางของขลัง แต่ครั้งโบราณโดยสร้างจากคติความเชื่อโบราณ สำหรับเหตุผลที่ใช้เป็นรูปลักษณ์ของแพะ ถือว่าเป็นเครื่องรางของขลังที่ศักดิ์สิทธิ์ มีความเชื่อกันว่า ถ้ามีแพะแล้วไม่มีอาคมเวทมนตร์คาถาใดๆ จะมาทำคุณไสยเข้ากับตัวเจ้าของแพะได้ เพราะเข้ามาแล้วแพะจะรับไปเองและจะทำให้เจ้าของปลอดภัย อีกเหตุผลหนึ่งธรรมชาติแพะอยู่รวมกันเป็นฝูง โดยตัวผู้จะเป็นจ่าฝูงและมีตัวเมียเป็นลูกฝูง ส่วนแพะตัวผู้สามารถสืบพันธุ์กับตัวเมียที่อยู่ในฝูงได้ตลอด การที่แพะสืบพันธุ์นั้นจึงถือว่ามีเมตตามหานิยม และความที่เป็นสัตว์ที่อยู่ได้ในทุกฤดูกาลจึงทำให้มันมีความอดทนสูงจึงถือว่าคงกระพัน แพะ สามารถนำมาทำเป็นอาหาร ซึ่งมีศาสนาอิสลามนำเนื้อแพะมาเป็นเครื่องสังเวย และเป็นอาหารแจกรับประทานกันในพิธีทางศาสนาที่สำคัญและเป็นมงคลต่างๆ ส่วนเขานำไปสร้างเป็นเครื่องประดับ จึงได้นำเอาข้อดีของแพะมาสร้างเป็นเครื่องรางของขลัง นำเขาควายเผือก หรือเขาควายถูกฟ้าฝ่า มีความเชื่อกันว่ามีอาถรรพณ์ในตัวของมันเอง หรือเป็น ทนสิทธิ์ ชนิดหนึ่ง เช่น แพะเขาควายเผือกแกะ ปลุกเสกโดย หลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง "แพะ" เป็นเครื่องรางของขลัง มีความผูกพันกับคติความเชื่อของสังคมโลก และสังคมไทยมาเป็นเวลาช้านาน เรียกว่า เกิดคู่กับมนุษย์เลยก็ว่าได้ "หลวงพ่ออ่ำ" ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองกระบอก ปู่ย่าตายายเล่าต่อกันมาว่า ท่านมีอาคมเข้มขลัง เป็นพระเกจิอาจารย์รูปหนึ่งของเมืองระยองเมื่อเกือบ 150 ปีที่แล้ว มีลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังต่อมา คือ หลวงพ่อเริ่ม วัดจุกกระเชอ จ.ชลบุรี หลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก ระยอง สมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ สร้างเครื่องรางของขลังรูปแพะจนมีชื่อเสียง และเป็นที่ต้องการของผู้เลื่อมใสศรัทธา โดยสร้างจากเขาควายฟ้าผ่าตาย มีความเชื่อกันว่าเขาอันนั้นได้รับพลังจากเทพ แล้วนำมาแกะเป็นแพะ ท่านบรรจุวิชาอาคมเวทมนตร์คาถาที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา ได้นำตัวแพะที่แกะสำเร็จแล้ววางลงบนถาดหรือพาน แล้วนำแพะแช่ในน้ำมันจันทร์หอมได้ทำพิธีปลุกเสกจนแพะเคลื่อนไหวได้เหมือนกับว่ามีชีวิตจริงแล้วนำไปแจกให้แก่ลูกศิษย์ อนุภาพ แพะ หลวงพ่ออ่ำ ในด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ แคล้วคลาดเป็นเสิศ ปัจจุบันนี้ เครื่องราง แพะ ที่สร้างจากเขาควาย เขาควายเผือก หรือ ควายเผือกที่ถูกฟ้าฝ่าตาย เป็นที่เสาะแสวงหาและเป็นต้องการของนักสะสมกันเป็นอย่างมาก ซึ่งเนื่องมาจากเป็นเครื่องรางที่หายากและสร้างน้อย มีเกจิอาจารย์ และอาจารย์สายฆาราวาสน้อยมากที่จะสร้างและปลุกเสก อีกประการหนึ่ง เขาควาย เขาควายเผือก หรือ ควายเผือกที่ถูกฟ้าฝ่าตายนั้นหายาก คุณวิเศษของแพะตัวผู้ ซึ่งหนึ่งตัว สามารถดูแลปกครองแพะตัวเมียได้เป็นสิบๆ ตัวด้วยความรู้รักสามัคคีและเกื้อหนุนจุนเจือซึ่งกันและกัน จึงมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดมีแพะแกะจากเขาควายเผือกของหลวงพ่ออ่ำ ไว้พกพาผู้นั้นจะเป็นนักปกครองที่ยิ่งใหญ่ และนักรักที่มีคนนิยมชมชอบมากมาย และมีเสน่ห์เมตตามหานิยมทุกด้าน แพะ หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก เป็นเครื่องรางประเภท อาถรรพณ์ธรรมชาติ ซึ่งได้รับการสืบทอดมาจาก หลวงพ่อวัดกระบกต้นผึ้ง ผู้มีเวทวิทยาคมแรงกล้า เมื่อครั้งที่ท่านได้ออกไปธุดงค์และได้เจอกับหลวงพ่อปานในระหว่างทาง จึงได้ชวนกันไปเรียนวิชาอาคมการปลุกเสกเสือ จากอาจารย์ท่านหนึ่ง ขณะที่เรียนจึงได้ทดลอง โดยเอาเสือใส่บาตรแล้วปลุกเสก ใครสามารถปลุกเสกเสือให้ออกจากบาตรก่อนได้ ก็จะได้เรียนต่อ แต่หากใครไม่สามารถเสกเสือออกจากบาตร จะไม่ได้เรียนต่อ หลวงพ่อปานท่านสามรถปลุกเสกเสือออกจากบาตรได้เข้าป่าไปได้ และเรียกกลับคืนมาได้ ส่วนหลวงพ่อวัดกระบกต้นผึ้ง ปลุกเสือออกจากบาตรได้เข้าป่าไปเหมือนกัน แต่เรียกกลับมาไม่ได้ และหลวงพ่อวัดกระบกต้นผึ้งจึงได้ยุติการเรียนปลุกเสือ จึงหันมาเรียนสร้าง และปลุกเสกแพะ จนสำเร็จ เมื่อได้วิชาการสร้าง และปลุกเสกแพะก็ได้มาสอนให้แก่หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกะบอก จังหวัดระยอง จนมีชื่อเสียงในการสร้างแพะ จนได้สมญา;หลวงพ่ออ่ำแพะดัง ในตำรากล่าวไว้ว่า แพะ เป็นสัตว์มีคุณสมบัติ 2 อย่าง คือ มีความอดทน เนื่องจากมีความอดทนสูง ตายยาก (คงกระพัน) และมีเสน่ห์ เพราะตัวผู้ตัวหนึ่งตัวสามารถมีตัวเมียและสืบพันธุ์ได้เป็นฝูง (เมตตามหานิยม) จากตำราสมุดข่อยที่คณาจารย์โบราณท่านได้จารึกไว้ว่าการสร้างแพะโดยใช้เขาควาย และเขาควายเผือกที่ถูกฟ้าผ่าตาย ได้รับพลังจากมหาเทพ คือ สวรรค์ทุกชั้น ทุกวิมาน พระเกจิอาจารย์และผู้มีวิชาอาคมจึงได้นำมาเป็นวัสดุในการแกะ เป็นรูปลักษณ์ของแพะ เนื่องจากมีความเชื่อกันว่า ในตัวแพะที่โดนฟ้าผ่าตายนั้น ได้มีการพลีจากสรวงสวรรค์ ว่ากันว่าผู้ที่มีแพะหลวงพ่ออ่ำไว้อยู่ในความครอบครอง จะเป็นผู้ที่มั่งคั่งสมบูรณ์เมตตามหานิยม ค้าขายเจริญรุ่งเรืองและอายุยืน
พระสวยสมบูรณ์ครับ หายากครับ สภาพสวย เนื้อจัด พุทธคุณดีทางเมตตาแคล้วคลาด ร่มเย็นเป็นสุขครับ ส่งออกบัตรรับรองให้เรียบร้อยแล้วครับท่าน เพื่อความสบายใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขายครับผม รับประกันตามกฏครับ
เบญจภาคีมหามงคล พระยอดขุนพลเนื้อชิน ศิริราช100 ปี ยกชุดทั้งกล่องสวยงามพร้อมนามเจ้าประคุณสมเด็จเกี่ยวฯ สุดคุ้ม ด้วยโรงพยาบาลศิริราชเป็นโรงพยาบาลที่ประชาชนจากทุกสารทิศได้เดินทางมาใช้บริการรักษาพยาบาลการเจ็บไข้ได้ป่วยมากจนสถานที่แออัดไม่สามารถบริการให้ประชาชนได้ทั่วถึง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้มีการจัดสร้างสถาบันการแพทย์สยามินทราธิราช ซึ่งในการสร้างสถาบันการแพทย์สยามินทราธิราชนั้นต้องใช้ทุนทรัพย์จำนวนมาก เพราะค่าก่อสร้างรวมถึง อุปกรณ์ที่จะใช้ในการวิจัยทางการแพทย์นั้นมีราคาสูง ลำพังการสนับสนุนจากรัฐบาล และการเก็บรายได้จากผู้เข้ามารับบริการของโรงพยาบาลศิริราชคงไม่เพียงพอ และที่สำคัญปี 2554 ซึ่งได้เริ่มดำเนินโครงการฯมานั้น เป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 84 พรรษา ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้จัดสร้างสถาบันการแพทย์สยามินทราธิราชขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติด้วยมหากุศลที่ยิ่งใหญ่ ทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราช ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้จัดทำโครงการสมทบทุนกองทุนเพื่อสถาบันการแพทย์สยามินทราธิราช และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางการแพทย์ไปสู่ชนบท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้มีส่วนร่วมสืบสานพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใย สุขภาพและพลานามัยของประชาชนชาวไทย ด้วยการร่วมทำบุญมหากุศล 2. สมทบทุนกองทุนเพื่อสถาบันการแพทย์สยามินทราธิราช ผ่านศิริราชมูลนิธิ 3. มอบเป็นกองทุนสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราชในพระบรมราชูปถัมภ์ ผ่านศิริราชมูลนิธิ 4. เพิ่มศักยภาพให้กับแพทย์อยู่ในชนบททั่วประเทศ และทั้งนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราชฯ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างพระ “สมเด็จศิริราชร้อยปี” เพิ่มเติมจากที่เคยจัดสร้างเป็นพระคะแนนและพระเนื้อผงมาแล้วเมื่อปี 2531 โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร.ประดิษฐานไว้ด้านหลังองค์พระ รวมถึงพระราชทานผงจิตรลดา มาเป็นมวลสารด้วย นับว่าเป็นสิ่งที่ เป็นมงคลอย่างยิ่ง และในปี 2553 ที่ได้จัดสร้างเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่นี้ เป็นพระพุทธรูปบูชา และเหรียญทองแดงรมดำ นอกจากนั้นยังมีพระชุด “เบ็ญจภาคีมหามงคล” พระยอดขุนพลเนื้อชิน ซึ่งเป็นพระที่ควรคู่เก็บสะสมไว้บูชา โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ได้พระเมตตาถวายพระนามให้ พร้อมทั้งประทานอนุญาตให้นำนามของเจ้าประคุณสมเด็จเกี่ยวฯ ประทับด้านบนของกล่องบรรจุ รวมถึงประทานอนุญาตนำพระพุทธคุณลายนามเจ้าประคุณสมเด็จเกี่ยวฯ อ.อุ.ม. ประทับด้านหลังพระยอดขุนพลเนื้อชินทั้ง 5 องค์ นับว่าเป็นมหามงคลอย่างสูงยิ่งที่ยากจะหาโอกาสเช่นนี้ได้อีกแล้ว พระชุดนี้ได้มีการทำพิธีขออนุญาตจากวัดกรุต้นกำเนิดทั้ง 5 วัด เรียบร้อยแล้ว ใช้เวลาในการดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 และเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2554
พระกริ่งหลวงพ่อโสธร ปี 2530 รุ่นนี้ราคาเริ่มขยับสูงขึ้นทุกวันและเริ่มไม่ค่อยมีให้เห็นหมุนเวียนในสนามกันแล้ว ราคาแรงขึ้นทุกวัน อาจเป็นเพราะรุ่นนี้พิธีปลุกเสกใหญ่มาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงเสด็จเป็นประธานในพิธีด้วยครับ เสียงกระซิบมาเบาๆคาดว่าต่อจากปีนี้ไป ราคาจะแรงตามรุ่นพี่ๆปี08 และปี 2500ไปติดๆ คนในเขตพื้นที่เมืองชลบุรีรู้ดีเรื่องประสบการณ์ครับและเริ่มตามเก็บเงียบกันอยู่ครับ ถ้าท่านใดพอจะเก็บสะสมได้อาจต้องรีบกันหน่อยครับ พุทธคุณเด่นด้าน เมตามหานิยม แคล้วคลาด รับประกันความแท้ตามกฎ 100%
รักทองมีลอกตามขอบบ้าง(ใต้ฐานมากที่สุดแล้ว) พิจารณาตามรูปเลยครับ เปิดราคาเบาๆเคาะเดียวครับ
หลวงพ่อโชติ วัดตะโน (ขุนแผนแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ) พระขุนแผนหลวงพ่อโชติได้สร้างขึ้นตั้งแต่ ปี 2484 แจกให้ลูกศิษย์ของท่าน ต่างก็เก็บเงียบไม่ค่อยมีออกมาให้เห็นสักเท่าไหร่นัก เพราะพุทธคุณนั้นเป็นที่ เลื่องลือกันอยุ่แล้ว ที่มีพลังมหานิยม เมตตามหาเสน่ห์ โดยสมัยก่อน ยกย่องให้ขุนแผนหลวงพ่อโชติ เป็น ขุนแผนแห่งรัตนโกสินทร์ เลยทีเดียว ปัจจุบัน นี้ จะหาขุนแผนหลวงพ่อโชติ แห่งวัดตะโน นั้น จัดว่าหายากมากๆ เพราะเนื่องจากพุทธคุณ และส่วนใหญ่เมื่อตกอยู่ในมือผู้ใดแล้ว ย่อมพบเจอประสบการณ์ด้านเมตตามหานิยม