วัดใจเคาะเดียวครับ ยอดประมูลต่ำกว่า 100.- ส่งแบบติดแสตมป์(ไม่สามารถติดตามให้ได้หากท่านไม่ได้รับหากเพิ่มค่าส่งอีก 20.- ส่งแบบลงทะเบียนครับ หากยอดเกิน 500.- ส่งแบบ EMS ฟรี)
ตามรูปครับ
ขอบคุณครับ (auto feedback)
เป็น พระสมเด็จที่สร้างขึ้นในสมัย พระครูโสภิตธรรมสาส์น อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ ๓ ( พ.ศ.๒๔๙๓ - ๒๕๑๘ ) พร้อมกับพระสมเด็จกำแพงแก้ว ท่านพระครูโสภิตธรรมสาส์นได้จัดสร้างพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพง แก้วขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแจกเป็นของสมนาคุณแก่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาค ทรัพย์ตั้งมูลนิธิเลี้ยงพระ เณร และนักศึกษาในวัด ด้วยเหตุนี้ จึงนับได้ว่าทั้งพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพงแก้วนี้ ต่างก็เป็นพระเครื่องที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างที่ดี พระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพงแก้ว นับเป็นพระเครื่องที่มีความโดดเด่นและมีชื่อเสียงในวงการนักนิยมสะสมพระ เครื่องมานานจวบถึงถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ มิใช่เป็นเพียงเพราะการเป็นพระพิมพ์สมเด็จที่มีการประยุกต์ให้ดีขึ้นจากต้น แบบเดิมเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเพราะว่าได้มีนำรูปพระแก้วมรกตมาจำลองแบบไว้ภายในครอบแก้วด้วย นั่นเอง ซึ่งเดิมทีแล้ว ทางวัดได้ทำการแจกจ่ายออกไปโดยที่มิได้มุ่งหวังความโด่งดังอะไรเลย แต่ผลปรากฎที่ออกมากลับเป็นที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง กล่าวคือใครก็ตามที่ได้พบเห็นพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพงแก้วไม่ว่า จะ ณ ที่ใดก็ตาม จะรู้สึกเหมือนมีอะไรดึงดูดใจให้ต้องเข้าไปชะโงกดูใกล้ ๆ แล้วก็พากันยอมรับในฝีมือช่างโดยปราศจากข้อกังขา แม้ว่าจะมีผู้สร้างพระสมเด็จออกมาเป็นล้าน ๆ องค์ แต่ก็หาใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมีพระพิมพ์สมเด็จของใครสร้างออกมาได้อย่างเป็น ที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะเช่นนี้ และที่สำคัญมวลสารที่นำมาจัดสร้างทั้งพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพง แก้ว ก็นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความขลังได้ไม่น้อยเลยที่เดียว มวลสารที่นำมาจัดสร้าง : - ดินเก่าในกรุวัดราชบูรณะ จ.อยุธยา - ดินเก่าวัดพระรูป จ.สุพรรณบุรี - ดินเก่าวัดมหาธาตุ จ.ลพบุรี - ดินกรุวัดหินตั้ง จ.สุโขทัย - ดินกรุวัดอรัญญิก จ.พิษณุโลก - ดินกรุวัดนครชุม จ.พิจิตร - ดินกรุวัดบรมธาตุทุ่งเศรษฐี จ.กำแพงเพชร - ไคลสีมาวัดโพธิ์แก้วนพคุณ จ.สิงห์บุรี - ไคลสีมาวัดเกาะแก้ว จ.ลพบุรี - ไคลสีมาวัดเขาแก้ว จ.ลพบุรี - ไคลสีมาวัดป่าแก้ว จ.อยุธยา - ไคลสีมาวัดชุมแก้ว จ.ปทุมธานี - ไคลสีมาวัดอ่างแก้ว จ.สมุทรสาคร - ไคลสีมาวัดแก้ว จ.ลพบุรี - ดินสังเวชนียสถานจากอินเดีย ๗ ตำบล - ทรายจากกระถางธูปในสถานที่ที่มีผู้คนสักการะบูชา ๗ แห่ง - เกสรดอกไม้บูชาพระ ๗ แห่ง - ใบโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่นำมาปลูกในประเทศไทย ๗ ต้น - คัมภีร์พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ตัวขอมผูกอาราธนาหลวงพ่อผู้ทรงคุณพิเศษ ๗ รูป - ดินจอมปลวก ๗ จอม - น้ำมนต์ ๗ วัดเป็นตัวประสานมวลสาร พิธีพุทธาภิเษก : ได้มีการจัดพิธีตรงกับวันเสาร์ขึ้น ๙ ค่ำโดยได้มีการอัญเชิญองค์พระแก้วมรกตจำลองสู่โรงพิธี จากนั้นพระสงฆ์ ๗ รูปเจริญพระพุทธมนต์เย็น พอตะวันตกดิน พระสงฆ์เริ่มสวดพุทธาภิเษก คณาจารย์ผู้ทรงคุณวิเศษนั่งปรกปลุกเสกตลอด ๗ คืน หลังจากนั้น พอขึ้น ๑๔ ค่ำก็สวดเดินธาตุและสวดญัตติตามคัมภีร์โบราณก่อนจะนำออกให้ชาวบ้านญาติโยม บูชาต่อไป อนึ่ง ก่อนหน้านั้น ทางวัดได้อาราธนาหลวงพ่อผู้เป็นที่ยอมรับนับถือของคนไทยทั้งประเทศในสมัย นั้น ๗ องค์มาร่วมทำการปลุกเสกอันได้แก่ :- ๑.หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.อยุธยา ๒.หลวงปู่คำมี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ จ.ลพบุรี ๓.หลวงพ่อชม วัดตลุก จ.ชัยนาท ๔.หลวงพ่อมี วัดเขาสมอคอน จ.ลพบุรี ๕.หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว จ.สิงห์บุรี ๖.หลวงพ่อโสภิตธรรมสาส์น วัดรัมภาราม จ.ลพบุรี ๗.หลวงพ่อสมดี จ.สิงห์บุรี เมื่อสร้างและทำพิธีปลุกเสกเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทางวัดก็ได้มอบพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำ แพงแก้วให้แก่พระเกจิอาจารย์ทั้ง ๗ รูปไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่ามากน้อยเท่าใด แต่โดยเฉพาะหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอกนั้น น่าจะได้มากกว่าเกจิอาจารย์รูปอื่น ๆ เนื่องจากปรากฎภายหลังว่าหลวงพ่อจงท่านได้นำเอาพระสมเด็จกำแพงแก้วแจกแก่ ลูกศิษย์ลูกหาไปจำนวนหนึ่งไม่น้อยเลยทีเดียว และภายหลังปรากฎว่าพระสมเด็จทีแจกไปนั้น เป็นที่นิยมศรัทธาอย่างสูง โดยผู้ที่ได้รับแจกต่างพากันเข้าใจไปว่าเป็นพระสมเด็จสร้างโดยหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ทั้งแท้ที่จริงแล้วเป็นของวัดรัมภารามนั่นเอง
ขอบคุณครับ (auto feedback)
พระแท้ สวยตรงตามรูป ถูกใจครับ
เวปประมูลก็ต้องเคาะประมูล ชิมิๆ เคาะกันวันละนิดจิตแจ่มใส พี่ๆแต่ละท่านก็มี ((( สไตล์ ))) ที่แตกต่างกัน อย่าว่างั้นงี้เลย ปอดกับหัวใจนู๋ไม่ค่อยแข็งแรง " พี่ๆคงไม่ปล่อยให้นู๋เร้าใจอยู่คนเดียวนะคร๊าบบบ " พี่ๆแวะชมดูแล้วล็อคอินกันรึยังจ๊ะ วันนี้เปิด พรุ่งนี้ปิด ??? ลับแป้นรอกันเร้ยยย..ไม่เก็บวันนี้วันหน้าจะไม่มีให้เก็บนะจ๊ะ พระว่านจำปาสัก สูง 4.50 ซ.ม. ...คลาสสิคสุดๆ ควรค่าแก่การบูชา น่าสะสมจังเลย คร๊าบ... มีข้อมูลดี ดี บางช่วง บางตอน พี่ๆแวะมาศึกษาร่วมกัน อ่านกันเพลินๆนะคร๊าบ เครดิต http://www.esantime.com/index.php?topic=54 ขอบคุณคร๊าบบบ ว่านกับคนไทยมีความผูกพันกันมาแต่โบราณกาลแล้ว ชาวสุวรรณภูมิ เชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพืชพันธ์บางชนิด โดยเฉพาะ ว่าน ตามความเห็นของผม ผมจำกัดว่า ว่านคือ พืชตะกูลหัวเท่านั้น แม้ว่า ตำราว่านในปัจจุบัน (หลัง พ.ศ.๒๕๒๐) มีพืชพันธ์ที่มิใช่พืชหัว อยู่หลายชนิด แต่นั่นผมถือว่าเป็นมลพิษ เป็นการยัดไม้อื่นเข้าเป็นว่านเพื่อขายกัน ตำราว่านหลักของไทยเราเรียกว่า "กบิลว่าน" เป็นว่านในสายตาของคนภาคกลาง ผมเคยเสวนากับพรรคพวกที่เล่นว่านอย่างมืออาชีพ และเสนอความเห็นว่า "กบิลว่าน" นั้น มีที่มามาจาก "ว่านของกปิลฤาษี" ผมมีโอกาสเห็นตำรา "นอกกบิลว่าน" หลายฉบับ เช่นของเมืองเชียงใหม่ ที่จารึกเป็นตัวธรรมลานนา บอกได้ว่า พืชหัวนั่นแลที่เป็นหลักของไม้ตระกูลว่าน รูปธรรมของสูงสุดในการใช้ว่านในทางอีสานคือ "พระว่านจำปาสัก" ------------------------------------------------------------------------------ เอกลักษณะของพระว่านจำปาสักก็คือ พระว่านจะมีลักษณะบิดเบี้ยว เพราะการแห้งตัวของว่าน พระว่านจะมีหลายขนาด ขนาดใหญ่เป็นฝ่ามือก็มี พุทธลักษณะส่วนมากเป็นแบบเชียงรุ้ง มักเป็นรูปสามเหลี่ยม พระว่าน ข้าพเจ้าจำแนกเองตามเนื้อได้ 2 แบบคือ 1.พระว่านเนื้อแก่ครั่ง บางทีเรียกพระขี้ครั่ง พระแบบนี้มีเสน่ห์ตรง เวลาส่องเข้ากล้อง จะเห็นเป็นสีแดงสวย เหมือนเกล็ดปลาช่อนอะเมซอน บางคนก็อวดรู้ว่า แดงเพราะเป็นว่านสบู่เลือด 2.เป็นพระแก่ว่าน หรือเป็นเนื้อว่านร้อย เปอร์เซนต์ มักเป็นสีน้ำตาล, ถ้าเจอสีแดงนับว่าเป็นเอก, ได้สีเหลือง งามนัก มักเจอทางภาคเหนือ (เพื่อความอุ่นใจ..พี่ๆลองเช็คราคานอกเวปดูก่อนเข้าร่วมประมูลนะคร๊าบบบ ^_^) หมายเหตุ ทุกข้อสงสัยล้วนมีคำตอบ สงสัยเรื่องใดเมล์ถามข้อมูลได้เลยคร๊าบบบ พี่ๆ ชาวดี ดี..... *** จัดส่งพระตามรูป รับประกันตามกฎเวป *** ผู้ชนะการประมูลโอนเงินแล้วรบกวนฝากข้อความในกล่องข้อความหรือโทร.แจ้งก็ได้นะครับ เพื่อความรวดเร็วในการจัดส่ง จัดส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน ปลอดภัย ไร้กังวล คร๊าบ... ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเยี่ยมชมหรือเข้าร่วมการประมูลขอบพระคุณคร๊าบบบ ^_^
ได้รับของแล้ว
ขอบคุณครับ (auto feedback)
ขอบคุณครับ (auto feedback)