motioncity

ข้อมูลสมาชิก – motioncity

เริ่มเป็นสมาชิก: June 29, 2013 03:34:06 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 0 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 1344 รายการ , คำติ: 0 รายการ

ประวัติ Feedback

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/หลวงพ่อทวดวัดช้างไห้/6462985


หลวงพ่อทวด หลังหนังสือเล็ก ปี 2505 บล็อค ว.จุด    สภาพด้านหน้าพอสวยครับ จมูกโด่ง ผิวรมดำเดิม ไม่มีศัลยกรรมตกแต่งใดๆทั้งสื้น ด้านหลังขอบพระมีรอยพรุนเล็กน้อย เกิดจากเลี่ยมทองสมัยก่อนเลี่ยมอัดเทียน   องค์นี้ได้ดูง่ายมากๆครับ ท่านใดได้ไปรับรองไม่ต้องปวดหัว ส่งให้ใครดูก็ต้องร้อง"แท้"    ชนิดที่เรียกได้ว่า"แท้ตาเปล่า"   องค์นี้ถ้าผ่านมีพ่อค้านักเล่น รับรองได้เลยครับว่าต้องนำไปศัลยกรรมรมดำแน่ๆ  ขอรับประกันพระแท้และสภาพเดิมทุกประการครับ แห่ได้ทุกสนามครับ พบปัญหาถ้าพระไม่แท้หรือแต่งมา ยินดีคืนเต็มแถมค่าเสียเวลาให้อีก5,000บาทครับ (ซื้อแล้วนอนหลับสบายใจแน่นอนครับ)


เขียนโดย :เฮียตุ้ย เจ้าของรายการ May 16, 2016 07:51:23


พิมพ์ใหญ่ นิยมสุด พระหายากระดับตำนาน พร้อมใบรับรอง เนื้อจัดอย่างวัดระฆัง แต่ก่อนราคาสนทนา แพงยิ่งกว่าสมเด็จวัดระฆัง 


เขียนโดย :thomas_fc เจ้าของรายการ May 11, 2016 10:30:04


  หลวงพ่อพิณท่านสร้างพระเครื่องไว้ราวปี 2455-2462 ครับ ยุคแรกจะเป็นเนื้อตะกั่ว และก็มาเป็นเนื้อดินและก็เนื้อผงพุทธคุณ รวมถึงเครื่องราง จากการสืบประวัติท่านเป็นสหธรรมิกกับหลวงปูุ่ญ วัดกลางบางแก้ว  เรื่องวิชาท่านเรียนมาจากหลวงปู่บัว วัดรวก และหลวงปู่จีน วัดท่าลาดเหนือ ครับ


เขียนโดย :ป้อมปราการ เจ้าของรายการ April 28, 2016 12:27:35

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/หลวงพ่อทวดวัดช้างไห้/6374905


วัดใจ20บาทเหรียญเสมารุ่น3 หลวงปู่ทวด ปี2504 พิมพ์หน้าผาก2เส้นประคตข้างเดียว เนื้อทองแดง มีบัตรรับรอง


เขียนโดย :บอลสามวา เจ้าของรายการ April 22, 2016 12:57:35

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/6365667


*พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์ ถือกำเนิดที่ วัดพระยาสุเรนทร์ ตำบลสามวา อำเภอมีนบุรีเดิมวัดนี้ชื่อ "วัดบึงพระยาสุเรนทร์" ด้วยบริเวณใกล้ๆ ที่ตั้งวัดมีบึงขนาดใหญ่แต่ขณะนี้ทางวัดได้ดำเนินการถมบึงดังกล่าวแล้ว จนไม่สามารถทราบว่า ในอดีตเคยมีบึงใหญ่มาก่อน คือ ถมดินจนสูงเสมอ พื้นโดยรอบ นอกจากนี้ยังเปลี่ยนชื่อวัดเป็น "วัดพระยาสุเรนทร์" โดยตัดคำว่า "บึง " ออกไป แต่อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านละแวกนั้นตลอดจนนักสะสมพระเครื่องทุกระดับชั้น ก็ยังคงเรียกชื่อ "วัดบึงพระยาสุเรนทร์" เหมือนเดิมเพราะคุ้นหู และติดปากมาโดยตลอด   *ประวัติพระยาสุเรนทร์   ท่านเจ้าพระยาสุเรนทร์ราชเสนา (พึ่ง สิงหเสนี) บุตรของ ท่านพระยามุขมนตรี และเป็นหลานของท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์สิงหเสนี) ต้นตระกูลสิงหเสนี รับราชการทหารในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็น"พระยา" ถือศักดินา 4,000 ไร่ จึงออกไปจับจองที่ตามศักดินา ณ อาณาบริเวณอันเป็นที่ตั้งวัดบึงพระยาสุเรนทร์ในขณะนี้   เมื่อจับจองที่ตามศักดินาแล้วท่านได้ปลูกบ้านบริเวณบ้านฉาง ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านใต้ของวัดประมาณ 10 เส้น โดยเว้นช่วงที่ตรงบึงขนาดใหญ่ หรือบึงพระยาสุเรนทร์ จำนวน 48 ไร่ ไว้ ต่อมาท่านได้สร้างวัดขึ้น คือ วัดบึงพระยาสุเรนทร์ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2431 ในชีวิตบั้นปลายของ เจ้าพระยาสุเรนทร์ได้หันเหเข้ามาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่วัดบึงพระยาสุเรนทร์ที่ท่านได้สร้างไว้ และอุปถัมภ์เสมอมา โดยถือศีลและบวชเณรด้วย ( เหตุที่ท่านไม่อุปสมบทเป็นพระ เพราะมีโรคประจำตัว คือริดสีดวง คนโบราณเขาถือ)   *ใครสร้าง พระสมเด็จ บึงพระยาสุเรนทร์ ?    หลังจาก เจ้าพระยาสุเรนทร์ สร้างวัดบึงพระนาสุเรนทร์และได้บรรพชาเป็นสามเณรท่านได้สร้างพระพิมพ์ เพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาตามคตินิยมแต่โบราณแล้วนำส่วนหนึ่งแจกแก่ผู้ต้องการนำไปบูชาติดตัวนอกนั้นบรรจุในองค์พระเจดีย์ข้างบึงพระยาสุเรนทร์และได้ฐานชุกชีพพระประธานในพระอุโบสถ   ท่านอธิการดวง สิงหเสนี เจ้าอาวาสวัดบึงพระยาสุเรนทร์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของ เจ้าพระยาสุเรนทร์ ได้สืบเสาะเกี่ยวกับประวัติการสร้างพระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์ โดยสอบถามจากโยมบิดา (บุตรชายคนโต ของเจ้าพระยาสุเรนทร์) และผู้เฒ่าผู้แก่ที่ทันยุคทันสมัย นั้น พอสรุปได้ว่า พระยาสุเรนทร์เดิมทีเป็นผู้สนใจวิชาอาคม และได้รับการถ่ายทอดการปลุกเสกน้ำมันมนต์วิเศษของเจ้าพระยาบดินทรเดชา (ปู่) สำหรับออกทัพจับศึกให้ผิวหนังคงทนต่อศาสตราวุธทั้งปวงและก่อนที่ท่านจะบรรพชาเป็นสามเณร ยังสืบหาพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวท ขอถ่ายทอดวิชาอาคมแขนงต่าง ๆ รวมทั้งขอผงวิเศษ และว่านศักดิ์สิทธิ์นานาชนิดเก็บรวบรวมรักษาไว้กระทั่งบรรพชาเป็นสามเณรได้ดำริสร้างพระพิมพ์ขึ้นด้วยตนเองโดยดำเนินการด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการแกะพิมพ์พระด้วยงาช้าง,ผสมผงกดพิมพ์พระ และการปลุกเสก   *กรุแตก   พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์ แตกกรุเป็นปฐมครั้งแรกเมื่อคราวสงครามอินโดจีน ปี พ.ศ. 2485 ขณะนั้น โยมชุ่ม สิงหเสนี (โยมบิดาของท่านอธิการดวง) และท่านอาจารย์กร่ำเจ้าอาวาสสมัยนั้นได้นำพระที่พบภายในองค์พระเจดีย์มอบให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม แจกแก่ทหารจำนวนสามถุงใหญ่ ประมาณว่าหลายพันองค์   ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 ทางวัดได้ทำการเปิดกรุอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ที่ใต้ฐานชุกชีพพระประธานในพระอุโบสถ และได้นนำออกมาให้ประชาชนบูชาอีกครั้ง   *แบบพิมพ์   พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์ที่พบ และเล่นหากันเป็นมาตรฐานสากลยอมรับกันนั้นมีอยู่ 5 พิมพ์ด้วยกัน คือ   1.พิมพ์สมเด็จฐาน 3 ชั้น 2.พิมพ์สมเด็จฐานแซม 3.พิมพ์สมเด็จปรกโพธิ์ 4.พิมพ์พระเจ้า 5 พระองค์ 5.พิมพ์สมเด็จเล็บมือ หรือบางท่านเรียก"พิมพ์ซุ้มกอ" นอกจากทั้ง 5 พิมพ์ดังกล่าวแล้วท่านผู้รู้ (เซียน) บางท่านยังกล่าวว่า มีพิมพ์พิเศษอีกด้วยคือ พิมพ์ห้า เหลี่ยม และพิมพ์ทรงเจดีย์ แต่ผู้เขียนเองก็ยังไม่เคยเห็นสักองค์ เพียงแต่ได้ยินได้ฟังมาอีกทอดหนึ่งดังนั้นไม่ขอ ยืนยันแน่ชัด   *เนื้อพระ   มีเฉพาะเนื้อผงเพียงเนื้อเดียวเท่านั้นเนื้อละเอียดปานกลาง และแน่นแกร่งพอสมควร สีเขียวอมเทา ซึ่งสีนี้ละม้ายคล้ายคลึงกับ พระสมเด็จปิลันทน์ วัดระฆังและพระกรุวัดท้ายตลาด แต่ไม่ถึงกับเหมือนเลยทีเดียวบางองค์สีเขียวอ่อน บางองค์สีเขียวเข้มไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสภาพที่ผ่านการห้อยบูชาหรือสัมผัสจับต้องมากน้อยเพียงไร เพราะเนื้อพระหากสัมผัสเหงื่อ หรือจับต้องบ่อย ๆ จุดนูน หรือจุดที่ต้องสัมผัส เช่น ซุ้ม , พระพักตร์,ฐาน ฯลฯ เนื้อจะจัดเข้มแลดูมันฉ่ำใสคล้ายเนื้อ "ผงน้ำมัน" ทำให้สีพลอยเข้มจัดไปด้วย   *จุดสังเกตอย่างหนึ่งที่ควรจดจำ คือ เนื้อพระมักจะลั่นร้าวแตกปริ (ในองค์ที่ยังไม่ผ่านการใช้) แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่อย่างชัดเจนแต่ในองค์ที่ไม่เห็นรอยสั่นร้าวแตกปริอาจเป็นเพราะคราบกรุ และขี้กรุบดบังไว้นอกจากนี้น้ำหนักพระจะมากไม่สมดุล กับขนาดด้วย   *คราบกรุ - ขี้กรุ   สำหรับ พระที่แตกกรุเมื่อคราวสงครามอินโดจีน คือ พบที่องค์พระเจดีย์ข้างบึงใหญ่ จะมีคราบกรุหรือดินขี้กรุน้อย ถ้ามีก็จับเกาะ ติดแค่ประปราย ไม่มากนัก ผิดกับพระที่ขึ้นจากใต้ฐานชุกชีพพระประธานในพระอุโบสถซึ่งมีคราบกรุขี้กรุขาวนวลจับเกาะทั่วทั้งองค์ แต่คราบนี้จะเกาะเพียงแค่หลวม ๆ ไม่ติดแน่น   *ด้านหลัง   ส่วนมากเท่าที่พบ จะมีรอยอักขระเหล็กจารอ่านได้ว่า "ติ ติ อุ นิ" อยู่ภายในเส้นยันต์ล้อมรอบ และอาจมีอักขระตัวอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น อุณาโลม เป็นต้น แต่บางองค์ด้านหลังเรียบไม่ปรากฏเหล็กจารก็มีเช่นกัน แต่น้อยมาก *พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์ มีพุทธคุณโดดเด่นในด้านคงกระพันชาตรีมีชื่อเสียงโด่งดังเกรียวกราวมากในสมัยสงครามอินโดจีน นอกจากนี้ยังเข้มขลังไปด้วย คุณวิเศษ ในด้านเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ มหาโชคลาภด้วยเช่นกัน   ++ขอขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.zoonphra.com/amulet/catalog.php?storeno=s016&idp=4225 ++++ <<เคาะเดียวแดงครับ>>    


เขียนโดย :chayls159 เจ้าของรายการ April 22, 2016 09:04:59

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/6383421


พระสังกัจจายน์วัดประสาทฯปี2506เนื้อขาว พระสวยแท้ดูง่าย พระดีพิธีใหญ่ น่าเก็บสะสมมากครับ ส่งออกบัตรรับรองให้พี่เรียบร้อยแล้วครับ รับประกันตามกฏครับ


เขียนโดย :เทพอมร เจ้าของรายการ April 22, 2016 05:12:20

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/หลวงพ่อทวด-วัดอื่นๆ/6391152


พระสวยมากครับ แท้ ดูง่ายมากครับ สภาพเดิมๆครับ ส่งออกบัตรรับรองให้แล้วครับ รับประกันตามกฏครับ


เขียนโดย :เทพอมร เจ้าของรายการ April 22, 2016 05:12:02

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/หลวงพ่อทวด-วัดอื่นๆ/6399821


พระแท้ ดูง่าย สภาพสวยหน้าตาติดชัด ขอบด้านขวาบิ่นไปนิดนึงไม่โดนองค์หลวงปู่ทวดครับ พระแท้ตาเปล่าเลยครับห้อยพระแบบนี้ซิครับ สบายใจน่าใช้มากครับ ส่งออกบัตรรับรองให้แล้วครับ  รับประกันตามกฏครับ


เขียนโดย :เทพอมร เจ้าของรายการ April 22, 2016 05:11:47

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อชิน/6406418


พระแท้ ดูง่าย ทั้งคราบไข สนิมขุมและปานดำมีครบครับ เล่นพระชินเขียวควรเช่าหาพระที่มีบัตรรับรอง ดีที่สุดครับ ส่งออกบัตรรับรองให้เรียบร้อยแล้วครับท่าน เพื่อความสบายใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขายครับผมรับประกันตามกฏครับ


เขียนโดย :เทพอมร เจ้าของรายการ April 22, 2016 05:11:10

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/6363442


พระขุนแผน ท่านขุนพันธ์ฯ บ่วง ซือ เฮง(เฮงหมื่นเรื่อง) ปี 2541 เนื้อผงพุทธคุณผสมว่าน ฝัง ตะกรุดเงิน ๒ ดอก ฝังพลอยเสก พิธีใหญ่ สภาพสวย ขุนแผนเขาอ้อที่สร้างไว้เนือหาแบบเดียวกันราคาไปไกลแล้วครับ รุ่นนี้ยังเก็บได้อยู่ อนาคตไกลครับ) พิธีบ่วงสื่อเฮง ด้านหลัง มีภาษาจีน อ่านว่า บ่วงสื่อเฮง (เฮงหมื่นเรื่อง) และ อักษรไทย ก - ข ท่านขุนพันธ์รักษ์ราชเดช ปลุกเสกเดี่ยว ปี 2541 และเข้าพิธีใหญ่อีกครั้งศาลหลักเมืองประจวบฯ ปี 2544 เป็นรุ่นที่ชาวไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ต่างนิยมชื่นชอบกันมาก


เขียนโดย :หมุนจนรวย เจ้าของรายการ April 18, 2016 10:15:03

หน้าที่ :  24