พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน วัดม่วง กรุงเทพฯ พระรุ่นนี้ปลุกเสกเมื่อเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2505 พิธีปลุกเสกใหญ่มาก มีพระเกจิอาจารย์ดัง เข้าร่วมปลุกเสกมากมาย เช่น ๑)หลวงพ่อเขียน วัดสำนักขุนเณร จ.พิจิตร ๒)หลวงพ่อทบ วัดพุทธบาทเขาน้อย จ.เพชรบรูณ์ ๓)หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.อยุธยา ๔)หลวงพ่อนอ วัดกลาง จ.อยุธยา ๕)หลวงพ่อนา วัดจางบางพ่วง กรุงเทพฯ ๖)หลวงปู่นาค วัดระฆัง กรุงเทพฯ ๗)หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม ๘)หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม จ.นครปฐม ๙)พระอาจารย์สำเนียง วัดเวฬุวัน จ.นครปฐม ๑๐)หลวงปู่เต็ม วัดนิมมานรดี กรุงเทพฯ ๑๑)ท่านพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ จ.ปัตตานี หลังจากนั้นพระอาจารย์ทิม ได้แบ่งนำพระจำนวนหนึ่งไปแจกที่วัดช้างให้ด้วย หลวงพ่อทวดที่สร้างจากวัดม่วงนี้ นับเป็นพระหลวงปู่ทวดอีกสำนักหนึ่งที่มีความเข้มขลังและเปี่ยมไปด้วยพุทธคุณ เพราะมีมวลสารของพระหลวงพ่อทวด ปี พ.ศ.2497 ที่พระอาจารย์ทิมนำมามอบให้ เป็นพระหลวงพ่อทวดต่างวัดที่น่าเก็บสะสมและมีประวัติการจัดสร้างชัดเจน พระองค์นี้สภาพพอสวย รับประกันตามกฎของเวปทุกประการและยินดีส่งออกบัตร
พระคงกรุเก่า ลำพูน เนื้อจัดจ้าน หนึกนุ่ม องค์พระอวบล่ำ คราบน้ำหมากกระจายทั่วองค์ ดูง่ายมากๆครับ จัดให้เพื่อนสมาชิก เคาะเดียวครับ
พระคงกรุเก่าแห่งเมืองลำพูน เนื้อดินละเอียด หนึกนุ่ม ฟอร์มพระล่ำๆ หน้ากลมใหญ่ กล้ามเป็นมัดๆ คราบน้ำว่าน คราบรักน้ำเกลี้ยงประปราย ไม่สวยวี๊ด แต่เร้าใจ มีเสน่ห์ ได้ส่องแล้ววางไม่ลงเชียวครับ งามครบสูตร ตามตำราพระเนื้อดินสกุลลำพูน น่าเก็บเพื่อเป็นองค์ครู หรืออราธนาติดตัวก็มั่นใจในพุทธคุณได้เต็มร้อย พระมีรอยบิ่นเล็กน้อย ด้านบนขององค์พระ แต่ลงตลับแล้วก็น่ารักเหลือเกินครับ
พระสวยเดิมๆ อีก 1 สำนักที่น่าสะสมบูชาเป้นอย่างยิ่งครับ เนื้อว่านจัดจ้าน ผสมมวลสารเก่า ปี 2497 แล้วยังมีว่าน 108 ชนิด อาจารย์ทิม วัดช้างให้ปลุกเสก มอบไว้เป็นมรดกแก่ชาวล้านนา สุดยอดนิรันตรายทุกรุ่น ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงก็มีของดีไว้บูชาได้ครับ
KKR ชื่อนี้รับประกันความแท้ ยันลูกบวชชชช เเต่ประมูลไม่ถึง 1500 กรุณาออกบัตรเองนะครับ รายการประมูล เกิน 500 บาท จัดส่ง ems ให้ครับ รายการประมูลไม่ถึง 500 บาท จัดส่งแบบลงทะเบียนให้ครับ หลังจากผู้ที่ชนะประมูลโอนเงินเรียบร้อยแล้วกรุณาแจ้งที่ กล่องข้อวามได้เลยนะครับเพราะบางครั้งผมไม่สามารถรับโทรศัพท์ ได้ จะสะดวกรับช่วงเลิกงาน หรือช่วงเที่ยงครับ
ศาลพระกาฬ หรือเดิมเรียกว่า ศาลสูง เป็นที่ประดิษฐาน เจ้าพ่อพระกาฬ เทวรูปโบราณยุคขอมเรืองอำนาจ เป็นโบราณสถานและศาสนสถานที่ตั้งอยู่กลางวงเวียนชื่อ วงเวียนศรีสุนทร บนถนนนารายณ์มหาราช ในเขตตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของพระปรางค์สามยอดและเส้นทางรถไฟสายเหนือ เนื้อหา [ซ่อน] 1 ประวัติ 2 เจ้าพ่อพระกาฬ 3 ลิงศาลพระกาฬ 4 สถานที่ใกล้เคียง 5 อ้างอิง ประวัติ[แก้] ศาลพระกาฬ หรือเดิมเรียกว่า ศาลสูง เนื่องจากศาลตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงที่อยู่สูงจากพื้นดิน[1] เป็นศาสนสถานที่เป็นฐานศิลาแลงขนาดมหึมา สันนิษฐานกันว่าฐานศิลาแลงดังกล่าวเป็นฐานพระปรางค์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ หรือสร้างสำเร็จแต่พังถล่มลงมาภายหลังโดยมิได้รับการซ่อมแซมให้ดีดังเดิม[1] ศาลพระกาฬเป็นสิ่งก่อสร้างของขอม สืบเนื่องมาจากเมืองลพบุรีในอดีตจะเคยเป็นส่วนหนึ่งของขอมโบราณ ซึ่งได้กลายเป็นศูนย์กลางการปกครองของขอมในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา[2] อย่างไรก็ตามฌ็อง บวสเซอลิเยร์ ได้สันนิษฐานจากฐานพระปรางค์ที่สูงมากนี้ ว่าเขายังมิได้ข้อยุติว่าเป็นสถาปัตยกรรมขอมโบราณพุทธศตวรรษที่ 16 "อาจเป็นฐานพระปรางค์จริงที่สร้างไม่เสร็จ หรือเสร็จแล้วแต่พังทลายลงมา"[1] ทั้งนี้มีที่ศาลสูงมีการค้นพบศิลาจารึกศาลสูงภาษาเขมร หลักที่ 1[3] และศิลาจารึกเสาแปดเหลี่ยม (จารึกหลักที่ 18) อักษรหลังปัลลาวะภาษามอญโบราณ[4] รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงให้สร้างศาลเทพารักษ์ขนาดย่อมก่ออิฐถือปูน มีลักษณะสถาปัตยกรรมตามพระราชนิยม ทรงตึกเป็นแบบฝรั่งหรือเปอร์เซียผสมผสานกับไทยบนฐานศิลาแลงเดิม ตัวศาลเป็นอาคารชั้นเดียวหลบแดดขนาดสามห้อง ภายในบรรจุทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ กับเทวรูปสีดำองค์หนึ่ง[1] ประมาณกันว่าเป็นศาลประจำเมืองก็ว่าได้[1] เจ้าพ่อพระกาฬ เทวรูปโบราณถูกประดิษฐานภายในศาลพระกาฬ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสเมืองลพบุรีในปี พ.ศ. 2421 ทรงให้ความเห็นเกี่ยวกับศาลสูง ความว่า "ออกจากพระปรางค์สามยอดเดินไปสักสองสามเส้น ถึงศาลพระกาล ที่หน้าศาลมีต้นไทรย้อย รากจดถึงดิน เป็นหลายราก ร่มชิดดี เขาทำแคร่ไว้สำหรับนั่งพัก...ที่ศาลพระกาลนั้นเป็นเนินสูงขึ้นไปมาก มีบันใดหลายสิบขั้น ข้างบนเป็นศาลหรือจะว่าวิหารสามห้อง เห็นจะเป็นช่อฟ้า ใบระกา แต่บัดนี้เหลืออยู่เพียงแต่ผนัง ที่แท่นมีรูปพระนารายณ์สูงประมาณ ๔ ศอก เป็นเทวรูปโบราณทำด้วยศิลา มีเทวรูปเล็ก ๆ เป็นพระอิศวรกับพระอุมาอีก ๒ รูป ออกทางหลังศาลมีบันใดขึ้นไปบนเนินสูงอีกชั้นหนึ่ง มีหอเล็กอีกหอหนึ่ง มีแผ่นศิลาเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑแผ่นหนึ่ง มีรูปนารายณ์ประทมสินธุ์แผ่นหนึ่งวางเปะปะ ไม่ได้ตั้งเป็นที่..."[1] ราวปี พ.ศ. 2465 ศาลเทพารักษ์องค์เดิมขนาดสามห้องได้ทรุดโทรมลงมาก จึงมีการอัญเชิญเทวรูปองค์ดำดังกล่าวลงมาประดิษฐาน ณ เรือนไม้มุงสังกะสีบริเวณพระปรางค์ชั้นล่าง[5] ต่อมาในปี พ.ศ. 2495 ได้มีการสร้างศาลพระกาฬขึ้นใหม่เนื่องจากเรือนไม้สังกะสีเดิมได้ทรุดโทรมลง ศาลพระกาฬหลังใหม่จึงถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมทรงไทยร่วมสมัยของกรมศิลปากรสมัยหม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ เป็นหัวหน้ากองสถาปัตยกรรม[5] มีชลอ วนะภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญร่วมกับองค์กรอื่น ๆ รวมทั้งชาวลพบุรีและผู้ศรัทธาจำนวนมาก[5] ก่อสร้างสำเร็จในปี พ.ศ. 2496[6] ใช้งบประมาณการก่อสร้างสามแสนบาทเศษ ซึ่งดูเด่นเป็นสง่า ณ บริเวณหน้าฐานพระปรางค์โบราณ[5] เจ้าพ่อพระกาฬ[แก้] เจ้าพ่อพระกาฬเป็นเทวรูปรุ่นเก่าซึ่งอาจเป็นพระวิษณุ หรือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร[7] ศิลปะลพบุรี[6] แต่เดิมเจ้าพ่อพระกาฬมีพระกายสีดำ ไม่มีพระเศียร และพระกรทั้งหมด[8] กล่าวกันว่าเจ้าพ่อพระกาฬได้ไปเข้าฝันผู้ประสงค์ดีท่านหนึ่ง นัยว่าขอพระเศียรและพระกรเท่าที่จะหามาได้ ซึ่งได้มีผู้ศรัทธาได้จัดหาเศียรพระศิลาทรายศิลปะสมัยอยุธยา[6] ส่วนพระกรนั้นได้เพียงสองข้างจากทั้งหมดสี่ข้าง ปัจจุบันเจ้าพ่อพระกาฬไม่เหลือเค้าเดิมซึ่งมีสีดำอีกแล้ว ด้วยถูกปิดทองจากผู้ศรัทธาแลดูเหลืองอร่ามจนสิ้น[8] กล่าวกันว่าปีหนึ่งมีผู้มานมัสการไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนคน[9]
KKR ชื่อนี้รับประกันความแท้ ยันลูกบวชชชช เเต่ประมูลไม่ถึง 1500 กรุณาออกบัตรเองนะครับ รายการประมูล เกิน 500 บาท จัดส่ง ems ให้ครับ รายการประมูลไม่ถึง 500 บาท จัดส่งแบบลงทะเบียนให้ครับ หลังจากผู้ที่ชนะประมูลโอนเงินเรียบร้อยแล้วกรุณาแจ้งที่ กล่องข้อวามได้เลยนะครับเพราะบางครั้งผมไม่สามารถรับโทรศัพท์ ได้ จะสะดวกรับช่วงเลิกงาน หรือช่วงเที่ยงครับ
ฉลองสมาชิกใหม่ วัดใจ 20 บาททุกรายการ หลวงปู่ทวด วัดลอน พัทลุง ปี 2509
วัดดาวเสด็จ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นกรุพระเครื่องที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดสระบุรี..มีการขุดค้นพบพระพิมพ์ ต่างๆมากมาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นพระเนื้อดินเผา แต่เนื้่อชินเงินก็มีพบเช่นกัน... ...พระกรุวัดดาวเสด็จ มีการขุดค้นพบมากมายหลากหลายพิมพ์ทรง เช่น พระปรกโพธิ์ พระนาคปรก พระกำแพงหน้าอิฐ พระซุ้มกระรอก และพระนางพญา เป็นต้น ทุกพิมพ์ล้วนเป็นที่นิยมสะสมของบรรดานักสะสมพระเก่า โดยเฉพาะ "พระนางพญา" อาจสืบเนื่องจากพิมพ์ทรงคล้ายคลึงกับ พระนางพญา วัดนางพญา จ.พิษณุโลก พระยอดนิยมหนึ่งในพระชุดเบญจภาคีก็เป็นได้ อีกทั้งปรากฏพุทธคุณเข้มขลังในด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม แคล้วคลาด และคงกระพันชาตรี ...พระนางพญา กรุวัดดาวเสด็จ นับเป็นพระพิมพ์ต้นกำเนิดของพระนางพญากรุอื่นๆ ในจังหวัดสระบุรี มีการขุดค้นพบที่พระอุโบสถเก่า ใต้ฐานชุกชีและฐานของพระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระเนื้อดินเผา เนื้อค่อนข้างหยาบ สีเป็นลักษณะเดียวกับพระเนื้อดินเผาโดยทั่วไป พุทธศิลป์แบบสกุลช่างอยุธยา มีพุทธลักษณะพิมพ์ทรงสามเหลี่ยมหนา ลักษณะการตัดปีกมีทั้งตัดชิดและตัดกว้าง องค์พระประธานประทับนั่ง แสดงปางมารวิชัย เช่นเดียวกับพระนางพญา จ.พิษณุโลก ส่วนพิมพ์ด้านหลังมีทั้งพิมพ์หลังเรียบและพิมพ์หลังอูม สำหรับ "พิมพ์หลังอูม" ภายในจะบรรจุตะกรุดสาลิกาอยู่ 1 ดอก จุดสังเกตอยู่ที่เส้นขอบไรพระศกจะไม่ติดชัดเจน และความหนาบางขององค์พระจะใกล้เคียงกันทุกองค์ ข้อสำคัญ พระนางพญา กรุวัดดาวเสด็จจะไม่มีการปิดทองหรือล่องชาดเลย ...พระนางพญา กรุวัดดาวเสด็จ นับเป็นพระกรุอันทรงคุณค่า เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด และมีพุทธคุณเป็นเลิศปรากฏประจักษ์ ทำให้สนนราคาเช่าหาจึงค่อนข้างสูงเอาการ ยิ่งเป็นพระนางพญาสีแดง พิมพ์หลังอูมด้วยแล้ว นอกจากนั้น ก็จะลดหลั่นกันตามความสมบูรณ์สวยงามขององค์พระ พระนางพญา นอกจาก กรุวัดดาวเสด็จ ซึ่งถือเป็นต้นพิมพ์แล้ว จังหวัดสระบุรียังมีการขุดค้นพบพระนางพญาอีกหลายกรุ เช่น กรุวัดสมุหะ กรุวัดซุ้ง และกรุวัดเพชร ฯลฯ.