พระสวยครับ ไม่มีซ่อม ไม่มีแต่ง ปรอทขาวๆเต็ม คมชัดลึก ปิดวัดใจ รับประกันพระแท้
พระตอกโค๊ดที่ก้น โรยผงตะไบทอง ฝังตะกรุดเงินสาริกาคู่ เนื้อขาวนิยม พระรูปนี้เวปรับออกบัตรครับ
เหรียญ สร้างชาติ ปี 2482 อายุเหรียญ 73 ปีสร้าง เพื่อเป็นที่ระลึกในการสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สมัยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้สร้างอนุสาวรีย์นี้ขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในการที่คณะราษฎร ได้ปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นอนุสรณ์ให้ชนรุ่นหลัง ได้เห็นความสามัคคีกลมเกลียวของประชาชน ทั้งเตือนใจให้ระลึกถึงและช่วยกันพิทักษ์รักษาเทิดทูนรัฐธรรมนูญ ให้สถิตสถาพรเป็นหลักของการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย กรมศิลปากรดำเนินการก่อสร้าง โดยศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี เป็นผู้ออกแบบ และดำเนินการปั้นร่วมกับศิษย์ เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2482 มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2483 ดังนั้นเหรียญสร้างชาติจึงสันนิษฐานได้ว่าน่าจะสร้างประมาณปีพ.ศ. 2482-2483
เป็น พระสมเด็จที่สร้างขึ้นในสมัย พระครูโสภิตธรรมสาส์น อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ ๓ ( พ.ศ.๒๔๙๓ - ๒๕๑๘ ) พร้อมกับพระสมเด็จกำแพงแก้ว ท่านพระครูโสภิตธรรมสาส์นได้จัดสร้างพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพง แก้วขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแจกเป็นของสมนาคุณแก่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาค ทรัพย์ตั้งมูลนิธิเลี้ยงพระ เณร และนักศึกษาในวัด ด้วยเหตุนี้ จึงนับได้ว่าทั้งพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพงแก้วนี้ ต่างก็เป็นพระเครื่องที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างที่ดี พระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพงแก้ว นับเป็นพระเครื่องที่มีความโดดเด่นและมีชื่อเสียงในวงการนักนิยมสะสมพระ เครื่องมานานจวบถึงถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ มิใช่เป็นเพียงเพราะการเป็นพระพิมพ์สมเด็จที่มีการประยุกต์ให้ดีขึ้นจากต้น แบบเดิมเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเพราะว่าได้มีนำรูปพระแก้วมรกตมาจำลองแบบไว้ภายในครอบแก้วด้วย นั่นเอง ซึ่งเดิมทีแล้ว ทางวัดได้ทำการแจกจ่ายออกไปโดยที่มิได้มุ่งหวังความโด่งดังอะไรเลย แต่ผลปรากฎที่ออกมากลับเป็นที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง กล่าวคือใครก็ตามที่ได้พบเห็นพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพงแก้วไม่ว่า จะ ณ ที่ใดก็ตาม จะรู้สึกเหมือนมีอะไรดึงดูดใจให้ต้องเข้าไปชะโงกดูใกล้ ๆ แล้วก็พากันยอมรับในฝีมือช่างโดยปราศจากข้อกังขา แม้ว่าจะมีผู้สร้างพระสมเด็จออกมาเป็นล้าน ๆ องค์ แต่ก็หาใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมีพระพิมพ์สมเด็จของใครสร้างออกมาได้อย่างเป็น ที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะเช่นนี้ และที่สำคัญมวลสารที่นำมาจัดสร้างทั้งพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพง แก้ว ก็นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความขลังได้ไม่น้อยเลยที่เดียว มวลสารที่นำมาจัดสร้าง : - ดินเก่าในกรุวัดราชบูรณะ จ.อยุธยา - ดินเก่าวัดพระรูป จ.สุพรรณบุรี - ดินเก่าวัดมหาธาตุ จ.ลพบุรี - ดินกรุวัดหินตั้ง จ.สุโขทัย - ดินกรุวัดอรัญญิก จ.พิษณุโลก - ดินกรุวัดนครชุม จ.พิจิตร - ดินกรุวัดบรมธาตุทุ่งเศรษฐี จ.กำแพงเพชร - ไคลสีมาวัดโพธิ์แก้วนพคุณ จ.สิงห์บุรี - ไคลสีมาวัดเกาะแก้ว จ.ลพบุรี - ไคลสีมาวัดเขาแก้ว จ.ลพบุรี - ไคลสีมาวัดป่าแก้ว จ.อยุธยา - ไคลสีมาวัดชุมแก้ว จ.ปทุมธานี - ไคลสีมาวัดอ่างแก้ว จ.สมุทรสาคร - ไคลสีมาวัดแก้ว จ.ลพบุรี - ดินสังเวชนียสถานจากอินเดีย ๗ ตำบล - ทรายจากกระถางธูปในสถานที่ที่มีผู้คนสักการะบูชา ๗ แห่ง - เกสรดอกไม้บูชาพระ ๗ แห่ง - ใบโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่นำมาปลูกในประเทศไทย ๗ ต้น - คัมภีร์พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ตัวขอมผูกอาราธนาหลวงพ่อผู้ทรงคุณพิเศษ ๗ รูป - ดินจอมปลวก ๗ จอม - น้ำมนต์ ๗ วัดเป็นตัวประสานมวลสาร พิธีพุทธาภิเษก : ได้มีการจัดพิธีตรงกับวันเสาร์ขึ้น ๙ ค่ำโดยได้มีการอัญเชิญองค์พระแก้วมรกตจำลองสู่โรงพิธี จากนั้นพระสงฆ์ ๗ รูปเจริญพระพุทธมนต์เย็น พอตะวันตกดิน พระสงฆ์เริ่มสวดพุทธาภิเษก คณาจารย์ผู้ทรงคุณวิเศษนั่งปรกปลุกเสกตลอด ๗ คืน หลังจากนั้น พอขึ้น ๑๔ ค่ำก็สวดเดินธาตุและสวดญัตติตามคัมภีร์โบราณก่อนจะนำออกให้ชาวบ้านญาติโยม บูชาต่อไป อนึ่ง ก่อนหน้านั้น ทางวัดได้อาราธนาหลวงพ่อผู้เป็นที่ยอมรับนับถือของคนไทยทั้งประเทศในสมัย นั้น ๗ องค์มาร่วมทำการปลุกเสกอันได้แก่ :- ๑.หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.อยุธยา ๒.หลวงปู่คำมี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ จ.ลพบุรี ๓.หลวงพ่อชม วัดตลุก จ.ชัยนาท ๔.หลวงพ่อมี วัดเขาสมอคอน จ.ลพบุรี ๕.หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว จ.สิงห์บุรี ๖.หลวงพ่อโสภิตธรรมสาส์น วัดรัมภาราม จ.ลพบุรี ๗.หลวงพ่อสมดี จ.สิงห์บุรี เมื่อสร้างและทำพิธีปลุกเสกเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทางวัดก็ได้มอบพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำ แพงแก้วให้แก่พระเกจิอาจารย์ทั้ง ๗ รูปไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่ามากน้อยเท่าใด แต่โดยเฉพาะหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอกนั้น น่าจะได้มากกว่าเกจิอาจารย์รูปอื่น ๆ เนื่องจากปรากฎภายหลังว่าหลวงพ่อจงท่านได้นำเอาพระสมเด็จกำแพงแก้วแจกแก่ ลูกศิษย์ลูกหาไปจำนวนหนึ่งไม่น้อยเลยทีเดียว และภายหลังปรากฎว่าพระสมเด็จทีแจกไปนั้น เป็นที่นิยมศรัทธาอย่างสูง โดยผู้ที่ได้รับแจกต่างพากันเข้าใจไปว่าเป็นพระสมเด็จสร้างโดยหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ทั้งแท้ที่จริงแล้วเป็นของวัดรัมภารามนั่นเอง
เหรียญหล่อสุดเก่า พบเจอน้อยมาก พุทธคุณเต็มเปี่ยมแน่นอนครับ เพราะหลวงปู่ศุขท่านปลุกเสกให้ครับ ขึ้นคอห้อยเดี่ยวได้สบายใจครับ รับประกันตามกฏครับ
ประกันพระแท้ตามกฎ..... อายุหลาย 100 ปี เนื้อชินเงิน มีคราบปรอทสีขาว ลงทองเก่าเดิม http://www.watsamphan.com/oldpic/phragru/
พระเนื้อชินนั่งบัวเม็ดมีปรอทสวย
อ่านสักนิดก่อนเคาะครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาด้วยกันทั้งสองฝ่าย พระราคาไม่ถึง 5000 บาท รบกวนส่งออกบัตรเองครับ ผมรับประกันแท้ แต่ถ้าพระราคาเกิน 5000 บาท ยินดีทำตามกฎ ขอบคุณครับ โอนแล้วกรุณาแจ้งทาง mail box ด้วยนะครับเพื่อความถูกต้องและรวดเร็วในการจัดส่ง ขอบคุณครับ ยังมีรายการพระที่น่าสนใจอีกหลายรายการ เข้าไปดูได้โดยคลิกที่ตัว
ประวัติการสร้างพระภูธราวดี โดยพล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช จากบันทึกของท่านชื่อ “เรื่องอาจารย์นำ แก้วจันทร์” เขียนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ พล.ต.ท.ประชา บูรณธนิต กับ พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้สร้างพระพิมพ์ภูธราวดีด้วยผงว่าน และ ยาแก้-ยากันต่าง ๆ (และยังมี) ผงวิเศษ ผงพระ ดินเสื้อเมือง-หลักเมือง ตะไคร่จากพระธาตุเจดีย์ทั่วประเทศ ดินท้องถ้ำ ดินยอดเขาที่มีชื่อเป็นมงคล ดินสังเวชนียสถานจากอินเดียโดย พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ทรงประทาน กับได้เททองหล่อพระประธานแบบทวาราวดีถวายวัดพระปฐมเจดีย์ สร้างศาลากตัญญูธรรมไว้ที่หน้าองค์พระปฐมเจดีย์เพื่อประดิษฐานพระซึ่งหล่อขึ้นในครั้งนั้น กับสร้างพระกริ่งภูธราวดีด้วยเนื้อทองนวโลหะ พระเครื่องครั้งนั้นทำแจกตำรวจทั่วประเทศ ทหารและผู้อื่นก็แจกตามสมควรไม่มีการให้เช่า พระพิมพ์สร้างขึ้นจำนวน ๑๖๘,๐๐๐ องค์ พระพิมพ์ (เนื้อดินผสมผง) นั้นทำการประสมผงที่ศาลามีชัยแล้วนำมาทำพิธีพุทธาภิเษกที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช และได้กดพิมพ์เป็นองค์ที่นั่น พล.ต.ท.ประชา บูรณธนิต มาเป็นครั้งคราว อาจารย์นำ แก้วจันทร์ เป็นประธานในพิธีตลอด พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดชเป็นผู้ช่วย กดพระพิมพ์ได้ร้อยองค์จะมีพระคะแนนเป็นพิมพ์พระนางตรา ๑ องค์ พิมพ์วัดประตูทอง ๑ องค์ พิมพ์ทวาราวดี ๑ องค์ขณะที่ประสมผงอยู่นั้น ยุงที่ศาลามีชัย และ ในเมืองไม่กัดคน เมื่อทำพิธีพุทธาภิเษกในพระวิหารหลวงนั้นเป็นเวลากลางคืนแมลงต่าง ๆ ไม่มีมาตอมแสงไฟเลย ทำกันอยู่หลายเดือน กินนอนกันอยู่ที่นั่น คนพิมพ์พระมีทั้งทหาร ตำรวจทั้งยศนายและพล พ่อค้า ข้าราชการ พลเรือนก็มี และต้องนุ่งขาวห่มขาวรับศีลทุกวัน ใครออกไปข้างนอกกลับเข้ามาต้องพรมน้ำมนต์ก่อน ห้ามยืนรับของต่อมือผู้หญิงและต้องถือพรหมจรรย์ ใครกลับบ้านแล้วกลับมาทำพระต้องรับศีลใหม่ ห้ามผู้หญิงและคนนอกเข้าในพิธีเมื่อพิมพ์พระเสร็จแล้วสุมด้วยไฟแกลบ ใช้ไม้ที่มีนามเป็นมงคลลงเลขยันต์ทำเชื้อเพลิง เมื่อเข้าที่สุมไฟมีพระสวดชัยมงคลคาถา ๙ รูป เมื่อเอาขึ้นจากที่สุมพรมด้วยน้ำมันจันทน์อย่างดี แล้วทำพิธีพุทธา-ภิเษก-ปลุกเสกอีกครั้ง ขณะพิมพ์พระอยู่นั้นเกิดมหาวาตภัย กระเบื้องมุงหลังคาพระวิหารหลวงมิได้หลุดปลิวเลยแม้แต่แผ่นเดียว แต่วิหารทั่วไปในวัดนั้นกระเบื้องหลังคาปลิวแตกหักเสียหายมาก พล.ต.ท.ประชา บูรณธนิต และ นายวรศักดิ์ อดิเทพวรพันธุ์ ได้มอบตัวเป็นศิษย์ในครั้งนั้น เมื่อทำพิธีพุทธาภิเษกในวัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช แล้ว ก็นำไปทำพิธีพุทธาภิเษกที่วัดพระปฐมเจดีย์ โดยบรรทุกเรือเมล์ปากพนังไป ตามปกติเรือนี้เดินเลียบฝั่งตะวันตกรับคนโดยสารและสินค้าตามเมืองท่าต่าง ๆ จนถึงกรุงเทพฯ แต่เรือเที่ยวนั้นหลงทาง เมื่อออกจากปากน้ำสุดแหลมตะลุมพุกแล้วเกิดแล่นตัดอ่าวไปถึงจันทบุรี ท้องทะเลก็เกิดพายุแต่หาได้ถูกเรือไม่ มีตำรวจไปกับพระหลายนาย หัวหน้าคือ ร.ต.ท.สมิง โชติพันธุ์ กับจ่าหนึ่ง นายสิบพลเรือไปถึงท่าราชวงศ์เวลา ๑๑.๐๐ น. วันนี้จำไม่ได้ ได้นิมนต์พระ ๙ รูป ไปสวดชัยมงคลคาถารับพระพิมพ์และฉันเพลที่นั่น ตอนขนลังพระขึ้นบรรทุกรถยนต์มีฝนปรอยให้ฤกษ์ทั้ง ๆ ที่เป็นฤดูร้อนเดือนเมษายนพิธีพุทธาภิเษก-ปลุกเสกที่พระปฐมเจดีย์ ทำพร้อมกับการสุมหุ่นหล่อพระประธาน เวลากลางคืนมีพระไทย พระญวน และพระจีน แต่แยกกันคนละแห่ง ตั้งพิธีสุมหุ่นใต้ต้นโพธิ์ใบดกหนาอยู่เหนือหุ่นราว ๑ วา เปลวไฟพุ่งขึ้นกระพือใบโพธิ์อยู่ตลอดคืน แต่ใบโพธิ์มิได้เหี่ยวแห้งแม้แต่ใบเดียว เสร็จพิธีแล้วคนรูดเอาไปบูชาจนโกร๋น คืนนั้นฝนตกในบริเวณพิธีพอประมาณ แต่แถวหลังพระและสถานีรถไฟบริเวณห่างออกไปไม่มีฝน พระบรมสารีริกธาตุปาฏิหาริย์ออกจากองค์พระเจดีย์เป็นดวงโตเท่าผลส้มโอ มีรัศมีสวยงาม มาวนอยู่ในอากาศเหนือต้นโพธิ์แล้วหายไปในพิธีได้นิมนต์พระอาจารย์ที่ขลังทุกจังหวัดมาร่วมปลุกเสก ผู้ใดจะเข้าในบริเวณพิธีมงคลต้องนุ่งขาวห่มขาว จนผ้าขาวในจังหวัดนครปฐมไม่มีขาย ผู้หญิงแม้แต่พราหมณีซึ่งไปในคณะพราหมณ์พิธีบวงสรวงก็ไม่ยอมให้เข้าในวงสายสิญจน์ ยุงในวงสายสิญจน์ไม่มีแบบเดียวกับเมืองนครศรีธรรมราช แต่พวกนอกสายสิญจน์ยุงกัดแทบแย่ จากประวัติการสร้างคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณครับ รับรองสุดยอดครับ พระสวยเดิมๆไม่ผ่านการใช้ มีหน้าตา ปั้มปีกกว้างๆครับ คัดสวยจากรังมาให้เลยครับ
เหรียญสันติเจดีย์ อาณาจักรหุบผาสวรรค์ ปี ๒๕๑๙(เนื้อเงิน)