ยินดีรับประกันราคา ตาม กติกา โอนแล้วกรุณา แจ้งให้ทราบด้วยครับ ขอบคุณครับ รับประกันพระแท้ภายในระยะ 30 วัน นับตั้งแต่วันทีท่านได้รับพระ หากเก๊ยินดีคืนเงินเต็มจำนวนไม่หักเปอร์เซ็นต์
ยินดีรับประกันราคา ตาม กติกา โอนแล้วกรุณา แจ้งให้ทราบด้วยครับ ขอบคุณครับ รับประกันพระแท้ภายในระยะ 30 วัน นับตั้งแต่วันทีท่านได้รับพระ หากเก๊ยินดีคืนเงินเต็มจำนวนไม่หักเปอร์เซ็นต์
พระแท้ กรุณากด ดูรายการอื่นด้วยนะครับ เผื่อสนใจรายการไหนอีก สนับสนุนหน่อยนะครับ ขอบคุณมากครับ มีสายอีสานอีกหลายรายการที่น่าสนใจครับ เชิญครับ ปิดแล้วกรุณาโอนด้วยนะครับ(โดนเบี้ยวบ่อยจนขยาด) โอนเงินแล้ว ข้อความมาที่เมลล์บล๊อกด้วยนะครับ จะได้รับพระเร็วขึ้น จะได้สะดวกกันทั้งสองฝ่าย
พระแท้ กรุณากด ดูรายการอื่นด้วยนะครับ เผื่อสนใจรายการไหนอีก สนับสนุนหน่อยนะครับ ขอบคุณมากครับ มีสายอีสานอีกหลายรายการที่น่าสนใจครับ เชิญครับ ปิดแล้วกรุณาโอนด้วยนะครับ(โดนเบี้ยวบ่อยจนขยาด) โอนเงินแล้ว ข้อความมาที่เมลล์บล๊อกด้วยนะครับ จะได้รับพระเร็วขึ้น จะได้สะดวกกันทั้งสองฝ่าย
พระแท้ กรุณากด ดูรายการอื่นด้วยนะครับ เผื่อสนใจรายการไหนอีก สนับสนุนหน่อยนะครับ ขอบคุณมากครับ มีสายอีสานอีกหลายรายการที่น่าสนใจครับ เชิญครับ ปิดแล้วกรุณาโอนด้วยนะครับ(โดนเบี้ยวบ่อยจนขยาด) โอนเงินแล้ว ข้อความมาที่เมลล์บล๊อกด้วยนะครับ จะได้รับพระเร็วขึ้น จะได้สะดวกกันทั้งสองฝ่าย
******การส่งสินค้า****** ถ้าประมูล กี่รายการก็ได้ ยอดรวม 100 บาทขึ้นไป ส่งลงทะเบียนให้ฟรีครับ ถ้ายอดรวมไม่ถึง 100 บาท ส่ง แบบ ติดแสตมป์ธรรมดาให้ครับ ถ้ายอดรวมไม่ถึง 100 บาท แต่จะให้ส่ง แบบลงทะเบียน ขอเพิ่มค่าส่ง 20 บาทครับ ไม่ต้องรีบโอนครับ สะสมได้ถึง 3 อาทิตย์ นับจากรายการแรกที่ปิดประมูลครับ ติดต่อ 0868855670 กิต ขอบคุณครับ
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ เคาะเดียว ถึงราคาขั้นต่ำ @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ ยังมีพระเครื่องราคาย่อมเยาว์ และยังมีพระเกจิพื้นบ้าน พระเกจิท้องถิ่น มากมายหลากหลายเกจิอาจารย์ ให้ท่านได้เข้ามาค้นหาและได้เป็นผู้ครอบครองบูชา x_blackdog รับประกันพระแท้และความพอใจทุกรายการ ทางเลือกธนาคารมี 4ช่องทาง 1. ณภัทร ณภัทรชนม์ "ธ.ไทยพาณิชย์" ออมทรัพย์ สาขาซอยประชาสงเคราะห์ 30 เลขที่บัญชี 102-236575-9 2. ณภัทร ณภัทรชนม์ "ธ.กสิกรไทย" ออมทรัพย์ สาขาห้วยขวาง เลขที่บัญชี 084-2-87497-1 3. ณภัทร ณภัทรชนม์ "ธ.ออมสิน" ออมทรัพย์ สาขาห้วยขวาง เลขที่บัญชี 0200-7377-9694 4. ณภัทร ณภัทรชนม์ "ธ.กรุงไทย" ออมทรัพย์ สาขาตลาดห้วยขวาง เลขที่บัญชี 033-0-26402-8 """"""รบกวนผู้ประมูลได้ เมื่อทำการโอนเงินแล้ว -------@ ช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยครับ @-------""""""" """"""กรุณาแจ้งถึง ธนาคาร -- วัน -- เวลา ที่ทำการโอน ให้ทราบ เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบ"""""" """"""บางท่านหวังใช้ SMSธนาคาร แต่ไม่มีชื่อผู้โอน หรือเบอร์โทรไม่ตรงบ้าง ชื่อไม่ตรงบ้าง ทำให้ผมไม่ทราบว่าเป็นเงินของท่านใดโอนมา จึงยังไม่ได้ทำการส่งพระให้ เพื่อความชัวร์ แจ้งการโอนเงินและที่อยู่ปัจจุบันในการรับพระ""""""" ใช้วิธีเมล์หน้าเวป สะดวก ประหยัด ยืนยันแน่นอน " ควรใช้เมล์หน้าเวปเท่านั้น ถ้าใช้เมล์หน้าเวปไม่ได้ กรุณาโทรหา 084-643-0809 ระหว่างเวลา 09.00-21.00 " เพื่อความรวดเร็วในการจัดส่งถูกต้องไม่ผิดรายการ และที่อยู่ในการรับพระถูกต้องไม่ผิดสถานที่ในการรับพระ """"""ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ในการจัดส่ง ช่วยแจ้งทางเมล์หน้าเวป ให้ผมรับทราบก่อน""""" """"""และเมื่อผมทำการจัดส่งแล้ว จะให้รหัสพัสดุไว้ที่ FBของท่านครับผม""""" ปล. สำหรับเบอร์ติดต่อโดยตรง 084-643-0809 กรุณาโทรช่วงเวลา " 09.00 - 21.00 " ขอบคุณครับ
ยินดีรับประกันราคา ตาม กติกา โอนแล้วกรุณา แจ้งให้ทราบด้วยครับ ขอบคุณครับ รับประกันพระแท้ภายในระยะ 30 วัน นับตั้งแต่วันทีท่านได้รับพระ หากเก๊ยินดีคืนเงินเต็มจำนวนไม่หักเปอร์เซ็นต์
กายเหมือนเรือ ใจเหมือนนายเรือ ถ้านายเรือไม่รับการฝึกหัดให้ชำนิชำนาญ หรือประมาทไป ก็จะพาเอาเรือไปเป็นอันตรายเสีย ต่อเป็นผู้ได้ศึกษาและมีสติ จึงจะสามารถพาไปถึงท่า ชาติกำเนิดและชีวิตปฐมวัย หลวงปู่ศรีจันทร์ วณฺณาโภ ชื่อเดิม ศรีจันทร์ จันทิหล้า เกิดเมื่อวันพุธ ขึ้น 13 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง ซึ่งตรงกับวันที่ 18 มกราคม 2447 เกิด ณ บ้านฟากเลย ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย บิดาของท่านชื่อ อมาตย์ เพี้ยฤทธิ์ (ลี จันทิหล้า) มารดาของท่านชื่อ นางตุ๊ จันทิหล้า ท่านหลวงปู่ศรีจันทร์เป็นบุตรคนที่ 12 ตระกูลจันทิหล้า เป็นครอบครัวที่อุดมสมบูรณ์มาก มีฐานะญาติมิตรมากมาย เพราะบิดาของท่านหลวงปู่เป็นเพี้ย ซึ่งเป็นชื่อตำแหน่งของข้าราชการในภาคอีสานนับได้ว่าหลวงปู่ศรีจันทร์ วณฺณาโภ เป็นบุตรของข้าราชการไทยในยุคหนึ่งนั่นเอง และท่านได้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติในฐานะที่ท่านเป็นคนไทยคนหนึ่งอย่างสมเกียรติ หลวงปู่ศรีจันทร์ สมัยเป็นเด็กเล็กๆ อยู่ ท่านได้รับความอบอุ่นจากบิดาและมารดาตลอดจนญาติพี่น้องทั้งหลายพออายุได้เกณฑ์เข้าโรงเรียน บิดาของท่านได้นำไปฝากเพื่อศึกษาเล่าเรียน ณ โรงเรียนประจำอำเภอวังสะพุงจังหวัดเลย ในชีวิตปฐมวัย ท่านสามารถศึกษาเล่าเรียนได้ในเกณฑ์ดีพอใช้ กิริยามารยาทของท่านนั้นตามปกติแล้วเป็นเด็กที่เชื่อฟังบิดามารดาและญาติพี่น้องเสมอ เมื่อได้มาอยู่โรงเรียน จึงเป็นที่รักใคร่จากครูบาอาจารย์มากท่านเป็นคนเงียบ พูดน้อยมีสติปัญญามาแต่เด็ก จิตใจของท่านนั้นมีความเมตตา ปราณี อ่อนโยนมีความสงสารสัตว์ไม่ชอบการเบียดเบียน ไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ ท่านมีความเข้าใจว่า ทุกชีวิตที่เกิดมาย่อมมีความรักตัวกลัวตาย กลัวเจ็บ กลัวไข้ด้วยกันหมดทั้งสิ้น ดังนั้นการเบียดเบียนกันจึงเป็นเหตุให้ผู้ถูกเบียดเบียนเกิดทุกขเวทนา มีเวรกรรมต่อกันหาที่สิ้นสุดลงไม่ ส่วนผู้เบียดเบียนผู้อื่นก็ไม่มีความสุข เกิดทุกข์ มีบาปกรรมอีกทั้งยังส่งผลให้ได้รับทุกขเวทนาเช่นกัน ฉะนั้นความคิดเช่นนี้ ท่านจึงพึงระวังไม่ให้เกิดบาปกรรมและระวังมาตั้งแต่สมัยเด็กจนได้บรรพชาอุปสมบท การศึกษาของท่านสามารถเรียนจบชั้นประถมบริบูรณ์ (ชั้น ป.3) ในสมัยนั้น ชีวิตสมณะ การแสวงหาธรรมและปฏิปทา ในกาลต่อมา หลวงปู่ศรีจันทร์ ได้ความคิดเห็นจากบิดามารดาของท่านให้เพิ่มวิชาความรู้ เพื่อจะได้นำความรู้นั้นๆ มาประกอบกิจชีวิตอันดีงาม การศึกษาในสมัยนั้นยังไม่กว้างขวางอย่างเช่นปัจจุบัน ถ้าบุคคลใดมีความประสงค์ที่จะก้าวหน้าต่อไป ก็จำเป็นอยู่ที่จะต้องศึกษาในแหล่งนักปราชญ์ราชบัณฑิต ซึ่งเป็นวัดวาอารามนั่นเอง ที่เป็นแหล่งศึกษาแก่กุลบุตรผู้หวังความเจริญ ในปี 2461 ท่านได้เข้าบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดศรีชมชื่น ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2461 ได้รับความเมตตาจากพระครูหวดเป็นพระอุปัชฌาย์ ขณะนั้นท่านมีอายุได้ 15 ปีเต็ม เนื่องจากได้บวชเป็นสามเณรแล้ว ท่านมีจิตใจรักในการศึกษามากอยู่แล้ว ท่านจึงเข้าศึกษาทางด้านพระปริยัติธรรม การศึกษาพระวินัยนั้น ท่านมีความสนใจมากในการศึกษาด้านการปกครองหมู่คณะ ท่านจึงได้ออกเดินทางมาอยู่จำพรรษาที่กรุงเทพฯ และได้พำนักที่วัดสัมพันธวงศ์ ภายหลังท่านได้รับความเมตตาอันสูงสุดให้ได้แปรญัตติเป็นสามเณรฝ่ายธรรมยุต เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2462 โดยได้รับพระเมตตาจากพระเดชพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น สุจิตฺโต นพวงศ์) เป็นพระอุปัชฌาย์อาจารย์ พระมหารัชมังคลาจารย์เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงปู่ศรีจันทร์ (ในสมัยเป็นสามเณร) ท่านได้มานะพยายามเป็นยิ่งยวด ศึกษาธรรมวินัยอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะท่านได้รับความเอ็นดูจากพระอุปัชฌาย์จารย์ และครูบาอาจารย์ผู้ฝึกสอนจนมีความรู้ความเข้าใจขึ้นอีกมากมาย และยังเป็นที่ไว้วางใจจากครูบาอาจารย์เป็นพิเศษ สมัยที่เป็นสามเณรศรีจันทร์ จันทิหล้า นั้น ท่านได้เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ อยู่ในหมู่ของนักบวชนั้นท่านเป็นบุคคลที่รักความสงบมีความเมตตาปราณี กิริยาวาจาเรียบร้อยรู้จักบาป-บุญ-คุณ-โทษ รู้จักนอบน้อมผู้ใหญ่กว่า และยังเป็นบุคคลที่เกิดมาในสกุล "เพี้ย" คนหนึ่งจริยาขันธนิสัยจึงได้รับการอบรม มาจากบิดามารดาและบรรดาญาติพี่น้องของท่านมาก่อน จึงเป็นเหตุให้ท่านเรียบร้อยนอบน้อม กายวาจาที่แสดงออกมาเป็นที่พึงจิตพึงใจแก่ผู้พบเห็นและผู้ที่อยู่ใกล้ชิด เมื่อได้บรรพชาอุปสมบทเข้ามาในทางพระพุทธศาสนา และได้มาอยู่จำพรรษาใกล้ชิดกับครูบาอาจารย์ ที่เป็นมหาราชบัณฑิตและท่านนักปราชญ์ทั้งหลายในกรุงเทพฯ ตลอดจนถึงความเจริญก้าวหน้า มีเหตุมีผลได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศสอนสั่งไว้แล้ว ท่านยังได้มาอยู่ใกล้ชิดรับใช้พระอุปัชฌาย์จารย์ คือ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ และยังมีพระเดชพระคุณเจ้าอีกหลายพระองค์ที่ประกอบด้วยสติปัญญาอันแหลมคมรอบตู้ในพระธรรมวินัย ท่านจึงได้นอบน้อมจดจำมาเป็นเยี่ยงอย่างใส่จิตใส่เกล้าของท่านมาตลอด ความที่หลวงปู่ศรีจันทร์ วณฺณาโภ หรือ วณฺณาโภภิกขุ ขณะศึกษาเล่าเรียนอยู่ ณ สำนักวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ในสมัยนั้นท่านได้พยายามศึกษาวิชาครูผู้ดำเนินตามครูบาอาจารย์ไว้ ดังบทความที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ติสสเถร นิพนธ์ไว้ ณ วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ ดังนี้ "อันธรรมดาว่าผู้เป็นครู เมื่อจะทำการสอนควรบำเพ็ญพรหมวิหารธรรมให้มีก่อนแล้วจึงจะสอนภายหลัง" พรหมวิหาร 4 อย่างก็คือ 1. เมตตา ได้แก่ ตั้งใจส่งความรักใคร่ไปให้ผู้อื่น ถอนความเกลียดชังแก่ผู้อื่น 2. กรุณา ได้แก่ ตั้งใจช่วยทุกข์ของผู้อื่น 3. มุติตา ได้แก่ ตั้งใจยินดีต่อผู้อื่น ในเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดิบได้ดี ถอนความริษยาลาภผลจากผู้อื่น 4. อุเบกขา ได้แก่ ตั้งใจวางเฉยในเหตุการณ์ทั้งมวล แต่มิใช่เฉยอย่างปราศจากสติ คือเฉยในเมื่อได้วิจารณ์เห็นว่าหมดอำนาจเมตตา กรุณา และมุติตา ที่ได้แผ่ไปแล้วจึงเฉย
สวย