หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระนามเดิม เปิ่น นามสกุล ภู่ระหงษ์ เกิดวันอาทิตย์ที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๖ เดือน ๙ ปีกุน ณ บ้านเลขที่ ๔ หมู่ที่ ๔ ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นบุตรของนายฟัก นางยวง ภู่ระหงษ์ เป็นบุตรคนที่ ๙ ในจำนวนพี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกันรวม ๑๐ คน หลวงพ่อเปิ่นสนใจในเรื่องของไสยศาสตร์ มาตั้งแต่สมัยเด็กอาศัยว่าครอบครัวของท่านอยู่ใกล้กับวัดบางพระซึ่งในสมัย นั้นมีพระคุณเจ้าที่จำพรรษาอยู่ที่วัดบางพระมีความเก่งกาจมีความเชี่ยวชาญใน สายไสยศาสตร์ หลายองค์ เด็กชายเปิ่นจึงเข้าออกเพื่อความอยากรู้อยากใฝ่หา ในวิชาอยู่กับวัดบางพระเป็นประจำ นายเปิ่น ศึกษาวิชากับหลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก ด้รับการถ่ายทอดยาสมุนไพรรักษาโรค คาถาอาคมต่างๆ โดยเฉพาะวิชาสักยันต์อันเกรียงไกร จากหลวงพ่อหิ่ม อินฺทโชโต เจ้าอาวาสวัดบางพระซึ่งท่านท่านรักและเมตตาศิษย์หลวงพ่อเปิ่นเป็นพิเศษ วิชาการต่าง ๆ ท่านจึงถ่ายทอดให้โดยไม่ปิดบัง ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๑ ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีกุน จึงเข้าสู่บรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบางพระ ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมี เจ้าอธิการหิ่ม อินทโชโต เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ทองอยู่ ปทุมรัตน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เปลี่ยน ฐิตฺธัมโม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลวงพ่อเปิ่น ได้นามว่า "พระฐิตคุโณ" การศึกษาเล่าเรียนใด ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด แม้หลวงพ่อเปิ่นได้รับจากหลวงพ่อหิ่มมาก็ยังไม่อิ่มในรสแห่งพระธรรม เสร็จจากงานฌาปนกิจศพของหลวงพ่อหิ่มแล้ว ก็ตั้งใจจะแสวงสัจจะธรรมต่อไปอีก หลวงพ่อเปิ่นได้เข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์ หลวงพ่อโอภาสี (พระมหาชวน)วัดบางมด ซึ่งได้อบรมแนะนำสั่งสอนพระกัมมัฎฐาน ศึกษาปฏิบัติกับหลวงพ่อโอภาสีเป็นเวลา ๑ ปีเศษ หลวงพ่อเปิ่นก็กราบลาเพื่อออกธุดงค์วัตรต่อไปทางภาคเหนือของประเทศไทย แล้วธุดงค์ลงใต้ พบอาจารย์ที่ไหน ก็จะเข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์ เพื่อศึกษาธรรมจากท่าน ย้อนกลับขึ้นมาที่สุราษฎร์ธานี ได้กราบนมัสการ หลวงพ่อพุทธทาส แห่งสวนโมกข์ และ หลวงพ่อสงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย หลังจากนั้นข่าวคราวของหลวงพ่อเปิ่นเงียบหายไปอย่างสนิทกระทั่งปลายปี พ.ศ.๒๕๐๔ บ่ายแก่ของวันหนึ่ง พระธุดงค์วัยเกือบสี่สิบมาปักกลดอยู่ชายทุ่ง ใกล้กับวัดทุ่งนางหรอก อำเภอลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี พระธุดงค์องค์นี้ได้สร้างศรัทธาให้แก่ชาวบ้านอย่างมากมาย ทั้งปฏิปทาที่เคร่ง ทั้งสายวิชาพระเวท ทั้งยาสมุนไพรช่วยเหลือชาวบ้าน ยิ่งเกิดศรัทธาอันสูงสุดของชาวบ้านที่พุ่งตรงสู่พระธุดงค์รูปนี้ หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ คือองค์พระธุดงค์องค์นั้น ภายในระยะเวลาไม่ถึง ๒ ปี หลวงพ่อเปิ่นได้พัฒนาวัดทุ่งนางหรอก อำเภอลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี ทำให้มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ในช่วงดังกล่าว ท่านเกิดป่วยกระทันหัน จำเป็นต้องเข้ามารักษาตัวในเมือง ท่านจึงได้กลับมารักษาตัวที่วัดบางพระ ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ตั้งใจไว้ว่าเมื่อหายป่วยดีแล้วก็จะกลับไปพัฒนาส่วนอื่นที่จะต้องทำอีกต่อไป เมื่อหายป่วยดีแล้ว ก็ตั้งใจจะกราบลาพระอาจารย์เพื่อเดินทางกลับไป ประจวบเหมาะกับที่ชาวบ้านวัดโคกเขมา มาขอพระจากพระอาจารย์เปลี่ยน ฐิตธัมโม ไปเป็นเจ้าอาวาสเพื่อพัฒนาวัด คณะสงฆ์ในตำบลแหลมบัว ออกประกาศและแต่งตั้งให้ หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ เป็นเจ้าอาวาสวัดโคกเขมา ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๙ และนี่เป็นจุดแห่งบุญญาบารมีและชื่อเสียงของหลวงพ่อเปิ่นเมื่อเข้ารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโคกเขมา หลวงพ่อเปิ่นได้เริ่มพัฒนาวัด ก่อสร้างเสนาสนะ ซ่อมแซมปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ ทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เกิดด้วยแรงศรัทธาของประชาชนที่มีต่อ หลวงพ่อเปิ่นในเวลานั้น และที่วัดโคกเขมานี่เอง หลวงพ่อเปิ่นได้สร้างพระเครื่องเป็นครั้งแรก ปัจจุบันพระเครื่องหลวงพ่อเปิ่นรุ่นนี้ของวัดโคกเขมาหายากมาก เพราะเป็นพระเครื่องที่มีประสบการณ์ สร้างอภินิหาริย์ให้ผู้เช่าบูชาได้ประจักษ์ หลังจากรุ่นรูปหล่อเนื้อทองแดงของท่านแล้ว พระเครื่องและวัตถุมงคลต่าง ๆ จากวัดโคกเขมาจึงออกมาอีก เพื่อให้ศิษย์และประชาชนทั่วไปได้เช่าหาบูชากัน เพื่อนำเงินบำรุงพัฒนาวัด ที่วัดโคกเขมา ได้จัดสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลหลวงพ่อเปิ่นทั้งเนื้อผง สมเด็จ รูปหล่อ เหรียญ พระบูชาพระสังกัจจายน์ ทุกอย่างทุกองค์ที่หลวงพ่อสร้างมีค่ายิ่งสำหรับชาวบ้านที่รับไป สิ่งที่เป็นตำนานกล่าวขานกันอย่างไม่มีวันจบสิ้น จวบจนปัจจุบันตั้งแต่วัดโคกเขมาเป็นต้นมาก็คือ "การสักยันต์" หลวงพ่อเปิ่นในสมัยที่ท่านยังมิได้รับพระราชทาน สมณะศักดิ์ หลวงพ่อเปิ่นท่านลงมือสักลงอักขระเวทด้วยองค์ท่านเอง มาภายหลังหลวงพ่อได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาการสักให้แก่ศิษย์เป็นองค์สักแทน แล้วหลวงพ่อเปิ่นเพียงทำพิธีครอบให้เท่านั้น เรื่องการสักยันต์ของหลวงพ่อเปิ่นกล่าวเพียงบทสรุป ว่าชอบ เสือ ด้วยเหตุผลที่บอกเพียงสั้น ๆ แก่ศานุศิษย์ว่า เสือเป็นสัตว์ที่มีอำนาจ เพียงเสียงคำรามของเสือ สัตว์ทั้งหลายก็สงบเงียบ กลิ่นของเสือ สัตว์ทั้งหลายเมื่อรับสัมผัสจะยอมในทันที หลีกทันก็ต้องหลีก จัดอยู่ในมหาอำนาจ เสือรูปร่างสง่างาม เต็มไปด้วยอำนาจบารมี จัดอยู่ในมหานิยม ที่สำคัญ หลวงพ่อเปิ่น เคยประจันหน้ากับเสือมาแล้ว กลางป่าลึก ระหว่างธุดงค์วัตรแถวป่าใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี จึงเกิดความประทับใจตั้งแต่นั้นมา เมื่อหลวงปู่หิ่ม อินฺทโชโต มรณภาพลงและหลวงพ่อเปิ่นออกจาริกแสวงธรรม ทางวัดบางพระเงียบเหงาลง ต่อมา"หลวงพ่อทองอยู่ ปทุมรัตน์" พระกรรมวาจาจารย์ของหลวงพ่อเปิ่นได้เป็นเจ้าอาวาสต่อจากหลวงปู่หิ่ม จนมรณภาพลงในปี พ.ศ.๒๕๑๖ เจ้าอาวาสวัดบางพระ จึงว่างลง ชาวบ้านจึงพร้อมใจกัน ไปกราบอาราธนาหลวงพ่อเปิ่นให้กลับมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางพระ ซึ่งในตอนแรกหลวงพ่อเปิ่นไม่ยอมมาด้วยสาเหตุว่าไม่มีใครดูแลวัดโคกเขมา ซึ่งเป็นเหมือนกับวัดที่ท่านสร้างขึ้นมาใหม่ ภาระและความรับผิดชอบยังอยู่ที่ท่าน กล่าวกันว่าชาววัดโคกเขมา เมื่อทราบว่าหลวงพ่อเปิ่นท่านจะต้องกลับไปพัฒนาวัดบางพระซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของท่าน เสียดายก็เสียดายทำอย่างไรได้เมื่อเหตุมันเกิดก็ต้องยอมแต่ยังอุ่นใจอยู่ว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นไปกราบปรึกษาหารือท่าน ก็คิดว่าจะได้รับคำแนะนำที่ดีมีประโยชน์ บางทีท่านอาจจะลงมือมาช่วยได้อีก ในที่สุดหลวงพ่อเปิ่นท่านก็กลับมาพัฒนาวัดบางพระ สมเจตนาของชาวบ้านบางพระ นั่นคือการจบชีวิตการธุดงค์ของหลวงพ่อเปิ่น ในวันที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๓ ให้พระฎีกาเปิ่น วัดบางพระ จังหวัดนครปฐม เป็น "พระครูฐาปนกิจสุนทร" ช่วงนี้นี้เองที่วัดบางพระมีการออกพระเครื่องและวัตถุมงคลของหลวงพ่อเปิ่น เพื่อทดแทนในน้ำใจแห่งศรัทธาที่ศิษยานุศิษย์และชาวบ้านได้ร่วมกันในการพัฒนาวัดบางพระ
หลวงพ่อได้สร้างจรเข้ขุดนี้เป็นชุดสุดท้าย ที่เป็นทางการ สร้างด้วยโลหะสามประการเรียกว่า "รัตนมงคล" เริ่มทำการอธิษฐานจิตวันเพ็ญทุกๆ เดือน ตั้งแต่ปี 2528 จนครบ 5 พรรษา จรเข้ชุดนี้จึงให้นามว่า "รุ่นจันทร์เพ็ญ" ต่อมาในงานผูกพัทธสีมาวัดลำบัวลอย จึงได้นิมนต์เกจิอาจารย์ทรงคุณวุฒิทำการพุทธาภิเษกอีกครั้ง เมื่อวันที่ 21 กพ 33 เพื่อให้ไว้เป็นที่ระลึกในงานผูกพัทธสีมาวัดลำบัวลอย ในวันที่ 22-28 กพ 2533 ดังนั้น จรเข้รุ่นนี้จึงถือว่าพิเศษกว่าทุกรุ่น ท่านบอกว่า พลังสรรพวิชาจรเข้ของหลวงพ่อ มาประจุอยู่ที่รุ่นนี้ทั้งหมดครับ ใช้ได้ทุกทาง หมั่นปลุก หมั่นเรียก ถือว่าเป็นรุ่นดีที่สุดของท่านครับ 1 ปกป้องคุ้มครอง แคล้วคลาด ภัยอันตรายต่างๆ 2 คุ้มครองป้องกัน ภูตผีปิศาจเกรงกลัว 3 ไปทางบก ทางน้ำ ป้องกันสัตว์เลื้อยคลาน 4 เป็นมหาอำนาจ ศัตรูเกรงขาม 5 ป้องกันเสนียดจังไร ถอดถอนเสน่ห์ ยาแฝดต่างๆ คาถาปลุก แบบสั้น นะโม 3 จบ อิ สวา สุ ภาวนา 3 คาบ 7 คาบ แบบยาว นะโม 3 จบ โอมสะท้านลั่นพระธรณี พระนารายณ์อวตารเป็นพญากุมภีร์ ทรงสรศรีกำกับกายหวังจะปราบมารร้ายราวี โอมพระพุทธัง เกาะโสทากระโร นะโมพุทธายะ โอมพระธัมมัง เกาะโสทากระโร นะโมพุทธายะ โอมพระสังฆัง เกาะโสทากระโร นะโมพุทธายะ พุทธังคงเนื้อ ธัมมังคงหนัง สังฆังคงกระดูก องค์พระพุทธังคือเพ็ชรคง ๆ องค์พระธัมมังคือเพ็ชรคง ๆ องค์พระสังฆังคือเพ็ชรคง ๆ นะอิสวาสุ โมอิสวาสุ พุทอิสวาสุ ทาอิสวาสุ ยะอิสวาสุ พี่ๆท่านใดสนใจกราบเรียนเชิญครับ ของเก๊เกลื่อนสนามครับ องค์นี้ตัวจริงเสียงจริงครับ มาพร้อมกับบัตรรับรอง สบายใจได้ครับ สนใจทักมากันนะครับ จัดส่งพร้อมบัตรรับรองเลยครับ🙏🙏👅 แรงด้วยพุทธคุณ และ ประสบการณ์จริงๆครับ ของเก๊เกลื่อนสนามครับ องค์นี้ตัวจริงเสียงจริงครับ มาพร้อมกับบัตรรับรองเช่าหาสบายใจได้ครับ ของดีไม่ควรพลาดครับ นานๆจะพบเจอตัวจริงสักองค์ครับผม รับประกันตามกฎทุกประการครับ ปล.ผู้ชนะการประมูลเมื่อโอนแล้วรบกวน แจ้งใน mailbox ให้ทราบด้วยนะครับ เพื่อการจัดส่งที่รวดเร็ว ขอบพระคุณมากครับ
พระสมเด็จองค์ปฐมที่หลวงพ่อปลุกเสกนานที่สุด3ปี คือตั้งแต่ปี2532-2534 จัดสร้างโดยหลวงพ่อบุญรัตน์เจ้าอาวาสวัดโขงขาว ซึ่งท่านตั้งใจจะสร้างเป็นพระพุทธชินราชเพื่อแจกสมนาคุณแก่ผู้ที่ทำบุญกับวัด หลวงพ่อบุญรัตน์ท่านได้ขออนุญาติให้หลวงพ่อปลุกเสกให้ หลวงพ่อจึงถามว่าพระอะไรอยู่ในกล่อง หลวงพ่อบุญรัตน์แจ้งว่าเป็นพระพุทธชินราช หลวงพ่อจึงให้หยิบมาให้ท่านดู พอท่านดูท่านก็พูดว่า"นี่ไม่ใช่พระพุทธชินราชนะ นี่เป็นสมเด็จองค์ปฐม"แล้วท่านก็เมตตาปลุกเสกให้ในงานทอดกฐินวัดโขงขาวปี2532-2534 นับว่าเป็นสมเด็จองค์ปฐมรุ่นแรกที่สร้างก่อนวัดท่าซุงอีก พิธีปลุกเสกเหมือนวัดท่าซุงทุกประการโดยสมเด็จองค์ปฐมและพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พรหม เทวดาทั้งหมดลงมาปลุกเสกให้ ดังนั้นพุทธคุณนั้นเหมือนวัดท่าซุงทุกประการ ป้องกันได้แม้กระทั่ง รังสี นิวเคลียร์ โรคระบาด แถมราคายังถูกกว่าวัดท่าซุงมาก ถ้าเป็นของวัดท่าซุงต้องว่ากันหลักหมื่นแต่ของวัดโขงขาวยังอยู่ที่หลักพัน ของวัดท่าซุงนั้นพบเจอยากมากครับสายลูกศิษย์เก็บหมด หรือแค่โชว์อย่างเดียว สำหรับผู้ที่ต้องการไว้บูชาใช้แทนของวัดท่าซุงได้เลยครับ ยังงัยหลวงพ่อท่านก็ปลุกให้ให้เหมือนกับวัดท่าซุงทุกประการ เนื่องจากหลวงพ่อท่านผูกพันกับวัดโขงขาวและหลวงพ่อบุญรัตน์มา ในอดีตชาติศพหลวงพ่อท่านได้ถูกนำมาฝังที่นี่และหลวงพ่อบุญรัตน์ก็เคยเกิดเป็นลูกหลวงพ่อมาหลายชาติตามคำที่หลวงพ่อท่านเคยพูดไว้
โอนเงินได้โดยตรง ปลอดภัย 1,000% ธนาคาร : กรุงไทย สาขา : ประดิพัทธิ์ 16 เลขบัญชี : 050 007 2906 ชื่อบัญชี : สรายุทธ์ กัลยานุช โทร 086 500 6521 แจ๊ค โคราช ชื่อนี้เป็นประกัน คุณภาพ ไม่เคยเสียเคดิส เสียเงินไม่ว่าเสียหน้าไม่เอา พระแท้ ส่งเร็ว ทันใจ โอนแล้วฝากข้อความในกล่องข้อความดีที่สุด ผมเปิดเช็คตลอด ยังมีรายการที่น่าสนใจอีกครับคลิกที่ ตัว เลยครับ
โอนเงินได้โดยตรง ปลอดภัย 1,000% ธนาคาร : กรุงไทย สาขา : ประดิพัทธิ์ 16 เลขบัญชี : 050 007 2906 ชื่อบัญชี : สรายุทธ์ กัลยานุช โทร 086 500 6521 แจ๊ค โคราช ชื่อนี้เป็นประกัน คุณภาพ ไม่เคยเสียเคดิส เสียเงินไม่ว่าเสียหน้าไม่เอา พระแท้ ส่งเร็ว ทันใจ โอนแล้วฝากข้อความในกล่องข้อความดีที่สุด ผมเปิดเช็คตลอด ยังมีรายการที่น่าสนใจอีกครับคลิกที่ ตัว เลยครับ
ชีวิตของหลวงพ่อจง หลังจากที่ได้อุปสมบทแล้ว ได้ปรากฎเหตุอันน่าแปลกมหัศจรรย์เด่นชัดขึ้น เพราะนอกจากจะหายป่วยหายไข้แล้ว เมื่อได้มาศึกษาหาความรู้ในด้านธรรมะ คือได้ศึกษาพระปริยัติธรรมและธรรมสิกขา พร้อมทั้งฝึกฝนในด้านการเขียนอ่านอักษรทั้งไทยและขอมจากท่านพระอาจารโพธิ์ เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างใน ซึ่งเป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระภิกษุจงได้แสดงออกถึงความในอัจฉริยะ ด้วยการเรียนรู้จดจำสิ่งที่ได้รับถ่ายทอดมาอย่างแม่นยำและเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง จนใคร ๆ ทั้งหลายที่รู้พื้นความเป็นมาต่างพากันอดแปลกใจสงสัยเสียมิได้ว่า "เอ๊ะ..ทำไมภิกษุจงจึงมิยักงมโข่งหรืออุ้ยอ้ายอับปัญญา เหมือนกับบุคลิกที่อ่อนแออมโรค ที่ส่อแสดงว่าน่าจะเป็นไปในทางทึบหรืออับ เรียนรู้จดจำอะไรไม่แม่นยำ" และยิ่งเพิ่มความแปลกมหัศจรรย์แปลกไกลไปกว่านั้น ภายหลังจากที่ได้กระจ่างแจ้งในพระธรรมและภาษาหนังสือพอสมควรแล้ว พระอาจารย์โพธิ์ที่เล็งเห็นแววว่าน่าจะเป็นไปได้ของพระภิกษุจง ได้ให้การถ่ายทอดวิชาในด้านเวทวิทยาคมที่ท่านเชี่ยวชาญจนเป็นที่เลื่องลือ ถือกันว่า พระอาจารย์โพธิ์คือยอดแห่งผู้ทรงเวทในสมัยนั้นให้กับพระภิกษุจงด้วย ผลก็ปรากฎว่า พระภิกษุจงสามารถน้อมรับวิชาไว้ได้ทุกกระบวนมนต์ สำเร็จแตกฉานชนิดสิ้นภูมิผู้เป็นอาจารย์กันเลยทีเดียว และด้วยการได้รับถ่ายทอดวิชาให้ชนิดไม่มีการปิดบังซ่อนเร้นภูมิรู้ใดไว้ของพระอาจารโพธิ์ จึงทำให้พระภิกษุจงได้ก้าวเข้ามาทำหน้าที่เป็นที่รวมใจ ที่พึ่
เรียนวิชาอาคม ชีวิตของหลวงพ่อจง หลังจากที่ได้อุปสมบทแล้ว ได้ปรากฎเหตุอันน่าแปลกมหัศจรรย์เด่นชัดขึ้น เพราะนอกจากจะหายป่วยหายไข้แล้ว เมื่อได้มาศึกษาหาความรู้ในด้านธรรมะ คือได้ศึกษาพระปริยัติธรรมและธรรมสิกขา พร้อมทั้งฝึกฝนในด้านการเขียนอ่านอักษรทั้งไทยและขอมจากท่านพระอาจารโพธิ์ เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างใน ซึ่งเป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระภิกษุจงได้แสดงออกถึงความในอัจฉริยะ ด้วยการเรียนรู้จดจำสิ่งที่ได้รับถ่ายทอดมาอย่างแม่นยำและเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง จนใคร ๆ ทั้งหลายที่รู้พื้นความเป็นมาต่างพากันอดแปลกใจสงสัยเสียมิได้ว่า "เอ๊ะ..ทำไมภิกษุจงจึงมิยักงมโข่งหรืออุ้ยอ้ายอับปัญญา เหมือนกับบุคลิกที่อ่อนแออมโรค ที่ส่อแสดงว่าน่าจะเป็นไปในทางทึบหรืออับ เรียนรู้จดจำอะไรไม่แม่นยำ" และยิ่งเพิ่มความแปลกมหัศจรรย์แปลกไกลไปกว่านั้น ภายหลังจากที่ได้กระจ่างแจ้งในพระธรรมและภาษาหนังสือพอสมควรแล้ว พระอาจารย์โพธิ์ที่เล็งเห็นแววว่าน่าจะเป็นไปได้ของพระภิกษุจง ได้ให้การถ่ายทอดวิชาในด้านเวทวิทยาคมที่ท่านเชี่ยวชาญจนเป็นที่เลื่องลือ ถือกันว่า พระอาจารย์โพธิ์คือยอดแห่งผู้ทรงเวทในสมัยนั้นให้กับพระภิกษุจงด้วย ผลก็ปรากฎว่า พระภิกษุจงสามารถน้อมรับวิชาไว้ได้ทุกกระบวนมนต์ สำเร็จแตกฉานชนิดสิ้นภูมิผู้เป็นอาจารย์กันเลยทีเดียว และด้วยการได้รับถ่ายทอดวิชาให้ชนิดไม่มีการปิดบังซ่อนเร้นภูมิรู้ใดไว้ของพระอาจารโพธิ์ จึงทำให้พระภิกษุจงได้ก้าวเข้ามาทำหน้าที่เป็นที่รวมใจ ที่พึ่งพิงของญาติโยมแทนผู้เป็นอาจารย์ในเวลาต่อมา
เหรียญรูปไข่พระมงทิพยมุนี ปี2499 เนื้อทองแดง วัดทองธรรมชาติ สภาพผ่านการใช้พร้อมบัตรรับรองDDครับ
เหรียญรูปไข่พระพุทธชินราช ปี2506 วัดหลวงอรัญ จ.ปราจีนบุรีเหรียญสภาพผ่านการใช้ พร้อมบัตรรับรองddครับ