วัด โคนอน เขตภาษีเจริญ ธนบุรี ในอดีต เคยเป็นที่จำพรรษาของหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง และหลวงปู่รอด อาจารย์ของท่าน และได้สร้างพระปิดตาเนื้อชินตะกั่ว บรรจุกรุไว้ และมีการเปิดกรุอย่างเป็นทางการในราวปี 2512 จนมากระ ทั่งปี 2514-2515 ทางวัดโคนอนได้มีการยกช่อฟ้าอุโบสถหลังใหม่ ***ท่าน เจ้าอาวาสจึงได้นำแท่งชินเก่าของหลวงปู่เอี่ยม และเศษพระปิดตาที่พบจากกรุวัดโคนอนที่ชำรุดมาหลอมรวมสร้างพระขึ้นใหม่ และนิมนต์พระเกจิผู้ทรงคุณจากทั่วประเทศ มาร่วมพิธีปลุกเสกพระชุดนี้เพื่อแจกแก่ผู้มีจิตศรัทธาเป็นที่ระลึกเมื่อวัน ที่ 1 เมษายน 2515 พิธีปลุกเสกเริ่มในวันที่ 25 มีนาคม 2515 โดยมีพระเกจิที่นั่งปรกปลุกเสกดังนี้ 1. หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เป็นเจ้าพิธี 2. หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง 3. หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม 4. หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังวิเวการาม 5. หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ, 6. หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราฯ, 7. หลวงพ่อแก้ว วัดช่องลม, 8. หลวงพ่อผ่อง วัดจักรวรรดิ์ฯ, 9. หลวงพ่อเชื้อ วัดใหม่บำเพ็ญบุญ, 10. หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส, 11. หลวงพ่อสิม วัดถ้ำผาปล่อง, 12. หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี, 13. หลวงพ่อบุญ วัดจันทรังษี, 14. พระอาจารย์สมชาย วัดเขาสุกิม, 15. หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก, 16. หลวงพ่อปี้ วัดด่านลานหอย, 17. หลวงพ่อเล็ก วัดหนองดินแดง, 18. หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยา, 19. หลวงพ่อสุด วัดกาหลง, 20. หลวงปู่หิน วัดระฆัง 21. หลวงพ่อมิ วัดสิงห์, ฯลฯ ร่วมปลุกเสก พระ ชุดไตรภาคี เนื้อชินตะกั่ว ประกอบด้วยพระปิดตามหาอุตม์, พระนางพญา และพระรอด ขนาดเล็กแขวนบูชาได้สะดวก ด้านหลังตอกโค้ดเป็นสัญลักษณ์ โดยในการสร้างนั้นได้ข้อมูลมาจากผู้ที่เป็นผู้อยู่ในพิธีนั้นเล่า ให้ฟังว่า ในพิธีนี้ถือได้ว่าเป็นพิธีพุทธาภิเษกที่ยิ่งใหญ่มาก ปลุกเสกตลอด 9วัน 9 คืน ทั้งเช้าและเย็นตลอดเวลา โดยมีลป.โต๊ะเป็นแม่งานแล้วเดินทางมาเสกทุกวัน ส่วน พระที่สร้างนั้นจริงๆแล้วมีด้วยกัน 4 พิมพ์ แต่ส่วนใหญ่จะเห็นแต่ปิดตาส่วนอีก 3 พิมพ์ คือพระรอด นางพญา และ พิมพ์นางกวัก * ขั้นตอนการสร้างพระนั้นไม่ใช่สร้างเสร็จแล้วนำมาเข้าพิธีนะครับ พระทุกองค์จะหลอมและเทพิมพ์พระทีละองค์ในพิธีเท่านั้น โดยผู้ที่เข้าร่วมพิธีจะต้องนุ่งขาวห่มขาว และถือศิลโดยต้องทำภายในพระอุโบสถเท่านั้น และผู้หยอดพิมพ์จะต้องอยู่จำนวนตามทีกำหนดไว้ โดยมีพระเกจิอาจารย์นั่งปรกปลุกเสกอยู่ตามทิศตามประเพณีโบราณ พระชุดปิดตานั้นจะเป็นฆราวาสและเด็กวัดช่วยกันหยอดพิมพ์ ส่วนพิมพ์นางพญาและพระรอด พระในวัดเป็นผู้หยอดพิมพ์ครับ หลังจากพิธีเสร็จสิ้น หลวงปู่โต๊ะ ได้กล่าวกับลูกศิษย์ว่า พิธีนี้ หลวงปู่เอี่ยมลงมาทำพิธีด้วยครับ พระสวยผิวปรอท ตอกโค้ดชัดๆ พร้อมกล่องครับ
พระยอดขุนพลซุ้มเรือนแก้ว สุโขทัย หรือบางตำราเรียกขุนแผนซุ้มเรือนแก้ว เนื้อชินเงิน แท้ดูง่ายครับผม แทบไม่ต้องส่อง เซียนท่านบอกว่าองค์นี้เป็นกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุสุโขทัยนอนกรุเดียวกับพระร่วงหลังรางปืนอันเลื่องชื่อ พุทธคุณสูงเด่นมาก ทางโชคลาภ แคล้วคลาดคงกระพันชาตรี ไม่เป็นสองรองใคร หาไม่ง่ายเลยครับผม เปิดแบบเบาๆไม่พบเจอบ่อยๆนะครับผม
พระสยามเทวาธิราช ด้านหลังเป็นยันต์น้ำเต้า เจ้าคุณนรฯ สร้างปี 2513 เนื้อโลหะผสมรมดำ สภาพสวยมาก หายากมาก ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต วัดเทพศิรินทราวาส กทม. พระอรหันต์ยุคกึ่งพุทธกาล ศีลาจารวัตรของท่านบริสุทธิ์ผุดผ่องมาก ยากที่จะหาใครมาเทียบท่านได้อีกแล้ว พระเครื่องที่ท่านอธิษฐานจิตให้ หากว่าคนดีนำไปใช้แล้ว อันตรายแม้แต่แมวข่วนก็จะไม่มี และจะไม่มีวันตกอับในชีวิตอีกด้วย แม้ขนาด น้ำในอ่างล้างเท้าของท่าน ยังมีคนมาตักนำกลับไปบ้านทุกวัน หรือแม้กระทั่งก้อนกรวดที่ท่านอธิฐานจิตให้ก็ศักดิ์สิทธิ์และมีพลานุภาพมาก ท่านเป็นพระผู้ทรงไว้ซึ่งปฏิปทาและวัตรปฏิบัติอันดีงาม ซึ่งควรแก่การเคารพสักการบูชาเป็นอย่างยิ่ง วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกมีความศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมไปด้วยพุทธคุณเป็นอย่างยิ่ง พระเครื่องของท่าน เจ้าคุณนรฯ ที่สะอาดและ บริสุทธิ์ กระทั่งวัตรปฏิบัติ และจริยาวัตรครับ ขอให้ทุกท่านโชคดีมีของดีไว้คุ้มครอง ท่านเจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทราวาส ปลุกเสก เมื่อปี 2513 หายากมาก (รับประกันแท้ ยินดีคืนเงินเต็มภายใน 10 วัน) รับประกันความแท้ รับประกันตามกฎระเบียบครับ...... รับประกันความพอใจครับ ถ้าพระมีปัญหายินดีคืนเงินเต็มครับ โดยไม่ถามเหตุผลให้รำคาญใจ
พระยอดขุนพล เนื้อชินเขียว กรุวัดวังบัว จ.เพชรบุรี พระองค์นี้มีไขและปานดำให้เห็น พระมีเลี่ยมเงินจับขอบ สภาพพอใช้ ถ่ายรูปไม่ชัด องค์จริงสวยกว่าในรูป รับประกันความแท้ตลอดไป ยินดีส่งให้ทางเวปตรวจสอบและปฎิบัติตามกฎของเวปทุกประการ
(องค์ที่นำมาตั้งประมูลนี้ พิมพ์งบน้ำอ้อย*พิมพ์เล็ก หลังกาบหมากหายากครับ ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.2 ซม.* เนื้อดิน หลวงปู่ยิ้ม เป็นที่นิยมมากผู้ที่มีมักจะหวง มีพุทธคุณสูง เมตตามหานิยม แคล้วคลาด คงกะพันชาตรี) หลวงปู่ยิ้ม ท่านเริ่มจัดสร้างพระตั้งแต่ปี 2460 และสร้างตลอดมา เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ท่านบรรจุในฐานชุกชี ๘๔,ooo องค์ ตามพระธรรมขันธ์ อีกจำนวนหนึ่งท่านบรรจุตามพระเจดีย์รอบพระอุโบสถ (เวลาท่านลงพระอุโบสถ เช้า-เย็น ท่านจะยืนอธิฐานจิตร ทุกวัน) วัดปฏิบัติของท่านเป็นที่น่าเลื่อมใสของชาวบ้าน และผู้ที่พบเห็น **หลังจากกท่านหยุดสร้างพระแล้วได้นำพระทั้งหมดทำพิธีปุกเสก ปี ๒๔๗๔ มี หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงปู่ยิ้ม วัดเจ้าเจ็ดใน หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก เป็นประธานในพิธี พร้อมพระเกจิอาจารย์อีกกว่า ร้อยรูป ** หลวงปู่ยิ้ม วัดเจ้าเจ็ดในท่านเป็นเกจิอาจารย์ สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นพระสหายธรรมกับ หลวงพ่อปาน บางนนโค ,หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก, วัดทั้งสามท่านอยู่ไม่ไกลกัน มากนักทั้งสามท่าน เป็นที่เคารพ และศัทธาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และใกล้เคียง ทั้งสามท่านจึงได้รับฉายาว่า " สามเสือแห่งกรุงเก่า" (พระหมอหลวงพ่อปาน เกจิอาจารย์หลวงพ่อจง เมตตาไหลหลงหลวงปู่ยิ้ม)
ราคาพิเศษ พระเคาะเดียวปิดครับ<<< พระเนื้อดินผงเกสร 25 พุทธศตวรรษ เนื้อผงเกสาสภาพสวยแบบผิวเดิมๆ มวลสารและพิมพ์ติดหน้าตา ดูง่ายแท้ทุกสนามครับ 25 พุทธศตวรรษ ปี2500 องค์นี้สภาพสวยแบบผิวเดิมๆ พิมพ์คมติดหน้าตาชัดเจน ลักษณะพิมพ์ทรงถูกต้องตามหลักการครับ (พระราคาหลักร้อย พุทธคุณหลักล้านครับ) ภาพถ่ายจากองค์จริง ไม่มีการแต่งภาพใดๆ เลยครับ พระองค์นี้จัดว่าเป็นพระดูง่าย แท้ทุกสนามครับ และรับประกันพระมาตรฐานสากล ตามกฎ ครับ ลองชม ลองพิจารณาดู ถ้าสนใจก็เชิญเคาะได้เลยนะครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังจริง ๆ ครับ พร้อมกล่องเดิมรุ่นเก่าจากหลวงพ่อเณรวัดศรีสุดาราม พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ ประวัติพิธีการสร้างและปลุกเสก ครั้งยิ่งใหญ่ พระเครื่องที่มีพิธีกรรมปลุกเสกครั้งยิ่งใหญ่ในเมืองไทย วงการพระจักต้องจารึกพระราชพิธีที่สำคัญยิ่งไว้ในครั้งนั้น ได้แก่ พิธีพุทธาภิเษก หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า 25 พุทธศตวรรษ ซึ่งพิธีนี้ปลุกเสกที่พระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวรารามวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานครนี่เอง และนับเป็นพิธีมหาพุทธาภิเษกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นพระเครื่องที่ทางการได้จัดสร้างขึ้นเพื่อนำเงินรายได้จัดสร้างพุทธมณฑลที่ตำบลศาลายา และบูรณปฏิสังขรณ์ปูชนียสถานที่สำคัญๆ ในทางพุทธศาสนาของเรา นับเป็นการสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และถูกต้องครบถ้วนตามพิธีทางศาสนา ทำการปลุกเสกโดยพระคณาจารย์ที่มีชื่อ 108 องค์ ซึ่งทางการได้คัดเลือกมาจาก ทั่วราชอาณาจักร เป็นพระเครื่องที่มีพุทธานุภาพและปาฏิหาริย์หลายอย่างแก่ผู้มีไว้ในครอบครอง พระเครื่อง 25 พุทธศตวรรษ มีด้วยกัน 3 ชนิด คือ 1.พระเครื่องเนื้อทองคำแท้ สร้างเพียง 2,500 องค์ 2.พระเครื่องเนื้อชิน สร้างเพียง 2,421,250 องค์ 3.พระเครื่องเนื้อดิน สร้างเพียง 2,421,250 องค์ 4.พระเครื่องชนิดเหรียญนิกเกิล สร้างเพียง 2,000,000 เหรียญ อนึ่ง นอกจากนี้ก็มีพิมพ์พิเศษ ซึ่ง พล.ต.ต.เนื่อง อาขุบุตร หนึ่งในกรรมการดำเนินงานได้สร้างขึ้นเป็นพิมพ์สี่เหลี่ยม พระชุดนี้ พล.ต.ต.เนื่อง อาขุบุตร ได้นำเข้าพิธีพร้อมกับพระเนื้อชินและเนื้อดิน เมื่อเสร็จพิธีแล้วได้แจกให้กับกรรมการที่มีส่วนในการจัดงานให้ลุล่วงไปด้วยดีคนละหนึ่งองค์ หากผู้ใดจะเช่าบูชานั้นจะสมนาคุณรายที่เช่าบูชาพระเนื้อดินหรือชินพร้อมกันครั้งละ 100 องค์ สำหรับพระเนื้อชินและเนื้อดินนั้นมีส่วนผสมที่น่าสนใจมาก คือ พระเนื้อชิน ที่ประกอบด้วยมวลสารของโลหะหลายอย่างเช่น พลวง, ดีบุก, ตะกั่วดำ และ แผ่นเงิน, ทองแดง ที่พระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณทั่วประเทศทำการลงอักขระยันต์มาแล้ว ยังมีชนวน หล่อพระในพิธีอื่นๆ พร้อมผงตะไบ “พระกริ่งนวโลหะ” ทั้งของ สมเด็จพระสังฆราชแพ และ ท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) วัดสุทัศน์ มาเป็นชนวนในการสร้างที่มากถึง 2,421,250 องค์ ส่วน พระเนื้อดินผสมผงเกสร ก็มีมวลสารที่ประกอบด้วยดินจาก ทะเลสาบสงขลาเกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา เป็นส่วนผสมหลัก เนื่องจากดินที่เกาะยอเนื้อละเอียดมีลายเป็นพรายน้ำในตัวและมีสีเหลืองนวลคล้าย พระซุ้มกอ, พระลีลาเม็ดขนุน โดยนำมาผสมกับผงเกสรดอกไม้ 108 ชนิด แล้วยังมีว่านต่างๆ พร้อมดินหน้าพระอุโบสถ, ดินหน้าพระอารามสำคัญของแต่ละจังหวัด และดินจากบริเวณที่ประดิษฐานพระประธานพุทธมณฑล รวมทั้งดินจากสังเวชนียสถาน 4 ตำบล (ประสูติ-ตรัสรู้-ปฐมเทศนา-ปรินิพพาน) จากประเทศอินเดีย โดยมีผงพุทธคุณจากพระคณาจารย์ 108 รูป ผงพระเครื่องที่ชำรุด เช่น พระสมเด็จวัดระฆัง, พระรอด, นางพญา, ผงสุพรรณ, ซุ้มกอ, กำแพงลีลาเม็ดขนุน, ขุนแผนบ้านกร่าง ฯลฯ รวมทั้ง ผงตะไบพระกริ่งนวโลหะ ของ สมเด็จพระสังฆราชแพ, เจ้าคุณศรี (สนธิ์) วัดสุทัศน์ ดังกล่าวข้างต้น เนื่องจากการสร้างพระ 25 พุทธศตวรรษ เนื้อดินผสมผง ตั้งโรงงานสร้างขึ้นในบริเวณวัดสุทัศน์ พระเนื้อดินผสมผงก็สร้างด้วยจำนวนมากเท่ากับเนื้อชิน คือ 2,421,250 องค์ ซึ่งพอสร้างเสร็จและนำเข้าเตาเผาก็จะปรากฏเป็นสีที่แตกต่างกัน เช่น ดำ, น้ำตาลไหม้, เทา, เขียว, ขาวนวล, พิกุลแห้ง, หม้อใหม่, ครีม, ชมพู รวมทั้ง เนื้อสองสี (ที่เรียกว่า เนื้อผ่าน) และหากตั้งข้อสังเกตจะเห็นได้ว่าสีขององค์พระจะคล้ายกับพระที่สร้างในยุคโบราณ ทั้ง พระรอด, พระคง, พระเปิม และ พระบาง รวมทั้งพระเนื้อดินเผาสกุล นางกำแพง, ผงสุพรรณ และพระกรุของเมือง อยุธยา เป็นต้น ประธานฝ่ายสงฆ์ของพิธีกรรม คือ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศมหาวิหาร ประธานฝ่ายฆราวาส จอมพล ป. พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ ประธานฝ่ายจัดสร้างพระพิมพ์ รองประธานฝ่ายจัดสร้างได้แก่ พลตำรวจตรี เนื่อง อาขุบุตร ท่านได้เป็นกรรมการจัดจำหน่ายให้สาธุชนและผู้มีเกียรติทั้งหลายเช่าบูชาไปสักการะ หรือนำติดตัวเพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายได้อีกด้วย พิธีกรรม การทำพิธีพุทธาภิเษกปลุกเสกพระเครื่อง ได้นิมนต์พระคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิมาทำพิธีถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกนำสิ่งของที่จะสร้างมาทำพิธีพุทธาภิเษกปลุกเสกเสียก่อนครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2500 ณ พระอุโบสถวัดสุทัศน์ มีพระคณาจารย์มาทำพิธีครบ 108 องค์ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2500 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ได้ทรงพระกรุณาเททอง หล่อพระทองคำ แล้วทรงพิมพ์พระเนื้อดินและชนิดเนื้อชินเป็นปฐมฤกษ์ แต่วันนั้นได้สร้างในบริเวณวัดสุทัศน์เป็นเวลาถึง 3 เดือนเศษจึงแล้วเสร็จ ต่อมาเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2500 ได้ทำพระเครื่องทั้ง 3 ชนิดดังกล่าวแล้ว เข้าพิธีพุทธาภิเษกอีกครั้งเป็นระยะเวลา 3 วัน 3 คืน รวมเวลาทำพิธีพุทธาภิเษก 2 ครั้ง 6 วัน 6 คืน มีพระเกจิอาจารย์ที่ทางการ ร่วมอาราธนามาปลุกเสก 108 องค์ การสร้างพระเครื่องนี้ ได้ลงมือทำพิธีปลุกเสกสรรพสิ่งตลอด 3 วัน 3 คืน ในพระอุโบสถวัดสุทัศน์เทพวราราม ราชวรมหาวิหาร มีสมเด็จพระราชาคณะ , เจริญพระพุทธมนต์ 25 รูป พระคณาจารย์ปลุกเสก บรรจุพุทธาคมครบ 108 รูป อภินิหารพระเครื่อง 25 พุทธศตวรรษ ปืนเอ็ม 16 กระหน่ำยิง 30 นัด ไม่ระคายผิว พระเครื่องราคาสูงหลัก “แสน” หรือหลัก “ล้าน” ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะ “เข้มขลังตามมูลค่า” ขณะที่ราคาพระเครื่องหลัก “ร้อย” หรือหลัก “พัน” อาจมีพุทธานุภาพสูงส่งก็ได้เพราะไม่มีอะไรเป็นเครื่องวัดได้ ซึ่งผิดกับความร้อน-หนาวที่วัดได้ด้วย “เทอร์โมมิเตอร์” แต่สิ่งเดียวที่พอจะวัดได้ก็คือ “ประสบการณ์” เพราะเป็น “ปรากฏการณ์” ให้พบเห็นทั้งในอดีตและปัจจุบันอยู่เสมอ “เหนือลิขิต ประกาศิตฟ้าดิน” ฉบับนี้จึงขอนำท่านผู้ อ่าน “อ่านความจริง...อ่านเดลินิวส์” ย้อนกลับไปพบกับข่าวหนึ่งบนหน้าหนังสือพิมพ์ “เดลินิวส์” ที่ได้บันทึกเหตุการณ์เป็นข่าวที่สุดตื่นเต้นเป็นการพิสูจน์ถึงอภินิหารของ “พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ” ที่ปัจจุบันยังมีให้บูชาในราคาไม่สูงเกินไปนัก โดยหนังสือพิมพ์ “เดลินิวส์ ฉบับที่ ๙,๔๗๐ ประจำวันศุกร์ที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘” ได้เสนอข่าวถึงเรื่องราวปาฏิหาริย์ของ “พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ” ที่มีรายงานข่าวจาก จังหวัดพัทลุง ว่าเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๑๘ เวลา ๐๔.๓๐ น. นายสืบศักดิ์ แกล้วทนง อายุ ๒๓ ปี บ้านอยู่หมู่ที่ ๒ ต.ป่าพยอม อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากดูโขนสดและภาพยนตร์ที่ วัดป่าพยอม เพื่อกลับบ้าน ขณะขับขี่ไปถึง ตลาดป่าพยอม เกิดไปเฉี่ยวเอาราษฎรหน่วยปฏิบัติการพิเศษ “ชุดล่าสังหาร” ผู้หนึ่งที่ทาง “ทหาร ผส.๕ ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่” มาจัดตั้งหน่วยขึ้นที่ ต.ป่าพยอม อ.ควนขนุน เพื่อทำหน้าที่ปราบปรามผู้ก่อการร้ายในพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งกำลังเดินกลับ เข้าค่าย จำนวน ๔ คน ราษฎรหน่วยปฏิบัติการพิเศษ “ชุดล่าสังหาร” ผู้ที่ถูก “นายสืบศักดิ์” ขับรถเฉี่ยวจึงตะโกนบอกให้ “นายสืบศักดิ์” หยุดรถแต่ “นายสืบศักดิ์” เป็น “คนหูหนวก” จึงไม่ได้ยินเลยไม่หยุดรถ “หน่วยล่าสังหาร” ผู้นั้นจึงรัว “ปืนเอ็ม ๑๖” เข้าใส่ “นายสืบศักดิ์” ที่ยังขับรถทั้งหมด ๓๐ นัด กระสุนปืนพุ่งเข้าหา “นายสืบศักดิ์” เต็มแผ่นหลังจนตกลงจากรถจักรยานยนต์ หน่วยล่าสังหารทั้ง ๔ นายจึงกรูเข้าไปดูกลับเห็น “นายสืบศักดิ์” ปราศจากบาดแผลเนื่องจาก “กระสุนปืนเอ็ม ๑๖” ที่ยิงใส่นายสืบศักดิ์ไม่ระคายผิวเลย “หน่วยล่าสังหาร” ทั้ง ๔ นายจึงช่วยกันหักคอ “นายสืบศักดิ์” จนตายคามือแล้วพากันหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการชันสูตรศพ จึงพบว่าแผ่นหลังของ “นายสืบศักดิ์” ถูกกระสุนปืนเอ็ม ๑๖ หลายนัดแต่กระสุนไม่ทะลุ มีเพียง “รอยไหม้เกรียม” ที่เกิดจากพิษกระสุนปรากฏเป็นจุด ๆ เท่านั้น ส่วนเหตุที่เสียชีวิตก็เพราะกระดูกบริเวณแผ่นหลังและที่ลำคอของ “นายสืบศักดิ์” หักหลายชิ้นเจ้าหน้าที่ค้นในตัวศพจึงพบว่าหนุ่มใบ้ผู้เสียชีวิตมีเพียง “พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ ๑ องค์” เท่านั้นซึ่งเป็นพระเครื่องที่จัดสร้างขึ้นเมื่อคราวมีงานฉลอง “๒๕ พุทธศตวรรษ” ในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ซึ่งครั้งนั้นรัฐบาลได้จัดตั้งกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อดำเนินงานเกี่ยวกับการสร้างพระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ สำหรับเป็นที่ระลึกและแจกจ่ายสมนาคุณให้แก่ประชาชน ผู้ที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนในการสร้าง “พุทธมณฑล” โดย “พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ” ที่จัดสร้างขึ้นในครั้งนั้นมีรายการและรายละเอียดดังนี้ ๑. เนื้อชิน พุทธลักษณะเป็นรูปองค์พระปฏิมากรแบบนูน เป็นพระที่สร้างขึ้นด้วยเครื่องปั๊มขนาดความกว้าง ๑.๘ ซม. สูง ๔.๗ ซม. หนา ๒ มม. วัสดุที่สร้างมีส่วนผสมต่าง ๆ ดังนี้ “พลวง, ดีบุก, ตะกั่วดำ, เนื้อนวโลหะ” และ “แผ่นทองแดง, แผ่นตะกั่ว, แผ่นเงิน” ที่พระอาจารย์ต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักรทำการลงอักขระเลขยันต์ และคาถาต่าง ๆ แล้วนำมาผสมหล่อหลอมเข้าด้วยกันโดยมีจำนวนสร้าง ๒,๔๒๑,๒๕๐ องค์ ๒. เนื้อดิน พุทธลักษณะเป็นรูปองค์พระปฏิมากรแบบนูน สร้างขึ้นด้วยเครื่องปั๊มมีด้วยกัน ๒ พิมพ์คือ “พิมพ์เขื่อง” มีขนาดกว้าง ๑.๖ ซม. สูง ๔.๒ ซม. หนา ๖ มม. “พิมพ์ย่อม” มีขนาดกว้าง ๑.๔ ซม. สูง ๓.๙ ซม. หนา ๔ มม. วัสดุที่ใช้สร้างเป็น “เนื้อดิน” ทั้ง ๒ พิมพ์โดยนำดินที่ขุดจาก ทะเลสาบจังหวัดสงขลา ผสมกับ เกสรดอกไม้ ๑๐๘ ชนิด ตลอดทั้งว่านและใบไม้ต่าง ๆ พร้อม ดินจากหน้าพระอุโบสถ ที่มีความสำคัญจากจังหวัดต่าง ๆ อีกทั้งดินที่นำมาจากสังเวชนียสถาน ๔ แห่ง ใน ประเทศอินเดีย นอกจากนี้ยังใช้ผงวิเศษจากพระอาจารย์ต่าง ๆ และพระเครื่องโบราณที่ชำรุดเช่น “พระสมเด็จฯ, พระขุนแผน, พระนางพญา, พระรอด” มาผสมเข้าด้วยกัน จำนวนที่สร้าง ๒,๔๒๑,๒๕๐ องค์ เช่นกันกับเนื้อชินโดยพระเครื่องเนื้อดินเผามีด้วยกันหลายสี อาทิ สีดำ, สีเทา, สีขาวนวล, สีพิกุลแห้ง, สีหม้อใหม่, สีครีม, สีชมพู, สีน้ำตาลไหม้ ฯลฯ เป็นต้น ๓. เนื้อทองคำ พุทธลักษณะเป็นรูปองค์พระพุทธปฏิมากรแบบนูน สร้างด้วยเครื่องปั๊มมีขนาดกว้าง ๑.๘ ซม. สูง ๔.๗ ซม. หนา ๒ มม. ด้านหน้าและด้านหลังพุทธลักษณะโดยทั่วไปเป็นแบบเดียวกันกับพระ “เนื้อชิน” และจำนวนสร้างเท่ากับ พ.ศ. ที่สร้างคือ ๒,๕๐๐ องค์ โดยน้ำหนักทองคำองค์ละ ๖ สลึง ทางด้านพิธีกรรมการ ปลุกเสกครั้งแรกทำการปลุกเสกสรรพวัตถุและมวลสารต่าง ๆ ก่อนที่จะได้นำมาสร้างเป็นพระโดยประกอบพิธีปลุกเสก ณ พระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืนด้วยกัน โดยในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๐ เวลา ๑๖.๓๐ น. ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธานพิธี สมเด็จพระวันรัต (ปลด กิตฺติโสภโณ) สังฆนายก วัดเบญจมบพิตรฯ จุดเทียนชัยและมีพระเกจิอาจารย์ ๑๐๘ รูป นั่งปรกปลุกเสก บรรจุพุทธาคมลงในสรรพวัตถุและมวลสารต่าง ๆ จนตลอดคืน จากนั้นวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๐ เวลา ๑๖.๓๐ น. พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ ประธานคณะกรรมการฯเป็นประธานพิธี และพระราชาคณะ ๒๕ รูป เจริญพระพุทธมนต์ พระเกจิอาจารย์ ๑๐๘ รูปนั่งปรกปลุกเสกบรรจุ พุทธาคมลงในสรรพวัตถุ และมวลสารต่าง ๆ ตลอดคืน ธธ102 1670ฝฝ73 1 74ฝฝ76 77ฝฝ79 3 80 85ฝฝ88 5 ตต101 1802ฝฝ04 1 05ฝฝ07 2 08ฝฝ10 3 11ฦฦ13 4 15ฦฦ16 5 23ฝฝ25 8 26ฝฝ28 9 29ฝฝ31 10
พระนางแขนอ่อนหรือพระนางยอดธง เนื้อดิน จ.สุโขทัย พระองค์นี้เนื้อจัด สภาพพอใช้ พระมีประสพการณ์ดี พระผ่านการตรวจสอบความแท้จากเวปเรียบร้อยแล้ว มาพร้อมบัตรรับรอง