faviner

ข้อมูลสมาชิก – faviner

เริ่มเป็นสมาชิก: December 14, 2012 14:12:27 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 0 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 202 รายการ , คำติ: 2 รายการ

ประวัติ Feedback

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7302953


ขอบคุณครับ


เขียนโดย :reset_35 เจ้าของรายการ March 17, 2017 07:49:54


โอนไว เยี่ยมมากๆครับ สุดยอดสมาชิก VIP ติดต่อง่าย อัธยาศัยดี การันตีคุณภาพครับผม ขอบพระคุณมากครับผม


เขียนโดย :เหน่งบางคู้13 เจ้าของรายการ March 09, 2017 12:49:32

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7197350


พระกรุวัดเงินคลองเตย กรุงเทพฯ พิมพ์เล็บมือ พระกรุวัดเงินคลองเตย สร้างสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนต้นรัชการ ประมาณปี พ.ศ.๒๓๓๐ ไม่ปรากฏประวัติผู้สร้าง แต่จากการสันนิฐาน ดูจากศิลปะ เนื้อหามวลสาน และจำนวนการสร้าง ท่านว่าจะต้องเป็นระดับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน, เจ้าขุนมูลนาย หรือไม่ก็มหาเศรษฐี ถึงจะมีบุญญาวาสนาบารมีในการสร้าง บรรจุกรุเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งในสมัยนั้นคนธรรมดาอย่างเราๆไม่สามารถและไม่มีทางจะสร้างได้ไม่ว่าจะประมวลด้วยเหตุผลไดก็ตาม มาแตกกรุในปี พ.ศ.๒๔๙๐ เนื่องจากทางการต้องการสร้างท่าเรือคลองเตย(ในปัจจุบัน)จึงจำเป็นต้องทำการรื้อถอนวัดในระแวกนั้นอันได้แก่ วัดหน้าธาตุ ,วัดทองและวัดเงิน จึงได้พบพระเป็นจำนวนมากมายในเจดีย์วัดเงิน องค์ประกอบพระส่วนใหญ่จะเป็นพระแก่ปูน ผสมว่านเกสรดอกไม้ลักษณะวรรณะพระ เป็นพระผงเนื้อสีขาว"ยกเว้นพระพิมพ์ปิตตาจะมีเนื้อหาต่างไปจากพิมพ์อื่นๆคือเป็นเนื้อผงผสมใบลานวรรณะจะออกไปทางน้ำตาลปนดำ" ในส่วนของพุทธคุณพระวัดเงินคลองเตยมีพระพุทธคุณตามนามวัดคือ "เงิน" ผู้สวมใส่ติดตัวจะอุดมด้วยลาภผลและทรัพย์สินเงินทองไม่ขาดมือและที่โดดเดนมากๆก็คือทางด้านเมตตาโชคลาภจนมีคำกล่าวที่ว่า "แขวนพระวัดเงินไม่ต้องกลัวจนเงิน"_เป็นพระเนื้อผงขาวที่มักมีคราบกรุเป็นฟองเต้าหู้สีขาวขุ่นปกคลุมผิวพระ ในองค์ที่เนื้อแน่นและมีความเก่าจัดๆจะมีลักษณะคราบไข คล้ายพระสมเด็จบางขุนพรหมเลยที่เดียว   ประวัติวัดเงินคลองเตย พระกรุวัดเงินคลองเตย(พระเศรษฐีรามัญ)ผู้อุดมด้วยโชคลาภ ••••••••••••••••••••••••• ชาวรามัญหรือมอญ เดิมเป็นชนชาติผู้มีอารยธรรมอยู่ในประเทศพม่า มีประวัติความเป็นมานับพันปีมีความผูกพันกับชาวไทย มาแต่ครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อ ๔๐๐ กว่าปีมาแล้ว โดยเข้าร่วมรบกับกองทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตีทัพพม่า มีความดีความชอบเป็นอันมาก แม้พระมหาเถรคันฉ่องอันเป็นพระภิกษุมอญ ผู้ที่ช่วยชีวิตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเอาไว้ ที่เมืองแครงก็ได้รับสถาปนาเป็นพระราชาคณะที่ "สมเด็จพระนพรัตน์" ครองวัดป่าแก้ว (วัดใหญ่ชัยมงคล) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ชาวมอญได้อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาพเป็นอันมาก ทรงพระราชทานที่ดินให้เป็นชุมชนมอญทั้งในกรุงเทพฯ ปากเกร็ด ปทุมธานี ราชบุรี กาญจนบุรี และนครเขื่อนขันธ์(พระประแดง) ชาวมอญชำนาญด้านการค้า ทั้งเครื่องดินเผาและสินค้าการเกษตร ไปจนถึงงานฝีมือ ส่วนนักรบมอญเองก็มีฝีมือทางการรบ เข้าอาสาทำราชการจนมีบรรดาศักดิ์เป็นอันมาก ร่วมรบในสงคราม ท่าดินแดงและสงคราม ๙ ทัพ อย่างกล้าหาญ ชุมชนมอญที่พระประแดง นับว่าใหญ่โตกว้างขวางและเป็นปึกแผ่นแน่นหนา เป็นชุมชนที่สามารถรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของมอญไว้ได้อย่างงดงาม แม้ประเพณีสงกรานต์มอญ หรือที่เรียกว่า "งานสงกรานต์ปากลัด" ก็ยังคงสืบทอดและเป็นที่รู้จักของชาวไทยทั่วประเทศมาจนทุกวันนี้ แม้ในพม่ารัฐบาลทหารจะถือว่ามอญเป็นชนกลุ่มน้อย แต่ในเมืองไทยนั้นชาวมอญหรือที่เรียกว่า "คนไทยเชื้อสายมอญ" คือ ผู้ที่มีความสำคัญอยู่ไม่น้อย ๑๐๐ กว่าปีมาแล้ว ขุมชนที่ตำบลบางกอบัว มีเศรษฐีสองคนผัวเมีย ทำมาค้าขายจนมีฐานะดี แต่ไร้ทายาทสืบทอดสกุล จึงมาปรากฏว่า เมื่อเราทั้งสองไม่มีผู้สืบสกุล อายุก็มากแล้วควรจำนำทรัพย์สมบัติของเราฝากไว้ในพระพุทธศาสนา เพื่อว่าในชาติหน้าจักได้ดำรงมนุษยสมบัติพร้อม"มนุษยสมบัติ หมายถึงสิ่งที่มั่งมี เพิ่มเติมและเต็มพร้อมไปด้วยประโยชน์อย่างที่มนษย์ธรรมดาจะพึงมีพึงได้จนเกิดความผาสุขมั่งมีบริวารและทายาทสืบไป" สองสามีภรรยาจึงแจวเรือข้ามมาฝั่งตรงข้าม อันเป็นเขตอันสงบสวยงาม จึงติดต่อขอซื้อที่ดินเพื่อสร้างวัด เจ้าของที่ดินเห็นว่าดีมีประโยชน์จึงขายให้ สองสามีภรรยาจึงสร้างวัดขึ้นจนสำเร็จและได้ให้นามวัดว่า "วัดเงิน" ตามประเพณีของรามัญ เมื่อสร้างวัดและโบสถ์ตลอดจนขอพระราชทาน "วิสุงคามสีมา" แล้ว ต้องสร้างเจดีย์ทรงจอมแห (เจดีย์มอญแบบมัณทะเล) เอาไว้ จึงเป็นปฐมเหตุของเจดีย์ใหญ่ในวัด เมื่อสร้างเจดีย์แล้ว ตามคตินิยมต้องสร้างพระไว้สืบอายุพระพุทธศาสนา จึงมีการสร้างพระขึ้นเพื่อบรรจุไว้ในเจดีย์ จากนั้นทุกอย่างก็ผันแปรไปตามกาลเวลา จนเกิดวัดข้างเคียงขึ้นโดยคหบดีชาวไทย ชื่อ "วัดทอง" เป็นที่สักการะของชาวไทยและมอญตลอดมา ประมาณปีพุทธศักราช ๒๔๖๐ เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เรือบรรทุกข้าวเปลือกจะไปส่งโรงสีที่พระประแดงที่โยงกันมา เกิดอุบัติเหตุหลุดจากพวง กระแสลมและน้ำพัดเอาเรือบรรทุกข้าวเปลือก ชนกระแทกกับพระเจดีย์ที่อยู่ริมน้ำจนเกิดรอยปริร้าวและชำรุดเป็นรูใหญ่ พระผงสีขาวทะลักออกมาเป็นจำนวนมาก ทางวัดเงินได้รับการชดใช้ค่าเสียหาย จึงบูรณะเจดีย์ใหม่ นำพระบรรจุกลับเข้าไปทั้งหมดไม่ได้นำออกมาให้เช่าบูชากันในครั้งกระนั้น ประชาชน และชาวบ้านละแวกวัดก็ยังไม่มีใครได้จึงยังไม่มีพระชุดนี้ออกมาให้ใส่บูชากันในครั้งกระนั้น และได้สร้างเขื่อนกันกระแทกขึ้นมาใหม่ เรื่องจึงยุติลง แต่ทว่าพอถึงสมัย รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้สั่งให้สำรวจสถานที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อจัดสร้างท่าเทียบเรือสินค้าและสำนักงานศุลกากร ให้เป็นมาตรฐานสากล คณสำรวจปักหมุดแดงลงบนพื้นที่ธรณีสงฆ์ของวัดเงินและวัดทองเป็นเขตเวนคืนที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๙๐ พ.ร.บ. เวนคืนที่ดินประกาศใช้บังคับ กรรมการศาสนาประสานงานถอนวิสุงคามสีมาให้หมดสภาพวัด ให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้าง เพื่อมอบให้รัฐบาลดำเนินการสร้างท่าเรือ วัดเงิน จึงย้ายไปอยู่ตรอกวัดจันทน์ เปลี่ยนนามใหม่ว่า "วัดไผ่เงิน" ส่วนวัดทองย้ายไปอยู่ริมถนนสุขุมวิท เรียกว่า "วัดธาตุทอง" ในระหว่างการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างในวัดเงิน เมื่อรื้อพระเจดีย์พบกรุพระจำนวนมหาศาลมีหลายหลากมากพิมพ์ ทางวัดได้นำออกมาให้บูชาเพื่อสมทบทุนโยกย้ายวัด จึงเป็นเหตุให้มีการแพร่หลายของพระกรุวัดเงินคลองเตย จากประวัติที่ทางวัดได้พิมพ์เผยแพร่ปรากฏข้อความตอนหนึ่งว่า "วัดเงิน" เป็นวัดที่ผู้สร้างวัดเป็นเศรษฐีผู้ร่ำรวย เป็นชายไทยเชื้อสายมอญจากฝั่งบางกอบัวเจดีย์และพระที่พบในพระเจดีย์ จึงเป็นของแต่ครั้งสร้างวัด เมื่อ ๘๐ กว่าปีก่อนเป็นแน่" พระวัดเงินคลองเตย เป็นพระเนื้อผงวิเศษผสมผงปูนหอย และมวลสารว่านเกษรดอกไม้ บวกกับน้ำมันตังอิ้วและวัสดุโยงยืดบางอย่าง ที่นักเลงพระหลายท่านลงความเห็นว่า เป็นเม็ดขนุนนำมาต้มให้หนืดแล้วเอาแต่เนื้อมาโขลผสมกับผงวิเศษให้เนื้อนุ่มและแกร่ง มีคราบหินปูนอันเกิดจากแคลเซียมและปฏิกิริยาทาเคมีของเนื้อพระ กับความร้อนความเย็นและไอระเหยของกรดที่อยู่ในพระเจดีย์ที่เรียกว่า "คราบฟองเต้าหู้" ลักษณะคราบฟองเต้าหู้ของพระวัดเงินคลองเตยคล้ายกับคราบฟองเต้าหู้ของพระสมเด็จบางขุนพรหมกรุใหม่ เปิดกรุเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ จนถือเป็นทฤษฏีว่า หากดูคราบกรุวัดเงินคลองเตยได้ ก็ดูคราบกรุบางขุนพรหมกรุใหม่ได้เช่นกัน พระวัดเงินคลองเตยมีพระพุทธคุณตามนามวัด คือ "เงิน" ผู้สวมใส่ติดตัวจะอุดมด้วยลาภผลและทรัพย์สินเงินทอง พ่อค้าแม่ค้าแถวตลาดคลองเตยนิยมแขวนกันมาก และยังมีแคล้วคลาด เช่น รถบรรทุกแม่ค้าผักย่านคลองเตยคว่ำเทกระจาด บาดเจ็บและตาบหลายคน แต่แม่ค้าที่แขวนพระเงินคลองเตยกับมีแค่รอยฟกช้ำตามสมควรเท่านั้น ปัจจุบันวัดพระเงินคลองเตย ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะพิมพ์พิเศษหรือพิมพ์สังกัจจายน์ราคาเป็นแสน แต่บางพิมพ์ก็พอหาได้ในหลักหมื่นต้น,กลางถึงปลาย และรวมถึงพิมพ์เล็บมือที่มีราคาแค่หลักพันปลายๆเท่านั้น นามของวัดว่า "วัดเงิน" เป็นมงคลอยู่ในตัว คนที่มีพระวัดเงินมักมีเงินติดตัวไม่ขาดมือ เป็นความเชื่อของนักเลงพระรุ่นเก่า ที่พูดต่อกันมาจนทุกวันนี้.  


เขียนโดย :pire2499 เจ้าของรายการ March 03, 2017 10:20:09

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อดิน/7244158


หลวงปู่ผินะ ปิยธโร ท่านเกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2456 ณ บ้านหัวลำโพง อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ในช่วงวัยเด็กท่านมีโรคประจำตัวที่รักษาไม่หาย หลังจากการร้องให้ทุกครั้ง ท่านมักจะชักจนหน้าเขียว และมารดาได้พาไปหาหมอรักษาโรค หลวงพ่อสิน ได้บอกถึงรางว่า ชื่อ ทวายนั้นเป็นความหมายที่เป็นกาลกิณี จึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ผินะ แปลว่า หันหน้า, หันหลัง, เปลี่ยนทิศทาง, ไม่แยแส, หรือเลิกคบกัน นับแต่นั้นอาการดังกล่าวได้ทุเลาลง จากนั้นหลังจากโยมบิดาได้เสียชีวิตลง ท่านจึงได้บรรพชาเป็นสามเณร และเมื่ออายุครบบวชท่านจึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อปี พ.ศ. 2481 ณ วัดหนองเต่า โดยมีพระครูอุดมคุณาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอทัพทัน เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระมหาอำนวย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ในระหว่างเป็นพระภิกษุ ท่านได้ขออนุญาตเจ้าอาวาสออกธุดงค์ไปจำพรรษาที่ วัดเกาะเทพเทโพ [1] หลังจากอุปสมบทแล้วเพียง 20 วัน ท่านจึงขอสึกออกมา เพราะยังกลัวศพอยู่ อยู่มาได้เพียง 11 วัน โยมมารดาก็ถึงแก่กรรมลงอีก ต่อมาก็เจาะจงมาที่พระภิกษุผินะ จูงศพให้ได้ เพราะเป็นโรคฝีในท้อง สับปเหร่อก็ผ่าท้องให้ดู ท่านก็ฉันอาหารไม่ได้ถึง 3 - 4 วัน และมีอาการนอนไม่ค่อยหลับ จึงขอเจ้าอาวาสไปพักที่อื่นสัก 5 วัน แล้วจะกลบมาลาสิกขาบท [2] หลวงพ่อคำก็ได้สอบถามท่านและพระภิกษุอีก 1 รูป เป็นคนกลัวผี ก็สั่งสอนว่า สังขารของคนื่อนนั้นมันก็เหมือนกับของเรา จะรังเกียจไปทำไม ต่อมาท่านได้อยู่กับหลวงพ่อคำที่วัดเกาะเทพเทโพ อยู่ในหนึ่งเดือนเต็ม ๆ ก็เลิกกลัวผี เกิดมานะว่าท่านจะบวชตลอดชีวิต ต่อมาท่านึงได้เดินทางแสวงธรรมหาพระคณาจารย์เพื่อเรียนศึกษาวิปัสสนากรรมฐาน โดยมุ่งหน้าไปที่ วัดถ้ำตะโก แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะ หลวงพ่อท่านได้มรณภาพไปก่อนหน้านั้นแล้ว ด้วยใจที่มานะ ท่านจึงได้อยู่จำพรรษาอยู่ที่ วัดถ้ำตะโก 2 พรรษา (พ.ศ. 2482 - 2484 หลังจากนั้น ท่านได้จาริกธุดงค์ไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้อบรมบ่งนิสัยในการรักสันโดษ ออกธุดงค์มาเรื่อย ๆ ก็มาถึงที่ตำบลบ้านสนมลาว อันเป็นบ้านเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นราชธานี (3 เมษายน พ.ศ. 1893 - 7 เมษายน พ.ศ. 2310) [3] หลวงพ่อท่านเริ่มอาพาธและถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2545 [4] ก่อนหน้านี้หลวงพ่อผินะได้ทำหนังสือเขียนสั่งไว้ มีใจความว่า "เมื่อฉันละสังขาร ขอให้ปฏิบัติตามนี้ คือ ห้ามฉีดยาศพโดยเด็ดขาด ให้เก็บศพไว้ในสภาพนั่งขัดสมาธิ ให้บรรจุศพไว้ในที่เตรียมไว้ ณ สุสานผินะ ไม่ต้องมีการสวดศพ ไม่ต้องบอกคนมาก ห้ามเผาศพโดยเด็ดขาด" สั่ง ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2545 ลงชื่อ พระผินะ ปิยธโร พระอาจารย์ใหญ่ประธานคณะปฏิบัติธรรม วัดสนมลาววิหาร ด้วยเกิดเหตุปรากฏการณ์ความมหัศจรรย์ ภายหลังการมรณภาพลงอย่างสงบของ "หลวงพ่อผินะ ปิยธโร" สิริอายุ 89 ปี เจ้าอาวาสวัดสนมลาว ร่างหลวงพ่อผินะนั่งหมดลมหายใจในท่านั่งขัดสมาธิอย่างสงบ เหตุที่ไม่ปกติเพราะท่านมรณภาพเวลาประมาณ 05.14 น. แต่เวลาล่วงเลยกว่า 12 ชั่วโมงแล้วร่างกายเนื้อตัวท่านยังอ่อนนิ่ม ไม่คล้ายดังคนที่หมดลมหายใจแต่อย่างใด


เขียนโดย :The Big เจ้าของรายการ February 27, 2017 08:11:07


ธนบัตรใหม่ ร.9 ฉบับล่ะ 20 บาท  เลขเรียง รวม 100 ฉบับ สวยๆ เคาะเดียว


เขียนโดย :anurach เจ้าของรายการ February 02, 2017 15:08:47


หลวงพ่อพรหม ท่านโด่งดังในเรื่องของ ยันต์พระนารายณ์, สิงห์, หนุมาน ซึ่งล้วนแต่ได้รับการยืนยันว่า “คงกะพันชาตรี ไม่เป็นรองใคร”มีคำกล่าวอ้างล่ำลือว่า ยุค 2508 ปิดเมืองปล้นครั้งใหญ่ เสือขาวหนึ่งในลูกศิษย์ ได้พกพา “ผ้าขอด” ของหลวงพ่อ (มีอานุภาพคุ้มครองบริวารได้ 7 คน) ก็สามารถหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ได้อย่างไร้ร่องรอย สำหรับเหรียญหนุมาน 10 กร หรือเรียกติดปากว่า “เหรียญกระดุมหนุมาน” จัดสร้างประมาณปี 2524 โดยฉลองหลวงพ่อพรหม ครบอายุ 68 ปี ลักษณะของเหรียญคล้ายกระดุม ขนาดประมาณเหรียญ 5 บาท หลังเหรียญเป็นแอ่งกระทะ มีรอยจาร มีการตอกโค้ดด้านหน้าเหรียญ 


เขียนโดย :RATSAMEEPHROM เจ้าของรายการ February 01, 2017 14:44:04

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/7149683


พ่อคุณปลัด ที่อื่นเรียกอะไรไม่รู้แต่สำนักนี้เรียก “พ่อคุณปลัด ” เหตุว่า พ่อคุณปลัดเป็นเครื่องหมายของ “พ่อ ” ผู้สร้างสรรค์ พราหมณ์ ใช้แทนองค์พระอิศวร สร้างโลก เรียกอีกชื่อว่า “ศิวลึงค์ ” เขมร พันกว่าปีที่แล้ว สร้างประสาทใหญ่โต เพื่อให้ “พ่อคุณ” ประธานตั้งกลางปราสาท เปรียบปราสาทว่าเป็นดินแดนวิมารที่ศักดิ์สิทธิ์บนเขาไกรลาส พ่อคุณ เป็นสัญลักษณ์ของ “ พ่อ “ ลักษณะแห่งชายชาตรี เป็นสัญลักษณ์ของ ความอดทน แข็งแรง กำยำล่ำสัน และที่สำคัญเป็นสัญลักษณ์แทนอำนาจ ที่ยิ่งใหญ่ อำนาจที่ทำให้เกิด มนุษย์ได้ พ่อคุณตำรับเขมรจึงเป็นพ่อคุณที่ยิ่งใหญ่ สร้างได้ทุกสรรพสิ่ง พ่อคุณปลัดมีอานุภาพมาก เรียกผู้หญิง เรียกจิตใจคนทั้งหลายให้มา “หน่วงเหนี่ยวเกี่ยวพัน” เปรียบว่าคุณปลัดเป็นหลัก อิตถีนารีทั้งหลายจะต้องมาเกี่ยวพัน เพราะสวรรค์สร้างให้ พ่อคุณปลัดเป็นศูนย์กลาง พ่อคุณปลัดทำตามเขมร โบราณ ที่ใช้ในทางเกี่ยวพัน ปล้ำรัดฟัด กันระหว่าง เพศชาย กับเพศหญิง เพื่อกำเนิด มนุษย์ หลวงพ่อหนู กระแสจิต ยิ่งใหญ่จิตบริสุทธิ์ การทำวัตถุมงคลของท่าน ไม่มีเรียกร้องเงินทอง ทำพระทั้งวันเสกพระทั้งวันทั้งคืน จิตท่านมุ่ง ช่วยศิษย์ช่วยคน ช่วยมนุษย์ หลายครั้ง มีคนเห็นว่าของที่ท่านเสกได้ขยับเขยื้อน เคลื่อนไหวยังกับบินได้ การเสกปลัดนี้ก็เหมือนกัน มีคนนั่งสมาธิตามหลวงพ่อหนูขณะกำลังเสก เห็น พ่อคุณปลัด คล้ายๆกับตัวด้วง บินเต็มห้องไปหมด แต่ความจริง เป็นแค่ กล่องที่ใส่พ่อคุณปลัดเคลื่อนขยับได้นิดหน่อย เท่านั้น พอออกจากสมาธิถามหลวงพ่อ ท่านบอกว่า “ตาฝาดไปเอง” ของนี่เป็นเหล็กเป็นหินจะขยับได้อย่างไรกัน แต่ไม่มีใครเชื่อหลวงพ่อหนู “ปลัดบิน” จึงถูกขนานนามขึ้น ส่วนคำว่า “ยัดฟัน” อันนี้ก็ความหมายตรงตัว ไม่หยาบโลน เพราะหัวพ่อคุณปลัด เจอะรูไว้เท่ารูเข็ม เอา ฟันปลาฉลามลงจารยันต์ มาบดและอุดลงไปที่รูเล็กๆ ที่หัวพ่อคุณปลัด ฟันฉลามนี้เป็นของดีทาง ไสยศาสตร์ ฉลามเจ้าแห่งทะเล เสือมหาสมุทร ใหญ่ในน้ำ ฟันฉลามเป็นอาวุธที่ร้ายแรงมาก สามารถทะลุทะลวงฟัน มีเดชมีอำนาจมากที่สุด ผีพรายก็กลัว สรรพสัตว์ก็เกรง ศัตรูวินาศ ไพรีลี้หนีไกล และยังเป็นคำพ้องเรื่องเสน่ห์ที่หนุ่มๆ รู้อยู่แก่ใจ “ยัดฟัน ฟันลูกเดียว” ไปไหนมาไหน ก็จะเจอศัพท์ไวรุ่น “ฟัน” (ไม่ต้องแปลไปแปลกันเอง) รวมความ พ่อคุณปลัดบินบอกรักยันฟัน หนักด้านเสน่ห์ เมตตา ล้วนๆ ดึงจิตผูกใจคนทั้งหลายให้มาหน่วงเหนี่ยวเกี่ยวรัด บอกรัก บอกหลง บอก งง งวย มีเสน่ห์หลงใหล บอกรัก และ ถึงกับยัดฟัน ใครใช้ใครได้ไปให้ ใช้ให้จงดี ให้เป็นปัญญาชนมีความรับผิดรับชอบ เพราะของนี้ แรงด้านผู้หญิง แรงด้านให้คนมารัก แรงด้านให้คนมาหลง แรงด้านให้คนมารุม แรงด้านให้คนมาล้อม ช่วยอุดหนุน ค้าขาย ติดต่อ กิจการงาน ง่ายดายทางสะดวก ทางปลอด ทางเปิด ถ้าคนดีใช้จะดีเด่น ไม่ขาดรักไม่ขาดหลง ไม่ขาดคนอุดหนุน ไม่ขาดคนซื้อ ไม่ขาดคนขาย ถ้าคนไม่ดี ใช้ท่านห้าม (ให้แก้โดย เอาพ่อคุณปลัดบินบอกรักยัดฟัน ไปห่อใบบัวแล้วทิ้งที่ทางน้ำไหล) สรุปว่าใครใช้ดี ดีขึ้นแน่นอน ถ้าคนร้ายใช้ จะไม่เห็นผล ท่านจึงให้เอาไปลอยน้ำอย่างที่ว่า พ่อคุณปลัดบินนี้  หรือเอาไปเพิ่มเสน่ห์ให้มันมากไปนัก... ตัวเดียวก็กินไม่หมด จัดเวลาไม่หวาดไม่ไหวแล้ว     (มีโค้ดและหมายเลขกำกับทุกตน)


เขียนโดย :เสือโหย เจ้าของรายการ January 17, 2017 15:57:33


ธนบัตร 10 บาท ร.๙ แบบที่ 12 หลังอนุสาวรีย์ ร.๕ ไม่ผ่านการใช้ คู่ที่1 หมายเลข 6E 1680357-8 คู่ที่2 หมายเลข 8E 5186253-4     *****ยังมีรายการที่น่าสนใจอีกหลายรายการ ฝากรายการอื่นๆด้วยนะค่ะ**** ****ฉลองชื่อร้าน "พุทธคุณ๙๙๘"  


เขียนโดย :puttakhun8400 เจ้าของรายการ December 09, 2016 09:45:29


ธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๗  ด้านหน้า   พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ และพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในฉลองพระองค์ชุดไทยศิวาลัย  ด้านหลัง  พระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในฉลองพระองค์ชุดไทยจักรี  หมายเลข 9 ธ 1563070 ธนบัตรรุ่นนี้ผลิตน้อย หายากอนาคตดีและสวยมากๆค่ะ ของจริงสวยกว่าในรูปมาก ยังไม่มีรีบเก็บนะค่ะ โควต้าปล่อยเริ่มน้อยแล้ว   **ยังมีรายการที่น่าสนใจอีกหลายรายการ ฝากรายการอื่นๆด้วยนะค่ะ**


เขียนโดย :puttakhun8400 เจ้าของรายการ November 29, 2016 05:58:22


ธนบัตร 20 บาท แบบที่ 12 ไม่ผ่านการใช้สวยกริบ 3 ใบเลขเรียงสวยๆ เคาะเดียว


เขียนโดย :sutad3352 เจ้าของรายการ November 23, 2016 03:23:02

หน้าที่ :  5