evodevo

ข้อมูลสมาชิก – evodevo

เริ่มเป็นสมาชิก: December 14, 2016 09:40:30 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 0 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 803 รายการ , คำติ: 0 รายการ

ประวัติ Feedback



เขียนโดย :Chimo81 เจ้าของรายการ February 07, 2017 13:44:24



เขียนโดย :อาบูกาซิม เจ้าของรายการ February 07, 2017 10:54:41

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/7198620


รับประกันตามกฏ - พระเครื่องยอดไม่ถึง500บาทส่งลงทะเบียน - พระเครื่องยอด500ขึ้นไปส่งEMSยังมีให้เช่าบูชาอีกหลายรายการครับ เชิญคลิ๊กที่รูปฆ้อนได้เลยครับ เลขส่งพัสดุ ผมจะส่งให้ทาง mailbox นะครับ เมื่อท่านโอนเงินแล้วกรุณาช่วยแจ้งยืนยันอีกครั้งทาง mailbox (และอย่าลืมแจ้งยอดเงินนะครับเพราะอาจมีบางรายการยอดเงินเท่ากัน และหากท่านจะเปลี่ยนที่อยู่จัดส่งช่วยแจ้งมาพร้อมกันเลยทีเดียวครับ) เพื่อความรวดเร็ว ถูกต้องและไม่ให้เกิดการผิดพลาดและเสียเวลาในการจัดส่ง ขอบคุณครับ รบกวนช่วยแจ้งใน ข้อความครับ ถ้าจะให้ดีแจ้งเวลาโอนพร้อมตัวเงินด้วยครับเพื่อง่ายแก่การตรวจสอบ ถ้าไม่แจ้งมาผมยังไม่ส่งพระให้นะครับ เพื่อกันการผิดพลาดครับ - พระเครื่องยอดไม่ถึง500แต่ต้องการให้ส่งEMS ขอค่าส่งเพิ่ม20บาทครับ - โอนเเล้วแจ้งข้อความในเวปด้วยนะครับ เพื่อง่ายในการจัดส่ง


เขียนโดย :น้องโบตั๋น เจ้าของรายการ February 06, 2017 11:32:28


*** เคาะเดียว ทุกรายการ *** ผู้ชนะประมูล : หลังจากชำระเงินแล้ว กรุณาแจ้งการชำระเงิน ผ่าน Mail Box ด้วยค่ะ เพื่อความสะดวกและความรวดเร็วในการจัดส่ง การจัดส่งสินค้า :  ราคาสินค้ารวมไม่เกิน 500 บาท จัดส่งแบบลงทะเบียน (หากต้องการให้จัดส่งแบบ EMS บวกเพิ่ม 20 บาท) และ ราคา 500 บาทขึ้นไปจัดส่งแบบ EMS ท่านสามารถสั่งซื้อหลายรายการแล้วรวมชำระในคราวเดียวได้ค่ะ มีสินค้ารายการอื่นให้เลือกมากมายค่ะ Click  เพื่อชมสินค้ารายการอื่น                          %%%%%%% ขอบคุณที่ใช้บริการ %%%%%%%


เขียนโดย :maxi เจ้าของรายการ February 06, 2017 09:14:52

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7198408


ปลอดหน้าม้าเหมือนเดิมครับ เชิญครับ


เขียนโดย :tawee_si เจ้าของรายการ February 06, 2017 05:38:06

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7200988


หลวงพ่อแพท่านเป็นชาวจังหวัดสิงห์บุรี เกิดในราวปี พ.ศ.2452 ที่บ้านสวนกล้วย ต.ดอนสมอ อ.ท่าช้าง เมื่อบิดามารดาเสียชีวิต จึงย้ายมาอยู่กับบิดามารดาบุญธรรมที่วัดใหม่ อ.ท่าช้าง ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพิกุลทอง ตอนเด็กเรียนเขียนอ่านที่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน แล้วเข้ากรุงเทพฯ เพื่อบวชเป็นสามเณรและศึกษาเล่าเรียนด้านพระปริยัติธรรมกับพระอาจารย์เขมร ที่วัดชนะสงคราม ท่านมีความใส่ใจและขวนขวายในการศึกษา อายุเพียง 14 ปีก็สามารถสอบได้เปรียญ 3 ประโยค   เมื่ออายุครบบวชจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายา "เขมังกโร" แปลว่า ผู้ทำความเกษมแล้ว ท่านเป็นพระภิกษุที่มีจิตมุ่งมั่นที่จะบำเพ็ญตนเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้นหลายๆ รูป อาทิ สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) พระครูภาวนา สำนักวัดโพธิ์ หลวงพ่อสี ผู้ทรงคุณวิเศษนานัปการ ฯลฯ ท่านจึงมีความเชี่ยวชาญและแตกฉานทั้งด้านคันถธุระ วิปัสสนาธุระ รวมทั้งไสยศาสตร์และวิทยาการต่างๆ   ต่อมาได้รับมอบหมายจากสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) ให้เดินทางกลับบ้านเกิดและบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามในท้องถิ่นที่ชำรุดทรุด โทรม เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป ท่านจึงเดินทางกลับไปดูแลวัดพิกุลทอง ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของชาวบ้าน ด้วยบารมีและกุศลบุญของท่านและหลวงพ่อสี การบูรณะวัดพิกุลทองสำเร็จลุล่วงในเวลาเพียงปีเศษเท่านั้น นอกจากนี้ ท่านยังพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญควบคู่ไปด้วย ชื่อเสียงของท่านเป็นที่ร่ำลือขจรขจาย มีศิษยานุศิษย์และผู้เลื่อมใสศรัทธาเดินทางมากราบนมัสการอย่างเนืองแน่น   หลวงพ่อแพท่านมรณภาพในปี พ.ศ.2542   เมื่อหลวงพ่อแพ มีบารมีมากขึ้นผู้คนเริ่มรู้จักตามลำดับ วัดหลายวัดต่างนิมนต์ หลวงพ่อแพท่านเป็นประธานในการก่อสร้างวัด วิหาร ถาวรวัตถุต่างๆมากมายหลายวัด และเมื่อ เดือนมีนาคม พ.ศ. 2493 ทางวัด แถบ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ก้อได้นิมนต์ท่านร่วมงาน หลวงพ่อแพเล่าว่า ท่านเพลียมากจึงชวนศิษย์ไปจำวัด ที่หอสวดมนต์ โดยมีคนหลายนอนอยู่ก่อนแล้ว ก่อนนอนท่านเอาผ้าอาบน้ำฝนใส่ไว้ในย่าม จึงรู้สึกว่าย่ามใหญ่ คิดว่าคนที่นอนอยู่คงเข้าใจว่าเป็นเงิน ด้วยความอ่อนเพลียท่านจึงหลับไป พอท่านตื่นจากจำวัดเวลาเช้ามืด พบว่าย่ามหายไปแล้ว จึงแจ้งทางวัดทราบ สำหรับสิ่งของในย่าม มีเพียงของเล็กๆน้อยๆ แต่ของที่สำคัญก็คือ พระสมเด็จวัดระฆังฯ ซึ่งได้รับจากสมบัติของโยมวัดชนะสงคราม จึงเป็นของที่แท้ และทรงคุณค่าทางด้านจิตใจของหลวงพ่อมาก ท่านจึงเสียดายเป็นอย่างมาก ญาติโยมช่วยกันติดตาม ปรากฏว่าได้รับของอื่นคืนครบทุกชิ้น ยกเว้นพระสมเด็จ สอบถามผู้ขโมยได้ความว่าได้นำไปขายให้บุคคลไม่ทราบชื่อ ไม่สามารถติดตามคืนได้หลวงพ่อเล่าว่าท่านเสียดายมาก ระหว่างนั้นต้องไปขอยืมสมเด็จวัดระฆังจาก อาจารย์หยด ซึ่งเคยเป็นเจ้าอาวาส มาติดตัวไปก่อนด้วยความเคารพในบารมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต เป็นอย่างยิ่ง ทำให้หลวงพ่อแพ อธิษฐานขอบารมี ณ วัดไชโยวรวิหาร ขอสร้างพระโลหะพิมพ์สมเด็จ พระสมเด็จทองเหลืองขึ้นใช้เอง และแจกจ่ายให้กับผู้เคารพศรัทธา ในปี 2494 ประมาณเดือน 6 โดยนำช่างมาเททองหล่อ ที่ด้านใต้ โบสถ์หลังเก่า ได้รับโลหะจากผู้ที่มาร่วมพิธี นำมาหล่อเช่น เครื่องเงิน ขันลงหิน โต๊กทาน เชียนหมาก ตะบันหมาก สตางค์แดง สตางค์ข้าว สตางค์สิบ ทองเหลือง เป็นจำนวนมาก


เขียนโดย :หมุนจนรวย เจ้าของรายการ February 04, 2017 04:02:29

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7200977


หลวงพ่อแพท่านเป็นชาวจังหวัดสิงห์บุรี เกิดในราวปี พ.ศ.2452 ที่บ้านสวนกล้วย ต.ดอนสมอ อ.ท่าช้าง เมื่อบิดามารดาเสียชีวิต จึงย้ายมาอยู่กับบิดามารดาบุญธรรมที่วัดใหม่ อ.ท่าช้าง ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพิกุลทอง ตอนเด็กเรียนเขียนอ่านที่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน แล้วเข้ากรุงเทพฯ เพื่อบวชเป็นสามเณรและศึกษาเล่าเรียนด้านพระปริยัติธรรมกับพระอาจารย์เขมร ที่วัดชนะสงคราม ท่านมีความใส่ใจและขวนขวายในการศึกษา อายุเพียง 14 ปีก็สามารถสอบได้เปรียญ 3 ประโยค   เมื่ออายุครบบวชจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายา "เขมังกโร" แปลว่า ผู้ทำความเกษมแล้ว ท่านเป็นพระภิกษุที่มีจิตมุ่งมั่นที่จะบำเพ็ญตนเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้นหลายๆ รูป อาทิ สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) พระครูภาวนา สำนักวัดโพธิ์ หลวงพ่อสี ผู้ทรงคุณวิเศษนานัปการ ฯลฯ ท่านจึงมีความเชี่ยวชาญและแตกฉานทั้งด้านคันถธุระ วิปัสสนาธุระ รวมทั้งไสยศาสตร์และวิทยาการต่างๆ   ต่อมาได้รับมอบหมายจากสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) ให้เดินทางกลับบ้านเกิดและบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามในท้องถิ่นที่ชำรุดทรุด โทรม เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป ท่านจึงเดินทางกลับไปดูแลวัดพิกุลทอง ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของชาวบ้าน ด้วยบารมีและกุศลบุญของท่านและหลวงพ่อสี การบูรณะวัดพิกุลทองสำเร็จลุล่วงในเวลาเพียงปีเศษเท่านั้น นอกจากนี้ ท่านยังพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญควบคู่ไปด้วย ชื่อเสียงของท่านเป็นที่ร่ำลือขจรขจาย มีศิษยานุศิษย์และผู้เลื่อมใสศรัทธาเดินทางมากราบนมัสการอย่างเนืองแน่น   หลวงพ่อแพท่านมรณภาพในปี พ.ศ.2542


เขียนโดย :หมุนจนรวย เจ้าของรายการ February 04, 2017 04:02:12



เขียนโดย :Chimo81 เจ้าของรายการ February 03, 2017 03:05:54


วัดใจ 2 องค์ จิตรลดา 2 พิมพ์ใหญ่ หรือพระกำลังแผ่นดิน มวลสารจิตรลดา เนื้อนวะโลหะ สร้างน้อย หายาก......4/11


เขียนโดย :toroclub เจ้าของรายการ February 02, 2017 17:56:14

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อดิน/7188830


เปิดแรกเริ่มที่ราคาเบาๆ รับประกันพระแท้และความพอใจตามหลักสากล หากเก๊คืนเงินทันที โอนเงินแล้วแจ้งให้ทราบด้วยนะครับเพื่อความรวดเร็วในการจัดส่ง มีผู้เล่าสืบต่อมาว่า มีชาวบ้านคนหนึ่งชื่อ นายดาว ฟักเฟื่อง ไปดักยิงกระต่ายตอนกลางคืนที่บริเวณเจดีย์ โดยใช้ไฟฉายล่อให้กระต่ายเล่นไฟ แต่เมื่อยิงกระสุนปืนออก ปรากฏว่าปืนไม่ลั่น จนเป็นเรื่องเล่าลือถึงอิทธิฤทธิ์พระเครื่องที่อยู่ในเจดีย์ แต่ยังไม่มีใครกล้าเข้าไปขุด กระทั่งครั้งหนึ่ง เกิดเหตุโขมยวัวชาวบ้านขึ้น แล้วคนร้ายหนีไปหลบซ่อนอยู่แถวพระเจดีย์ ชาวบ้านกว่าสิบคนช่วยกันค้นหาและล้อมจับ แต่เมื่อลั่นกระสุนปืนออกไป ปืนนับสิบกระบอกก็ไม่ลั่นเช่น จนเป็นที่อัศจรรย์แก่ผู้พบเห็นและกล่าวขานกันถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระเครื่องในองค์เจดีย์   ต่อมาจึงมีการลักลอบขุดกรุพระเพื่อหาพระเครื่องศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว จนร้อนถึงคณะกรรมการวัดต้องตัดสินใจเปิดกรุอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่าพบพระเครื่องจำนวนมาก จึงเรียกกันตามชื่อวัดว่า "พระกรุวัดทับผึ้ง" พระกรุวัดทับผึ้ง ที่ขุดพบส่วนใหญ่จะเป็นพระเนื้อดินเผา ที่มีเนื้อดินละเอียด และพบพระเนื้อสัมฤทธิ์ปะปนอยู่บ้างเล็กน้อย โดยสามารถแยกพระเครื่องที่พบออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ 1. พระเนื้อดินเผาสีหม้อใหม่ 2. เนื้อสีดำผงใบลาน 3. เนื้อสำริด พระกรุวัดทับผึ้ง พระกรุวัดทับผึ้ง เป็นพระพิมพ์มีศิลปะงดงาม และมีความคมความลึกของพิมพ์ อันนับเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อมีการสืบประวัติกันในภายหลังแล้วสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นพระพิมพ์ที่พระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าได้สร้างแล้วบรรจุไว้ ดังเช่น องค์พระบางองค์มีการกดพิมพ์เป็นตัวอักษรจารึกไว้ว่า "อาจารย์อ้นสร้างไว้ พ.ศ.๒๔๗๓" เป็นต้น และต่อมาคณะกรรมการวัดได้บูรณะองค์เจดีย์ขึ้นอีกครั้งจนเป็นที่เรียบร้อย จึงได้นำพระเครื่องบางส่วนบรรจุเข้าไว้ในกรุเจดีย์ดังเดิม "พระกรุวัดทับผึ้ง" มีมากมายหลายพิมพ์ ส่วนใหญ่ได้ต้นเค้าจากพระพุทธชินราช จึงทำเป็นรูปพระพุทธในซุ้มชินราช โดยประทับนั่ง ปางมารวิชัยบ้าง ปางสมาธิบ้าง บางพิมพ์ทำนูนขึ้นมาเรียก "ชินราชนอก" ถ้าด้านหลังมียันต์ นับเป็น "พระคะแนน" บางพิมพ์เป็นพระประทับยืน สืบสานศิลปะสุโขไทยในปางลีลา ปางห้ามญาติ ในด้านพุทธคุณนั้น จะเน้นหนักไปทางแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ถึงขนาดยิงไม่เข้าฟันไม่ออกเลยทีเดียว นับเป็นพระกรุที่น่าสนใจสะสมพิมพ์หนึ่งของจังหวัดสุโขทัย  


เขียนโดย :นิกเชียงใหม่ เจ้าของรายการ February 02, 2017 01:23:49

หน้าที่ :  71