พระงั่ง ตาแดง เนื้อทองเหลือง ไม่ทราบที่จึงขอลงกระดานนี้แทน ชอบถูกใจเชิญกดเคาะได้เลยครับ
เหรียญ พระครูอุตตรการบดี(ศุข) วัดห้วยจรเข้ จ.นครปฐม ปี 2511 สภาพสวยเดิมๆ สร้างและปลุกเสกพร้อมพระปิดตาเมฆพัดยุคแรก ที่ราคาไปไกลแล้วครับ หลวงปู่นาค โชติโกได้เป็นผู้สร้างวัดห้วยจระเข้ร่วมกับประชาชน และปกครองวัดมานาน 11 ปี ถึงกาลละสังขารเมื่อปี พ.ศ. 2453 ด้วยโรคชรา รวมอายุได้ 95 ปี 74 พรรษา ก่อนที่หลวงปู่นาคท่านจะมรณภาพ ก็ได้ถ่ายทอดวิชาการสร้างพระปิดตาให้กับ "หลวงปู่ศุข" ลูกศิษย์ซึ่งต่อมาหลวงปู่ศุขท่านก็ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้ต่อจากหลวงปู่นาค หลวงปู่ศุขท่านนี้ก็เป็นพระเกจิอาจารย์ของเมืองนครปฐมที่มีชื่อเสียงรุ่นราวคราวเดียวกับ "หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง" และ "หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา" ที่มีคนนับถือมากเช่นกัน
พระร่วงหลังรางปืน พระดี พิธีใหญ่ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2515 ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ เกจิอาจารย์จำนวน 108 รูป ร่วมพิธี อาทิ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงพ่อกวย วัดโฆษิตาราม, หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง, หลวงพ่อเกษม เขมโก, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม, อาจารย์นำ แก้วจันทร์ และ อาจารย์ชุม ไชยคีรี (ฝ่ายฆราวาส) ฯลฯ พระเนื้อทองแดง มีขนาด 1.5 X 5.3 c.m. องค์นี้เป็นพิมพ์พระธาตุจม(ที่ส่วนปลายด้านหลังมีทั้งแบบพระธาตุจมและพระธาตุนูน) สภาพสวยพอใช้ นับว่าเป็นพระดีที่น่าใช้ น่าบูชา
พระท่ากระดานสวยแท้เคาะเดียวครับ
พระกริ่งเชียงแสน รุ่น 1 วัดศรีสว่างวัฒนา จ.เชียงราย พร้อมกล่องเดิมจากวัด
พระกริ่ง สก. สภาผู้แทนราษฎร กะไหล่ทอง ขนาดหน้าตักว้าง ๑.๙ ซ.ม. สูง ๔.๑ เซนติเมตร ด้านหลังที่ฐานพระ ประดิษฐาน ตราพระราชวงศ์จักรี และตราอุณาโลม พร้อมกล่องสวยเดิม สภาผู้แทนราษฎร จัดสร้างเนื่องในมหามงคลวโรกาส สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถทรงเจริญพระชนมายุ ครบ ๖ รอบ ๗๒ พรรษา เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๗ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเททอง ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระราชทานทองคำส่วนพระองค์ผสมลงเป็นมวลสาร พิธีปลุกเสก สุดยอดแห่งสิถิติการสร้างพระกริ่ง คือปลุกเสกถึง ๑๖ ครั้ง ๑๖ พิธีใหญ่ (เลข ๑๖ คือโสฬสมงคล ตามความเชื่อในหลักโหราศาสตร์ไทย) ประกอบพิธีถูกต้องตามอย่างประเพณีโบราณ ซึ่งสืบทอดมาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อให้ได้วัตถุมงคลที่เข้มขลัง เอกอุไปด้วยพลังแห่งพุทธคุณ พิธีพุทธาภิเษก ๗ เสาร์ ๗ อังคาร ณ พระอุโบสถวัดสำคัญ ๑๕ วัด รวม ๑๖ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ณ พระอุโบสถ วัดชนะสงคราม สมเด็จพระมหาธีราจารย์เป็นประธาน ครั้งที่ ๒ ณ วัดพระรามเก้า กาญจนาภิเษก พระเทพญาณวิศิษฏ์ เจ้าอาวาส เป็นประธาน ครั้งที่ ๓ ณ วัดใหญ่ชัยมงคล พระราชธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธาน ครั้งที่ ๔ ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร พระราชสิทธิวิมล รองเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธาน ครั้งที่ ๕ ณ วัดมังกรกมลาวาส โดยพระคณาจารย์จีนธรรมจริยาภรณ์ เจ้าอาวาส เป็นประธาน ครั้งที่ ๖ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยพระเทพสารเวที วัดบวรฯ เป็นประธาน ครั้งที่ ๗ ณ วัดสุทัศน์เทพวาราม โดยพระวิสุทธาธิบดี เป็นประธาน ครั้งที่ ๘ ณ วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม โดยพระธรรมปัญญาบดี เจ้าอาวาส เป็นประธาน ครั้งที่ ๙ ณ วัดระฆังโฆสิตาราม โดยพระเทพวิสุทธิเมธี รองเจ้าอาวาส เป็นประธาน ครั้งที่ ๑๐ ณ วัดห้วยมงคล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยหลวงพ่อไพโรจน์ เป็นประธาน ครั้งที่ ๑๑ ณ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ กรุงเทพฯ ครั้งที่ ๑๒ ณ วัดเทวราชกุญชร วรวิหารโดย พระราชสุธี เจ้าอาวาส เป็นประธาน ครั้งที่ ๑๓ ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม โดยพระธรรมกิตติเวที เป็นประธาน ครั้งที่ ๑๔ ณ วัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก โดย พระราชมงคลรังสี (หลวงพ่อเชื่อม) เป็นประธาน ครั้งที่ ๑๕ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเททอง ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ครั้งที่ ๑๖ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงประกอบพิธีมหาพุทธภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม สมเด็จพระพุฒาจารย์เป็นประธานจุดเทียนชัย สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นประธานดับเทียนชัย
หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม เหรียญหล่อหน้าเสือ
พระครูอุเทศธรรมนิวิฐ(ขุน)วัดบ้านไร่ ปี2534 อุทัยธานี
พระครูอุเทศธรรมนิวิฐ(ขุน)วัดบ้านไร่ ปี2534 อุทัยธานี
เหรียญหลวงพ่อไป๋ วัดท่าหลวง พิจิตร เนื้ออัลปาก้า ประวัติหลวงพ่อไป๋ วัดท่าหลวง โดยย่อ หลวงพ่อไป๋ ญาณผลโล (สกุลเดิม นาควิจิตร) หรือ พระฑีฆทัสสีมุนีวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2439 หมู่ที่ 7 บ้านวังไม้ดัก ต.โรงช้าง อ.เมือง จ.พิจิตร เป็นบุตรของ นายน้อย นางเล็ก นาควิจิตร บรรพชา อายุ 16 ปี ณ วัดคลองคเชนทร์ ได้ 2 พรรษา จึงลาสิกขาบท เมื่อครั้งวัยฉกรรจ์อายุครบเกณฑ์ทหารได้รับใช้ชาติสังกัดทหารราบประจำมณฑลพิษณุโลก เป็นเวลา 2 ปี ได้รับยศเป็นสิบตรี เมื่อปี 2459 ได้ลาออกจากราชการทหารและอุปสมบทเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2459 ณ วัดมูลเหล็ก ต.คลองคะเชนทร์ อ.เมือง จ.พิจิตร โดยมีพระครูศีลธรารักษ์ (ยิ้ม) เป็นพระอุปัชฌาย์และได้เรียนวิชาอาคมจากหลวงพ่อเงินบางคลานและท่านยังเป็นศิษย์น้องของหลวงพ่อพิธวัดฆะมังด้วย สุดท้ายวันที่ 5 ธ.ค. 2499 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่พระฑีฆทัสสีมุนีวงศ์ มงคลพิจิตร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี (เจ้าอาวาสวัดท่าหลวงและเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรตลอดมาจนถึงมรณภาพ 43 ปี) เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2517 ณ โรงพยาบาลพิจิตร เวลา 22.48 น. รวมอายุได้ 78 ปี 2 เดือน 8 วัน 53 พรรษา วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม วัตถุมงคลของหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง พิจิตร ล้วนเป็นวัตถุมงคลที่สร้างขึ้นในช่วงระหว่างที่ท่านครองวัดเป็นเจ้าอาวาสทั้งสิ้น ทั้งประภทเหรียญปั๊ม พระหล่อ เป็นต้น พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา พุทธคุณในเหรียญรุ่นปี 11 นี้เด่นทาง เมตตามหานิยมและรุ่นปี 14 ด้านรักษาโรค ส่วนตะกรุดกระดูกแร้งพุทธคุณ108 เครื่องรางและพระเครื่องที่ลือเรื่องของท่านคือ ตะกรุดกระดูกแร้ง และเหรียญปลอดโรคปี2514 ประวัติวัดท่าหลวง วัดท่าหลวง พระอารามหลวง ตั้งอยู่เลขที่ ๖๗๔ ถนนบุษบา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร รหัสไปรษณีย์ ๖๖๐๐๐ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิด สามัญสังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย ภาค ๔ หนเหนือ ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่จำนวน ๔๖ไร่ ๓ งาน๑๗.๔ ตารางวา น.ส. ๓ ก เลขที่ ๔๗๐, ๔๗๑ น.ส. ๓ เลขที่ มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๒ แปลงมีเนื้อที่จำนวน ๓๐ ไร่ ๒ งาน ๔๒ ตารางวา อยู่ที่ตำบลในเมือง และ ตำบลหนองปลาไหลแห่งละหนึ่งแปลง ตั้งวัดพุทธศักราช ๒๓๘๘ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๙๒เขตแดนวิสุงคามสีมา กว้าง ๙ เมตร ยาว ๒๖ เมตร เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างเมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๐ - ๒๕๑๓ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญเมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๙ นี้มีมาก่อนที่จะย้ายเมืองพิจิตรเก่ามาตั้งอยู่ที่เมืองพิจิตรใหม่ในปัจจุบันแต่เดิมมีฐานะเป็นเพียงสำนักสงฆ์ตั้งอยู่ในป่าพงละเมาะไม้ในเขตหมู่บ้านท่าหลวงอำเภอท่าหลวง จังหวัดพิจิตรซึ่งในขณะนั้นที่ตั้งตัวเมืองพิจิตรอยู่ที่ตำบลเมืองเก่าห่างจากตัวเมืองพิจิตรใหม่ในปัจจุบันไปทางทิศตะวันตกประมาณ๘ กิโลเมตรและได้ย้ายเมืองพิจิตรเก่ามาตั้งอยู่ที่เมืองพิจิตรเป็นวัดสำคัญของจังหวัดพิจิตร อยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ใกล้ศาลากลางจังหวัด พุทธศักราช 2388 รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สร้างวัดท่าหลวง ชื่อของวัดตั้งขึ้นตามชื่อตำบลอันเป็นที่ตั้ง (ในสมัยนั้น) นอกจากนี้วัดท่าหลวงยังมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า วัดราชดิตถาราม แต่ไม่ได้รับความนิยมนำมาใช้เรียกขาน วัดท่าหลวง มีพระพุทธรูปหลวงพ่อเพชร เป็นพระประธานประจำวัด พื้นที่ของวัดมีลักษณะพิเศษคือ ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยมีถนนบุษบาคั่นระหว่างกลางในแนวเหนือ-ใต้ พื้นที่ฝากตะวันออก เป็นเขตพุทธาวาส ประกอบด้วยพระอุโบสถ และศาลาการเปรียญเป็นหลัก ส่วนฝากตะวันตกนั้น ประกอบด้วยเขตสังฆาวาส โรงเรียนปริยัติธรรม เขตประกอบฌาปนกิจ และเขตปฏิบัติธรรมของฆราวาส เป็นหลัก โดยมีการอัญเชิญหลวงพ่อพัตร พระประธานองค์เดิม มาประดิษฐานเป็นพระประธานในพื้นที่ ซึ่งเรียกตามชื่อของหมู่บ้านที่ตั้งวัดอยู่ คำว่า "ท่าหลวง" นั้นเป็นชื่อของหมู่บ้านท่าหลวง คลองท่าหลวง ตำบลท่าหลวง และเคยเป็นชื่อของอำเภอท่าหลวงมาก่อน ต่อมาเมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๑เปลี่ยนเป็นอำเภอเมืองพิจิตรจนถึงปัจจุบันทางราชการได้เคยใช้สถานที่วัดท่าหลวงในกาประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาเป็นประจำ ฝากตะวันตกวัดท่าหลวง มีพระพุทธรูปสำคัญ 2 องค์ คือ พระพุทธรูปหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปหลวงพ่อพัตร