พระปิดตา ชนิดปิดตานั่งขัดสมาธิ ยกหัตถ์ทั้งสองขึ้นปิดพระพักตร์ เว้นส่วนอื่น เป็นพระเมตตามหานิยมและลาภผล เรียกว่า “พระควัมปติ” พระปิดตาสองมือมหาลาภจะมีลาภกินมิรู้สิ้นเอยตกไปแห่งใดมิเดือดร้อน พระปิดตาก็คือองค์พระสังกัจจายน์เถระ ซึ่งการปิดตานั้นมีที่มาดังนี้ครั้น หนึ่ง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคณะพระอริยสาวกเดินทางไปยัง เมือง เมืองหนึ่ง ครั้นนั้นพระทรง ตรัสถาม ว่า พระสีวลีได้เดินทางร่วมมาด้วยหรือไม่ พระสาวกตรัสทูลตอบว่า พระสีวลีเถระมิได้เดินทางมาด้วยในครานี้ องค์สมเด็จพระพุทธเจ้า ท่านจึงเปล่งวาจาว่า เมื่อสีวลีเถระมิได้เดินทางมาด้วยแล้วพระมหากัจจายนะเดินทางมาด้วยหรือไม่ พระพุทธสาวก ทูลตอบว่าพระมหากัจจายนะเดินมาร่วมมาด้วยพระพุทธเจ้าขา องค์สมเด็จพระพุทธเจ้า จึงตอบเหล่าคณะพระอริยสาวกว่า เมื่อพระมหากัจจายนะเดินทางมาด้วยก็ให้ใช้เส้นทางลัด..... ยังเป็นความสงสัยบังเกิดแก่พระมหากัจจายนะยิ่งนัก ซึ่งทรงตัรสว่า ทำไมพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงเดินทางไปทางลัดโดยมีตัวตามไปด้วยเรา ตัวเรานี้มีดีหรือมีวามสำคัญอะไรในการเดินทางในครั้งนี้ขนาดจะต้องมีเราตามเสด็จไปด้วย ในที่สุดพระมหากัจจายนะ ท่านจึงทรงตั้งจิตอธิฐานยกมือสองข้างปิดหน้า รำลึกถึงเหตุในอดีตชาติที่ผ่านมา ด้วยอดีตญาณ ท่านจึงทราบว่า อดีตชาติ ท่านเป็นหมอรักษาคนป่วยทั้งหลายโดยมิคิดค่าตอบทาน (บำเพ็ญทานบารมี) เหล่าคนป่วยทั่งหลายจึงโมทนา ท่าน ให้พร ขอให้ท่านผู้เจริญด้วยกุศลผลบุญและผลานิสงส์นี้ ขอให้ท่านเป็นผู้ที่มีความเจริญอุดมสมบรูณ์ในโภคทรัพย์และลาภสักการะด้วยเถิด ท่านจึงได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด ครั้นรุ่งเช้าพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมด้วยพระสาวกเสด็จออกเดินทางจาริกธุดงค์ไปยังจุดหมายปลายทางโดยใช้ทางลัดอันเป็นทางทุรกันดาร ปรากฏว่า ระหว่างทางมีทั้งมนุษย์และเทวดาทั้งหลายต่างพากันมาใส่บาตรถวายภัตตาหารที่ประณีตมากมาย จึงถือได้ว่าพระมหากัจจายนะมีความโดนเด่นในด้านโภคทรัพย์และลาภสักการะ และบังเกิด พระปิดตามหาลาภ ที่เราบูชากันในสมัยนี้ก็มาจาก ปางของพระมหากัจจายนะเข้านิโรธสมาบัติยกมือสองข้างปิดตา คาถาอาราธนา พระครัมปติ พระปิดตา อิทธิริทธิ พุทธนิมิตตัง อรหัง สุคโต ภควา สิทธิลาโภ ชะโยนิจจัง นะโมพุทธายะ
อนุสรณ์ 122 ปี สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆังโฆสิตาราม ปูชนียวัตถุมงคล รุ่นอนุสรณ์ ครบรอบ 122 ปีแห่งวันคล้ายวันมรณภาพของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)สร้างขึ้น และประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดระฆังโฆสิตารามเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2537 โดยสร้างขึ้นหลังจากที่ปูชนียวัตถุมงคลรุ่นต่าง ๆ ที่สร้างก่อนหน้านั้น หมดไปในเวลาไม่นานนักคณะกรรมการวัดระฆังโฆสิตารามและคณะกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)มีความเห็นร่วมกันว่า สมควรจัดสร้างปูชนียวัตถุมงคลขึ้นอีกเพื่อเป็นอนุสรณ์และรำลึกถึงท่านเจ้าประคุณสมเด็จและให้พุทธศาสนิกชนที่มากราบไว้ในพระคุณท่าน ได้นำไปสักการะบูชาและนำติดตัวเพื่อความเป็นสิริมงคลกับตนเอง และครอบครัว รายได้ทั้งหมดนอกจากนำมาเสริมเพิ่มทุนมูลนิธิของเจ้าประคุณสมเด็จแล้วยังได้นำมาใช้ในการบูรณะอุโบสถของวัดระฆังเอง ที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมปรากฎให้เห็นตั้งแต่ส่วนบนหลังคา ลวดลายหน้าบัน ดาวติดฝ้า เพดาน ซุ้มประตูหน้าต่าง คันทวย บัวปลายเสา ให้คงทนถาวรและสวยงามโดยยังคงรักษาลวดลายศิลปะที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิมไว้ทุกประการ การบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถรวมทั้งการอัดเสริมคอนกรีตส่วนล่างเพื่อรองรับน้ำหนักจากการประดับหินอ่อนจากอิตาลีทั้งหลัง และปิดทององค์พระประทานในพระอุโบสถสำเร็จเรียบร้อยในปีพ.ศ. 2540 ปูชนียวัตถุมงคล รุ่นอนุสรณ์ 122 ปีมีทั้งพระบูชาจำลององค์พระประทาน พระบูชารูปเหมือนสมเด็จขันน้ำพระพุทธมนต์ที่ทางวัดสร้างขึ้นเป็นครั้งแรก พระเครื่องแบบต่าง ๆและเหรียญเช่นเดียวกับทุกครั้งที่ผ่านมา พิธีมหาพุทธาภิเษกประกอบพิธีในพระอุโบสถ โดยนิมนต์พระอาจารย์จากทั่วประเทศ 108 รูปร่วมกับเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ นั่งปรกบริกรรมปลุกเสกตลอดทั้งคืน