*เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ค.2553 ได้มีพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคลพระพุทธชินราช(จำลอง)และพระกริ่งมงคลประเทศ ณ พระอุโบสถวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช พระอารามศักดิ์สิทธิ์ที่เคยใช้ประกอบพิธีปลุกเสกองค์พ่อจตุคามรามเทพมามากมายหลายรุ่น มีพระพรหมจริยาจารย์ (สงัด ปัญ ญาวุโธ) เจ้าคณะใหญ่หนใต้ และเจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ (พระอารามหลวง) อ.เมือง จ.ตรัง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์จุดเทียนชัย พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชษฐ์ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดนภาคใต้ (ผบช.ศชต.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยอาราธนาพระสงฆ์ 1,000 รูปทั่วประเทศ และพระเกจิชื่อดัง 76รูป 76 จังหวัดร่วมเจริญพุทธมนต์ และอธิษฐานจิต นับเป็นพิธีใหญ่ครั้งแรกในรอบ 3 ปีหลังจากหมดยุคของวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ สำหรับมูลเหตุในการจัดสร้างนั้น สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่ พล.ต.ต. สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา ถูกลอบสังหารด้วยการวางระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ตำรวจที่ปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เสียขวัญกำลังใจเป็นอย่างมาก ทางราชการต่างเร่งบำรุงขวัญกำลังพลด้วยการเพิ่มมาตรการสิทธิอันพึงมีพึงได้ กับตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ "พระพรหมจริยาจารย์" เจ้าคณะใหญ่หนใต้ ได้เล็งเห็นว่า คณะสงฆ์ควรมีส่วนร่วมในการสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องเสี่ยงชีวิตในการปกป้องพระภิกษุสามเณรที่จำวัด ปฏิบัติศาสนกิจในพื้นที่ โดยยึดหลักกุศโลบายของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งพระองค์เสด็จทรงนมัสการพระพุทธชินราช เอาฤกษ์เอาชัยก่อนทรงออกศึกสงคราม เป็นการสร้างขวัญให้เหล่าทหารหาญในการออกรบทุกครั้ง คณะสงฆ์หนใต้ในนามองค์กรแห่งพระ พุทธศาสนา จึงได้จัดสร้างพระพุทธชินราชจำ ลอง ขนาดบูชาหน้าตัก 12 นิ้ว ลงรักปิดทองคำ หน้าฐานผ้าทิพย์ประดิษฐานพระกริ่ง เพื่อมอบไว้เป็นสิริมงคลประดิษฐาน ณ สถานีตำรวจทุกพื้นที่ให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ โดยเนื้อทองที่เหลือจากการเทนั้นได้นำมาหล่อจัดสร้างเป็นองค์พระกริ่งถวาย พระนามว่า "พระกริ่งมงคลประเทศ" มีความหมายให้เป็นมงคลแก่ชาวไทยทั้งประเทศ และเป็นอนุสรณ์ในการรวมพลังจากวัดต่างๆ นับหมื่นแห่งทั่วแผ่นดิน ที่ร่วมจัดสร้างสิ่งอันเป็นมงคลมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานใน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการจัดสร้างนั้นสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม, สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ พระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ พระสังฆาธิการ พระวิปัสสนาจารย์ พระเกจิอาจารย์ พระเถรานุเถระทั่วราชอาณาจักรจารแผ่นโลหะศักดิ์สิทธิ์ นับหมื่นแผ่นเพื่อเป็นชนวนโลหะในการจัดสร้างครั้งนี้ ตามตำรับของการจัดสร้างพระกริ่งของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนเทพวนาราม โดยประกอบพิธีจารพระยันต์ 108 มีพระนาม และคุณวิเศษตามโบราณาจารย์ที่บันทึกไว้ ซึ่งการจัดสร้างครั้งนี้เป็นการมีส่วนร่วมของฝ่ายพุทธจักร และฝ่ายอาณาจักร เสมือนหนึ่งการจัดสร้างพระพุทธชินราชอินโดจีน ปี พ.ศ.2485 ทั้งนี้ ได้ประกอบพิธีเททองหล่อเป็นปฐมฤกษ์ ณ มณฑลพิธีวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือวัดพระพุทธชินราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2553 โดยมีพระครูรัตนสิขการ หรือที่รู้จักในนาม "พระอาจารย์ประสูติ" แห่งวัดในเตา จ.ตรัง เป็นเจ้าพิธี "พระกริ่งมงคลประเทศ" จัดสร้าง 5 เนื้อเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ คือ 1.เนื้อทองคำ2.เนื้อนวโลหะ 3.เนื้อทองทิพย์ 4.เนื้อแดงโบราณ และ 5.เนื้ออัลปาก้า โดยพระกริ่งมงคลประเทศ เนื้ออัลปาก้า จำนวน 10,000 องค์ ได้มอบให้ตำรวจทุกนายจาก 51 สถานี ใน 3จังหวัด ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และพระพุทธชินราชจำลอง 55 องค์ มอบให้เป็นพระประธานประดิษฐานประจำสถานีตำรวจทั้ง 51 แห่ง ซึ่งมีการรับมอบไปเรียบร้อยแล้วหลังจากเสร็จพิธีมหาพุทธาภิเษก นอกจากนี้ ยังนำพระรุ่นดังกล่าวมอบให้พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศไว้เป็นที่ระลึกในการมีส่วนร่วมจัดตั้งกองทุน เพื่อช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย นับเป็นพระกริ่งที่มีมงคลสมกับพระนาม เพราะจัดสร้างและปลุกเสกตามตำราโบราณจารย์ อีกทั้งได้พลังจิตอันบริสุทธิ์ของพระเกจิคณาจารย์ทั่วไทยร่วมประจุพระคาถา อาคม ที่สำคัญเป็นพระกริ่งอีกรุ่นที่ต้องจารึกเป็นประวัติการณ์ถึงความร่วมมือของ คณะสงฆ์ไทย และประชาชนชาวไทยในการร่วมกันสร้างขวัญและกำลังใจให้ "รั้วของชาติ" ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้...
ตอกโค๊ตหมู 2 ตัว พิธี เดียวกับ 05 วัดช้างให้ ใช้แทนกันได้อย่างสนิทใจ มาพร้อมบัตรรับรองเพื่อนบ้านครับ...พิจารณาให้ชอบก่อนเคาะนะครับ ทางเวปยังไม่รับออกบัตรให้กับพระรุ่นนี้
สวยเดิม...เอาของหลักมาวัดใจ
อ่านสักนิดก่อนเคาะครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาด้วยกันทั้งสองฝ่าย พระราคาไม่ถึง 5000 บาท รบกวนส่งออกบัตรเองครับ ผมรับประกันแท้ แต่ถ้าพระราคาเกิน 5000 บาท ยินดีทำตามกฎ ขอบคุณครับ โอนแล้วกรุณาแจ้งทาง mail box ด้วยนะครับเพื่อความถูกต้องและรวดเร็วในการจัดส่ง ขอบคุณครับ ยังมีรายการพระที่น่าสนใจอีกหลายรายการ เข้าไปดูได้โดยคลิกที่ตัว
ปั๊มรูปเหมือน หลวงพ่อแช่มวัดฉลอง ปี2512 #เปิดวัดใจ# มีบัตรเรียบร้อย พระแท้ดูง่ายไร้กังวล
รับประกันพระแท้ตามกฎ สวยสมบูรณ์...
*เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ค.2553 ได้มีพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคลพระพุทธชินราช(จำลอง)และพระกริ่งมงคลประเทศ ณ พระอุโบสถวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช พระอารามศักดิ์สิทธิ์ที่เคยใช้ประกอบพิธีปลุกเสกองค์พ่อจตุคามรามเทพมามากมายหลายรุ่น มีพระพรหมจริยาจารย์ (สงัด ปัญ ญาวุโธ) เจ้าคณะใหญ่หนใต้ และเจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ (พระอารามหลวง) อ.เมือง จ.ตรัง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์จุดเทียนชัย พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชษฐ์ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดนภาคใต้ (ผบช.ศชต.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยอาราธนาพระสงฆ์ 1,000 รูปทั่วประเทศ และพระเกจิชื่อดัง 76รูป 76 จังหวัดร่วมเจริญพุทธมนต์ และอธิษฐานจิต นับเป็นพิธีใหญ่ครั้งแรกในรอบ 3 ปีหลังจากหมดยุคของวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ สำหรับมูลเหตุในการจัดสร้างนั้น สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่ พล.ต.ต. สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา ถูกลอบสังหารด้วยการวางระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ตำรวจที่ปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เสียขวัญกำลังใจเป็นอย่างมาก ทางราชการต่างเร่งบำรุงขวัญกำลังพลด้วยการเพิ่มมาตรการสิทธิอันพึงมีพึงได้ กับตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ "พระพรหมจริยาจารย์" เจ้าคณะใหญ่หนใต้ ได้เล็งเห็นว่า คณะสงฆ์ควรมีส่วนร่วมในการสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องเสี่ยงชีวิตในการปกป้องพระภิกษุสามเณรที่จำวัด ปฏิบัติศาสนกิจในพื้นที่ โดยยึดหลักกุศโลบายของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งพระองค์เสด็จทรงนมัสการพระพุทธชินราช เอาฤกษ์เอาชัยก่อนทรงออกศึกสงคราม เป็นการสร้างขวัญให้เหล่าทหารหาญในการออกรบทุกครั้ง คณะสงฆ์หนใต้ในนามองค์กรแห่งพระ พุทธศาสนา จึงได้จัดสร้างพระพุทธชินราชจำ ลอง ขนาดบูชาหน้าตัก 12 นิ้ว ลงรักปิดทองคำ หน้าฐานผ้าทิพย์ประดิษฐานพระกริ่ง เพื่อมอบไว้เป็นสิริมงคลประดิษฐาน ณ สถานีตำรวจทุกพื้นที่ให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ โดยเนื้อทองที่เหลือจากการเทนั้นได้นำมาหล่อจัดสร้างเป็นองค์พระกริ่งถวาย พระนามว่า "พระกริ่งมงคลประเทศ" มีความหมายให้เป็นมงคลแก่ชาวไทยทั้งประเทศ และเป็นอนุสรณ์ในการรวมพลังจากวัดต่างๆ นับหมื่นแห่งทั่วแผ่นดิน ที่ร่วมจัดสร้างสิ่งอันเป็นมงคลมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานใน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการจัดสร้างนั้นสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม, สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ พระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ พระสังฆาธิการ พระวิปัสสนาจารย์ พระเกจิอาจารย์ พระเถรานุเถระทั่วราชอาณาจักรจารแผ่นโลหะศักดิ์สิทธิ์ นับหมื่นแผ่นเพื่อเป็นชนวนโลหะในการจัดสร้างครั้งนี้ ตามตำรับของการจัดสร้างพระกริ่งของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนเทพวนาราม โดยประกอบพิธีจารพระยันต์ 108 มีพระนาม และคุณวิเศษตามโบราณาจารย์ที่บันทึกไว้ ซึ่งการจัดสร้างครั้งนี้เป็นการมีส่วนร่วมของฝ่ายพุทธจักร และฝ่ายอาณาจักร เสมือนหนึ่งการจัดสร้างพระพุทธชินราชอินโดจีน ปี พ.ศ.2485 ทั้งนี้ ได้ประกอบพิธีเททองหล่อเป็นปฐมฤกษ์ ณ มณฑลพิธีวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือวัดพระพุทธชินราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2553 โดยมีพระครูรัตนสิขการ หรือที่รู้จักในนาม "พระอาจารย์ประสูติ" แห่งวัดในเตา จ.ตรัง เป็นเจ้าพิธี "พระกริ่งมงคลประเทศ" จัดสร้าง 5 เนื้อเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ คือ 1.เนื้อทองคำ2.เนื้อนวโลหะ 3.เนื้อทองทิพย์ 4.เนื้อแดงโบราณ และ 5.เนื้ออัลปาก้า โดยพระกริ่งมงคลประเทศ เนื้ออัลปาก้า จำนวน 10,000 องค์ ได้มอบให้ตำรวจทุกนายจาก 51 สถานี ใน 3จังหวัด ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และพระพุทธชินราชจำลอง 55 องค์ มอบให้เป็นพระประธานประดิษฐานประจำสถานีตำรวจทั้ง 51 แห่ง ซึ่งมีการรับมอบไปเรียบร้อยแล้วหลังจากเสร็จพิธีมหาพุทธาภิเษก นอกจากนี้ ยังนำพระรุ่นดังกล่าวมอบให้พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศไว้เป็นที่ระลึกในการมีส่วนร่วมจัดตั้งกองทุน เพื่อช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย นับเป็นพระกริ่งที่มีมงคลสมกับพระนาม เพราะจัดสร้างและปลุกเสกตามตำราโบราณจารย์ อีกทั้งได้พลังจิตอันบริสุทธิ์ของพระเกจิคณาจารย์ทั่วไทยร่วมประจุพระคาถา อาคม ที่สำคัญเป็นพระกริ่งอีกรุ่นที่ต้องจารึกเป็นประวัติการณ์ถึงความร่วมมือของ คณะสงฆ์ไทย และประชาชนชาวไทยในการร่วมกันสร้างขวัญและกำลังใจให้ "รั้วของชาติ" ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้...
*เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ค.2553 ได้มีพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคลพระพุทธชินราช(จำลอง)และพระกริ่งมงคลประเทศ ณ พระอุโบสถวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช พระอารามศักดิ์สิทธิ์ที่เคยใช้ประกอบพิธีปลุกเสกองค์พ่อจตุคามรามเทพมามากมายหลายรุ่น มีพระพรหมจริยาจารย์ (สงัด ปัญ ญาวุโธ) เจ้าคณะใหญ่หนใต้ และเจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ (พระอารามหลวง) อ.เมือง จ.ตรัง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์จุดเทียนชัย พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชษฐ์ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดนภาคใต้ (ผบช.ศชต.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยอาราธนาพระสงฆ์ 1,000 รูปทั่วประเทศ และพระเกจิชื่อดัง 76รูป 76 จังหวัดร่วมเจริญพุทธมนต์ และอธิษฐานจิต นับเป็นพิธีใหญ่ครั้งแรกในรอบ 3 ปีหลังจากหมดยุคของวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ สำหรับมูลเหตุในการจัดสร้างนั้น สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่ พล.ต.ต. สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา ถูกลอบสังหารด้วยการวางระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ตำรวจที่ปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เสียขวัญกำลังใจเป็นอย่างมาก ทางราชการต่างเร่งบำรุงขวัญกำลังพลด้วยการเพิ่มมาตรการสิทธิอันพึงมีพึงได้ กับตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ "พระพรหมจริยาจารย์" เจ้าคณะใหญ่หนใต้ ได้เล็งเห็นว่า คณะสงฆ์ควรมีส่วนร่วมในการสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องเสี่ยงชีวิตในการปกป้องพระภิกษุสามเณรที่จำวัด ปฏิบัติศาสนกิจในพื้นที่ โดยยึดหลักกุศโลบายของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งพระองค์เสด็จทรงนมัสการพระพุทธชินราช เอาฤกษ์เอาชัยก่อนทรงออกศึกสงคราม เป็นการสร้างขวัญให้เหล่าทหารหาญในการออกรบทุกครั้ง คณะสงฆ์หนใต้ในนามองค์กรแห่งพระ พุทธศาสนา จึงได้จัดสร้างพระพุทธชินราชจำ ลอง ขนาดบูชาหน้าตัก 12 นิ้ว ลงรักปิดทองคำ หน้าฐานผ้าทิพย์ประดิษฐานพระกริ่ง เพื่อมอบไว้เป็นสิริมงคลประดิษฐาน ณ สถานีตำรวจทุกพื้นที่ให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ โดยเนื้อทองที่เหลือจากการเทนั้นได้นำมาหล่อจัดสร้างเป็นองค์พระกริ่งถวาย พระนามว่า "พระกริ่งมงคลประเทศ" มีความหมายให้เป็นมงคลแก่ชาวไทยทั้งประเทศ และเป็นอนุสรณ์ในการรวมพลังจากวัดต่างๆ นับหมื่นแห่งทั่วแผ่นดิน ที่ร่วมจัดสร้างสิ่งอันเป็นมงคลมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานใน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการจัดสร้างนั้นสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม, สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ พระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ พระสังฆาธิการ พระวิปัสสนาจารย์ พระเกจิอาจารย์ พระเถรานุเถระทั่วราชอาณาจักรจารแผ่นโลหะศักดิ์สิทธิ์ นับหมื่นแผ่นเพื่อเป็นชนวนโลหะในการจัดสร้างครั้งนี้ ตามตำรับของการจัดสร้างพระกริ่งของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนเทพวนาราม โดยประกอบพิธีจารพระยันต์ 108 มีพระนาม และคุณวิเศษตามโบราณาจารย์ที่บันทึกไว้ ซึ่งการจัดสร้างครั้งนี้เป็นการมีส่วนร่วมของฝ่ายพุทธจักร และฝ่ายอาณาจักร เสมือนหนึ่งการจัดสร้างพระพุทธชินราชอินโดจีน ปี พ.ศ.2485 ทั้งนี้ ได้ประกอบพิธีเททองหล่อเป็นปฐมฤกษ์ ณ มณฑลพิธีวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือวัดพระพุทธชินราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2553 โดยมีพระครูรัตนสิขการ หรือที่รู้จักในนาม "พระอาจารย์ประสูติ" แห่งวัดในเตา จ.ตรัง เป็นเจ้าพิธี "พระกริ่งมงคลประเทศ" จัดสร้าง 5 เนื้อเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ คือ 1.เนื้อทองคำ2.เนื้อนวโลหะ 3.เนื้อทองทิพย์ 4.เนื้อแดงโบราณ และ 5.เนื้ออัลปาก้า โดยพระกริ่งมงคลประเทศ เนื้ออัลปาก้า จำนวน 10,000 องค์ ได้มอบให้ตำรวจทุกนายจาก 51 สถานี ใน 3จังหวัด ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และพระพุทธชินราชจำลอง 55 องค์ มอบให้เป็นพระประธานประดิษฐานประจำสถานีตำรวจทั้ง 51 แห่ง ซึ่งมีการรับมอบไปเรียบร้อยแล้วหลังจากเสร็จพิธีมหาพุทธาภิเษก นอกจากนี้ ยังนำพระรุ่นดังกล่าวมอบให้พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศไว้เป็นที่ระลึกในการมีส่วนร่วมจัดตั้งกองทุน เพื่อช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย นับเป็นพระกริ่งที่มีมงคลสมกับพระนาม เพราะจัดสร้างและปลุกเสกตามตำราโบราณจารย์ อีกทั้งได้พลังจิตอันบริสุทธิ์ของพระเกจิคณาจารย์ทั่วไทยร่วมประจุพระคาถา อาคม ที่สำคัญเป็นพระกริ่งอีกรุ่นที่ต้องจารึกเป็นประวัติการณ์ถึงความร่วมมือของ คณะสงฆ์ไทย และประชาชนชาวไทยในการร่วมกันสร้างขวัญและกำลังใจให้ "รั้วของชาติ" ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้...
พระสมเด็จหูบายศรี เนื้อผงพุทธคุณ ปี 2496 ท่านเจ้าคุณศรี (ประหยัด) วัดสุทัศน์ฯ มีส่วนผสมของผงพระสมเด็จจากวัดระฆัง, ผงเก่าที่คณาจารย์ปลุกเสกไว้ที่วัดสุทัศน์ และตะไบชนวนพระกริ่งวัดสุทัศน์รุ่นเก่า พระเณรช่วยกัน โดยนำผงเก่า ๆ พระชำรุดมาจัดสร้าง เมื่อเสร็จก็ทำพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 30 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์ 2496 และประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกวันเสาร์ ๕ เดือน ๕ และ ๕ ค่ำ ตรงกับวันที่ 3-7 เมษายน 2496 รวม 5 วัน และยังมีพิธีมหาพุทธาภิเษกวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2497 อีก 2 คืน รายนามพระเกจิอาจารย์ในสมัยนั้นมีจำนวน 96 รูป ในปี 2496 กล่าวกันว่าพิธีนี้เป็นสุดยอดในยุคนั้น มวลสารหลักผสมของผงพระสมเด็จจากวัดระฆังและวัดบางขุนพรหม ผงพระกรุวัดสามปลื้ม ผงสมเด็จปิลันธ ผงพระกรุวัดเงิน , ผงเก่าที่คณาจารย์ต่างๆที่มาเข้าพิธี ผงยอดพระไตรปิฎก หลวงพ่อรุ่งวัดท่ากระบือ ผงตรีนิสิงเห ของหลวงปู่ใจ วัดเสด็จ ผงมหาราชใหญ่ ผงอิทธิเจ ผงพุทธคุณ ผงนะโมพุทธายะ ผงปัถมังกลืนไกรลาส ผงปัถมังโลกีย์ ผงนะต่างๆ ผงธรรมจักร์ ดินสอของสมเด็จพระสังฆราชแพ ผงตะไบชนวนพระกริ่งวัดสุทัศน์รุ่นเก่าที่สมเด็จพระสังฆราช(แพ) ทรงสร้างไว้ น้ำมันงาดิบเสก น้ำมนต์พุทธาิภิเศก พิธีใหญ่ปลุกเสกหมู่ 4 วัน 3 คืน ตั้งแต่ 30 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2496 เกจิฯรวม 96 รูป อาทิเช่น สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ อยู่ วัดสระเกศ, สมเด็จพระพุฒาจารย์ นวม วัดอนงคาราม, พระญาณโพธิ วัดสุทัศน์, หลวงพ่อสิงห์คำ วัดเชียงราย, หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ, หลวงปู่เหรียญ วัดเทวะสังฆาราม กาญจนบุรี, หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย สระบุรี, หลวงพ่ออั้น วัดพระญาติ อยุธยา, หลวงพ่อช่วง วัดบางแพรกใต้ นนทบุรี, หลวงพ่อผล วัดหนัง, หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ สมุทรสาคร, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม, หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ สุพรรณฯ, หลวงปู่เฮี้ยง วัดป่า ชลบุรี, หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว สมุทรปราการ, หลวงพ่อพักตร์ วัดบึงทองหลาง, หลวงพ่อกึ๋น วัดดอน ยานนาวา, หลวงพ่อฑูรย์ วัดโพธินิมิตร, หลวงพ่อนอ วัดกลาง อยุธยา, หลวงพ่อเล็ก วัดบางนมโค อยุธยา, หลวงพ่อฮะ วัดดอนไก่ดี สมุทรสาคร, หลวงพ่อเล็ก วัดท่าลาด ฉะเชิงเทรา, หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา ปราจีนบุรี, หลวงพ่อห้อง วัดช่องลม ราชบุรี, หลวงพ่อเล็ก วัดบางนมโค อยุธยา, หลวงพ่อแฉ่ง วัดคงคาราม เพชรบุรี, หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง นนทบุรี, พระอาจารย์สา วัดราชนัดดา, หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก ชลบุรี, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา, หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาฯ, หลวงพ่อสุข วัดโตนดหลวง เพชรบุรี, หลวงพ่อแต้ม วัดพระลอย สุพรรณบุรี, หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ฯลฯ ในระหว่างพิธีพุทธาภิเษกนั้นเอง พระเกจิฯทั้งหลายก็ได้เห็นนิมิตแสงสีต่างๆอันเป็นมงคลซึ่งรวมไปถึงเห็น สมเด็จพระสังฆราช(แพ) มาร่วมในพิธีด้วย
พระครูมูลท่านเก็บรวบรวมพระสมเด็จวัดระฆังที่ชำรุดแตกหักเป็นท่อน ๆ เอาไว้ เนื่องจากสมัยนั้นคนยังมีคติไม่นิยมเอาพระที่แตกหักชำรุดไว้ในบ้าน จึงทำให้มีคนนำเอาพระสมเด็จวัดระฆังที่ชำรุดแตกหักมามอบให้พระครูมูลเป็นจำนวนมาก พระครูมูลเอาชิ้นส่วนพระสมเด็จวัดระฆังเหล่านั้นมาป่นให้ละเอียดและผสมกับปูนขาวเป็นเนื้อหลัก แล้วสร้างเป็นพระสมเด็จขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2495 เป็นพิมพ์เกศบัวตูม เมื่อกดพิมพ์พระได้จำนวนเท่าที่ต้องการแล้ว พระครูมูลท่านได้นำเอาพระสมเด็จที่ท่านสร้างนี้เข้าร่วมพิธีปลุกเสกพร้อมกับพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ที่ทางวัดสุทัศน์จัดขึ้น มื่อมีใครมาขอพระสมเด็จจากพระครูมูลท่านก็จะหยิบแจกให้ฟรี ๆ ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพระสมเด็จที่ท่านสร้างครั้งแรกหมดไป พ.ศ. 2495 พระครูมูลท่านได้เอาชิ้นส่วนของพระสมเด็จวัดระฆังที่เหลือจากการสร้างพระสมเด็จครั้งแรก มาผสมกับชิ้นส่วนของพระสมเด็จวัดระฆัง และพระสมเด็จบางขุนพรหมที่ท่านหามาเพิ่มเติมทีหลังสร้างขึ้นใหม่อีก ครั้งนี้ท่านสร้างเป็นพิมพ์พระธาน แบบมีหน้าตา ซึ่งจะปรากฏรายละเอียดสวยงามกว่าพระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูมที่ท่านสร้างขึ้นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีการสร้างเป็นพิมพ์นางพญา พิมพ์สามเหลี่ยม และ พิมพ์พระคะแนน ด้วย ซึ่งการสร้างพระสมเด็จของพระครูมูลครั้งหลังนี้ท่านก็ทำเหมือนครั้งแรก คือฝากเข้าพิธีปลุกเสกที่วัดสุทัศน์จัดขึ้นทุกครั้ง แล้วก็แจกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมดไปในที่สุด พระสมเด็จของพระครูมูลมีการนิยมมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว สมัยนั้นคนที่ได้รับแจกพระสมเด็จจากท่านต่างมีประสบการณ์ทางด้านนิรันตรายกันมาก จึงนิยมใช้แทนพระสมเด็จวัดระฆังนับแต่นั้นมา พูดถึงพุทธคุณทางด้านเมตตามหานิยมของพระสมเด็จพระครูมูลก็มีผู้มีประสบการณ์กันมากไม่รู้เท่าไหร่ ๆ กันแล้ว เพราะว่าไปแล้วการใช้พระสมเด็จพระครูมูลก็เหมือนใช้พระสมเด็จวัดระฆังดี ๆ นั่นเอง องค์นี้พระเนื้อหาจัดจ้านมากๆครับ สวยเข้มขลัง โซนเนื้อหาใกล้เคียงพระสมเด็จวัดระฆังมากจริงๆ มาพร้อมบัตร DD ครับผม พระสมเด็จของพระครูมูล เป็นพระที่น่าใช้มาก เพราะเป็นพระตระกูลสมเด็จยุคปลายที่มีส่วนผสมของมวลสารของพระสมเด็จวัดระฆังไว้มากที่สุด ทำให้น่าเก็บไว้ศึกษาและบูชาอย่างยิ่ง ผมรับประกันพระแท้ตามกฎทุกประการ ขอบคุณมากครับ