Siamchaiyo

ข้อมูลสมาชิก – Siamchaiyo

เริ่มเป็นสมาชิก: March 02, 2016 04:42:27 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 0 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 1582 รายการ , คำติ: 0 รายการ

ประวัติ Feedback

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/6816421


หลวงพ่อแพท่านเป็นชาวจังหวัดสิงห์บุรี เกิดในราวปี พ.ศ.2452 ที่บ้านสวนกล้วย ต.ดอนสมอ อ.ท่าช้าง เมื่อบิดามารดาเสียชีวิต จึงย้ายมาอยู่กับบิดามารดาบุญธรรมที่วัดใหม่ อ.ท่าช้าง ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพิกุลทอง ตอนเด็กเรียนเขียนอ่านที่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน แล้วเข้ากรุงเทพฯ เพื่อบวชเป็นสามเณรและศึกษาเล่าเรียนด้านพระปริยัติธรรมกับพระอาจารย์เขมร ที่วัดชนะสงคราม ท่านมีความใส่ใจและขวนขวายในการศึกษา อายุเพียง 14 ปีก็สามารถสอบได้เปรียญ 3 ประโยค   เมื่ออายุครบบวชจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายา "เขมังกโร" แปลว่า ผู้ทำความเกษมแล้ว ท่านเป็นพระภิกษุที่มีจิตมุ่งมั่นที่จะบำเพ็ญตนเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้นหลายๆ รูป อาทิ สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) พระครูภาวนา สำนักวัดโพธิ์ หลวงพ่อสี ผู้ทรงคุณวิเศษนานัปการ ฯลฯ ท่านจึงมีความเชี่ยวชาญและแตกฉานทั้งด้านคันถธุระ วิปัสสนาธุระ รวมทั้งไสยศาสตร์และวิทยาการต่างๆ   ต่อมาได้รับมอบหมายจากสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) ให้เดินทางกลับบ้านเกิดและบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามในท้องถิ่นที่ชำรุดทรุด โทรม เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป ท่านจึงเดินทางกลับไปดูแลวัดพิกุลทอง ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของชาวบ้าน ด้วยบารมีและกุศลบุญของท่านและหลวงพ่อสี การบูรณะวัดพิกุลทองสำเร็จลุล่วงในเวลาเพียงปีเศษเท่านั้น นอกจากนี้ ท่านยังพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญควบคู่ไปด้วย ชื่อเสียงของท่านเป็นที่ร่ำลือขจรขจาย มีศิษยานุศิษย์และผู้เลื่อมใสศรัทธาเดินทางมากราบนมัสการอย่างเนืองแน่น   หลวงพ่อแพท่านมรณภาพในปี พ.ศ.2542   เมื่อหลวงพ่อแพ มีบารมีมากขึ้นผู้คนเริ่มรู้จักตามลำดับ วัดหลายวัดต่างนิมนต์ หลวงพ่อแพท่านเป็นประธานในการก่อสร้างวัด วิหาร ถาวรวัตถุต่างๆมากมายหลายวัด และเมื่อ เดือนมีนาคม พ.ศ. 2493 ทางวัด แถบ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ก้อได้นิมนต์ท่านร่วมงาน หลวงพ่อแพเล่าว่า ท่านเพลียมากจึงชวนศิษย์ไปจำวัด ที่หอสวดมนต์ โดยมีคนหลายนอนอยู่ก่อนแล้ว ก่อนนอนท่านเอาผ้าอาบน้ำฝนใส่ไว้ในย่าม จึงรู้สึกว่าย่ามใหญ่ คิดว่าคนที่นอนอยู่คงเข้าใจว่าเป็นเงิน ด้วยความอ่อนเพลียท่านจึงหลับไป พอท่านตื่นจากจำวัดเวลาเช้ามืด พบว่าย่ามหายไปแล้ว จึงแจ้งทางวัดทราบ สำหรับสิ่งของในย่าม มีเพียงของเล็กๆน้อยๆ แต่ของที่สำคัญก็คือ พระสมเด็จวัดระฆังฯ ซึ่งได้รับจากสมบัติของโยมวัดชนะสงคราม จึงเป็นของที่แท้ และทรงคุณค่าทางด้านจิตใจของหลวงพ่อมาก ท่านจึงเสียดายเป็นอย่างมาก ญาติโยมช่วยกันติดตาม ปรากฏว่าได้รับของอื่นคืนครบทุกชิ้น ยกเว้นพระสมเด็จ สอบถามผู้ขโมยได้ความว่าได้นำไปขายให้บุคคลไม่ทราบชื่อ ไม่สามารถติดตามคืนได้หลวงพ่อเล่าว่าท่านเสียดายมาก ระหว่างนั้นต้องไปขอยืมสมเด็จวัดระฆังจาก อาจารย์หยด ซึ่งเคยเป็นเจ้าอาวาส มาติดตัวไปก่อนด้วยความเคารพในบารมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต เป็นอย่างยิ่ง ทำให้หลวงพ่อแพ อธิษฐานขอบารมี ณ วัดไชโยวรวิหาร ขอสร้างพระโลหะพิมพ์สมเด็จ พระสมเด็จทองเหลืองขึ้นใช้เอง และแจกจ่ายให้กับผู้เคารพศรัทธา ในปี 2494 ประมาณเดือน 6 โดยนำช่างมาเททองหล่อ ที่ด้านใต้ โบสถ์หลังเก่า ได้รับโลหะจากผู้ที่มาร่วมพิธี นำมาหล่อเช่น เครื่องเงิน ขันลงหิน โต๊กทาน เชียนหมาก ตะบันหมาก สตางค์แดง สตางค์ข้าว สตางค์สิบ ทองเหลือง เป็นจำนวนมาก   หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง ท่านเป็นพระเกจิที่เก่งและดังมากๆ อีกท่านหนึ่งของสิงห์บุรี ท่านมีลูกศิษย์มากมายทั่วประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง ทั้งฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย   วัตถุมงคลที่ท่านสร้างมีประสบการณ์มากมาย ทั้งแคล้วคลาด คุ้มครอง โชคลาภ ค้าขายร่ำรวย


เขียนโดย :INTIME เจ้าของรายการ September 12, 2016 10:00:09


เจ้าของเดิมเช่ามาจากการันตัพระ เมื่อปี 2542            พระสมเด็จของหลวงปู่นาค วัดระฆัง เป็นพระสมเด็จที่มีส่วนผสมของเศษแตกหักของสมเด็จวัดระฆังที่ท่านได้เก็บรวบรวมไว้เป็นจำนวนมากจากการที่มีประชาชนนำเศษแตกหักของพระสมเด็จมาทิ้งไว้ที่วัดและการค้นพบพระสมเด็จจำนวนมากบนหลังคาโบสถ์วัดระฆังซึ่งท่านได้นำพระสมเด็จที่แตกหักทั้งหมดร่วมกับการสร้างผงพุทธคุณของท่านตามตำรับของสมเด็จโต  ทำให้พระสมเด็จของท่านโดยเฉพาะพระในยุคต้น ๆ  ช่วงปี 2485-2495 มีเนื้อหามวลสารจัดจ้านน่าบูชายิ่งนัก  ซึงนับว่าเป็นพระตระกูลสมเด็จที่มีเนื้อหามวลสารของพระสมเด็จวัดระฆังผสมไว้มากที่สุด  จะเป็นรองก็เพียงพระสมเด็จของพระครูสังฆ์ วัดอินทรวิหารเท่านั้น  อีกทั้งพุทธคุณก็สูงล้ำในด้านเมตตามหานิยม  เป็นที่เสาะแสวงหากันอย่างมาก  วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมและวงการพระรู้จักกันดี          พระเนื้อผงรุ่นแรก สร้างปี 2485 ประกอบด้วยพิมพ์ทรงเทวดาอกตัน-อกร่อง เทวดาขัดเพชร และพิมพ์สามเหลี่ยม พิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์ขาโต๊ะและอีกหลายพิมพ์ที่ไม่ได้กล่าวถึงกล่าวเฉพาะพิมพ์ที่นิยมวงการรู้จักพอสมควรพระ เนื้อผงรุ่นสอง สร้างปี 2495 ประกอบด้วยพิมพ์สมเด็จโต นั่งบริกรรม พิมพ์ปรกโพธิ์ ฝังและไม่ฝังตะกรุด พิมพ์พระประธาน ฝังและไม่ฝังตะกรุด นางพญา พิมพ์พระประจำวัน คะแนนฐานสิงห์ รูปหล่อ เหรียญโล่ และเหรียญข้าวหลามตัด นอกจากนี้ยังมีอีกหลายรุ่น สร้างในปี พ.ศ.2499, 2500, 2504, 2507, 2509 และรุ่นสุดท้ายคือรุ่นแซยิด 7 รอบ ปี 2511 และอีกมากมายที่ยังไม่ได้กล่าวถึงจะกล่าวเฉพาะพิมพ์ที่นิยมหรือพิมพ์ที่วงการรู้จักกันพอสมควรครับ  พุทธคุณในพระของหลวงปู่นาค มีทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาด คงกระพัน เรียกว่าครอบจักวาล ซึ่งพลังจิตของท่านเป็นรัศมีทองคำ         แต่เนื่องจากท่านได้สร้างพิมพ์ทรงของพระสมเด็จต่าง ๆ ไว้มากมาย   ในวงการจึงนิยมเล่นหากันเฉพาะพิมพ์นิยมบางพิมพ์ของท่านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวใครเห็นก็ทราบว่าเป็นพระของท่าน เช่น  พิมพ์เทวดาสามชั้นหูบายศรี  พิมพ์ปรกโพธิ์  พิมพ์ชิ้นฟัก  พิมพ์รูปเหมือนสมเด็จโต  พิมพ์ซุ้มระฆัง เป็นต้น  ส่วนพิมพ์อื่น ๆ ไม่ค่อยนิยมเช่าหากัน    สำหรับพระสมเด็จของท่านที่มีเนื้อหาจัดจ้าน  แก่ผงพระสมเด็จ  หรือ มีการฝังตะกรุดไว้เป็นพิเศษ ตั้งแต่  1ดอก  2 ดอก  หรือ 3 ดอก  จะหาได้ยากมากและเป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก  โดยจะเช่าหากันในราคาสูงกว่าปกติหลายเท่า  เป็นที่น่าแปลกใจมากพระสมเด็จของหลวงปู่นาค วัดระฆังไปมีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์เป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากประเทศดังกล่าวมากว้านซื้อกลับไปยังประเทศของตนเป็นจำนวนมาก ทำให้จำนวนพระสมเด็จของหลวงปู่นาค วัดระฆังในปัจจุบัน  มีจำนวนลดลงเป็นอย่างมาก ซึ่งในอนาคตพระชุดนี้คงจะดังระเบิดด้วยค่านิยมไม่แพ้พระสมเด็จบางขุนพรหม ปี 09 เป็นแน่แท้  


เขียนโดย :สุชาติ1963 เจ้าของรายการ September 11, 2016 01:31:57


พระสมเด็จชุดนี้จัดสร้างโดย ลพ.สุพจน์ นามเต็มของท่านคือ "พระครูพุทธมนต์วราจารย์" ท่านเป็นพระแบบว่าเก่งเงียบ ท่านมีวิชาลบผงสร้างผงจากตำราโบราณของวัดสุทัศน์ (ตำราโบราณของพระครูลมูล วัดสุทัศน์) เป็นสหายธรรมกับหลวงปู่นาคและหลวงปู่หินวัดระฆัง จึงได้รับมอบผงสมเด็จวัดระฆัง ที่แตกหักเป็นจำนวนมาก ท่านเป็นหนึ่งในเกจิที่ร่วมปลุกเสกพระยี่สิบห้าพุทธศตวรรษ และงานพุทธาภิเษกใหญ่ ๆ เช่นพิธีวัดประสาทฯ ปี 06 พิธีปลุกเสกพระประจำจังหวัดชลบุรี ปี 09 ที่วัดป่าชลบุรี ก็มีชื่อของท่านในทำเนียบพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับการนิมนต์มาร่วมพิธี ปลุกเสกด้วย สมเด็จพิมพ์นี้สร้างที่วัดสุทัศน์ฯ เมื่อปี 84 (พิธีอินโดจีน) โดยลูกศิษย์ของท่านนำพระสมเด็จวัดระฆังที่แตกหักจำนวนมากและไม่ได้ใครสนใจมา ถวายท่าน ท่านจึงนำพระเหล่านั้นมาบดเป็นผงละเอียดและได้แกะพิมพ์ขึ้นมาใหม่ เช่น พระสมเด็จพิมพ์วัดระฆัง พระสมเด็จพิมพ์วัดบางขุนพรหม พระสมเด็จพิมพ์วัดเกษไชโย วัดเงินคลองเตย วัดพลับ วัดสามปลื้ม วัดโพธิ์ ขุนแผนบ้านกร่าง หลวงพ่อโตบางกระทิง พระลีลา เปิดโลก และพิมพ์ต่างอีกมากด้านมีทั้งปั๊มยันต์พุฒซ้อน และยันต์ตรี พร้อมได้กราบเรียนสมเด็จพระสังฆราชแพเพื่อขออนุญาตนำพระเข้าปลุกเสกในพิธีนั้น พร้อม ๆ กับวัตถุมงคลต่าง ๆ หลังจากนั้นจึงได้มอบให้แก่ลูกศิษย์ตลอดจนทหาร ตำรวจ และข้าราชการต่าง ๆ ที่ต้องไปราชการสงครามในสมัยนั้นเพื่อไปเป็นมงคล ปรากฎว่า "ประสบการณ์ดีเยี่ยม" พอข่าวนี้แพร่ออกไปปรากฎว่ามีประชาชนต่างมาทยอย ขอพระสมเด็จจากท่านจำนวนมาก ซึ่งท่านก็มอบให้ด้วยความเต็มใจจนหมด จึงเรียกได้ว่าพระชุดนี้ "ดีนอก ดีใน" จริงๆ


เขียนโดย :สุชาติ1963 เจ้าของรายการ September 11, 2016 01:31:43


@@@ ชำระเงินแล้ว กรุณาแจ้งผ่าน Mailbox ด้วยนะครับ @@@ @@@ การจัดส่งสินค้า       - ราคารวมไม่ถึง 100 บาท จัดส่งแบบธรรมดา                                   - ราคารวม 100 - 499 จัดส่งแบบลงทะเบียน และ                                   - ราคา 500 บาทขึ้นไปจัดส่งแบบ EMS ท่านสามารถสั่งซื้อหลายรายการแล้วรวมชำระในคราวเดียวได้ครับ @@@ @@@ มีสินค้ารายการอื่นให้เลือกมากมายครับ Click  เพื่อชมสินค้ารายการอื่น @@@


เขียนโดย :not888 เจ้าของรายการ September 06, 2016 01:28:11


ขุนแผน หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ


เขียนโดย :phichan9 เจ้าของรายการ September 05, 2016 10:13:14


เหรียญแท้ดูง่ายค่ะ สวยๆๆๆค่ะ รับประกันความแท้ค่ะ


เขียนโดย :กัสจัง เจ้าของรายการ August 31, 2016 09:39:10


พระร่วงรางปืน เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง ในอิริยาบถยืนบนแท่น ภายในซุ้มเรือนแก้ว พระหัตถ์ขวายกขึ้นระดับพระอุระ พระกรซ้ายทอดลงขนาดกับลำพระองค์ แบหงายฝ่าพระหัตถ์ออกด้านหน้าเป็นกิริยาประทานพร ครองเครื่องจีวรห่มคลุมบางแนบพระวรกาย ปรากฏเส้นขอบจีวร บริเวณรอบพระศอและมีชายจีวรเป็นเส้นพลิ้วบางขนานกับพระองค์ตกลงมาเบื้องล่าง รายละเอียดของพระพักตร์ชัดเจน สีพระพักตร์ค่อนข้างเคร่งขรึม สวมศิราภรณ์ ได้แก่ กระบังหน้าและมงกุฎรูปกรวยหรือที่เรียกกันว่า หมวกชีโบ นุ่งสบง คาดด้วยรัดประคดที่มีการตกแต่งลวดลายที่ปรากฏในศิลปะเขมร แบบบายน   ที่มีชื่อเรียกว่า"พระร่วงรางปืน" หรือ "พระร่วงหลังรางปืน" เนื่องจากด้านหลังขององค์พระมีลักษณะเป็นร่องลึกยาวนับเป็นพระพิมพ์ที่นิยม เล่นหากันมาเป็นเวลานาน พระร่วงรางปืนจัดเป็นพระพิมพ์สกุลช่างสกุลสุโขทัย ที่ได้รับอิทธพลจากศิลปะเขมรสมัยบายน หรือศิลปะแบบลพบุรีอายุราวพุทธศตวรรษ ที่ ๑๘สันนิษฐานกันว่าคำเรียกขานพระพิมพ์ที่มีพุทธลักษณะเช่นนี้ว่า พระร่วง มีที่มาจากพระร่วงโรจนฤทธิ์ศรอินทราทิตย์ธรรมโมภาสมหาวชิราวุธปูชนียบพิตร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯให้ปฏิสังขรณ์ขึ้นจากพระพุทธ รูปที่ชำรุดเหลือเพียงพระเศียร พระหัตถ์ และพระบาทที่ทรงได้มาจากเมืองศรีสัชนาลัย และนำมาประดิษฐานไว้ที่วิหารด้านทิศเหนือขององค์พระปฐมเจดีย์   พิธีมหาพุทธาภิเษกพระพุทธสิหิงค์จำลอง 9 เมษายน 2515 ณ วัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยพระเกจิคณาจารย์ 108 รูป ร่วมปลุกเสกในพิธี อาทิ 1. หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี 2. หลวงพ่อกวย วัดโฆษิตาราม 3. หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง 4. หลวงพ่อเกษม เขมโก 5. หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม 6. ครูบาคำแสน อินทจักรโก วัดสวนดอก 7. ครูบาคำแสน คุณาลังกาโร วัดป่าดอนมูล 8. ครูบาชุ่ม โพธิโก 9. อาจารย์นำ แก้วจันทร์ และ อาจารย์ชุม ไชยคีรี (ฝ่ายฆราวาส) ฯลฯ สมเด็จย่า และสมเด็จพระนางเจ้าฯเสด็จเป็นประธาน


เขียนโดย :ขุนพลเมืองแพร่ เจ้าของรายการ August 29, 2016 15:36:31

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/6763433


พระธรรมขันธ์ รุ่น 4            เมื่อพระของขวัญรุ่น 3 ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระมงคลเทพมุนี   หลวงพ่อวัดปากน้ำได้สร้างไว้เป็นรุ่นสุดท้ายได้หมดลงแล้ว   และปรากฏว่ายังมีผู้นิยมต้องการพระวัดปากน้ำอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทางวัดปากน้ำโดยคณะศิษยานุศิษย์จึงได้ทำการจัดสร้างพระขึ้นใหม่อีกรุ่นหนึ่ง นับเป็นรุ่นที่ 4 ต่อจากรุ่นที่ 3 ที่หลวงพ่อได้สร้างไว้ ทางวัดได้ดำเนินการจัดสร้างขึ้นโดยมีพระเดชพระคุณพระธรรมธีรราชมหามุนี  เจ้าอาวาสเป็นประธาน   และได้มอบหมายให้พระภาวนาโกศลเถร (วีระ คณุตฺตโม)   อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระดำเนินการจัดสร้างพระผงธรรมขันธ์รุ่น   4   ขึ้นมามีจำนวน 800,000 องค์ (แปดแสน) โดยได้เริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2514 เป็นต้นมา และได้เริ่มนำออกให้เช่าบูชาเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2515 และได้จำหน่ายหมดในปี พ.ศ. 2527 พระรุ่น 4 นี้มีชื่อเรียกว่า “พระธรรมขันธ์”             มีคำชี้แจงตอนหนึ่ง ของพระเดชพระคุณพระภาวนาโกศลเถร ในสมัยดำรงสมณศักดิ์เป็นพระครูภาวนาภิรมเป็นคำชี้แจงที่พิมพ์ห่ออยู่กับพระธรรมขันธ์ ซึ่งมีใจความตอนหนึ่งว่า             ....เนื่องด้วยพระของขวัญของพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนีหลวงพ่อวัดปากน้ำทั้ง 3 รุ่นได้แจกหมดไปแล้วเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2514 ทางวัดจึงได้จัดทำพระผงขึ้นใหม่ เรียกว่า “พระธรรมขันธ์วัดปากน้ำภาษีเจริญ” โดยนำผงพระของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำทั้ง 3 รุ่น คือรุ่น 1 รุ่น 2 รุ่น 3 ผสมรวมกันเพื่อทรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์และนำเข้าพิธีโดยผู้ทรงคุณวุฒิได้วิชาธรรมกายทำพิธีตลอดไตรมาสสามเดือนในพรรษาและได้เริ่มแจกในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2515 อันเป็นวันออกพรรษา เมื่อท่านทั้งหลายได้รับไปแล้ว จงเก็บรักษาไว้ให้ดี เมื่อมีอุปสรรคอันใดเกิด่ขึ้น จงตั้งจิตอธิษฐานเอาเถิด...             ในการสร้างพระธรรมขันธ์นี้   ทางวัดได้จัดพิมพ์พระคะแนนในรุ่นนี้ขึ้นด้วย เรียกว่า พระคะแนนรุ่น 4 โดยใช้แม่พิมพ์เดียวกัน พระคะแนนนี้มีความแตกต่างพิเศษจากพิมพ์ธรรมดาอยู่ 2   ประการ   คือด้านหน้าองค์พระจะใส่เส้นเกศาของหลวงพ่อไว้ทุกองค์ เส้นเดียวก็มี หลายเส้นก็มี บางองค์อาจจะไม่ปรากฏเห็น   เนื่องจากหลุดหายไปหรือไม่ก็อาจจะฝังจมอยู่ในเนื้อ   ด้านหลังองค์พระจะมีตัว “ภ” พิมพ์อยู่เป็นพิเศษอยู่ ด้วย อักษรตัว “ภ” นี้ย่อมาจากคำว่า “พระครูภาวนาภิรม” ชื่อของผู้สร้างในสมัยนั้น พระคะแนนนี้มีทั้งชนิดพิมพ์ 4 เหลี่ยม และชนิดพิมพ์ 3 เหลี่ยม   ทางวัดได้นำออกให้ประชาชนได้นำออกให้ประชาชนได้เช่าบูชาในราคาองค์ละ 100 บาท ส่วนพิมพ์ธรรมดาองค์ละ 25 บาทเท่านั้น             พระผงธรรมขันธ์รุ่น 4 นี้ ถึงแม้จะเป็นรุ่นที่คณะศิษย์ของหลวงพ่อเป็นผู้สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกหรือเป็นรุ่นแรกที่คณะศิษย์ได้สร้างขึ้นก็ตาม หากจะกล่าวถึงในด้านชื่อเสียงและความนิยมโดยทั่วไปแล้วก็นับได้ว่าไม่แตกต่างจากพระของขวัญรุ่น 1 รุ่น 2 และรุ่น 3 ที่หลวงพ่อได้สร้างขึ้นเนื่อเพราะว่าในรุ่นนี้ ได้นำเอาผงพระของขวัญของหลวงพ่อทั้ง 3 รุ่นมาเป็นส่วนผสมด้วยประการหนึ่ง   อีกประการหนึ่งก็คือได้ทำพิธีบรรจุอานุภาพตามหลักวิชาธรรมกายเหมือนรุ่น   1-2-3    ซึ่งทางคณะศิษย์ได้ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาโดยไม่ขาดสาย จนถึงปัจจุบัน พระธรรมขันธ์รุ่น 4 นี้   จึงคงความศักดิ์สิทธิ์มีผู้นิยมนำไปสักการบูชากันอย่างแพร่หลายจนกระทั่งหมดในปี พ.ศ. 2527   แม่พิมพ์           แม่พิมพ์ของพระธรรมขันธ์รุ่น 4 นี้ จัดแยกออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ ประเภทพิมพ์สี่เหลี่ยมกับประเภทพิมพ์สามเหลี่ยม    พิมพ์สี่เหลี่ยมนั้นมี   2 พิมพ์ และพิมพ์สามเหลี่ยมมี 2   พิมพ์เช่นกัน    เมื่อรวมกันแล้วพระธรรมขันธ์รุ่น 4 จึงมีทั้งหมด 4   พิมพ์ด้วยกัน      ขนาดของพระธรรมขันธ์แบบสี่เหลี่ยมทั้งสองพิมพ์กว้างประมาณ 1.7 ซม. ยาวประมาณ 2.4 ซม. ความหนาประมาณ 6 มม. ชนิดสามเหลี่ยมทั้ง 2    พิมพ์ฐานกว้างประมาณ 1.7 ซม. สูงประมาณ 2.5 ซม. หนาประมาณ 6 มม. พุทธลักษณะทั่วไปของพระสี่เหลี่ยมทั้ง 2 พิมพ์นั้นเป็นพระนั่งสมาธิราบปางปฐมเทศนา พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวายกขึ้นเป็นลักษณะจีบนิ้วอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ข้างซุ้มทั้งสองด้านมีเส้นม่านเป็นขีดๆ   เรีงกันเป็นลำดับ ฐานเป็นบัวคว่ำบัวหงายสองชั้น  ด้านหลังองค์พระพิมพ์เป็นอักขระขอม   อ่านว่า “ธรรมขันธ์”           พุทธลักษณะทั่วไปของพระพิมพ์สามเหลี่ยมทั้ง   2   พิมพ์     เป็นพระนั่งสมาธิราบปางปฐมเทศนาเช่นกัน พระหัตถ์ซ้ายที่ว่างบนพระเพลา จีบเป็นวงเข้าหากัน   และพระหัตถ์ขวาที่ยกขึ้นก็มีลักษณะจีบนิ้ว ขอบรอบองค์พระเป็นลายกนกสวยงาม    ด้านหลังพิมพ์เป็นอักขระขอม   อ่านว่า  “ธรรมขันธ์”   ส่วนผสมรุ่น 4                                       พระธรรมขันธ์รุ่น 4 นี้ มีส่วนผสมหลายอย่างจะกล่าวพอเป็นสังเขปดังนี้ 1.ปูนขาว ที่ทำจากเปลือกหอย 2.กล้วยน้ำว้า 3.ดอกไม้ต่างๆ โดยเฉพาะดอกมะลิ 4.ผงพระของขวัญรุ่น 1 รุ่น 2 และรุ่น 3 5.อัญมณีบางส่วน 6.เส้นเกศาของหลวงพ่อ (โดยเฉพาะพระคะแนน) 7.น้ำมันตั้งอิ๊ว 8.และอื่นๆ   เนื้อพระรุ่น 4           พระธรรมขันธ์รุ่น 4 นี้ แยกประเภทของเนื้อพระออกโดยทั่วๆ ไปเป็น 4 ประการคือ           1. เนื้อสีขาว             3. เนื้อสีคล้ำหม่น           2. เนื้อสีเหลือง         4. เนื้อเกล็ดสีขาว (สังขยา)   พระเนื้อสีขาว ลักษณะของเนื้อจะเป็นสีขาวนวลไม่ใช่ขาวซีด   อีกประการหนึ่งจะเป็นสีขาวอมเหลืองอ่อนๆ   พบมากโดยทั่วไป เนื้อสีเหลือง เนื้อพระชนิดนี้มีทั้งชนิดสีเหลืองอ่อน สีเหลืองเข้มและสีลักษณะเหลืองใสคล้ายเนื้อเทียน เนื้อพระชนิดนี้จะเป็นที่นิยม เนื้อสีคล้ำหม่น   ลักษณะคล้ายๆ   จะเป็นสีดำๆ หรือน้ำตาลปึกแก่ๆ สีเนื้อชนิดนี้มีพบอยู่ไม่มากนัก เนื้อเกล็ดสีขาว พระเนื้อเกล็ดหรือที่รู้จักกันเรียกันโดยทั่วไปว่า “เนื้อสังขยา” นี้   เป็นพระที่มีเนื้อแปลกแตกต่างออกไปจากเนื้ออื่นๆ   ลักษณะของเนื้อพระจะขึ้นเป็นเกล็ดขาวๆ   เต็มไปทั่วทั้งองค์   หากถูกจับถูบ่อยๆ   หรือถูกความเปียกชื้น เกล็ดนี้ก็จะหลุดล่อนออกได้   สีของเนื้อพระด้านในที่เป็นสีเหลืองก็มี ที่เป็นสีคล้ำๆ ดำๆ คล้ายสีน้ำตาลปึกก็มี พระเนื้อเกล็ดนี้หากสังเกตให้ดีจะพบว่ามีจำนวนอัญมณีผสมรวมอยู่มาเป็นพิเศษ   ข้อสังเกต           พระธรรมขันธ์รุ่น 4 นี้ มีข้อสังเกตบางประการที่น่าสนใจ คือเราจะพบเห็นว่า พระบางองค์อาจจะมีจุดตำหนิต่างๆ ที่ผิดหูผิดตา หรือผิดแปลกแตกต่างออกไปจากองค์อื่นๆ โดยทั่วไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นที่หูหรือที่ซุ้มก็ตาม หรือบางทีจะปรากฏมีเส้นเป็นรอยพิมพ์แตกบ้าง และบางองค์ ปาก จมูก จะใหญ่โตกว่าพิมพ์อื่นๆ ธรรมดาโยทั่วไปบ้าง           ลักษณะต่างๆ ที่กล่าวนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากการถอดพิมพ์บ้าง เกิดจากแม่พิมพ์ชำรุดร้าวบ้าง จากสาเหตุดังกล่าวนี้ จึงทำให้เกิดการผิดเพี้ยนขึ้นมา         แต่ถึงอย่างไรก็ตามพิมพ์ต่างๆ   ดังกล่าวมานี้ถึงจะมีอยู่บ้างก็เป็นส่วนน้อยเท่านั้น ไม่ถือเป็นประมาณในการนับแยกพิมพ์ พระธรรมขันธ์รุ่น 4 ก็มีเพียง 4 พิมพ์ตามแม่พิมพ์ต้นแบบเท่าเดิมทุกประการ มิใช่นอกเหนือมากไปกว่านี้


เขียนโดย :หมุนจนรวย เจ้าของรายการ August 29, 2016 11:04:15

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/6737911


       ด่วนๆ!!! พระสมเด็จหลวงพ่อแพ รุ่นอนุสรณ์ 100 ปี วัดพิกุลทองปี2535 เนื้อผง จ.สิงห์บุรี +พร้อมบัตร             พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ " พระราชสิงหคณาจารย์ " หรือที่รู้จักกันดีในนาม หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง พระเครื่องของท่านทุกรุ่น ทุกพิมพ์ทรงล้วนมีพุทธคุณสูงเยี่ยมในทุกๆด้าน ผู้ประสบปาฏิหาริย์แห่งความเข้มขลังเป็นที่เลื่องชื่อลือชาอย่างกว้างขวางทั้งชาวไทย ชาวจีน ตลอดจนชาวต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย ต่างรู้จักกิตติคุณของหลวงพ่อแพเป็นอย่างดี


เขียนโดย :กานต์ เมืองปทุม เจ้าของรายการ August 18, 2016 07:35:32


พระสวยสมบูรณ์ กล่องเดิมๆครับ รับประกันพระแท้ทุกประการ  ปิดวัดใจ


เขียนโดย :กานต์ เมืองปทุม เจ้าของรายการ August 18, 2016 07:35:20

หน้าที่ :  155