พระเนื้อดิน พิมพ์พระประจำวัน 2องค์ 2ปาง เนื้อหาเก่าได้อายุ พิมพ์สวย ไม่มีคำว่าเก๊แน่นอนครับ
@@@ ชำระเงินแล้ว กรุณาแจ้งผ่าน Mailbox ด้วยนะครับ @@@ @@@ การจัดส่งสินค้า - ราคารวมไม่ถึง 100 บาท จัดส่งแบบธรรมดา - ราคารวม 100 - 499 จัดส่งแบบลงทะเบียน และ - ราคา 500 บาทขึ้นไปจัดส่งแบบ EMS ท่านสามารถสั่งซื้อหลายรายการแล้วรวมชำระในคราวเดียวได้ครับ @@@ @@@ มีสินค้ารายการอื่นให้เลือกมากมายครับ Click เพื่อชมสินค้ารายการอื่น @@@
เป็นพระศิลปะอยุธยาตอนปลาย มีอายุความเก่าประมาณ 300 ปี สร้างในยุคเดียวกันกับพระติดผนังกรุวัดเก๋งจีน จ.ระยอง เพียงแต่พระองค์นี้ขึ้นมาจากกรุวัดวังแดงเหนือ จ.อยุธยา มีทั้งพระเนื้อชินเงินผิวปรอทปิดทอง และ พระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงปิดทอง โดยผู้สร้างจะนำก้อนครั่งดิบสีแดงไปลนไฟให้ละลาย แล้วป้ายติดไว้ที่ด้านหลังพระ จากนั้นจึงนำพระไปกดติดกับผนังทีละองค์ ด้านหลังของพระทุกองค์จึงมีรอยครั่งสีแดงและรอยไหม้สีดำ ติดอยู่ให้ได้เห็นเป็นเอกลักษณ์มากบ้างน้อยบ้างทุกองค์ค่ะ (ต่างจากด้านหลังของพระกรุวัดเก๋งจีนที่เป็นสีขาว เพราะใช้น้ำอ้อยผสมปูนขาวทาติดไว้ก่อนนำพระไปติดผนัง) สำหรับพระองค์ที่นำลงประมูลนี้ จัดเป็นพระพิมพ์หายากของกรุวัดวังแดงเหนือ ใน Internet เท่าที่เคยเห็นพิมพ์นี้มีนับได้ไม่เกิน 5 องค์ค่ะ พระมีสภาพสวยสมบูรณ์ ทองเก่าเดิม ดูง่ายแต่หายาก รับประกันความแท้
**พระองค์นี้ เนื้อดิน เล็กฟอร์มสวยครับ** พระซุ้มทอง ขุดพบกรุวัดกลางทุ่ง จ.อยุธยา สันนิฐานว่าสร้างในช่วงที่อยุธยากำลังรุ่งเรื่อง พิธีใหญ่มี่พระเกจิอาจารย์ที่มีวิชาอาคม รวมปุกเสก หลายร้อยองค์ พุทธคุณ ครบทุกด้าน พระกรุนี้มีอายุหลายร้อยปี ครับ
พระกรุวัดราชนัดา เนื้อดิน พิมพ์ช้างป่าเลไลยก์ ช้างชูกระบอกน้ำถวาย ลิงถวายรวงผึ่ง" พบน้อยครับ สภาพสวยครับ ตามประวัติการขุดพบพระเนื้อดิน กรุวัดราชนัดดา เล่าว่า เมื่อพ.ศ.2514 รถบรรทุกขนวัสดุในการก่อสร้างโลหะปราสาทได้ชนพระเจดีย์องค์หนึ่งภายในวัดราช นัดดา พระเจดีย์องค์นี้สูงประมาณ 3 วา อยู่นอกเขตพุทธาวาสทางด้านทิศใต้ คืออยู่ข้างทางเดินเข้าวัดทางด้านถนนมหาชัย และอยู่กึ่งกลางระหว่างพระฉายกับหอระฆัง พระเจดีย์เมื่อถูกรถชนได้พังทลายลงมา ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงได้เข้าไปคุ้ยตามซากพระเจดีย์ ก็พบพระเครื่องเข้าจำนวนหนึ่ง เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปก็มีชาวบ้านมาคุ้ยหาพระเครื่องกันเรื่อย ๆ โดยตอนแรกทางวัดยังไม่ทราบเรื่องพระแตกกรุจากองค์พระเจดีย์ แต่ต่อมาชาวบ้านที่ไปขุดคุ้ยหาพระเครื่องได้นำพระที่ได้มาออกไปขายจนเป็น ข่าวกระจายออกไป เมื่อทางวัดทราบข่าว เจ้าอาวาสจึงให้พระลูกวัดไปทำการสำรวจและทำการขุดเอาพระที่เหลือมาเก็บรักษา ไว้เป็นสมบัติของทางวัดต่อไป ตอนที่จะทำการขุดรื้อพระเจดีย์เพื่อเอาพระขึ้นมาเก็บรักษา ขณะนั้นเป็นเวลาตอนเย็น แต่เมื่อขุดลงไปจนถึงบริเวณที่เป็นกรุพระแล้ว ก็ไม่อาจเอาพระขึ้นมาจากกรุได้ เนื่องจากขณะนั้นได้มีชาวบ้านที่ทราบข่าวว่ามีการขุดกรุได้พากันมามุงดูกัน เป็นจำนวนมาก และพยายามจะเฮโลเข้าแย่งพระกัน ทางวัดจึงได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจสำราญราษฏร์มาทำการรักษาความ สงบจำนวนสองนาย แต่ก็ยังไม่อาจจะเอาพระขึ้นมาได้อยู่ดี เพราะชาวบ้านที่มามุงดูมีจำนวนมากเกินไป จึงได้แต่รักษาความสงบอยู่อย่างนั้นมาตลอด ครั้งพอถึงเวลา 03.00น. ชาวบ้านที่มามุงดูได้กลับไปแล้วเหลืออยู่เพียงไม่กี่คน ทางวัดจึงได้ทำการขุดเอาพระขึ้นมาและทำการขุดเสร็จสิ้นเอาเมื่อเวลา 10.30น. ของวันต่อมา พระเครื่องที่ขุดขึ้นมาทั้งหมดประมาณ 2 กระสอบใหญ่ประมาณแล้วก็ได้เป็นหมื่นๆองค์โดยเป็นพระเนื้อดินเผาทั้งหมด แบ่งเป็นพิมพ์แล้วได้มากกว่า 10 พิมพ์ เช่น พิมพ์สมเด็จปรกโพธิ์ ****พิมพ์สมาธิห้าเหลี่ยมปรกโพธิ์**** พิมพ์ยืนประทานพร พิมพ์ยืนรำพึง พิมพ์ฐานผ้าทิพย์ พิมพ์ป่าเลไลยก์ พิมพ์อัครสาวก พิมพ์ปิดทวาร พิมพ์ช้างป่าเลไลยก์ชูกระบอกน้ำ ฯลฯ พระกรุวัดราชนัดดาเป็นพระเนื้อดินเผา มีหลายโซนสี และลักษณะที่พบบ่อยจะเป็นเนื้อออกสีน้ำตาลอ่อน มักจะปรากฏรารักสีดำประปรายตามผิว (ไม่ปรากฏก็มี อยู่ที่องค์พระนั้น ๆ) เนื้อไม่แน่นตัวและหนึกนุ่มเหมือนพระกรุเมืองกำแพงเพชร เรื่องประวัติว่าใครเป็นผู้สร้างไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด แต่ดูจากศิลปะและอายุความเก่าพระกรุวัดราชนัดดาน่าจะสร้างอยู่ในราวสมัยรัช การลที่ 5-6 อายุคงราวๆ 100 ปีโดยประมาณ ค่านิยมเช่าหาสำหรับพระกรุนี้ก็ยังถือว่าไม่สูงมากนัก มีมากมายหลายพิมพ์ให้เลือกเก็บสะสม เป็นของดีอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากเป็นพระดี ชัดเจนเรื่องที่มาที่ไป และมีคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง
พระทรงเม่น กรุวัดโพธิ์ อ.บางปะอิน จ.อยุธยา ประวัติ ความเป็นมาของพระกรุเนื้อดินนี้ นับได้ว่าเป็นเรื่องราวที่แสดงถึง ความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและเจตนาบริสุทธิ์ของฆาราวาสท่านหนึ่ง ผู้ซึ่งมีความมุ่งมั่น มานะศรัทธาอย่างแรงกล้าที่จักสร้างพระไว้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยไม่หวั่นเกรงต่อคำครหา และผลบุญกุศลในการมุ่งมั่นหวังที่จะสร้างพระให้ได้ 84,000 องค์ตามอายุพระธรรมขรรค์ ได้ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์บางอย่างในท้องถิ่นบ้านโพธิ์บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตลอดจนวงการพระเครื่องในปัจจุบันนี้ ตา หนอม เป็นชื่อของชายชราไทยเชื้อสายจีน ผูกเรืออาศัยอยู่ริมน้ำปากคลองบ้านโพธิ์ แกมีอาชีพพายเรือขายหมากขายพลู ด้วยที่แกมีความศรัทธาอันแรงกล้าต่อพระพุทธศาสนา จึงใช้เวลาว่างจากการงาน ประดิษฐ์พิมพ์พระขึ้นมาหลายพิมพ์ เช่น พิมพ์พระสมเด็จพิมพ์พระปิดตาพิมพ์พระพุทธองค์ทรงเม่น (สันนิษฐานว่าล้อพิมพ์พระหลวงพ่อปานวัด บางนมโค) เมื่อปั๊มกดพิมพ์และเผาตามกระบวนการเรียบร้อยแล้ว แกก็ได้นำพระไปบรรจุกรุโกฎิเจดีย์ร้างเก่าทรุดโทรมองค์เล็กๆองค์หนึ่ง ที่ประดิษฐานภายในวัดโพธิ์บางปะอิน พระเจดีย์องค์นี้ค่อนข้างเก่าทรุดโทรมจึงมีโพรงอยู่ด้านบน การสร้างพระนั้นตาหนอมจะทำไปเรื่อยๆในเวลาว่างจากการงาน ช่วงเวลาการสร้างพระประมาณปี 2450-249...เห็นจะได้หากคำนวณตามอายุของแกตอนมีชีวิตอยู่ ตามคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแกในละแวกบ้านโพธิ์บางปะอิน หากนับจากวันเวลาตามนั้นก็ล่วงเวลามากว่าร้อยปีแล้ว เมื่อ ตาหนอมสร้างพระ ได้จำนวนหนึ่งแกก็จะนำพระไปเทใส่ในเจดีย์องค์เล็กๆองค์นั้น แกทำของแกอยู่อย่างนั้นทุกเมื่อเชื่อวัน โดยชาวบ้านในละแวกนั้นมองแกว่าเป็นคนจิตไม่ปกติ แต่ก็ชาวบ้านก็เห็นพ้องต้องกันว่าตาหนอมแกนั้นเป็นคนดียึดมั่นอยู่ในศิลใน ธรรม ความไม่ปกติของแกที่ชาวบ้านลือกันจนทุกวันนี้ อาจเป็นเพราะความมุ่งมั่นสร้างพระอย่างไม่มีวันสิ้นสุดของตาหนอมนั้นเอง บั้น ปลายชีวิตของตาหนอมได้เสียชีวิตลงไปอย่างไม่มีใครทราบสาเหตุและไม่มีคนสนอก สนใจเหมือนคนชราที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียวอย่างสันโดษไม่ข้องแวะกับทางโลก เหลือไว้เพียงเจดีย์เล็กๆเก่าทรุดโทรมข้างพระอุโบสถ ก็เป็นอันรู้กันว่าภายในมีพระเครื่องของ ตามหนอมสร้างบรรจุไว้ พระของแกออกมาปรากฏให้เห็นก็ล่วงเวลานานเมื่อมีเด็กๆแถววัด ได้เก็บพระที่คงทะลักออกมาตามรอยแตกของพระเจดีย์ นำมาเล่นทอยเส้นกัน โดยบางคนได้ใช้ดินเหนียวผูกเชือกหย่อนลงไปในโพรงและดึงขึ้นมาก็จะติดพระขึ้น มาด้วย ผู้ใหญ่บางคนที่พบเห็นก็จะนำไปใส่ไว้ในกรุเหมือนเดิม จนเวลาล่วงเลย ปี พ.ศ. 2509 ทางวัดได้พยายามหาทุนเพื่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ มีคนหัวใสขุดกรุพระที่ตาหนอมสร้างไว้นำออกจำหน่ายพร้อมเขียนประวัติเผยแพร่ โดยนั่งเทียนเขียนผูกเรื่องกับสมเด็จพระพุฒาจารย์โต (ซึ่งเป็นคนละยุคสมัยกัน) มีการเชื้อเชิญคนใหญ่คนโตในจังหวัด มีการถ่ายทอดสภานีโทรทัศน์ในการทำพิธิยกช่อฟ้าพระอุโบสถ จนเป็นที่โจษจันท์กันไปทั่วประเทศ ในวาระนั้นยังคงตอกย้ำด้วยการสร้างรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์โตไว้ที่วัด ชาวบ้านที่รู้ความเป็นมาของพระตาหนอม ไม่มีใครกล้าปริปาก ส่วนหนึ่งก็ไม่มีใครยากขวางความเจริญที่เข้ามาสู่วัดโพธิและท้องถิ่น ด้วย เหตุเพราะพระที่ สร้างโดยชายชราชาวบ้านคนหนึ่ง หรือจะเทียบกับพระที่สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์โต แม้จะเป็นเรื่องอุบายเสริมแต่งก็ตามที แต่ที่ทุกคนมองข้ามไปก็คือ เจตนาบริสุทธิของชาวพุทธที่หาได้ยากยิ่ง คำครหาที่ว่าตาหนอมวิกลจริต คงไม่ต่างกับคำครหาที่มีต่อพระเถระอาจารย์ และฆาราวาสผู้เรืองเวทย์ในอดีตหลายๆท่านเหมือนกัน เมื่อพิจารณาพระเครื่องกรุวัดโพธิ์บางปะอิน น่าจะเป็นพระเครื่องที่นักนิยมพระรุ่นใหม่ควรให้ความสนใจ เนื่องด้วยมีเหตุผลหลักๆ ดังต่อไปนี้ 1.พระมีอายุการสร้างเก่าแก่เป็นร้อยปี ราคาไม่แพง 2.สร้างด้วยเจตนาอันบริสุทธิและศรัทธาอย่างแรงกล้ายิ่งรวมถึงความมานะอุตสาหะซึ่งหาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน 3.เป็นพระที่มีประสบการณ์เป็นที่โจษจันท์มากและมีมานานแล้ว 4.เป็นพระที่ก่อให้เกิดความเจริญต่อพระพุทธศาสนา และวัดโพธิ์บางปะอิน อย่างเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ 5.เป็นพระที่กาลเวลาพิสูจน์ได้ว่า ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้สร้าง คือ สืบทอดพระพุทธศาสนา ทุก วันนี้เมื่อเราไปทำ บุญ ณ วัดโพธิ์บางปะอิน จะพบเห็นสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นของใหม่เกือบทั้งหมด มองดูล้วนครบถ้วนสมบูรณ์ดีทุกๆสิ่ง แต่ก็ยังรู้สึกว่าขาดอะไรไปบางอย่างที่ วัดอื่นๆที่มีพระกรุพระเกจิอาจารย์ดังๆ เขามีกันแต่วัดนี้ไม่มี ทางวัดยังลืมหรือขาดซึ่งรูปหล่อรูปเหมือนของตาหนอม ฆาราวาสผู้ซึ่งอุปถัมป์ค้ำชูและจรรโลงพระพุทธศาสนาไว้นั่นเอง
พระนางพญา กรุวัดเวียง พระนครศรีอยุธยา นางพญกรุวัดเวียง เป็นพระกรุเนื้อดินอีกพิมพ์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แท้ที่จริงแล้วไม่ได้เป็นพระกรุ เนื่องจากว่าไม่ได้บรรจุไว้ในกรุแต่อย่างใด พระนางพญาวัดเวียงเมื่อครั้งสร้างเสร็จแล้วได้ถูกนำบรรจุไว้ในโอ่งทิ้งไว้ใน โบสถ์วัดเวียง สัญนิษฐานได้ว่าน่าจะสร้างตอนปลายกรุงศรีอยุธยาหรือต้นกรุงรัตนโกสินประมาณ 200 กว่าปีมานี้เอง ภายหลังชาวบ้านและทหารที่ลพบุรีได้มาหยิบพระจากในโอ่งไปเพื่อติดตัวบูชา ยามออกศึกสงคราม ก็ได้พบกับประสปการณ์ทางด้านแคล้วคลาดคงกระพันชาตรีอย่างน่าอัศจรรย์ จึงทำให้ชาวบ้านทั้งใกล้ไกลต่างไปเอามาบูชาจนหมดไปจากวัด พระพิมพ์นี้จะมีพระประทับนังปางสมาธิบนฐานอาสนะหนึ่งชั้น การตัดกรอบของข้างขององค์พระตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมตามลักษณะของพระนางพญาโดย ทั่วไป พระนางพญาวัดเวียงจำแนกออกเป็น 2 พิมพ์คือ 1.พิมพ์อาสนะยาว (พิมพ์นิยม) 2.พิมพ์อาสนะสั้น พระพิมพ์นี้เป็นพระเนื้อดินที่ค่อนข้างหยาบ ซึ่งก็ไม่เป็นเรื่องแปลกอันใด เพราะพระกรุเนื้อดินของจังหวัดพระนครศรีอยุธยานี้ เนื้อออกโทนหยาบอยู่แล้ว ผิวพรรณวรรณะไม่พบคราบกรุนอกจากคราบฝ้าขาวๆ สีองค์พระนวลสะอาดแบบสีดินหม้อใหม่ และยังคงมีเนื้อสีดำด้วย ปัจจุบันพระพิมพ์นี้กำลังเริ่มมีคนนิยมมากขึ้นกว่าเดิม จัดว่าเป็นพระดีราคาถูกน่าสะสมยิ่งนัก
เหรียญครูบาศรีวิชัย วัดพระธาตุดอยสุเทพ พิธีใหญ่ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2515 ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ เกจิอาจารย์จำนวน 108 รูป ร่วมพิธี อาทิ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงพ่อกวย วัดโฆษิตาราม, หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง, หลวงพ่อเกษม เขมโก, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม , อาจารย์นำ แก้วจันทร์ และ อาจารย์ชุม ไชยคีรี (ฝ่ายฆราวาส) ฯลฯ
สวยมากครับ