พระสมเด็จหลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช จ.อยุธยา ปี2515 หลวงปู่เทียม สิริปุญโญ วัดกษัตราธิราชวรวิหาร "วัดกษัตราธิราช"จัดใหญ่งานวันกตัญญู ทำบุญอุทิศส่วนกุศล-ถวายพระวิสุทธาจารเถร พระญาณไตรโลก เจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราชวรวิหาร ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ร่วมกับคณะศิษยานุศิษย์ ได้จัดงานวันกตัญญูเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับ พระวิสุทธาจารเถร หรือ หลวงปู่เทียม สิริปุญโญ วัดกษัตราธิราช ในวันที่ 20 ธันวาคม 2551 ซึ่งตรงกับวันที่หลวงปู่เทียมมรณภาพ ได้จัดทำบุญติดต่อกันมาทุกปี นับตั้งแต่มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส นอกจากนี้ ยังทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับอดีตเจ้าอาวาสทุกรูปด้วยเช่นกัน กำหนดการเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม เวลา 15.30 น. พระสงฆ์ 119 รูป รับทักษิณา เวลา 17.00 น. พระสังฆาธิการ 15 รูป เจริญพระพุทธมนต์ เวลา 19.00 น. พระสงฆ์วัดกษัตราธิราชสวดพระอภิ ธรรม วันที่ 20 ธันวาคม เวลา 10.00 น. พระราชาคณะ 14 รูป เจริญพระพุทธมนต์ เวลา 11.00 น. เลี้ยงภัตตาหารเพล พระภิกษุและสามเณร 100 รูป จึงขอเชิญคณะศิษยานุศิษย์ที่เคารพนับถือ หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช กรุงเก่าอยุธยา เข้าร่วมพิธีโดยพร้อม เพรียงกัน ประวัติหลวงปู่เทียม วัดกษัตราธิราช บางท่านเรียก หลวงพ่อเทียม พระ วิสุทธาจารเถร หรือ หลวงปู่เทียม มีนามเดิมว่าเทียม หาเรือนศรี เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2447 ณ ต.บ้านป้อม หมู่ 7 อ.พระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรของนายสุ่นและนางเลียบ อาชีพทำนา เริ่มต้นการศึกษาภาษาไทยกับพระภิกษุมอญและอาจารย์ปิ่น ที่วัดกษัตรา ควบคู่ไปกับการเรียนวิชาช่าง ครั้นเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ได้เข้าพิธีอุปสมบท โดยมีพระครูวินยานุวัติคุณ เจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราช เป็นพระอุปัชฌาย์ ไปศึกษาปฏิบัติธรรม ณ สำนักเรียนวัดประดู่ทรงธรรมและวิชาที่สำนักอื่น จนถึงพรรษาที่ 9 ได้กลับมาอยู่ที่วัดกษัตราธิราช กระทั่ง พ.ศ.2487 เมื่อตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลงจึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส หลวงพ่อเทียม เป็นพระเกจิเก่าที่มีวิทยาคมและพุทธาคมสูงวัตถุมงคลของท่าน อาทิ ตะกรุดหลวงปู่เทียม หรือเหรียญวัตถุมงคล มีชื่อเสียงในด้านอยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาดปลอดภัย จนเป็นที่ประจักษ์แก่คณะศิษย์ที่ให้ความเลื่อมใสศรัทธาโดยเฉพาะ ตะกรุดมหาระงับ วัดกษัตราธิราช เป็นที่โด่งดังมาก หลวงปู่เทียมละสังขารลงอย่างสงบ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2522 สิริอายุ 75 ปี 55 พรรษา
ปริศนาแห่งพระเครื่องประเภทนี้ เสน่ห์น่าจะอยู่ที่การเล่าขานเกี่ยวกับการส ร้าง เท่าที่ค้นคว้ามา ผู้เขียนยังไม่พบเอกสารที่บ่งชี้ถึงการสร้างเลยสักรุ่น มีแต่เพียงคำเล่าต่อปากถึงวิธีการสร้างว่าทำกันอย่างไร อันที่จะบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์ว่ามีกี่พิมพ์ จำนวนเท่าใด หรือใครเป็นผู้สร้างผู้ปลุกเสกอย่างที่ทำกันในปัจจุบันนี้ก็ไม่ปรากฏหลักฐาน เราทราบแต่เพียงว่าบรรดาลูกศิษย์ที่นับถือครูบาเจ้าฯ สร้างด้วยความเคารพนบไหว้ตนบุญองค์วิเศษท่านนี้ ทุกครั้งที่ท่านปลงเกศา หลับตาจินตนาการเห็นบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายนั่งอยู่รายล้อม เอาใบบัวเอาผ้าขาวมาคอยรับเส้นเกศา ด้วยว่าเส้นเกศาครูบาเจ้าฯ คือตัวแทนความวิเศษนั้น จึงพากันเก็บรักษาเสมอของมีค่าควรเมือง ภาพจินตนาการของผู้เขียนไม่ไกลจากความเป็นจริงเลยหากท่านผู้อ่านได้สัมผัส กับผู้คนเขตอำเภอทางตอนใต้ของลำพูนในยุคปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้แหละที่ผู้เขียนให้ชื่อหัวข้อบทความยาวยืดนี้ว่า ปริศนาแห่งพระเกศาฯ ในวงการนิยมพระเครื่อง มักแบ่งยุคการสร้างพระเกศาครูบาเจ้าฯอย่างคร่าว ๆ คือ ทันยุคครูบาฯ หรือ ยุคต้น หมายถึงการสร้างตั้งแต่ครั้งครูบายังมีชีวิตอยู่ และ ยุคหลัง ซึ่งหมายถึงผู้ที่เก็บเส้นเกศาไว้แล้วนำมาสร้างพระเครื่องในตอนหลัง ซึ่งอาจหมายถึงพระเครื่องที่เพิ่งสร้างขึ้นไม่กี่วันมานี้เอง ส่วนการจะสังเกตว่าสร้างในยุคไหนนั้น อันนี้อธิบายได้ไม่ยาก แต่จะให้เข้าใจได้อย่างถูกต้องนั้นกลับยากยิ่ง ปริศนานี้น่าจะเป็นมนต์เสน่ห์ของผู้ที่ใฝ่ศึกษาและต้องได้สัมผัสด้วยตนเอง เท่านั้นถึงจะเข้าใจ เนื้อพระเกศาครูบาเจ้าฯ ที่นิยมกันมี 2 เนื้อ คือ เนื้อแก่ผงใบลาน กับ เนื้อแก่ว่านเกสรดอกไม้ เนื้อครั่งเนื้อดินผสมอยู่ก็มีบ้าง พบไม่บ่อยนักและมักจะสร้างขึ้นในยุคหลัง และทั้งหมดทั้งมวลต้องมีเส้นเกศาครูบาเจ้าฯบรรจุอยู่ โดยมีรักเป็นตัวประสาน บางองค์ชุบรักหรือปิดทองร่องชาดงดงาม ดังได้กล่าวแล้วว่า เราท่านทราบวิธีการสร้างพระเกศาจากการเล่าขานต่อปากกันมามากกว่าการได้พบ เห็นกันจริง ๆ ถ้าเราสรุปว่านี่คือพระเกศาครูบาเจ้าฯยุคต้น เรามักเชื่อเช่นนั้นโดยการอนุโลมว่าได้ยินได้ฟังมา หนึ่ง ประมาณเอาจากประสบการณ์ หนึ่ง ส่วนวิธีการสร้างจริง ๆ นั้น ผู้เขียนมีโอกาสได้สัมภาษณ์ พระอาจารย์ผดุง พุทธสโร เกจิอาจารย์ล้านนารูปหนึ่งแห่งวัดล้านตอง ตำบลห้วยทราย อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ท่านมีความเคารพนับถือครูบาเจ้าฯ เป็นอย่างมาก ท่านได้สร้างเกศาครูบาขึ้นรุ่นหนึ่ง ดังมีรายละเอียดการสร้าง ดังนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2540 ท่านได้เดินทางไปพบกับผ้าขาวดวงต๋า ปัญญาเจริญ ที่บ้านห้วยไซ ตำบลบ้านธิ จังหวัดลำพูน ผู้เคยเป็นลูกศิษย์ของครูบาเจ้าฯ ผ้าขาวดวงต๋าได้เก็บเส้นเกศาครูบาเจ้าฯไว้จำนวนหนึ่ง ใส่กระบอกไม้ไผ่เฮี้ยมีฝาปิดลงรักงดงาม แล้วถวายเส้นเกศาดังกล่าวเพื่อให้นำไปสร้างพระเครื่อง จากนั้นในปีเดียวกันจึงนำมาสร้างพระเกศาครูบาเจ้าฯ ตามเจตนาของเจ้าของ จำนวนมากเป็นพันองค์ มี 3 พิมพ์ คือ พิมพ์พระรอด พิมพ์พระลือโขง และพิมพ์รูปเหมือน โดยมีวิธีการทำดังนี้ มวลสารที่ใช้สร้างประกอบด้วย ดอกไม้อุโบสถส่วนหนึ่ง ธรรมใบลานเก่าและพับหนังสา ส่วนหนึ่ง ใบสรี หรือใบโพ ที่เก็บได้จากต้นโพ จำนวน 108 ต้น ส่วนหนึ่ง นำมวลสารเหล่านี้มาสับให้เป็นชิ้น ๆ ตากให้แห้ง แล้วคั่วในกระทะใบใหญ่จนกรอบมีสีดำ จากนั้นนำมาตำให้ละเอียด ร่อนเอาเฉพาะผงถ่านนำมาผสมกับยางรักที่กรองแล้วคลุกเคล้าจนเหนียวพอปั้นเป็น องค์ได้ แม่พิมพ์ปั้นจากดินเหนียวเผาไฟจนแกร่ง เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็จะขัดราชวัตรแวดล้อมพร้อมตั้งเครื่องบวงสรวง พลีกรรมตามธรรมเนียมอย่างล้านนา เทเส้นเกสาครูบาเจ้าลงบนผ้าขาว แล้วปั้นสมุกคลุกรักให้พอองค์ นำมาแตะกับเส้นเกศาแล้วกดเป็นรูปพระตามแบบพิมพ์ ด้านหลังประทับตราเป็นรูปยันต์ฟ้าล้นหรือยันต์ฟ้าลั่นซึ่งผ้าขาวดวงต๋าเล่า ว่า เป็นยันต์ที่ครูบาเจ้าฯนิยมใช้ เมื่อเสร็จแล้วนำพระเกศาทั้งหมดผึ่งลมจนแห้งสนิทเป็นเวลาเดือนครึ่ง ก่อนจะนำเข้าพิธีปลุกเสกร่วมกับวัตถุมงคลของท่านครูบาน้อยแห่งวัดบ้านปง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ในปีเดียวกัน แล้วแบ่งพระเกศาที่สร้างในครั้งนี้ออกเป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน ตนเองเก็บไว้เพียงส่วนเดียวเพื่อไว้แจกแก่ผู้ที่นับถือครูบาเจ้าฯ วิธีการสร้างพระเกศา ตามที่ผู้เขียนได้เขียนเล่ามานี้ คงพอประมาณได้ว่าการสร้างพระเกศาในอดีตนั้นเป็นอย่างไร อาจไม่ตรงเสียทั้งหมด จึงได้ใช้คำว่า ประมาณเอา ส่วนการสร้างพระเกศารุ่นนี้อาจจะแปลกจากรุ่นอื่น ๆ ในอดีต กล่าวคือได้พระเกศาพิมพ์เดียวกันเป็นจำนวนมาก เพราะพระเกศาครูบาเจ้าฯในยุคต้นที่เราท่านพบส่วนมากไม่ซ้ำพิมพ์กัน
พระพุทธชินราชเนื้อดิน ปี 2512
พระพุทโธ หลังมรรคแปด( สัมมาสติ) หลวงพ่อสังวาย์ วัดทุ่งสามัคคีธรรม จ.สุพรรณบุรี พระ อรหันต์ผู้ดุจดังทองคำ แม้แต่หลวงตามหาบัวยังยกย่องหลวงพ่อสังวาลย์ว่าเป็นพระทองคำพระอรหันต์ผู้ ห่างไกลจากกองกิเลศเพลิงทุกข์สิ้นเชิง.. และยังกล่าวยกย่องว่าเป็นพระทองคำที่บริสุทธิ์น่านับถือและกราบไหว้ที่สุด มวลสารการจัดสร้างพระพุทโธ -ดินนิมิต จากวัดเขาสารพัดดี หลวงพ่อสังวาลย์ท่านนั่งเห็นดินที่มีคุณวิเศษในตัวอยู่ในสระน้ำของวัดเขา สารพัดดี โดยท่านได้นำหลวงพ่อบุญลือและคณะศิษย์ ไปชี้ตำแหน่งและขุดขึ้นมาโดยปั้นเป็นก้อนกลมๆขนาดกำปั้นผู้ใหญ่ โดยเอาผ้าห่อเอาไว้แล้วขนกลับมาที่วัด เมื่อมาถึงที่วัดแล้วท่านก็นำบาตรของหลวงพ่อป้อง ที่ได้ได้รับการถวายมาจากกำนันวงษ์ ( พี่ชายหลวงพ่อสุวรรณ ) มาใส่น้ำแล้วอธิษฐานขอบารมีหลวงพ่อป้อง ให้ท่านช่วยปลุกเสกดินให้เป็นรอบแรก แล้วจึงนำดินที่เป็นปั้นนั้นลงไปละลายในบาตรเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการส ร้าง หมายเหตุ : หลวงพ่อป้องเป็นพระที่หลวงพ่อสังวาลย์ให้ความเคารพนับถือมากอีกรูปหนึ่งโดย ในปัจจุบันกะโหลกส่วนศรีษะท่านที่เผาไม่ไหม้ หลวงพ่อสังวาลย์ท่านได้นำมาใส่ไว้ในโกศแล้วเอาสายสิจญ์พันรอบหลายๆชั้นด้วย ตัวท่านเอง เพื่อป้องกันการเปิดออกโดยในปัจจุบันโกศนั้นตั้งวางให้บูชาอยู่บนเรือนไทย ที่วัดสังฆทาน กทม - พระพุทโธน้อยคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม แตกหัก - ศิลาน้ำ คุณแม่บุญเรือน หลวงพ่อสุวรรณท่านได้รับมาจากคุณแม่บุญเรือนเป็นจำนวนมาก ได้นำมาตำจนละเอียด - ข้าวตอกพระร่วง คุณแม่บุญเรือน หลวงพ่อสุวรรณท่านได้รับมาจากคุณแม่บุญเรือนเป็นจำนวนมาก ได้นำมาตำจนละเอียด ในส่วนผสมนี้หากใช้กล้องส่องจะพบว่าเป็นเม็ดดำๆคล้ายๆนิลอยู่ในเนื้อพระ - ปูนแดงเสก คุณแม่บุญเรือน น้ำที่ใช้ประสานเนื้อในพระชุดนี้เป็นน้ำที่ได้มาจากการทำพิธีเสกน้ำ จากศิลาน้ำของคุณแม่บุญเรือนทั้งสิ้นและยังมีน้ำเสกที่คุณแม่เคยเสกไว้ให้ รวมทั้งน้ำที่ได้จากการล้างบาตรหลวงพ่อป้อง (ล้างเพื่อเอาดินที่ติดอยู่ออก) ในการปั๊มพระแต่ละครั้งแป้งที่ใช้โรยเพื่อไม่ให้พระติดพิมพ์นั้นก็เป็นแป้ง อธิษฐานของหลวงปู่บุดดา ทั้งสิ้น โดยหลวงพ่อสุวรรณได้ไปเช่าบูชา มาเป็นลังๆ (แป้งสปริงซอง) ส่วนแม่พิมพ์นั้น หลวงพ่อสุวรรณท่านและศิษย์ที่เป็นหมอฟัน ได้ช่วยกันแกะและถอดพิมพ์โดยใช้ต้นแบบเค้าโครงจากพระพุทโธน้อยของคุณแม่บุญ เรือน โดยแม่พิมพ์นั้นได้ทำขึ้นมาหลายพิมพ์ มรรคแปดประกอบด้วย .1. สัมมาทิฏฐิ ิคือความเข้าใจถูกต้อง .2. สัมมาสังกัปปะ คือความใฝ่ใจถูกต้อง .3. สัมมาวาจา คือการพูดจาถูกต้อง .4. สัมมากัมมันตะ คือการกระทำถูกต้อง .5. สัมมาอาชีวะ คือการดำรงชีพถูกต้อง .6. สัมมาวายามะ คือความพากเพียรถูกต้อง .7. สัมมาสติ คือการระลึกประจำใจถูกต้อง .8. สัมมาสมาธิ คือการตั้งใจมั่นถูกต้อง
เหรียญหล่อเจ้าสัว รุ่นแรก 80 พรรษา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดบวรนิเวศวิหาร มีพระเมตตาคุณประทานพระอนุญาตให้จัดสร้าง สิ่งมงคลสักการะในวโรกาสฉลองครบรอบ 80 พรรษา พิธีมหาพุทธาภิเษก-สมโภชน์ ครั้งยิ่งใหญ่ของเมืองพิษณุโลก ในรอบปี 2536 พิธีพุทธาภิเษกใหญ่ พิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยสมเด็จพระสังฆราชเป็นองค์ประธานในพิธี ขนาดพระสูง 3.8 ซ.ม. กว้าง 2.2 ซ.ม.
สำหรับ ท่านที่ชนะการประมูลกรุณาอีเมล์หรือโทร แจ้งการโอนเงินด้วยนะครับเนื่องจากมีรายการที่ราคาเท่ากันหลายรายการ เพื่อความรวดเร็วในการจัดส่ง ขอบคุณมาก
วัดใจ ! เหรียญหน้าตรง "ท่านเจ้าคุณนรฯ" ปี 2513 วัดเทพศิรินทราวาส เนื้อทองแดง สภาพสวย ๆ เหรียญนี้เขาขายกันไม่ต่ำกว่า 3 พันบาท เหรียญนี้สภาพพอใช้ ราคาหย่อนหน่อยแต่ได้พระที่ท่านเจ้าคุณนร ฯ ปลุกเสก แถมมีบัตรรับรองพระแท้เพิ่มความอุ่นใจ ราคาแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้แล้วครับ บุญยวีร์ ... จัดให้ ในราคาวัดใจ ! รับรองเคาะเก็บไว้ไม่ผิดหวัง มาพร้อมบัตรรับรองครับ รายการนี้พระจัดส่งตรงตามภาพครับ
**ช่วงนี้พระลพ.แพ รุ่นเก่าประมาณปี0ถึง1กว่าๆเริ่มจะหายากมากแทบทุกรุ่นแล้ว ผมเดินสนามแทบไม่พบพระท่านตามแผงแล้ว โดยเฉพาะพระเนื้อผงของท่าน เพราะเป็นที่นิยมทั้งในและต่างประเทศ ทั้งในประเทศแถบเอเชีย อาทิสิงคโปร์,มาเลเซีย,จีนไต้หวัน,ฮ่องกง และทางฝรั่งหลายประเทศก็เริ่มหันมาเล่นหาทั้งเชิงพานิชย์และสะสม ราคาที่ผมนำเสนอพระรวมะค่าส่ง ถ้าไม่มีคนเคาะเพิ่มกำไรน้อยมาก เ้พราะเป็นพระที่ผมเดินเช่าหาในปัจจุบัน มิได้เช่าเก็บมานานหรือมรดกตกทอดครับ
วัดใจ ! เหรียญ กนกข้าง " หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล้อง " ปี 2520 เนื้อทองแดง พร้อมบัตรรับรอง บุญยวีร์ ... รับประกันพระแท้ และออกบัตรรับรองมาให้เพื่อความสบายใจ ให้เพื่อนสมาชิกเก็บของดี ๆ ได้แบบไร้กังวล อย่ามัวลังเลครับ ของดี ๆ ไม่ได้แบบฟลุ๊ค ๆ แน่ ใส่ราคานิด สู้ราคาหน่อย ได้ของดี หายากไปใช้ ... พระของหลวงปู่สิมราคากำลังขยับขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ราคายังเก็บได้ เพราะศูนย์พระเริ่มเปิดแพงกันแล้ว อีกหน่อย ถ้าเจอ ... ก็แพงจนเช่าไม่ลงล่ะครับ รายการนี้พระจัดส่งตรงตามภาพครับ
เหรียญเจ้าสัว ญสส.80 พรรษา สมเด็จพระญาณสังวรฯ วัดบวรนิเวศ เนื้อนวะแก่เงิน ตอกโค้ดและหมายเลข องค์นี้หมายเลข 218 ปี 36 เหรียญ หล่อเจ้าสัว รุ่นแรก 80 พรรษา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดบวรนิเวศวิหาร มีพระเมตตาคุณประทานพระอนุญาตให้จัดสร้าง สิ่งมงคลสักการะในวโรกาสฉลองครบรอบ 80 พรรษา พิธีมหาพุทธาภิเษก-สมโภชน์ ครั้งยิ่งใหญ่ของเมืองพิษณุโลก ในรอบปี 2536 พิธีพุทธาภิเษกใหญ่ พิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยสมเด็จพระสังฆราชเป็นองค์ประธานในพิธี ขนาดพระสูง 3.8 ซ.ม. กว้าง 2.2 ซ.ม. รับประกันความพอใจผู้ชนะการประมูล ดังนี้ - รับประกันคืนเงินเต็มจำนวน - พระที่ลงประมูลถ่ายรูปจากองค์จริงทุกครั้ง ผมยังมีอีกหลายรายการ คลิ้กเลย >>> <<< รับประกันตามกฎครับ