อ่านสักนิดก่อนเคาะครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาด้วยกันทั้งสองฝ่าย พระราคาไม่ถึง 5000 บาท รบกวนส่งออกบัตรเองครับ ผมรับประกันแท้ แต่ถ้าพระราคาเกิน 5000 บาท ยินดีทำตามกฎ ขอบคุณครับ โอนแล้วกรุณาแจ้งทาง mail box ด้วยนะครับเพื่อความถูกต้องและรวดเร็วในการจัดส่ง ขอบคุณครับ ยังมีรายการพระที่น่าสนใจอีกหลายรายการ เข้าไปดูได้โดยคลิกที่ตัว
หลวงพ่อพริ้งวัดบางปะกอกเนื้อผง
วัดใจแดงแรกเคาะ... สภาพสวยมาก ไม่ค่อยเจอ หายาก พิมพ์ขาโต๊ะ พิมพ์เดียวกันกับพิมพ์ขาโต๊ะของ หลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี เพราะจากหลักฐานที่มีการยืนยันได้คือ หลวงพ่อโชติ วัดตะโนและหลวงปู่โต๊ะ ได้ไปขอเรียนวิชาอาคมกับหลวงปู่คำ วัดอรุณอัมรินทร์ และได้ขอแม่พิมพ์จากหลวงปู่คำมาสร้างพระ แม่พิมพ์เดียวกันแต่เนื้อหามวลสารในการสร้างแตกต่างกัน ดังที่ได้กล่าวไว้แต่ต้นว่า หลวงพ่อโชติสนิทสนมกับหลวงปู่โต๊ะมาก พระผงพิมพ์ขาโต๊ะวัดประดู่ฉิมพลีสร้างประมาณปี พ.ศ.2480กว่า พระของหลวงพ่อโชติ วัดตะโนองค์นี้น่าจะสร้างในยุคสมัยเดียวกัน องค์นี้เนื้อออกเหลือง น่าจะผสมว่านพวกขมิ้นลงไปด้วย..
พระผงนาคปรก วัดพระธาตุพนม ปี18 ..................................ท่านที่ต้องการบัตรรับรองส่งพระออกบัตรเองครับ
เมื่อกล่าวถึงพระขุนแผนทุกท่านก็อาจจะนึกถึงกรุบ้านกร่าง หรือพระกรุทางอยุธยาซึ่งเป็นพระที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา....แต่หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า.....ได้มีพระอาจารย์ท่านหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในการสร้างพระขุนแผนในสมัยรัตนโกสินทร์"ยุคปัจจุบันของเรานี้ นั่นก็คือ "ขุนแผนหลวงพ่อโชติ วัดตะโน ธนบุรี.....หลวงพ่อโชติท่านได้สร้างพระพิมพ์ขุนแผนไว้ราวปีพ.ศ.2490(ยุคที่สร้างสมเด็จพิมพ์ขาโต๊ะ) ซึ่งเนื้อหาและมวลสารของหลวงพ่อนั้นมากมาย หลวงพ่อท่านได้สร้างและแจกจ่ายแก่บรรดาลูกศิษย์ของท่าน พุทธคุณทางด้านเมตตามหานิยม.... ผมรับประกันพระแท้ตามกฎทุกประการ ขอบคุณครับ...
ตำราการสร้างผงจินดามณีซึ่งเป็นยาทางพุทธคุณ เป็นตำรามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ได้ตกทอดมาอยู่ที่ท่านพระปลัดปาน วัดตุ๊กตา ท่านปลัดปานได้ถ่ายทอดให้แก่ท่านพระธรรมปิฎกน่วม วัดสระเกศ กรุงเทพมหานครก่อน จึงได้ถ่ายทอดต่อ ๆ มาจนกระทั่งตกที่ท่านพระพุทธวิถีนายกบุญ ต่อมาพระพุทธวิถีนายกบุญยังได้ถ่ายทอดให้แก่ท่านพระศรีสัจจญาณมุนีสนธิ์ วัดสุทัศน์ฯ กรุงเทพมหานคร และท่านพระพุทธวิถีนายกเพิ่ม วัดกลางบางแก้ว อดีตเจ้าอาวาสองค์นี้เอง ซึ่งนับว่าเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของท่านก็ว่าได้ สรุปได้ว่าท่านที่สร้างผงยาจิดามณีได้มีดังต่อไปนี้ 1.พระปลัดปาน วัดกลางแก้ว นครชัยศรี นครปฐม 2.พระธรรมปิฎกน่วม วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร 3.พระพุทธวิถีนายกบุญ วัดกลางบางแก้ว นครชัยศรี นครปฐม 4.พระศรีสัจจญาณมุนีสนธิ์ วัดสุทัศน์ กรุงเทพมหานคร 5.พระพุทธวิถีนายกเพิ่ม วัดกลางบางแก้ว นครชัยศรี นครปฐม 6.อาจารย์แพทย์ สาริกบุตร ที่ได้กล่าวมาแล้ว 6 ท่าน ได้มรณภาพแล้ว ดังนั้นที่สามารถสร้างผงจินดามณีได้และนับวันตำรานี้จะสูญสิ้นไป เพราะการสร้างทำได้ด้วยความลำบาก จะต้องหาตัวยา และหาฤกษ์ยามในการที่จะสร้างด้วย ตำราการสร้างผงยาจินดามณี เครื่องยาผงจินดามณีประกอบด้วย เกสรบุษบัน 1 เปราะหอม 1 ดอกจันทร์ 1 ดอกคราด 1 โกฏิสอ 1 โกฏิเขมา 1 เปลือกกุ่มชลธาร 1 กรุงเขมา 1 กำยาน 1 ทองน้ำประสาน 1 อย่างละเท่ากันบดตำผสมกับพิมเสน ชมดเชียง น้ำผึ้งรวงรัน กฤษณา น้ำมะนาว น้ำมะเขือขื่นคั้นเป็นตัวประสานผสมยาเข้าด้วยกันการบดตำยาผสมยานี้จะต้องทำ กันในพระอุโบสถโดยตั้งเครื่องสักการบูชาเลือกทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งวันนั้นคือวันเพ็ญเดือน 12 ผู้ที่เข้าทำการบดยาจะต้องชำระร่างกายให้สะอาด นุ่งขาวห่มขาว ถ้าเป็นสตรีจะต้องเป็นพรหมจารีย์บริสุทธิ์ เมื่อผสมได้ที่แล้วจึงปั้นเป็นเม็ดยา เม็ดประคำผึ่งให้แห้ง แล้วเสกด้วยคาถาดังนี้ จินดามณี ปียังมันตัง ยะสังธาสัง ดกมัง อุปสันติ สะเนหัง มาตาปิตาวโอรสัง ปโพสัญจะ มหาราชา ตวังมังโป สัตถุโนทิปัง กาเรเทโว สุโปเสทิ กิญจิเทโว สักโกปัชชัง พัสมิงกินเนวา ทัตวา ปิยังกัตตะ สิรีปุตโต ภวันตุเม สิท์ลาภัง ชะนานะเย สีของผงยามักจะออกสีน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลอ่อน และสีน้ำ แล้วแต่สีของสมุนไพรและตัวประสานนั่นเอง ถ้าจะให้ดีครบบดให้ละเอียดแล้วร่อนส่วนที่ไม่ละเอียดนำมาบดให้ละเอียดอีก ครั้งจึงค่อยผสมเข้าด้วยกัน สำหรับชนิดที่นำไปทำประคำ ควรมีแกนเป็นตะกรุดลงพุทธคุณทุกดอก แล้วจึงพอกยาลงไป ทำให้สะดวกในการร้อยประคำและไม่ทำให้รอยอุดตันด้วย ส่วนที่ทำเม็ดยานั้นต้องปั้นให้กลมและมีขนาดกลืนกินได้สะดวกคือขนาด “เม็ดนุ่น” อุปเท่ห์ “ยาจินดามณี” ตามตำรากล่าวว่าผู้ใดได้กิน “ยาจินดามณี” จะมีความเจริญทุกด้านกว่าคนทั้งหลาย ลาภ ยศ เงินทองจะหลั่งไหลมาเทมา และถ้านำไปบูชากราบไหว้สักการะทุกวันจะระงับภัยอันตรายต่าง ๆ ได้ ขึ้นโรงขึ้นศาลโทษหนักเท่าหนักถึงตายจะลดลงหรือพ้นโทษได้ พกติดตัวไว้จะเป็นที่ชื่นชมของคนทั่วไป เจรจาเป็นที่จับใจตลอดจนกระทั่งมีสง่าราศี เรียกได้ว่าใครเห็นใครรัก ใครพบใครหลงจนกระทั่งยาจินดามณีนี้มีการขนานนามอีกนามหนึ่งว่า “ยาวาสนา” สรุปได้ว่ายาจินดามณีนี้มีพุทธานุภาพทุกด้าน ทั้งแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ลาภผลพูนทวี เมตตามหานิย เปรียบเสทอนยาดำ ซึ่งรักษาได้สารพัดโรคก็ว่าได้ ท่านเจ้าคุณพระพุทธวิถีนายกบุญ วัดกลางบางแก้ว นครชัยศรี ได้สร้างจินดามณี เป็น 3 ชนิด คือ 1. พระผงยาจินดามณี 2. เม็ดยา 3. ประคำ สำหรับยาจินดามณีที่ท่านปลัดปาน วัดตุ๊กตา นครชัยศรี ท่านพระธรรมปิฎกน่วม วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร ท่านพระศรีสัจจญาณมุณีสนธิ์ วัดสุทัศน์ฯ กรุงเทพมหานคร และท่านอาจารย์แพทย์ สาริกบุตร สร้างนั้นส่วนใหญ่เป็นเม็ดยา ที่สร้างยาจินดามณีเป็น องค์พระก็มีท่านพระพุทธวิถีนายกเพิ่ม วัดกลางบางแก้ว นครชัยศรี ซึ่งสืบวิชาตกทอดมาจากท่านพระพุทธวิถีนายกบุญผู้เป็นอาจารย์ ท่านสร้างทั้งเม็ดยา และทำเป็นองค์พระด้วย ดังนั้นยาจินดามณีของพระพุทธวิถีนายกบุญ หรือที่เรียกกันแบบชาวบ้านว่า “หลวงปู่บุญ” นั้น แต่ล้ำเลิศด้วยพระพุทธคุณและพระพุทธานุภาพดังอุปเท่ห์ที่ได้กล่าวมาแล้ว ผู้ใดมีไว้บูชาถือได้ว่าผู้นั้นเป็นผู้มี “วาสนา”
พระ ผงกระดูกผีหรือพระผงพรายสมุทรนั้น หลวงพ่อเจิมท่านได้สร้างไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2496 โดยท่านได้เขียนผงวิเศษเก็บรวบรวมไว้จำนวนหนึ่ง จากนั้นนำผงวัตถุอาถรรพ์ต่าง ๆ ผสมรวมลงไป ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเถ้ากระดูกผี 7 ป่าช้าผสมรวมลงไปด้วย เถ้า กระดูกผีที่ทางไสยศาสตร์นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการสร้างวัตถุมงคล นิยมนำเถ้าผงกระดูกของผู้ที่ตายวันเสาร์เผาวันอังคาร หากตายโหงว่ากันว่าขลังดีนัก แต่สำหรับเถ้าผงกระดูกที่พ่อท่านเจิมนำมาเป็นส่วนผสมองค์พระนั้น ท่านไม่ได้กำหนดตายตัวแต่ประการใดว่าต้องเป็นของผู้ที่เสียชีวิต อย่าง ไร วันไหน หรือเผาวันอะไร เพียงแต่เก็บเถ้าผงกระดูกจากเชิงตะกอนเผาศพจาก 7 ป่าช้า ก่อนนำเถ้าผงกระดูกดังกล่าวมาท่านก็ได้ทำพิธีพลีกรรมและสะกดอาคมไว้เสียก่อน ด้วย พ่อ ท่านเจิมได้ปลุกเสกวัตถุมงคลของท่านเป็นระยะเวลานานจึงนำออกแจก แต่ด้วยพระของท่านประกอบด้วยเถ้าผงกระดูกผีชาวบ้านจึงพากันกลัวไม่ขอหรือนำ เข้าบ้านสักเท่าไหร่ แต่เมื่อมีประสบการณ์ที่เกิดกับผู้ได้บูชามากขึ้น โดยเฉพาะคราวาตภัยแหลมตะลุมพุก เมื่อปี พ.ศ.2506 พระเครื่องรุ่นนี้ของ ท่านได้ช่วยชาวบ้านให้รอดพ้นจากภัยดังกล่าวหลายคนทีเดียว ประกอบกับไม่ได้มีประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวแต่ประการใด จึงได้มีการเสาะแสวงหาไว้ติดตัวกันมากขึ้นจนถึงปัจจุบันนี้ พระผงกระดูกผี พ่อท่าน เจิม วัดหอยราก พ.ศ. ๒๔๙๙ มีมวลสารหลักได้แก่ 1. ว่าน ๑๐๘ ชนิด จำนวน ๑๐๘ บาตร 2. ดินพรายสมุทรท้องทะเลลึก ๑๐๘ ปั้น 3. ดินท้องแม่น้ำปากพนัง ๑๐๘ ปั้น 4. ดินกลางวัด ๑๐๘ วัด ๑๐๘ ปั้น 5. ดินกลางนา ๑๐๘ แปลง ๑๐๘ ปั้น 6. ดินหาดทรายแก้ว ๑๐๘ หาด 7. ดินกลางไร่ ๑๐๘ ไร่ 8. ดินรูปูนา ๑๐๘ รู 9. ดินปราบหญ้าไม่งอก ๑๐๘ ปราบ 10. ดินจอมปลวกวัวเลีย ๑๐๘ จอม 11. ดินกลางสระน้ำ ๑๐๘ สระ 12. เถ้าเชิงตะกอนเผาศพ ตายวันเสาร์เผาวันอังคาร ๗ ป่าช้า บดเป็นผง ๑๐๘จอก 13. เถ้าหนังสือใบลาน ๑๐๘ จอก 14. ดินป่าช้า ๓ วัด ปั้นเป็นก้อน ๑๐๘ ก้อน 15. ดอกไม้บูชาพระบรมธาตุ วันมาฆบูชา เฉพาะที่ตรงกับวันเสาร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ บดเป็นผง ๑๐๘ จอกชา 16. น้ำจากหุบเขาชัยราช แนวต่อจังหวัดชุมพรกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นน้ำผสมผงปั้นพระ 17. น้ำฝนตกชายคาพระอุโบสถ เฉพาะที่ตรงกับวันจันทร์ขึ้น ๑๐ ค่ำเป็นน้ำผสมผงปั้นพระ 18. ดินพอกหางหมู ๑๐๘ ก้อน 19. ผงพระท่าเรือ นครศรีธรรมราช และ ยังมีวัตถุมงคลอื่นๆอีกรวมแล้ว ๗๐๐ ชนิด มีพระสมุห์เผียน หมอเพียร ชาวบ้านหนองนก หมอปลื้ม ช่วยกันจัดหา และใน พ.ศ.๒๔๙๙ ได้เริ่มกดพิมพ์ และได้เริ่มปลุกเสกในพระอุโบสถ พ่อท่านเจิมได้ปลุกเสกด้วยพระครถามงคลต่างๆ และพระมหาทมื่น ๑๐๐,๐๐๐ จบ ปลุกเสกนาน ๕ ปี พระผงบารมีอะชิโต แรกออกให้บูชาจะมีใบฝอยจากพ่อท่านแนบ ซึ่งในใบฝอยของท่านเจิม บันทึกไว้ว่า “สวัสดี ท่านที่เคารพและญาติโยมทั้งหลาย การที่ข้าพเจ้าได้จัดทำหลวงพ่ออะชิโตขึ้นในครั้งนี้ ได้ทำตามแผนโบราณที่ผู้รู้เขียนไว้ในคัมภีร์ใบลาน พัสดุที่นำมาผสมกันเกิน ๗๐๐ ชนิด แต่ละสิ่งล้วนเป็นของศักดิ์ทั้งนั้นข้าพเจ้าได้เที่ยวหาของต่างๆนั้น ๒ ปีซ้อน แต่ทำผงนั้นราว ๔ เดือน พระปรกโพธิ์เล็ก สภาพสวย หายากครับ รับประกันตามกฎทุกกรณี @@@ช.มหานิยม ชื่อนี้การันตีคุณภาพ@@@
อ่านสักนิดก่อนเคาะครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาด้วยกันทั้งสองฝ่าย พระราคาไม่ถึง 5000 บาท รบกวนส่งออกบัตรเองครับ ผมรับประกันแท้ แต่ถ้าพระราคาเกิน 5000 บาท ยินดีทำตามกฎ ขอบคุณครับ โอนแล้วกรุณาแจ้งทาง mail box ด้วยนะครับเพื่อความถูกต้องและรวดเร็วในการจัดส่ง ขอบคุณครับ ยังมีรายการพระที่น่าสนใจอีกหลายรายการ เข้าไปดูได้โดยคลิกที่ตัว
สวยครับ เบาๆ ประกันแท้ตลอดชีพ
@@@รับประกันแท้ตามกฏเวปครับ@@@