วัตถุมงคลของหลวงพ่อเล็กมีการสร้างมากที่สุดในปี 2484 ก่อนสงครามอินโดจีน เพื่อแจกทหารหาญและประชาชนทั่วไปที่นำกฐินมาทอดที่วัด ภายใต้การนำของหลวงกำจัดไพริน แห่งกองพันทหารช่างค่ายศรีโสธร อาทิเช่น เสื้อยันต์ แหวนพิรอด ตะกรุด พระเนื้อดินฐาน 12 นักษัตร ผ้ายันต์และผ้าขอด ท่านละสังขารเมื่อวันที่ 4 กค. 2487 สิริรวมอายุได้ 73 ปีพรรษาที่ 53 คงเหลือเพียงตำนานว่าวัดท่าอิฐแห่งนี้ล้วนมีพระอาจารย์ที่มีอาคมขลัง เป็นพระวิปัสสนากรรมฐาน ที่มีชือเสียงของจังหวัด พบเห็นมงคลวัตถุสำนักนี้ ขอชี้ว่าเก็บไว้เถิดประเสริฐนักแล เก็บช่วงนี้ดีที่สุด ถูกมากๆ
วัตถุมงคลของหลวงพ่อเล็กมีการสร้างมากที่สุดในปี 2484 ก่อนสงครามอินโดจีน เพื่อแจกทหารหาญและประชาชนทั่วไปที่นำกฐินมาทอดที่วัด ภายใต้การนำของหลวงกำจัดไพริน แห่งกองพันทหารช่างค่ายศรีโสธร อาทิเช่น เสื้อยันต์ แหวนพิรอด ตะกรุด พระเนื้อดินฐาน 12 นักษัตร ผ้ายันต์และผ้าขอด ท่านละสังขารเมื่อวันที่ 4 กค. 2487 สิริรวมอายุได้ 73 ปีพรรษาที่ 53 คงเหลือเพียงตำนานว่าวัดท่าอิฐแห่งนี้ล้วนมีพระอาจารย์ที่มีอาคมขลัง เป็นพระวิปัสสนากรรมฐาน ที่มีชือเสียงของจังหวัด พบเห็นมงคลวัตถุสำนักนี้ ขอชี้ว่าเก็บไว้เถิดประเสริฐนักแล เก็บช่วงนี้ดีที่สุด ถูกมากๆ
วัตถุมงคลของหลวงพ่อเล็กมีการสร้างมากที่สุดในปี 2484 ก่อนสงครามอินโดจีน เพื่อแจกทหารหาญและประชาชนทั่วไปที่นำกฐินมาทอดที่วัด ภายใต้การนำของหลวงกำจัดไพริน แห่งกองพันทหารช่างค่ายศรีโสธร อาทิเช่น เสื้อยันต์ แหวนพิรอด ตะกรุด พระเนื้อดินฐาน 12 นักษัตร ผ้ายันต์และผ้าขอด ท่านละสังขารเมื่อวันที่ 4 กค. 2487 สิริรวมอายุได้ 73 ปีพรรษาที่ 53 คงเหลือเพียงตำนานว่าวัดท่าอิฐแห่งนี้ล้วนมีพระอาจารย์ที่มีอาคมขลัง เป็นพระวิปัสสนากรรมฐาน ที่มีชือเสียงของจังหวัด พบเห็นมงคลวัตถุสำนักนี้ ขอชี้ว่าเก็บไว้เถิดประเสริฐนักแล เก็บช่วงนี้ดีที่สุด ถูกมากๆ
สภาพสวยสมบรูณ์ รับประกันตามกฏครับ
25ศตวรรษ พิมพิ์หางหงษ์ นิยม สวยเดิมครับ องค์จริงสวยกว่าในรูปเยอะครับ สวยมากๆไม่ผ่านการใช้ครับ ผิวเงาเหมือนกระจกเลยครับ
รับประกันตามกฏ
พระหลวงพ่อเล็ก เนื้อดิน วัดท่าอิฐ จ.ฉะเชิงเทรา พระ 12 ราศรี องค์นี้เป็นพิมพ์ปีจอ สร้างขึนเมื่อปี พ.ศ.2491 พระไม่ผ่านการใช้ ผิวเดิม ๆ ดูง่าย สภาพพอสวย พระผ่านการตรวจสอบความแท้จากทางเวปมาเรียบร้อยแล้ว มาพร้อมบัตรรับรองสวย ๆ และรับประกันตามกฎ
ประวัติการสร้างพระภูธราวดี โดยพล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช จากบันทึกของท่านชื่อ “เรื่องอาจารย์นำ แก้วจันทร์” เขียนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ พล.ต.ท.ประชา บูรณธนิต กับ พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้สร้างพระพิมพ์ภูธราวดีด้วยผงว่าน และ ยาแก้-ยากันต่าง ๆ (และยังมี) ผงวิเศษ ผงพระ ดินเสื้อเมือง-หลักเมือง ตะไคร่จากพระธาตุเจดีย์ทั่วประเทศ ดินท้องถ้ำ ดินยอดเขาที่มีชื่อเป็นมงคล ดินสังเวชนียสถานจากอินเดียโดย พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ทรงประทาน กับได้เททองหล่อพระประธานแบบทวาราวดีถวายวัดพระปฐมเจดีย์ สร้างศาลากตัญญูธรรมไว้ที่หน้าองค์พระปฐมเจดีย์เพื่อประดิษฐานพระซึ่งหล่อขึ้นในครั้งนั้น กับสร้างพระกริ่งภูธราวดีด้วยเนื้อทองนวโลหะ พระเครื่องครั้งนั้นทำแจกตำรวจทั่วประเทศ ทหารและผู้อื่นก็แจกตามสมควรไม่มีการให้เช่า พระพิมพ์สร้างขึ้นจำนวน ๑๖๘,๐๐๐ องค์ พระพิมพ์ (เนื้อดินผสมผง) นั้นทำการประสมผงที่ศาลามีชัยแล้วนำมาทำพิธีพุทธาภิเษกที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช และได้กดพิมพ์เป็นองค์ที่นั่น พล.ต.ท.ประชา บูรณธนิต มาเป็นครั้งคราว อาจารย์นำ แก้วจันทร์ เป็นประธานในพิธีตลอด พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดชเป็นผู้ช่วย กดพระพิมพ์ได้ร้อยองค์จะมีพระคะแนนเป็นพิมพ์พระนางตรา ๑ องค์ พิมพ์วัดประตูทอง ๑ องค์ พิมพ์ทวาราวดี ๑ องค์ขณะที่ประสมผงอยู่นั้น ยุงที่ศาลามีชัย และ ในเมืองไม่กัดคน เมื่อทำพิธีพุทธาภิเษกในพระวิหารหลวงนั้นเป็นเวลากลางคืนแมลงต่าง ๆ ไม่มีมาตอมแสงไฟเลย ทำกันอยู่หลายเดือน กินนอนกันอยู่ที่นั่น คนพิมพ์พระมีทั้งทหาร ตำรวจทั้งยศนายและพล พ่อค้า ข้าราชการ พลเรือนก็มี และต้องนุ่งขาวห่มขาวรับศีลทุกวัน ใครออกไปข้างนอกกลับเข้ามาต้องพรมน้ำมนต์ก่อน ห้ามยืนรับของต่อมือผู้หญิงและต้องถือพรหมจรรย์ ใครกลับบ้านแล้วกลับมาทำพระต้องรับศีลใหม่ ห้ามผู้หญิงและคนนอกเข้าในพิธีเมื่อพิมพ์พระเสร็จแล้วสุมด้วยไฟแกลบ ใช้ไม้ที่มีนามเป็นมงคลลงเลขยันต์ทำเชื้อเพลิง เมื่อเข้าที่สุมไฟมีพระสวดชัยมงคลคาถา ๙ รูป เมื่อเอาขึ้นจากที่สุมพรมด้วยน้ำมันจันทน์อย่างดี แล้วทำพิธีพุทธา-ภิเษก-ปลุกเสกอีกครั้ง ขณะพิมพ์พระอยู่นั้นเกิดมหาวาตภัย กระเบื้องมุงหลังคาพระวิหารหลวงมิได้หลุดปลิวเลยแม้แต่แผ่นเดียว แต่วิหารทั่วไปในวัดนั้นกระเบื้องหลังคาปลิวแตกหักเสียหายมาก พล.ต.ท.ประชา บูรณธนิต และ นายวรศักดิ์ อดิเทพวรพันธุ์ ได้มอบตัวเป็นศิษย์ในครั้งนั้น เมื่อทำพิธีพุทธาภิเษกในวัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช แล้ว ก็นำไปทำพิธีพุทธาภิเษกที่วัดพระปฐมเจดีย์ โดยบรรทุกเรือเมล์ปากพนังไป ตามปกติเรือนี้เดินเลียบฝั่งตะวันตกรับคนโดยสารและสินค้าตามเมืองท่าต่าง ๆ จนถึงกรุงเทพฯ แต่เรือเที่ยวนั้นหลงทาง เมื่อออกจากปากน้ำสุดแหลมตะลุมพุกแล้วเกิดแล่นตัดอ่าวไปถึงจันทบุรี ท้องทะเลก็เกิดพายุแต่หาได้ถูกเรือไม่ มีตำรวจไปกับพระหลายนาย หัวหน้าคือ ร.ต.ท.สมิง โชติพันธุ์ กับจ่าหนึ่ง นายสิบพลเรือไปถึงท่าราชวงศ์เวลา ๑๑.๐๐ น. วันนี้จำไม่ได้ ได้นิมนต์พระ ๙ รูป ไปสวดชัยมงคลคาถารับพระพิมพ์และฉันเพลที่นั่น ตอนขนลังพระขึ้นบรรทุกรถยนต์มีฝนปรอยให้ฤกษ์ทั้ง ๆ ที่เป็นฤดูร้อนเดือนเมษายนพิธีพุทธาภิเษก-ปลุกเสกที่พระปฐมเจดีย์ ทำพร้อมกับการสุมหุ่นหล่อพระประธาน เวลากลางคืนมีพระไทย พระญวน และพระจีน แต่แยกกันคนละแห่ง ตั้งพิธีสุมหุ่นใต้ต้นโพธิ์ใบดกหนาอยู่เหนือหุ่นราว ๑ วา เปลวไฟพุ่งขึ้นกระพือใบโพธิ์อยู่ตลอดคืน แต่ใบโพธิ์มิได้เหี่ยวแห้งแม้แต่ใบเดียว เสร็จพิธีแล้วคนรูดเอาไปบูชาจนโกร๋น คืนนั้นฝนตกในบริเวณพิธีพอประมาณ แต่แถวหลังพระและสถานีรถไฟบริเวณห่างออกไปไม่มีฝน พระบรมสารีริกธาตุปาฏิหาริย์ออกจากองค์พระเจดีย์เป็นดวงโตเท่าผลส้มโอ มีรัศมีสวยงาม มาวนอยู่ในอากาศเหนือต้นโพธิ์แล้วหายไปในพิธีได้นิมนต์พระอาจารย์ที่ขลังทุกจังหวัดมาร่วมปลุกเสก ผู้ใดจะเข้าในบริเวณพิธีมงคลต้องนุ่งขาวห่มขาว จนผ้าขาวในจังหวัดนครปฐมไม่มีขาย ผู้หญิงแม้แต่พราหมณีซึ่งไปในคณะพราหมณ์พิธีบวงสรวงก็ไม่ยอมให้เข้าในวงสายสิญจน์ ยุงในวงสายสิญจน์ไม่มีแบบเดียวกับเมืองนครศรีธรรมราช แต่พวกนอกสายสิญจน์ยุงกัดแทบแย่ จากประวัติการสร้างคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณครับ รับรองสุดยอดครับ รับประกันพระแท้ตลอดชีพ ยินดีออกบัตรให้ตามกฏเวปทุกประการครับ พระสวยเดิมๆไม่ผ่านการใช้ เนื้อน้ำตาลนิยมครับ
สมเด็จกลักไม้ขีด หลวงพ่อโชติ วัดตะโน ปี2494-95 พระสวยเดิม ไม่ผ่านการใช้ เพิ่งได้มาอีกองค์ครับ(องค์ที่2)
สภาพสวยสมบรูณ์ รับประกันตามกฏครับ