KONG@KORAT

ข้อมูลสมาชิก – KONG@KORAT

เริ่มเป็นสมาชิก: January 03, 2016 12:08:24 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 5 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 2991 รายการ , คำติ: 2 รายการ

ประวัติ Feedback


  เหรียญคุ้มเกล้า เนื้อเงินพิมพ์ใหญ่ปี 2522 หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปลุกเสก สภาพสวยเดิม เหรียญคุ้มเกล้า โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช พิมพ์ใหญ่ ดำเนินการจัดสร้างเมื่อปีพ.ศ.2522 โดยมูลนิธิมูลนิธิคุ้มเกล้าฯในพระบรมราชูปถัมภ์ วัตถุประสงค์: เนื่องในวาระครบรอบ 30 ปีของการให้บริการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เมื่อ 27 มีนาคม 2522 กองทัพอากาศได้ดำริสร้างอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉินขนาดใหญ่สูง 12 ชั้นที่ทันสมัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลและเสริมสร้างบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมบรรดาผู้ป่วยทั้งหลายไปชั่วกาลนาน โดยสิ้นค่าใช้จ่ายกว่า 600 ล้านบาท จากเงินที่ประชาชนทั่วประเทศร่วมใจกันบริจาค พุทธลักษณะ ด้านหน้า : เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ ด้านหลัง : มีพระปรมาภิไธยย่อ “ภ.ป.ร.” พิธีลงอักขระแผ่นยันต์อักขระที่ใช้สร้างเหรียญคุ้มเกล้า แผ่นแรกเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2526 โดยมี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธาน พร้อมด้วยพระเถระอีก 60รูป ที่ได้มาร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ภายในพระอุโบสถของวัดราชบพิธ หลังจากนั้นได้นำแผ่น ทอง นาก เงิน ไปให้พระเถราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั่วประเทศ จารึกอักขระจนครบ 1,250 รูป อาทิ - พระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์)วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ ลงอักขระวันที่ 16 กันยายน 2526 - พระคุณเจ้าหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ลงอักขระแผ่นทอง นาก เงิน ณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ 19 สิงหาคม 2526 - พระสุพรหมยานเถร (หลวงปู่พรหมจักร)วักพระพุทธบาทตากผ้า ลำพูน ลงอักขระ 21 สิงหาคม 2526 - พระอุดมสังวรเถร(หลวงพ่ออุตตมะ)วัดวังวิเวการาม จ.กาญจนบุรี ลงอักขระ 5 ตุลาคม 2526 - พระสุนทรธรรมภาณี(หลวงพ่อแพ)วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี ลงอักขระวันที่ 3 ตุลาคม 2526 - พระนิโรธรังสี คัมภีรปัญญาจารย์ (หลวงปู่เทสก์) วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ลงอักขระ 5 สิงหาคม 2526 - หลวงพ่อเกษม เขมโก วัดป่าช้าไตรรัตนาราม อ.เมือง จ.ลำปาง ลงอักขระ 22สิงหาคม 2526 - พระครูสุวรรณประดิษฐการ(หลวงพ่อจ้อย)วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ อ.ดอนสัก จ.สุราษฏร์ธานี ลงอักขระ 11 ตุลาคม 2526 - สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร กทม. เป็นต้น พิธีเททองหล่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปทรงเททองหล่อพระพุทธรูปคุ้มเกล้าฯ ณ วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ซึ่งตรงกับวันที่ ′หลวงปู่แหวน สุจิณโณ′ มีอายุครบ 97 ปี เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2527 โดยมีสมเด็จพระสังฆราช พร้อมด้วยพระเถระผู้ใหญ่ผู้ทรงคุณอีก 9 รูป เจริญชัยมงคลคาถา ในโอกาสนี้ได้ทรงทำพิธีหลอมแผ่นทอง นาก เงิน ที่ได้ทำพิธีลงอักขระแล้ว เป็นชนวนนำไปสร้างวัตถุมงคลคุ้มเกล้าต่อไป พิธีพุทธาภิเษก ประกอบพิธีพุทธาภิเษกหมู่อย่างยิ่งใหญ่มโหฬาร 4 วัน 4 คืน ตั้งแต่วันที่ 6-9 เมษายน พ.ศ.2527 โดยทำการโยงสายสิญจน์จากพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามมายังปะรำพิธี ณ ท้องสนามหลวง นิมนต์พระเถรานุเถระผู้ทรงคุณ เกจิอาจารย์ดัง 108 รูปจากทั่วประเทศผลัดเปลี่ยนกันนั่งปรกปลุกเสกตลอดรวม 4 คืน อาทิ - สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ประธานฝ่ายสงฆ์จุดเทียนชัย - สมเด็จพระญาณสังวรฯ เป็นประธานดับเทียนชัย - หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง - หลวงพ่อเกษม เขมโก ลำปาง - หลวงปู่ดุลย์ วัดบูรพา สุรินทร์ - หลวงปู่สาม วัดป่าไตรวิเวก - หลวงพ่อสิม วัดถ้ำผาปล่อง - หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี - หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม - หลวงพ่อหลุย วัดเจติยาวิหาร - หลวงปู่ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า - หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง - หลวงพ่อพุธ วัดป่าสาลวัน - หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ - หลวงพ่อพวง วัดศรีธรรมาราม - หลวงพ่อพุฒ วัดมณีสถิตย์ - หลวงพ่อเปรื่อง วัดบางคลาน - หลวงพ่อฮวด วัดหัวถนนใต้ - หลวงพ่อคำแสน วัดถ้ำผาเงา - หลวงพ่อโอด วัดจันเสน - หลวงพ่อบุญมี วัดท่าสะต๋อย เป็นต้น สำหรับวัตถุมงคลรุ่นคุ้มเกล้า ในวันแรกของพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดไฟพระฤกษ์ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มอบให้พล.อ.อ.ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ. อัญเชิญเข้าขบวนแห่มายังปะรำพิธี จากนั้นในเวลา 19.19 น. สมเด็จพระสังฆราช เสด็จมาจุดเทียนชัยจากไฟพระฤกษ์ เริ่มพิธีพุทธาภิเษกจนถึงรุ่งอรุณของวันที่ 4 สมเด็จพระญาณสังวรฯ เป็นประธานดับเทียนชัย เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีพุทธาภิเษก(ไม่มีกล่องคับผม)  


เขียนโดย :ทิดใหม่ เจ้าของรายการ February 19, 2017 10:00:10

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/7164880


หลวง ปู่เม้า วัดสี่เหลี่ยม บุรีรัมย์ เป็นหนึ่งในพระเกจิที่มีอายุเกิน 100 ปีของอีสาน ท่านบวชตั้งแต่เป็นสามเณรจนเป็นพระไม่เคยสึก เป็นพระเกจิอีกรูปที่น่าบูชามาก เหรียญรุ่นแรกของหลวงปู่เม้า สร้างปี 2517 เมื่ออายุครบ 100ปี ตอนสร้างออกมาใหม่ๆได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงดังมากๆอยู่ในแนวหน้า เช่น เหรียญหลวงปู่ทิม รุ่น เจริญพร เหรียญหลวงปู่สิม รุ่นเมตตา เหรียญหลวงพ่ออบ รุ่นแรก และเหรียญหลวงพ่อหิน วัดป่าแป้น เป็นต้น ถ้าพูดถึงวิชาอาคมความขลัง เชื่อว่าหลวงปู่เม้า ไม่เป็นรองใครในยุคนั้น เนื่องจากพระเครื่องของท่านสร้างน้อยมีไม่กี่รุ่น ขาดการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้พระเครื่องของท่านราคายังไม่ค่อยแรงนัก แต่ถ้าจะหาพระดีๆไว้บูชาเพื่อคุ้มครองตัว เชื่อได้ว่าพระของท่านไม่เป็นสองรองใคร หลวงปู่เม้า เป็นพระที่มีศีลบริสุทธิ์และเรืองวิทยาคม นอกจากนี้ยังเก่งด้านวิปัสสนากรรมฐานเพราะเคยเรียนวิชากับหลวงปู่เสาร์ ในสมัยธุดงค์ก็เคยพบหลวงปู่มั่นด้วย ประวัติเต็มๆของท่านถ้ามีโอกาสจะนำมาลงเพิ่ม หลวงปู่เม้า มรณภาพอายุได้ประมาณ 102 ปี พ.ศ.2519 รูปหล่อโบราณ รุ่นแรก หลวงปู่เม้า วัดสี่เหลี่ยม สร้าง ปี 2517 โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร เป็นองค์ประธานฝ่ายฆราวาสจัดสร้างถวายหลวงปู่เม้า องค์ที่เสนอเนื้อทองเหลือง บล็อกแตกนิยม สภาพสวยมากๆ ผิวเดิม นำขึ้นคอบูชาได้เลยครับ ไม่ต้องกลัวใครมาสวดว่าเก๊ พระแท้ตามหลักสากล ไม่มีมั่วนิ่ม รูปหล่อรุ่นนี้ของแท้ๆหายากนะครับ ของเก๊มีเยอะอย่าประมาท เป็นพระดีพระดังแบบเงียบๆไม่ต้องเชียร์ มาแรงเพราะคุณภาพไม่ใช่การตลาด ออกบัตรรับประกันพระแท้ให้เรียบร้อยแล้วครับ รับประกันตามกฎ


เขียนโดย :Sakulthip เจ้าของรายการ February 17, 2017 14:30:07

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7218595


หลวงพ่อแพท่านเป็นชาวจังหวัดสิงห์บุรี เกิดในราวปี พ.ศ.2452 ที่บ้านสวนกล้วย ต.ดอนสมอ อ.ท่าช้าง เมื่อบิดามารดาเสียชีวิต จึงย้ายมาอยู่กับบิดามารดาบุญธรรมที่วัดใหม่ อ.ท่าช้าง ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพิกุลทอง ตอนเด็กเรียนเขียนอ่านที่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน แล้วเข้ากรุงเทพฯ เพื่อบวชเป็นสามเณรและศึกษาเล่าเรียนด้านพระปริยัติธรรมกับพระอาจารย์เขมร ที่วัดชนะสงคราม ท่านมีความใส่ใจและขวนขวายในการศึกษา อายุเพียง 14 ปีก็สามารถสอบได้เปรียญ 3 ประโยค   เมื่ออายุครบบวชจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายา "เขมังกโร" แปลว่า ผู้ทำความเกษมแล้ว ท่านเป็นพระภิกษุที่มีจิตมุ่งมั่นที่จะบำเพ็ญตนเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้นหลายๆ รูป อาทิ สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) พระครูภาวนา สำนักวัดโพธิ์ หลวงพ่อสี ผู้ทรงคุณวิเศษนานัปการ ฯลฯ ท่านจึงมีความเชี่ยวชาญและแตกฉานทั้งด้านคันถธุระ วิปัสสนาธุระ รวมทั้งไสยศาสตร์และวิทยาการต่างๆ   ต่อมาได้รับมอบหมายจากสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) ให้เดินทางกลับบ้านเกิดและบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามในท้องถิ่นที่ชำรุดทรุด โทรม เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป ท่านจึงเดินทางกลับไปดูแลวัดพิกุลทอง ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของชาวบ้าน ด้วยบารมีและกุศลบุญของท่านและหลวงพ่อสี การบูรณะวัดพิกุลทองสำเร็จลุล่วงในเวลาเพียงปีเศษเท่านั้น นอกจากนี้ ท่านยังพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญควบคู่ไปด้วย ชื่อเสียงของท่านเป็นที่ร่ำลือขจรขจาย มีศิษยานุศิษย์และผู้เลื่อมใสศรัทธาเดินทางมากราบนมัสการอย่างเนืองแน่น   หลวงพ่อแพท่านมรณภาพในปี พ.ศ.2542


เขียนโดย :หมุนจนรวย เจ้าของรายการ February 17, 2017 10:17:04

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7221620


หลวงพ่อแพท่านเป็นชาวจังหวัดสิงห์บุรี เกิดในราวปี พ.ศ.2452 ที่บ้านสวนกล้วย ต.ดอนสมอ อ.ท่าช้าง เมื่อบิดามารดาเสียชีวิต จึงย้ายมาอยู่กับบิดามารดาบุญธรรมที่วัดใหม่ อ.ท่าช้าง ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพิกุลทอง ตอนเด็กเรียนเขียนอ่านที่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน แล้วเข้ากรุงเทพฯ เพื่อบวชเป็นสามเณรและศึกษาเล่าเรียนด้านพระปริยัติธรรมกับพระอาจารย์เขมร ที่วัดชนะสงคราม ท่านมีความใส่ใจและขวนขวายในการศึกษา อายุเพียง 14 ปีก็สามารถสอบได้เปรียญ 3 ประโยค   เมื่ออายุครบบวชจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายา "เขมังกโร" แปลว่า ผู้ทำความเกษมแล้ว ท่านเป็นพระภิกษุที่มีจิตมุ่งมั่นที่จะบำเพ็ญตนเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้นหลายๆ รูป อาทิ สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) พระครูภาวนา สำนักวัดโพธิ์ หลวงพ่อสี ผู้ทรงคุณวิเศษนานัปการ ฯลฯ ท่านจึงมีความเชี่ยวชาญและแตกฉานทั้งด้านคันถธุระ วิปัสสนาธุระ รวมทั้งไสยศาสตร์และวิทยาการต่างๆ   ต่อมาได้รับมอบหมายจากสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) ให้เดินทางกลับบ้านเกิดและบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามในท้องถิ่นที่ชำรุดทรุด โทรม เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป ท่านจึงเดินทางกลับไปดูแลวัดพิกุลทอง ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของชาวบ้าน ด้วยบารมีและกุศลบุญของท่านและหลวงพ่อสี การบูรณะวัดพิกุลทองสำเร็จลุล่วงในเวลาเพียงปีเศษเท่านั้น นอกจากนี้ ท่านยังพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญควบคู่ไปด้วย ชื่อเสียงของท่านเป็นที่ร่ำลือขจรขจาย มีศิษยานุศิษย์และผู้เลื่อมใสศรัทธาเดินทางมากราบนมัสการอย่างเนืองแน่น   หลวงพ่อแพท่านมรณภาพในปี พ.ศ.2542   เมื่อหลวงพ่อแพ มีบารมีมากขึ้นผู้คนเริ่มรู้จักตามลำดับ วัดหลายวัดต่างนิมนต์ หลวงพ่อแพท่านเป็นประธานในการก่อสร้างวัด วิหาร ถาวรวัตถุต่างๆมากมายหลายวัด และเมื่อ เดือนมีนาคม พ.ศ. 2493 ทางวัด แถบ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ก้อได้นิมนต์ท่านร่วมงาน หลวงพ่อแพเล่าว่า ท่านเพลียมากจึงชวนศิษย์ไปจำวัด ที่หอสวดมนต์ โดยมีคนหลายนอนอยู่ก่อนแล้ว ก่อนนอนท่านเอาผ้าอาบน้ำฝนใส่ไว้ในย่าม จึงรู้สึกว่าย่ามใหญ่ คิดว่าคนที่นอนอยู่คงเข้าใจว่าเป็นเงิน ด้วยความอ่อนเพลียท่านจึงหลับไป พอท่านตื่นจากจำวัดเวลาเช้ามืด พบว่าย่ามหายไปแล้ว จึงแจ้งทางวัดทราบ สำหรับสิ่งของในย่าม มีเพียงของเล็กๆน้อยๆ แต่ของที่สำคัญก็คือ พระสมเด็จวัดระฆังฯ ซึ่งได้รับจากสมบัติของโยมวัดชนะสงคราม จึงเป็นของที่แท้ และทรงคุณค่าทางด้านจิตใจของหลวงพ่อมาก ท่านจึงเสียดายเป็นอย่างมาก ญาติโยมช่วยกันติดตาม ปรากฏว่าได้รับของอื่นคืนครบทุกชิ้น ยกเว้นพระสมเด็จ สอบถามผู้ขโมยได้ความว่าได้นำไปขายให้บุคคลไม่ทราบชื่อ ไม่สามารถติดตามคืนได้หลวงพ่อเล่าว่าท่านเสียดายมาก ระหว่างนั้นต้องไปขอยืมสมเด็จวัดระฆังจาก อาจารย์หยด ซึ่งเคยเป็นเจ้าอาวาส มาติดตัวไปก่อนด้วยความเคารพในบารมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต เป็นอย่างยิ่ง ทำให้หลวงพ่อแพ อธิษฐานขอบารมี ณ วัดไชโยวรวิหาร ขอสร้างพระโลหะพิมพ์สมเด็จ พระสมเด็จทองเหลืองขึ้นใช้เอง และแจกจ่ายให้กับผู้เคารพศรัทธา ในปี 2494 ประมาณเดือน 6 โดยนำช่างมาเททองหล่อ ที่ด้านใต้ โบสถ์หลังเก่า ได้รับโลหะจากผู้ที่มาร่วมพิธี นำมาหล่อเช่น เครื่องเงิน ขันลงหิน โต๊กทาน เชียนหมาก ตะบันหมาก สตางค์แดง สตางค์ข้าว สตางค์สิบ ทองเหลือง เป็นจำนวนมาก


เขียนโดย :หมุนจนรวย เจ้าของรายการ February 17, 2017 10:16:53

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7221622


หลวงพ่อแพท่านเป็นชาวจังหวัดสิงห์บุรี เกิดในราวปี พ.ศ.2452 ที่บ้านสวนกล้วย ต.ดอนสมอ อ.ท่าช้าง เมื่อบิดามารดาเสียชีวิต จึงย้ายมาอยู่กับบิดามารดาบุญธรรมที่วัดใหม่ อ.ท่าช้าง ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพิกุลทอง ตอนเด็กเรียนเขียนอ่านที่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน แล้วเข้ากรุงเทพฯ เพื่อบวชเป็นสามเณรและศึกษาเล่าเรียนด้านพระปริยัติธรรมกับพระอาจารย์เขมร ที่วัดชนะสงคราม ท่านมีความใส่ใจและขวนขวายในการศึกษา อายุเพียง 14 ปีก็สามารถสอบได้เปรียญ 3 ประโยค   เมื่ออายุครบบวชจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายา "เขมังกโร" แปลว่า ผู้ทำความเกษมแล้ว ท่านเป็นพระภิกษุที่มีจิตมุ่งมั่นที่จะบำเพ็ญตนเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้นหลายๆ รูป อาทิ สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) พระครูภาวนา สำนักวัดโพธิ์ หลวงพ่อสี ผู้ทรงคุณวิเศษนานัปการ ฯลฯ ท่านจึงมีความเชี่ยวชาญและแตกฉานทั้งด้านคันถธุระ วิปัสสนาธุระ รวมทั้งไสยศาสตร์และวิทยาการต่างๆ   ต่อมาได้รับมอบหมายจากสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) ให้เดินทางกลับบ้านเกิดและบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามในท้องถิ่นที่ชำรุดทรุด โทรม เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป ท่านจึงเดินทางกลับไปดูแลวัดพิกุลทอง ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของชาวบ้าน ด้วยบารมีและกุศลบุญของท่านและหลวงพ่อสี การบูรณะวัดพิกุลทองสำเร็จลุล่วงในเวลาเพียงปีเศษเท่านั้น นอกจากนี้ ท่านยังพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญควบคู่ไปด้วย ชื่อเสียงของท่านเป็นที่ร่ำลือขจรขจาย มีศิษยานุศิษย์และผู้เลื่อมใสศรัทธาเดินทางมากราบนมัสการอย่างเนืองแน่น   หลวงพ่อแพท่านมรณภาพในปี พ.ศ.2542


เขียนโดย :หมุนจนรวย เจ้าของรายการ February 17, 2017 10:16:17


@ (วัดใจ)พระพุทธชินราช รุ่นปฏิสังขรณ์หลัง  ภปร. ปี 2530 @   (เสมาเนื้อนวะ หลัง ภปร.สภาพสวย พร้อมซองเดิม ๆ )   พ.ศ. 2530 สมัย พล.ท.รวมศักดิ์ ไชบโกมินทร์ เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้บูรณปฏิสังขรณ์พระวิหารพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ พระศรีศาสดา มีพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ พระวิหาร พระพุทธชินราช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เป็นผู้แทนพระองค์ ทรงเททองหล่อพระพุทธชินราช ภปร.ปฏิสังขรณ์ เมื่อ 7 พ.ค.2530 และ โปรดเกล้าฯให้นายประกอบ หุตสิงค์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ใน พิธีมหาพุทธาภิเษกเมื่อ 10 ส.ค.2531


เขียนโดย :บารมี๑๕ เจ้าของรายการ February 17, 2017 01:56:59


รูปหล่อพระพุทธชินราชอินโดจีน (ย้อนยุค) เสาร์ ๕ ปี 2553 วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก           พิธีมหาพุทธาภิเษกใหญ่ในวิหารพระพุทธชินราช เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2553ซึ่งเป็นฤกษ์ดีปีขาลเสาร์ 5 100 ปีมีหนเดียว ตอกโค้ต 3 โค้ด 1. โค้ตธรรมจักร 2. โค้ตอกเลา 3. โค้ตเสาร์ ๕           ด้วย ความศักดิ์สิทธิ์ เป็นอมตะของพระพุทธชินราช จึงมีการจัดสร้างวัตถุมงคลแทนองค์ท่านขึ้นจำนวนหลายรุ่น ทั้งที่ออกโดยตรงที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) และวัดอื่นๆ รวมไปถึงหน่วยงาน องค์กรมากมายที่เลื่อมใสศรัทธา ซึ่งหลายๆ รุ่นได้รับความนิยม มีมูลค่าในการสะสมบูชาสูง             ล่าสุดทางวัดใหญ่โดยพระธรรมเสนานุวัตร เจ้าอาวาส และรองเจ้าคณะภาค 5 ได้จัดสร้างวัตถุมงคล พระพุทธชินราช-พระเหลือ รุ่นเสาร์ห้า (เหลือกินเหลือใช้) ปี 53 เพื่อนำรายได้ก่อสร้างมหาวิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช และบูรณปฏิสังขรณ์โบราณวัตถุภายในวัด โดยประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกไป เมื่อวันเสาร์ที่ 20 มี.ค.53 (เสาร์ห้า) เวลา 13.09 น. ภายในวิหารพระพุทธชินราช           โดยมีพระธรรมเสนานุวัตร เจ้าอาวาส และรองเจ้าคณะภาค 5 เป็นประธานจุด และดับเทียนชัย พระอาจารย์ไพรินทร์ เป็นเจ้าพิธี และร่วมปลุกเสกกับพระเกจิอาจารย์ดังภาคเหนือตอนล่างหลายรูป อาทิ หลวงพ่ออั้น วัดธรรมโฆษก (โรงโค) จ.อุทัยธานี พระราชรัตนาภรณ์ (แวว) วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา ครูบาสายทอง วัดท่าไม้แดง จ.ตาก เป็นต้น           วัตถุ มงคลชุดนี้ ทางวัดจัดสร้างโดยตรง รายได้เข้าวัดชัดเจน เน้นส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตามนโยบายของ "พระธรรมเสนานุวัตร" เจ้าอาวาสนักพัฒนาที่สร้างสรรค์วัดใหญ่จนใหญ่โตงดงาม มีสะสมกันหรือยังครับ


เขียนโดย :บารมี๑๕ เจ้าของรายการ February 17, 2017 01:56:25


  เหรียญคุ้มเกล้า เนื้อเงินพิมพ์ใหญ่ปี 2522 หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปลุกเสก สภาพสวยเดิม เหรียญคุ้มเกล้า โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช พิมพ์ใหญ่ ดำเนินการจัดสร้างเมื่อปีพ.ศ.2522 โดยมูลนิธิมูลนิธิคุ้มเกล้าฯในพระบรมราชูปถัมภ์ วัตถุประสงค์: เนื่องในวาระครบรอบ 30 ปีของการให้บริการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เมื่อ 27 มีนาคม 2522 กองทัพอากาศได้ดำริสร้างอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉินขนาดใหญ่สูง 12 ชั้นที่ทันสมัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลและเสริมสร้างบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมบรรดาผู้ป่วยทั้งหลายไปชั่วกาลนาน โดยสิ้นค่าใช้จ่ายกว่า 600 ล้านบาท จากเงินที่ประชาชนทั่วประเทศร่วมใจกันบริจาค พุทธลักษณะ ด้านหน้า : เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ ด้านหลัง : มีพระปรมาภิไธยย่อ “ภ.ป.ร.” พิธีลงอักขระแผ่นยันต์อักขระที่ใช้สร้างเหรียญคุ้มเกล้า แผ่นแรกเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2526 โดยมี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธาน พร้อมด้วยพระเถระอีก 60รูป ที่ได้มาร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ภายในพระอุโบสถของวัดราชบพิธ หลังจากนั้นได้นำแผ่น ทอง นาก เงิน ไปให้พระเถราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั่วประเทศ จารึกอักขระจนครบ 1,250 รูป อาทิ - พระราชวุฒาจารย์(หลวงปู่ดุลย์)วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ ลงอักขระวันที่ 16 กันยายน 2526 - พระคุณเจ้าหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ลงอักขระแผ่นทอง นาก เงิน ณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ 19 สิงหาคม 2526 - พระสุพรหมยานเถร (หลวงปู่พรหมจักร)วักพระพุทธบาทตากผ้า ลำพูน ลงอักขระ 21 สิงหาคม 2526 - พระอุดมสังวรเถร(หลวงพ่ออุตตมะ)วัดวังวิเวการาม จ.กาญจนบุรี ลงอักขระ 5 ตุลาคม 2526 - พระสุนทรธรรมภาณี(หลวงพ่อแพ)วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี ลงอักขระวันที่ 3 ตุลาคม 2526 - พระนิโรธรังสี คัมภีรปัญญาจารย์ (หลวงปู่เทสก์) วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ลงอักขระ 5 สิงหาคม 2526 - หลวงพ่อเกษม เขมโก วัดป่าช้าไตรรัตนาราม อ.เมือง จ.ลำปาง ลงอักขระ 22สิงหาคม 2526 - พระครูสุวรรณประดิษฐการ(หลวงพ่อจ้อย)วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ อ.ดอนสัก จ.สุราษฏร์ธานี ลงอักขระ 11 ตุลาคม 2526 - สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร กทม. เป็นต้น พิธีเททองหล่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปทรงเททองหล่อพระพุทธรูปคุ้มเกล้าฯ ณ วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ซึ่งตรงกับวันที่ ′หลวงปู่แหวน สุจิณโณ′ มีอายุครบ 97 ปี เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2527 โดยมีสมเด็จพระสังฆราช พร้อมด้วยพระเถระผู้ใหญ่ผู้ทรงคุณอีก 9 รูป เจริญชัยมงคลคาถา ในโอกาสนี้ได้ทรงทำพิธีหลอมแผ่นทอง นาก เงิน ที่ได้ทำพิธีลงอักขระแล้ว เป็นชนวนนำไปสร้างวัตถุมงคลคุ้มเกล้าต่อไป พิธีพุทธาภิเษก ประกอบพิธีพุทธาภิเษกหมู่อย่างยิ่งใหญ่มโหฬาร 4 วัน 4 คืน ตั้งแต่วันที่ 6-9 เมษายน พ.ศ.2527 โดยทำการโยงสายสิญจน์จากพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามมายังปะรำพิธี ณ ท้องสนามหลวง นิมนต์พระเถรานุเถระผู้ทรงคุณ เกจิอาจารย์ดัง 108 รูปจากทั่วประเทศผลัดเปลี่ยนกันนั่งปรกปลุกเสกตลอดรวม 4 คืน อาทิ - สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ประธานฝ่ายสงฆ์จุดเทียนชัย - สมเด็จพระญาณสังวรฯ เป็นประธานดับเทียนชัย - หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง - หลวงพ่อเกษม เขมโก ลำปาง - หลวงปู่ดุลย์ วัดบูรพา สุรินทร์ - หลวงปู่สาม วัดป่าไตรวิเวก - หลวงพ่อสิม วัดถ้ำผาปล่อง - หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี - หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม - หลวงพ่อหลุย วัดเจติยาวิหาร - หลวงปู่ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า - หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง - หลวงพ่อพุธ วัดป่าสาลวัน - หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ - หลวงพ่อพวง วัดศรีธรรมาราม - หลวงพ่อพุฒ วัดมณีสถิตย์ - หลวงพ่อเปรื่อง วัดบางคลาน - หลวงพ่อฮวด วัดหัวถนนใต้ - หลวงพ่อคำแสน วัดถ้ำผาเงา - หลวงพ่อโอด วัดจันเสน - หลวงพ่อบุญมี วัดท่าสะต๋อย เป็นต้น สำหรับวัตถุมงคลรุ่นคุ้มเกล้า ในวันแรกของพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดไฟพระฤกษ์ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มอบให้พล.อ.อ.ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ. อัญเชิญเข้าขบวนแห่มายังปะรำพิธี จากนั้นในเวลา 19.19 น. สมเด็จพระสังฆราช เสด็จมาจุดเทียนชัยจากไฟพระฤกษ์ เริ่มพิธีพุทธาภิเษกจนถึงรุ่งอรุณของวันที่ 4 สมเด็จพระญาณสังวรฯ เป็นประธานดับเทียนชัย เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีพุทธาภิเษก(ไม่มีกล่องคับผม)  


เขียนโดย :ทิดใหม่ เจ้าของรายการ February 17, 2017 01:15:08

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อดิน/7219976



เขียนโดย :Niicha เจ้าของรายการ February 15, 2017 14:58:43



เขียนโดย :Niicha เจ้าของรายการ February 15, 2017 14:58:21

หน้าที่ :  199