เอ้ เมืองลิง

ข้อมูลสมาชิก – เอ้ เมืองลิง

เริ่มเป็นสมาชิก: April 28, 2014 13:02:43 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 0 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 295 รายการ , คำติ: 1 รายการ

ประวัติ Feedback


เรียนสำหรับ  ผู้ชนะประมูล     1.การโอนเงินกรุณาแจ้งทางเมล์บล็อค(mailbox)  …ท่านใดเปลี่ยนที่อยู่กรุณาแจ้งก่อนโอนเงิน...     2.ยอดชนะประมูล 500 บาท ขึ้นไป (หรือรวมหลายรายการต่อ 1ที่อยู่จัดส่ง)....จัดส่งไปรษณีย์แบบ EMS     3.ส่วนยอดประมูลไม่ถึง 500 บาท จัดส่งไปรษณีย์ แบบลงทะเบียน (ถ้าหากต้องการส่งแบบ EMS เพิ่มค่าจัดส่ง 30 บาท) ++++ขอบพระคุณมากค่ะ+++


เขียนโดย :happy@BB เจ้าของรายการ December 02, 2015 14:14:10


แช่น้ำมนต์ ใส่หลอดหัวทองไมครอน งามๆ พร้อมบูชา ดอกนี้ รุ่นแรก เนื้อดีบุก สุดยอดครับ ของแท้ๆ รับจากมือ ทุกขั้นตอน วันนี้จัดของรัก ของห่วงกันเลย ด้านค้าขาย โชคลาภโดยตรง ดอกพิเศษ "เนื้อดีบุก" 1 เดียวในเวบ หายากมาก "จารมือ 2 ด้าน หน้า-หลัง และท่านพระอาจารย์ว่าคาถาม้วนตะกรุดให้ รับจากมือโดยตรง" พระอาจารย์แว่น วัดสพานสูง ท่านเมตตาทำให้ผมพิเศษ ขนาดเล็ก 1.5 นิ้ว ผมนำไปใส่หลอดหัวทองไมครอน พร้อมบูชา ไม่ต้องหาแล้วครับแบบนี้ ต้องศิษย์สายตรงเท่านั้น ถึงจะมี ท่านเมตตาลงให้เป็นรุ่นแรก แบ่งกันบูชาครับ มีเงิน ก็หาไม่ได้ครับ ของแบบนี้


เขียนโดย :nungfino เจ้าของรายการ November 30, 2015 12:48:25

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/5933627


รุ่นแรก ตอกโค้ต นะ กำกับไว้ทุกองค์ มวลสารเข้มข้นที่สุด พระอาจารย์แว่นรวบรวมเก็บมาทำรุ่นนี้มากที่สุดครับ ชนวนหล่อพระทั่วประเทศ ตะไบใส่ในพระรุ่นนี้มากที่สุด  ท่านตั้งใจสร้างให้ดี ใช้บูชาได้ผลจริง ผงท่านก็ลบเองครับรุ่นนี้ มวลสารดีมาก เข้มข้น เข้มขลังที่สุด ลองหามาบูชาสักองค์ แล้วจะทราบเองว่าด้านเมตตา ไม่เป็นรองที่อื่นแน่นอนครับ พระขุนแผนพรายกุมาร ผงโสฬสว่านมงคล พระอาจารย์แว่น วัดสพานสูง รุ่นแรก กองทุนการศึกษา ปี ๒๕๕๘ พิมพ์ใหญ่ ปางสะดุ้งมาร มวลสารสุดยอด เข้มข้นที่สุดแล้วครับ อาทิ ผงยาจินดามณีวัดกลางบางแก้วได้มาจากพระอาจารย์สัญญา วัดกลางบางแก้ว ,ผงพรายกุมาร,ดอกไม้บูชาพระทั่วประเทศ,ผงตะไบชนวนหล่อพระทั่วประเทศ ผงพุทธคุณสร้างพระที่เข้าพิธีพุทธาภิเษกมาแล้วหลายพิธี,ผงโสฬสมงคล ผงอิทธิเจ ผงปฐมัง ผงมหาราช ผงพุทธคุณ ที่พระอาจารย์แว่น ลบผงเอง ผงตะไบแผ่นยันต์โสฬสมงคล ว่านมงคล 108 และน้ำมันว่าน 108 ผงตะไบเหล็กน้ำพี้ เหล็กไหล ทองคำเปลวหลวงปู่ ฯลฯ ด้านหน้า ตอกโค้ต นะ และมีกล่องจากวัด ทุกองค์ อธิษฐานจิต พระอาจารย์วัดสพานสูง วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 จัดเป็นวัตถุมงคลชั้นยอดอีกรุ่น ที่พระอาจารย์แว่น วัดสพานสูง ท่านตั้งใจสร้าง เจตนาบริสุทธิ์ ชัดเจน ท่านบอกใช้บูชาดีมากครับ ไม่แพ้ขุนแผนที่อื่นแน่นอน


เขียนโดย :nungfino เจ้าของรายการ November 25, 2015 12:03:33

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/กระดานวัดดวง/5940151


เริ่มที่150บาท


เขียนโดย :Mostcollection เจ้าของรายการ November 25, 2015 07:52:20

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/กระดานวัดดวง/5945595



เขียนโดย :น้องป.สอง เจ้าของรายการ November 25, 2015 05:57:56

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระสมเด็จทั่วไป/5850760


เป็นพระสมเด็จที่สร้างขึ้นในสมัย พระครูโสภิตธรรมสาส์น อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ ๓ ( พ.ศ.๒๔๙๓ - ๒๕๑๘ ) พร้อมกับพระสมเด็จกำแพงแก้ว  ท่านพระครูโสภิตธรรมสาส์นได้จัดสร้างพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพง แก้วขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแจกเป็นของสมนาคุณแก่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาค ทรัพย์ตั้งมูลนิธิเลี้ยงพระ เณร และนักศึกษาในวัด  ด้วยเหตุนี้ จึงนับได้ว่าทั้งพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพงแก้วนี้  ต่างก็เป็นพระเครื่องที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างที่ดี          พระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพงแก้ว   นับเป็นพระเครื่องที่มีความโดดเด่นและมีชื่อเสียงในวงการนักนิยมสะสมพระ เครื่องมานานจวบถึงถึงปัจจุบัน   ทั้งนี้   มิใช่เป็นเพียงเพราะการเป็นพระพิมพ์สมเด็จที่มีการประยุกต์ให้ดีขึ้นจากต้น แบบเดิมเท่านั้น  หากแต่ยังเป็นเพราะว่าได้มีนำรูปพระแก้วมรกตมาจำลองแบบไว้ภายในครอบแก้วด้วย นั่นเอง ซึ่งเดิมทีแล้ว  ทางวัดได้ทำการแจกจ่ายออกไปโดยที่มิได้มุ่งหวังความโด่งดังอะไรเลย    แต่ผลปรากฎที่ออกมากลับเป็นที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง    กล่าวคือใครก็ตามที่ได้พบเห็นพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพงแก้วไม่ว่า จะ ณ ที่ใดก็ตาม  จะรู้สึกเหมือนมีอะไรดึงดูดใจให้ต้องเข้าไปชะโงกดูใกล้ ๆ แล้วก็พากันยอมรับในฝีมือช่างโดยปราศจากข้อกังขา แม้ว่าจะมีผู้สร้างพระสมเด็จออกมาเป็นล้าน ๆ องค์  แต่ก็หาใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมีพระพิมพ์สมเด็จของใครสร้างออกมาได้อย่างเป็น ที่โดดเด่น  มีเอกลักษณ์เฉพาะเช่นนี้ และที่สำคัญมวลสารที่นำมาจัดสร้างทั้งพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพง แก้ว ก็นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความขลังได้ไม่น้อยเลยที่เดียว มวลสารที่นำมาจัดสร้าง :      - ดินเก่าในกรุวัดราชบูรณะ  จ.อยุธยา      - ดินเก่าวัดพระรูป  จ.สุพรรณบุรี      - ดินเก่าวัดมหาธาตุ  จ.ลพบุรี      - ดินกรุวัดหินตั้ง จ.สุโขทัย      - ดินกรุวัดอรัญญิก จ.พิษณุโลก      - ดินกรุวัดนครชุม จ.พิจิตร      - ดินกรุวัดบรมธาตุทุ่งเศรษฐี  จ.กำแพงเพชร      - ไคลสีมาวัดโพธิ์แก้วนพคุณ จ.สิงห์บุรี      - ไคลสีมาวัดเกาะแก้ว  จ.ลพบุรี      - ไคลสีมาวัดเขาแก้ว จ.ลพบุรี      - ไคลสีมาวัดป่าแก้ว จ.อยุธยา      - ไคลสีมาวัดชุมแก้ว จ.ปทุมธานี      - ไคลสีมาวัดอ่างแก้ว จ.สมุทรสาคร      - ไคลสีมาวัดแก้ว จ.ลพบุรี      - ดินสังเวชนียสถานจากอินเดีย ๗ ตำบล      - ทรายจากกระถางธูปในสถานที่ที่มีผู้คนสักการะบูชา ๗ แห่ง      - เกสรดอกไม้บูชาพระ ๗ แห่ง      - ใบโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่นำมาปลูกในประเทศไทย ๗ ต้น      - คัมภีร์พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ตัวขอมผูกอาราธนาหลวงพ่อผู้ทรงคุณพิเศษ ๗ รูป      - ดินจอมปลวก ๗ จอม      - น้ำมนต์ ๗ วัดเป็นตัวประสานมวลสาร พิธีพุทธาภิเษก :         ได้มีการจัดพิธีตรงกับวันเสาร์ขึ้น ๙ ค่ำโดยได้มีการอัญเชิญองค์พระแก้วมรกตจำลองสู่โรงพิธี  จากนั้นพระสงฆ์ ๗ รูปเจริญพระพุทธมนต์เย็น  พอตะวันตกดิน พระสงฆ์เริ่มสวดพุทธาภิเษก คณาจารย์ผู้ทรงคุณวิเศษนั่งปรกปลุกเสกตลอด ๗ คืน หลังจากนั้น  พอขึ้น ๑๔ ค่ำก็สวดเดินธาตุและสวดญัตติตามคัมภีร์โบราณก่อนจะนำออกให้ชาวบ้านญาติโยม บูชาต่อไป       อนึ่ง ก่อนหน้านั้น  ทางวัดได้อาราธนาหลวงพ่อผู้เป็นที่ยอมรับนับถือของคนไทยทั้งประเทศในสมัย นั้น ๗ องค์มาร่วมทำการปลุกเสกอันได้แก่ :-      ๑.หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก  จ.อยุธยา      ๒.หลวงปู่คำมี  วัดถ้ำคูหาสวรรค์  จ.ลพบุรี      ๓.หลวงพ่อชม วัดตลุก จ.ชัยนาท      ๔.หลวงพ่อมี วัดเขาสมอคอน จ.ลพบุรี      ๕.หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว จ.สิงห์บุรี      ๖.หลวงพ่อโสภิตธรรมสาส์น วัดรัมภาราม จ.ลพบุรี      ๗.หลวงพ่อสมดี จ.สิงห์บุรี      เมื่อสร้างและทำพิธีปลุกเสกเสร็จสมบูรณ์แล้ว   ทางวัดก็ได้มอบพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำ แพงแก้วให้แก่พระเกจิอาจารย์ทั้ง ๗ รูปไปจำนวนหนึ่ง  ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่ามากน้อยเท่าใด  แต่โดยเฉพาะหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอกนั้น  น่าจะได้มากกว่าเกจิอาจารย์รูปอื่น ๆ   เนื่องจากปรากฎภายหลังว่าหลวงพ่อจงท่านได้นำเอาพระสมเด็จกำแพงแก้วแจกแก่ ลูกศิษย์ลูกหาไปจำนวนหนึ่งไม่น้อยเลยทีเดียว   และภายหลังปรากฎว่าพระสมเด็จทีแจกไปนั้น  เป็นที่นิยมศรัทธาอย่างสูง  โดยผู้ที่ได้รับแจกต่างพากันเข้าใจไปว่าเป็นพระสมเด็จสร้างโดยหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ทั้งแท้ที่จริงแล้วเป็นของวัดรัมภารามนั่นเอง


เขียนโดย :เกื้อหนุน เจ้าของรายการ November 20, 2015 06:45:03

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อดิน/5856377


พระชุดวัดพรหมบุรีเป็นพระรุ่นแรกหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน ที่ปลุกเสกโดยเกจิ ๒ ยุค ยุคปัจจุบันคือท่านหลวงพ่อจรัญ และเกจิยุคอินโดจีนคือหลวงพ่อจาด ,หลวงพ่อจงและหลวงพ่อซวง ฯ มูลเหตุแห่งการสร้าง พระสมเด็จรุ่นนี้สร้างเมื่อปี ๒๔๙๖ สมัยที่ท่านยังอยู่วัดพรหมบุรี ซึ่งไม่ไกลจากวัดอัมพวัน ครั้งนั้นวัดพรหมบุรีได้ดำเนินการจัดสร้างโบสถ์ หลวงพ่อท่านมีดำริที่จะสร้างพระไว้แจกแก่ญาติโยมที่มาช่วยบริจาค ท่านได้ไปขอความเมตตาต่อพระราชโมลีเจ้าอาวาสวัดระฆัง ขอให้เป็นเจ้าพิธีในการจัดสร้างพระราชโมลีได้มอบมวลสารผงของสมเด็จโตที่เก็บไว้ และได้ออกหนังสือรับรองให้เ มื่อวันที่ ๑๓ พ.ย. ๒๔๙๕ นอกจากนั้นยังมีผงเก่าๆที่ท่านได้รวบรวมไว้เช่น ๑. ผงพุทธคุณของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ซึ่งเป็นอาจารย์ของท่าน ๒. ผงพุทธคุณของหลวงพ่อจันทร์ วัดนางหนู ๓. ผงพุทธคุณของหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ๔. ผงพุทธคุณของหลวงพ่อเชย วัดปากน้ำ(หรือวัดท่าควาย) ๕. ผงธูปจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เมื่อรวบรวมผงที่นำมาสร้างพระแล้วได้นำมาสร้างเป็นพระพิมพ์ต่างๆ แล้ว นำไปให้หลวงพ่อจาด วัดบางกะเบาปลุกเสกเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๔๙๖ เสร็จแล้วนำมาปลุกเสกอีกทีที่วัดพรหมบุรีในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๔๙๖ โดยมีเกจิที่ร่วมปลุกเสกเช่น ๑. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ๒. หลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา ๓. หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว สิงห์บุรี ๔. หลวงพ่อจ่าย วัดรุ้ง อ่างทอง ๕. หลวงพ่อเขียว วัดเสาธงทอง อ่างทอง ๖. หลวงพ่อมี วัดเขาสมอคร ลพบุรี ๗. หลวงพ่อโม วัดจันทาราม ชัยนาท ๘. หลวงพ่อปลั่ง วัดภิญโญ ลพบุรี ๙. หลวงพ่อจรัญ วัดพรหมบุรี(วัดอัมพวัน) ฯลฯ เสร็จแล้วได้นำออกแจกจ่ายญาติโยมที่ร่วมทำบุญ โดยจะแจกพระพร้อมกับใบปลิวรายละเอียดการสร้าง จะเห็นได้ว่าพระชุดนี้มีการสร้างที่ดี ทั้งชนวนมวลสาร และพระคณาจารย์ที่ร่วมปลุกเสก และถือเป็นพระชุดแรกของพระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม แห่งวัดอัมพวันด้วย พระเก่าเก็บดูง่ายสบายตา   ((องค์นี้เนื้อแก่แร่ทำให้ผิวเป็นดังรูป ถ้าเป็นพระ25ศตวรรษหรือพระโพธิจักรลพ.ลี เนื้อนี้จะแพงกว่าปกติเป็นเท่าตัวเลยนะครับ องค์นี้มีกระเทาะบ้างและเดิดการปะทุของแร่ทำให้พิมพ์ทรงไม่ค่อยสวยนักตามรูป เปิดราคาไม่แพง เคาะเดียวครับ))


เขียนโดย :วิจิตรศิลป์ เจ้าของรายการ October 26, 2015 13:26:03

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อดิน/5769839


พระ กริ่งคลองตะเคียน กรุวัดประดู่ทรงธรรม อยุธยา เนื้อดินผสมใบลานเผา วัดประดู่อยู่ติดกับวัดโรงธรรม โดยวัดประดู่อยู่ทางทิศเหนือ และวัดโรงธรรมอยู่ทางทิศใต้ ต่อมามีการรวมพระ อารามทั้ง 2 แห่งเข้าด้วย กันเป็นวัดประดู่โรงธรรม แล้วมาสมัยรัชกาลที่ 5 จึงเปลี่ยนเป็นวัดประดู่ทรงธรรม เข้าใจว่าจะอาศัยเหตุที่พระสงฆ์ของพระอารามแห่งนี้ เคยได้ รับอุปฐากจากสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ด้วยเหตุการณ์ที่กล่าวข้างต้นชื่อนี้ได้ใช้สืบมาจนทุกวันนี้ และจากหลักฐานทางพระราชพงศาวดารดังกล่าวสามารถคำนวณอายุวัดได้ไม่ ต่ำกว่า 380 ปีแล้ว ปัจจุบันวัดประดู่ทรงธรรม มีศาสนสถานเกิดขึ้นมากมายหลักฐานเก่าแก่ทางโบราณคดี ดูเหมือนจะมีเพียงตัววิหารที่อยู่ทางทิศตะวันออกของโบสถ์ เท่านั้น คือมีจารึกเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ฝังไว้กับผนังด้านหน้าภายใน ระบุปีที่มีการสร้าง(ในตัวจารึกใช้ว่า ” ทราง ” )พ.ศ. 2405 และชื่อของผู้ร่วมสร้าง นอกจากนี้ที่ผนังภายในทั้ง 4 ด้านของวิหาร ยังมีภาพจิตรกรรมแสดงเรื่องราวทางทศชาติชาดกพุทธประวัติอีกด้วย ภาพเด่นคือขบวนเสด็จที่ผนังเหนือหน้าต่างทั้งซ้ายขวา หลวงพ่อรอดเสือที่เรียกกันทั่วไปว่าหลวงพ่อรอดเสือ นี้ ได้มีการสันนิษฐานว่าอาจจะไม่ใช่ชื่อจริงของท่าน แต่คงนำเหตุการณ์ที่ท่านรอดมาจากเสือกินมาตั้งเป็นชื่อของท่าน หลวงพ่อรอดเสือเป็นศิษย์เก่าของวัดประดู่ ท่านได้ไปศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมที่วัดบางหว้าใหญ่ (วัดระฆังโฆสิตาราม) กรุงเทพฯ แต่เป็นด้วยเหตุใดไม่ปรากฎท่านได้อพยพลงเรือบรรทุกหนังสือมาด้วยเต็มลำ พายขึ้นไปจนถึงบ้านกะมัง จ. พิจิตร จนเพลาเย็นจวนค่ำท่านก็จอดเรือ เพื่อที่จะจำวัดตรงท่าที่เสือลงมากินน้ำ ชาวบ้านเห็นว่าจะไม่ปลอดภัย จึงได้อาราธนาให้ท่านมาจอดเสียที่ฝั่งบ้านคนอยู่ แต่ท่านไม่ยอมมาเพียงแต่บอกว่าเสือก็อยู่ตามเสือ คนก็อยู่ตามคน พอรุ่งเช้าท่านไม่เป็นอันตรายใดๆ ชาวบ้านเห็นเป็นอัศจรรย์จึงได้เอากัปปิยะจังหันมาถวายเป็นจำนวนมาก จากนั้นท่านก็พายเรือล่องมาจอดที่วัดนางชีซึ่งเป็นวัดร้างอยู่ริมแม่น้ำป่า สักหน้าวัดประดู่ เพื่อจะดูสถานที่สร้างวัดเป็นที่อยู่อาศัยต่อไป เมื่อท่านได้พบสถานที่ที่เหมาะสมแล้วก็ได้สร้างกุฎิเพื่อเป็นที่พำนัก ต่อมาได้สร้างเสนาสนะอื่นๆรวมทั้งพระอุโบสถ วัดประดู่จึงได้มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน จึงนับว่าหลวงพ่อเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก ของวัดประดู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ ได้มีการบอกเล่ากันว่าชาวบ้านกะมัง จ. พิจิตร ได้ติดตามมาคอยปรนนิบัติท่านที่อยุธยา จึงได้มีชื่อของบ้านกะมังหรือตำบลกะมัง ใน จ. พระนครศรีอยุธยา ในปัจจุบันนี้ หลวงพ่อรอดเสือ ท่านเป็นพระเถระที่ยอดเยี่ยมในวิชาอาคมที่มีชื่อเสียงมาก และในปัจจุบันนี้ก็ยังมี ี พระเจดีย์บรรจุอัฐิของท่าน ให้ประชาชนที่เคารพนับ ถือมากราบไหว ้กันอยู่ไม่ขาด ท่านปกครองวัดอยู่นานเท่าใด และมรณภาพเมื่อใดไม่ปรากฎเป็นหลักฐาน วัดประดู่ ก็คือสถานที่ต้นกำเนิดพระกริ่งคลองตะเคียนนั่นเอง เพียงแต่ต่างสมัยกัน อยุธยา กับรัตนโกสินทร์ สร้างจากตำราเดียวกันที่ตกทอดกันมา มีประสพการณ์ทางด้านคงกระพันเช่นเดียวกับพระอยุธยาพิมพ์อื่นๆ ครับ


เขียนโดย :เกื้อหนุน เจ้าของรายการ October 23, 2015 14:10:04

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระหล่อ-รูปเหมือนปั้ม/5739852


เหรียญ จอบใหญ่ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน รุ่นหล่อระฆัง ปี19 เป็นพระที่สร้างได้เหมือนหลวงพ่อเงินมากที่สุด นานๆจะเจอสักองค์ หลวงพ่อเงิน รุ่นหล่อระฆัง ปี19 วัดบางคลานพิจิตร เนื้อหาสุดๆจริงๆ เพราะสร้างจากการนำระฆังรอบๆอุโบสถวัดบางคลานมาหล่อสร้างเป็นพระรุ่นนี้ จำนวนพระจึงน้อยมาก จัดสร้างในยุคหลวงพ่อเปรื่องครับ รุ่นนี้ประสบการณ์ดีมากๆครับ คนพื้นที่ต่างหวงแหน


เขียนโดย :เกื้อหนุน เจ้าของรายการ October 15, 2015 18:45:01

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระสมเด็จทั่วไป/5739937


 เป็นพระสมเด็จที่สร้างขึ้นในสมัย พระครูโสภิตธรรมสาส์น อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ ๓ ( พ.ศ.๒๔๙๓ - ๒๕๑๘ ) พร้อมกับพระสมเด็จกำแพงแก้ว  ท่านพระครูโสภิตธรรมสาส์นได้จัดสร้างพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพง แก้วขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแจกเป็นของสมนาคุณแก่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาค ทรัพย์ตั้งมูลนิธิเลี้ยงพระ เณร และนักศึกษาในวัด  ด้วยเหตุนี้ จึงนับได้ว่าทั้งพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพงแก้วนี้  ต่างก็เป็นพระเครื่องที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างที่ดี          พระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพงแก้ว   นับเป็นพระเครื่องที่มีความโดดเด่นและมีชื่อเสียงในวงการนักนิยมสะสมพระ เครื่องมานานจวบถึงถึงปัจจุบัน   ทั้งนี้   มิใช่เป็นเพียงเพราะการเป็นพระพิมพ์สมเด็จที่มีการประยุกต์ให้ดีขึ้นจากต้น แบบเดิมเท่านั้น  หากแต่ยังเป็นเพราะว่าได้มีนำรูปพระแก้วมรกตมาจำลองแบบไว้ภายในครอบแก้วด้วย นั่นเอง ซึ่งเดิมทีแล้ว  ทางวัดได้ทำการแจกจ่ายออกไปโดยที่มิได้มุ่งหวังความโด่งดังอะไรเลย    แต่ผลปรากฎที่ออกมากลับเป็นที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง    กล่าวคือใครก็ตามที่ได้พบเห็นพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพงแก้วไม่ว่า จะ ณ ที่ใดก็ตาม  จะรู้สึกเหมือนมีอะไรดึงดูดใจให้ต้องเข้าไปชะโงกดูใกล้ ๆ แล้วก็พากันยอมรับในฝีมือช่างโดยปราศจากข้อกังขา แม้ว่าจะมีผู้สร้างพระสมเด็จออกมาเป็นล้าน ๆ องค์  แต่ก็หาใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมีพระพิมพ์สมเด็จของใครสร้างออกมาได้อย่างเป็น ที่โดดเด่น  มีเอกลักษณ์เฉพาะเช่นนี้ และที่สำคัญมวลสารที่นำมาจัดสร้างทั้งพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำแพง แก้ว ก็นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความขลังได้ไม่น้อยเลยที่เดียว มวลสารที่นำมาจัดสร้าง :      - ดินเก่าในกรุวัดราชบูรณะ  จ.อยุธยา      - ดินเก่าวัดพระรูป  จ.สุพรรณบุรี      - ดินเก่าวัดมหาธาตุ  จ.ลพบุรี      - ดินกรุวัดหินตั้ง จ.สุโขทัย      - ดินกรุวัดอรัญญิก จ.พิษณุโลก      - ดินกรุวัดนครชุม จ.พิจิตร      - ดินกรุวัดบรมธาตุทุ่งเศรษฐี  จ.กำแพงเพชร      - ไคลสีมาวัดโพธิ์แก้วนพคุณ จ.สิงห์บุรี      - ไคลสีมาวัดเกาะแก้ว  จ.ลพบุรี      - ไคลสีมาวัดเขาแก้ว จ.ลพบุรี      - ไคลสีมาวัดป่าแก้ว จ.อยุธยา      - ไคลสีมาวัดชุมแก้ว จ.ปทุมธานี      - ไคลสีมาวัดอ่างแก้ว จ.สมุทรสาคร      - ไคลสีมาวัดแก้ว จ.ลพบุรี      - ดินสังเวชนียสถานจากอินเดีย ๗ ตำบล      - ทรายจากกระถางธูปในสถานที่ที่มีผู้คนสักการะบูชา ๗ แห่ง      - เกสรดอกไม้บูชาพระ ๗ แห่ง      - ใบโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่นำมาปลูกในประเทศไทย ๗ ต้น      - คัมภีร์พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ตัวขอมผูกอาราธนาหลวงพ่อผู้ทรงคุณพิเศษ ๗ รูป      - ดินจอมปลวก ๗ จอม      - น้ำมนต์ ๗ วัดเป็นตัวประสานมวลสาร พิธีพุทธาภิเษก :         ได้มีการจัดพิธีตรงกับวันเสาร์ขึ้น ๙ ค่ำโดยได้มีการอัญเชิญองค์พระแก้วมรกตจำลองสู่โรงพิธี  จากนั้นพระสงฆ์ ๗ รูปเจริญพระพุทธมนต์เย็น  พอตะวันตกดิน พระสงฆ์เริ่มสวดพุทธาภิเษก คณาจารย์ผู้ทรงคุณวิเศษนั่งปรกปลุกเสกตลอด ๗ คืน หลังจากนั้น  พอขึ้น ๑๔ ค่ำก็สวดเดินธาตุและสวดญัตติตามคัมภีร์โบราณก่อนจะนำออกให้ชาวบ้านญาติโยม บูชาต่อไป       อนึ่ง ก่อนหน้านั้น  ทางวัดได้อาราธนาหลวงพ่อผู้เป็นที่ยอมรับนับถือของคนไทยทั้งประเทศในสมัย นั้น ๗ องค์มาร่วมทำการปลุกเสกอันได้แก่ :-      ๑.หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก  จ.อยุธยา      ๒.หลวงปู่คำมี  วัดถ้ำคูหาสวรรค์  จ.ลพบุรี      ๓.หลวงพ่อชม วัดตลุก จ.ชัยนาท      ๔.หลวงพ่อมี วัดเขาสมอคอน จ.ลพบุรี      ๕.หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว จ.สิงห์บุรี      ๖.หลวงพ่อโสภิตธรรมสาส์น วัดรัมภาราม จ.ลพบุรี      ๗.หลวงพ่อสมดี จ.สิงห์บุรี      เมื่อสร้างและทำพิธีปลุกเสกเสร็จสมบูรณ์แล้ว   ทางวัดก็ได้มอบพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำ แพงแก้วให้แก่พระเกจิอาจารย์ทั้ง ๗ รูปไปจำนวนหนึ่ง  ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่ามากน้อยเท่าใด  แต่โดยเฉพาะหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอกนั้น  น่าจะได้มากกว่าเกจิอาจารย์รูปอื่น ๆ   เนื่องจากปรากฎภายหลังว่าหลวงพ่อจงท่านได้นำเอาพระสมเด็จกำแพงแก้วแจกแก่ ลูกศิษย์ลูกหาไปจำนวนหนึ่งไม่น้อยเลยทีเดียว   และภายหลังปรากฎว่าพระสมเด็จทีแจกไปนั้น  เป็นที่นิยมศรัทธาอย่างสูง  โดยผู้ที่ได้รับแจกต่างพากันเข้าใจไปว่าเป็นพระสมเด็จสร้างโดยหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ทั้งแท้ที่จริงแล้วเป็นของวัดรัมภารามนั่นเอง


เขียนโดย :เกื้อหนุน เจ้าของรายการ October 15, 2015 18:35:02

หน้าที่ :  10