พระรูปเหมือนหลวงพ่อทาบ เนื้อดินผสมผงจุ่มรักดำ วัดกระบกขึ้นผึ้ง จ.ระยอง พระองค์นี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ 2505 โดยหลวงพ่อทาบปลุกเสกเดี๋ยวก่อนหนึ่งครั้งและได้นิมนต์ พระเกจิอาจารย์ดัง ๆ ในจังหวัด เช่น 1. หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ 2. หลวงพ่อรัด วัดหนองกระบอก 3. หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ เข้าร่วมปลุกเสกอีกครั้ง
เป็นเหรียญยอดนนิยมของหลวงพ่อครับ วันนี้คัดสวยมาให้ครับ พระแท้ดูง่าย ประกันแท้ทุกสนาม และแท้ตลอดชีพ ครับ
พระสมเด็จพิมพ์กลางเนื้อดินเผา หลวงพ่อทาบ วัดกะบกขึ้นผึ้ง ปี 2505
พระสมเด็จพิมพ์กลาง เนื้อดินเผา (ทาเคลือบผิว) หลวงพ่อทาบ วัดกะบกขึ้นผึ้ง ปี 2505
เนื้อสีผึ้งเขียวมรกตครบสูตร เลี่ยมเดิม ตัวจริงเสียงจริงเลี่ยมเก่าเลี่ยมเดิม จากวัด สีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบมีคาถาใช้ดังนี้ ""จิตติ มิตติ อระระหัง ปิยังมะมะ"" ใช้ภาวนาเป็นเมตตามหานิยม และใช้ภาวนาเวลาใช้ขี้ผึ้งทาปากเมื่อใช้นิ้วมือแตะขี้ผึ้งแล้วให้ว่า นะมโม 3 จบ ก่อน แล้วภาวนาคาถา พร้อมกับทาขี้ผึ้งที่ริมปาก จนทาปากเสร็จ การใช้นิ้วมือแตะขี้ผึ้งทาปากนั้น ให้ใช้ดังนี้.. 1.เมื่อจะไปหาผู้ใหญ่ หรือผู้มียศ ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือแตะขี้ผึ้งทาปาก 2.เมื่อจะไปหาคนรุ่นราวคราวเดียวกัน หรือคนรับใช้ ให้ใช้นิ้วชี้แตะขี้ผึ้งทาปาก 3.เมื่อจะไปหาผู้สูงอายุ หรือแม่หม้าย ให้ใช้นิ้วกลางแตะขี้ผึ้งทาปาก 4.เมื่อจะไปหาสาวๆหนุ่มๆให้ใช้นิ้วนางแตะขี้ผึ้งทาปาก 5.เมื่อจะไปหาสาวน้อย หรือคนที่มีอายุน้อยกว่า ให้ใช้นิ้วก้อยนแตะขี้ผึ้งทางปาก...หากใช้ขี้ผึ้งอารธนาติดตัว....นะโม 3 จบ ""อุกาสะ สัมปะติ จิตติ มิตติ อรหัง" ลูกอมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ ตัวจริงของแท้หายากสุดๆ ครับ ผมขอย้ำว่ามีสีเดียว เรียก "ผึ้งเขียวเกี้ยวสาว หรือ ผึ้งเขียวมรกต"เป็นคำเรียกที่ชาวระยองเรียกกันสีผึ้งเขียว ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่า สีผึ้งเขียว เป็นชื่อเรียกตามสีของสีผึ้ง สีผึ้งเขียวที่เป็นสีเขียวเพราะว่า หลวงพ่อท่านได้ใส่ว่านชนิดหนึ่งเข้าไป จึงทำให้สีผึ้งท่านเป็นเอกลักษณ์มาจนทุกวัน
***วัดใจแดงแรก 110 บาท เกจิดังเมืองกำแพงครับ***รูปเหมือนปั๊มหลวงพ่อกลับ รุ่นแรก เนื้อทองเหลือง วัดลานกระบือ จ.กำแพงเพชร สภาพสวยเดิมเก่าเก็บๆผิวห้ิงครับ.....นานๆจะเจอสักองค์ครับผมสำหลับรูปเหมือนปั๊มหลวงพ่อกลับว่ากันว่าถ้าเป็นตำรวจมือปราบที่จังหวัดกำแพงเพรช ถ้าแขวนหลวงพ่อสว่าง แล้ว ก็ต้องแขวน รูปเหมือนปั๊มหลวงพ่อกลับ คู่กันเสมอครับ..... ****รับประกันพระแท้ตามกฏครับ**** หลวงพ่อกลับ เกิดเมื่อ ปี ฉลู พ.ศ.2419 วันพุธ เดือน 5 เกิดที่บ้านลานกระบือ บิดาชื่อ นายวิน อินทร์เลี้ยง มารดาชื่อ นางจี่ อินทร์เลี้ยง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 4 คน คือ 1.หลวงพ่อกลับ 2.นางระเวง 3.นายเป้ 4.นางปุ๊ หลวงพ่อกลับ เมื่อเจริญวัยขึ้นพอที่จะได้รับการศึกษา บิดามารดาจึงได้นำไปฝากให้เรียนอยู่กับพระอาจารย์บุญมี ที่วัดแก้วสุริย์ฉายได้ศึกษาเล่าเรียนทั้งภาษาไทย และขอม หลังจากนั้นจึงได้กลับมาประกอบอาชีพโดยสัมมาอาชีวะ เมื่ออายุครบอุปสมบท ได้อุปสมบท ณ วัดกำแพงดิน โดยมีหลวงพ่ออู๋ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สว่าง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ เมื่ออุปสมบทแล้ว ได้ไปศึกษาพระธรรมวินัยกับหลวงพ่อเทศ วัดสนามคลี อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก และไปศึกษาทางไสยศาสตร์กับหลวงพ่อช่วง วัดทุ่งหลวง หลังจากนั้นก็ได้กลับไปจำพรรษาอยู่ที่วัดแก้วสุริย์ฉาย ซึ่งเป็นวัดเดิมและไปศึกษาทางไสยศาสตร์กับหลวงพ่อขำ วัดปลักไม้ดำ ต่อมาท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และเป็นเจ้าอาวาสวัดนั้นตลอดมา หลังจากที่หลวงพ่อขำได้มรณภาพแล้ว เมื่อ พ.ศ. 2482 จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นอุปัชฌาย์ อนึ่ง เกี่ยวกับกุศลกิจ เมื่อ พ.ศ.2494 หลวงพ่อกลับได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดเทพสิทธิการามหลังจากออกพรรษาแล้ว เดือน 4 พ.ศ.2495 จึงได้กลับไปสร้างพระอุโบสถ เนื่องจากอุโบสถได้ชำรุดทรุดโทรมลงโดยธรรมชาติ จึงสั่งให้รื้อของเก่าออกแล้วสร้างเสาคอนกรีตทำฝาผนังใหม่ และได้สร้างเสร็จลงเมื่อ พ.ศ. 2503 จึงได้กลับมาจำพรรษาที่วัดเทพสิทธิการามอีก ออกพรรษาแล้ว ตรงกับเดือน 4 จึงกลับไปจัดงานฉลองอุโบสถ เมื่อเสร็จจากการฉลองอุโบสถแล้วจึงอยู่จำพรรษาที่วัดนั้น พ.ศ.2505 เดือน 9 ขึ้น11 คำ เวลาประมาณ 17.00 น. ได้อาพาธลงด้วยโรคชรา อยู่มาได้ตลอดคืนจนกระทั่งถึงวันรุ่งขึ้นซึ่งตรงกับวันขึ้น 12 ค่ำ เวลา 15.30 น.หลวงพ่อกลับจึงได้มรณภาพ ด้วยอาการสงบ
เก่าสวย ไม่ทราบที่ รับประกันแท้ครับ
20++++วัดใจ รูปหล่อโบราณ เนื้อทองเหลือง วัดไลย์ เก่า สวยเดิมคราบเบ้ายังอยู่