เหรียญกรมหลวงชุมพร วัดเขตอุดมศักดิ์วนาราม ปากน้ำชุมพรพิมพ์แจกกรรมการป2523 พร้อมบัตรรับรองDDPRAครับ
พระชุดวัดประสาทบุญญาวาส กรุงเทพฯ ปี ๒๕๐๖ มวลสารผสมผงวัดระฆัง และสมเด็จบางขุนพรหม จัดสร้างโดย "พระสมุห์อำพล"อดีตเจ้าอาวาสวัดประสาทฯ ในช่วงปี ๒๕๐๕ - ๒๕๐๙ มวลสารผสมผงวัดระฆังฯ โดยท่านพยายามเสาะหาผงวิเศษจากหลายๆพระอาจารย์รวมทั้งชิ้นส่วนพระเครื่องแตกหักเก่าๆทั้งพระกรุและพระเกจิอาจารย์นับไม่ถ้วน โดยเฉพาะชิ้นส่วนแตกหักของ "สมเด็จบางขุนพรหมกรุใหม่" ที่ทางวัดเปิดกรุ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ มีจำนวนหลายลังทีเดียว ว่ากันว่า พระผงวัดประสาทฯ มีชิ้นส่วนแตกหักของพระสมเด็จบางขุนพรหมมีผสมอยู่มากกว่าสมเด็จบางขุนพรหม ๐๙ เสียอีก พระเกจิที่มาร่วมพิธีวัดประสาทฯ นั้นก็มีมากถึง ๒๐๐ กว่ารูป จนนั่งภายในพระอุโบสถไม่หมด ต้องให้นั่งข้างนอกพระอุโบสถแล้วโยงสายสิญจน์ออกมา พิธีในครั้งนั้นจัดว่าเป็นพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลที่ยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดนับแต่พิธีปลุกเสกพระเครื่องฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ เป็นต้นมา *** มวลสาระสำคัญที่ได้รับมอเพื่อการจัดสร้างพระมีดังนี้ *** 1.มวลสารในการจัดสร้างสุดยอด มีส่วนผสม - ผงสมเด็จบางขุนพรหม พระครูบริหารคณาวัตร รองเจ้าอาวาสมอบให้ - ผงพระหักสมเด็จพระพุฒาจารย์โต - ผงพระหักสมเด็จปิลันท์ ซึ่งพบในเจดีย์วัดเทพากร - ผงพระเครื่องของขวัญวัดปากน้ำ ลพ.สดมอบให้วัดประสาทเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ - ผงพระหักกรุลำพูน - ผงพระกรุวัดพลับ - ผงหลวงพ่อโอภาสี เป็นต้น *** เจตนาการสร้างดี พิธีใหญ่ โดยนิมนต์พระเกจิที่มีชื่อเสียง จากทุกวัดในประเทศไทยขณะนั้นมาร่วมปลุกเสก เช่น อาจารย์ทิม วัดช้างให้ ลพ.คล้าย วัดสวนขัน ลพ.น้อย วัดธรรมศาลา ลป.โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ลพ.แดง วัดเขาบันไดอิฐ ลพ.เงิน วัดดอนยายหอม ลพ.กวย วัดโฆสิตาราม ลพ.พรหม วัดช่องแค ลพ.ทบ วัดชนแดน ลป.ทิม วัดระหารไร่ ลป.เขียว วัดหรงบน ลพ.จง วัดหน้าต่างนอก ลป.ดู่ วัดสะแก ลป.สี วัดสะแก ลพ.โบ๊ย วัดมะนาว ฯลฯ
ประวัติและปฏิปทา หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่านศรัทธาอุดม ปราจีนบุรี ชาติภูมิ ประวัติพระครูสังวรกิตติคุณ (หลวงพ่อเอีย) เกิดที่บ้านด่าน หมู่ ๕ ต.เกาะลอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันอังคารที่ ๙ พฤษภาคม ๒๔๔๘ บิดาชื่อ เธียว มารดาชื่อ มา ขยันคิด ทั้งสองถึงแก่กรรมตั้งแต่หลวงพ่อเอียยังเยาว์ บรรพชา อุปสมบท หลวงพ่อได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2465 ตอนนั้นอายุได้เพียง 17 ปี เพราะจิตใจเลื่อมใสศรัทธาในพระศาสนา ศึกษาปริยัติธรรมเป็นที่เข้าใจดีแล้ว จึงได้ธุดงควัตรไปศึกษา กฤตยาคมศิลปศาสตร์ จากหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท และได้ถวายตัวเป็นศิษย์ปรนนิบัติรับใช้ และศึกษาวิชาไสยเวทย์อยู่กับหลวงปู่ศุข พอเข้าพรรษาก็กลับมาจำพรรษาที่วัดบ้านด่าน หลวงพ่อเอียเล่าว่า ท่านได้ศึกษาพุทธาคมกับหลวงปู่ศุของค์เดียว ในระยะที่ท่านเล่าเรียนไสยเวทย์กฤตยาคมกับหลวงปู่ศุขอยู่นั้น ท่านเห็นกรมหลวงชุมพรเขตต์อุดมศักดิ์ เสด็จไปๆมาๆหาหลวงปู่อยู่เสมอเป็นประจำ พร้อมกับ พ.ต.อ.พระกล้ากลางสมร ก็ได้ไปศึกษาไสยเวทอยู่กับหลวงปู่ศุข หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ท่านสำเร็จวิชา ธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ ท่านสามารถผูกหุ่นให้เฝ้าวัดได้ สะเดาะกุญแจ ล่องหนหายตัวได้ ระเบิดน้ำได้ ซึ่งครั้งหนึ่งท่านเคยระเบิดน้ำ ไปทำตะกรุดให้กับกรมหลวงชุมพรเขตต์อุดมศักดิ์ ท่านสามารถทำได้สารพัดอย่าง เมื่อหลวงพ่อเอียอายุได้ 20 ปี จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2468 ณ.พัทธสีมาวัดสัมพันธ์ ต.สัมพันธ์ อ.ศรีมหาโพธิ ปราจีนบุรี พระครูสังวรกิจ เป็นพระอุปฌาย์ พระอธิการอ้วน วัดชัยมงคล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการเคน เจ้าอาวาสวัดบ้านด่าน เป็นอนุสาวนาจารย์ นอกจาก ท่านจะเล่าเรียนกฤตยาคมกับหลวงปู่ศุขแล้ว หลวงพ่อเอียยังเล่าว่าท่านได้พบอาจารย์อีกองค์หนึ่ง ซึ่งเชี่ยวชาญในด้านไสยเวทย์ เหมือนกันชื่อ โกลั่นฟ้า เป็นการพบกันโดยบังเอิญ เป็นพระธุดงค์มาจากประเทศลาว ได้ธุดงค์รอนแรมมาปักกลด บริเวณวัดบ้านด่าน หลวงพ่อได้นิมนต์ให้จำพรรษาอยู่ที่วัด อยู่ได้ 6 เดือนกว่า ท่านก็กลับไป ขณะที่จำพรรษาอยู่ที่วัด ท่านได้ศึกษาวิชาไสยเวทย์ จากพระอาจารย์ โกลั่นฟ้ามากมาย เมื่อครบกำหนดท่านกลับขณะที่หลวงพ่อกำลังครองจีวรอยู่ เพื่อที่จะออกไปส่ง ปรากฏว่าพระอาจารย์โกลั่นฟ้าหายไปแล้ว หลวงพ่อรีบติดตามเท่าไรก็ไมทัน นับว่าพระอาจารย์โกลั่นฟ้า องค์นี้สำเร็จวิชา ย่นระยะทางได้อย่างแน่นอน เพราะเหตุที่หลวงพ่อเอีย ท่านเชี่ยวชาญในกฤตยาคมด้านไสยเวทย์ โดยศึกษามาจากอาจารย์ต่างๆหลายท่าน ประกอบกับท่านมีวิชาอาคมแก่กล้า ในทางเพ่งกสิณทำน้ำมนต์อีกด้วย ชื่อเสียงเกียรติคุณของหลวงพ่อเอีย จึงเลื่องลือระบือไกล ผู้คนต่างหลามไหลไปให้ท่านรักษาแม้แต่คนบ้า เสียจริต สติฟั่นเฟือน ตลอดจนผู้ถูกคุณไสย ภูตผีปีศาจ หรือถูกกระทำย่ำยี ซึ่งต่างก็พากันหาย มานักต่อนักแล้ว หลวงพ่อไม่เคยเรียกร้องเงินทองเป็นค่ารักษาเลยแม้แต่รายเดียว บางรายเป็นหนักรักษาอยู่ที่วัดเป็นแรมเดือนก็มี บางรายเป็นไม่มากรักษาสาม สี่วันก็หาย แต่ทางวัดเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด หลวงพ่อต้องรับภาระ ใช้จ่ายเดือนละหลายหมื่นบาท นับว่าหลวงพ่อเป็นเทพเจ้าผู้สูงส่ง ด้วยเมตตาธรรมโดยแท้จริง หลวงพ่อเอีย ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านด่านตั้งแต่ พ.ศ.2482 จนถึงวันมรณภาพ วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2521 สิริอายุรวม 73 ปี.
เหรียญหลวงปู่ธูป วัดแคนางเลิ้งหรือวัดสุนทรธรรมทาน ปี 2525 อายุครบ ๘๔ ปี สภาพสวยมากเหรียญรุ่นนี้ หลวงปู่ธูป เป็นเหรียญขลังที่บูชาดีนะครับ รับรองห้อยแล้วไม่หนักคอแน่ๆ เพราะหลวงปู่ธูป ท่านดังมานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนปี 2500 เป็นพระเก่งองค์หนึ่ง เวลาท่านทำพิธีปลุกเสกพระแต่ละครั้ง ท่านจะเน้นมากๆ ในการประจุพุทธคุณหลวงปู่ธูป นิยมปลุกเสกเดี่ยวๆ ท่านถือคติแบบพระรุ่นโบราณคือชาติเสือ ไม่ขอเนื้อใครกิน พุทธคุณพระของท่านจะหนักไปทางแคล้วคลาด เมตตา ค้าขาย นำหน้าเป็นหลัก ส่วนคงกระพัน ก็มีเจอบ้างเหมือนกัน พระราชธรรมวิจารณ์ วัดสุนทรธรรมทาน หรือ หลวงปู่ธูป วัดแคนางเลิ้ง เป็นพระที่มีชื่อเสียงโด่งดังรูปหนึ่งในยุคหลังปี 2500 ของกรุงเทพ มักได้รับนิมนต์เข้าร่วมปลุกเสกพิธีสำคัญๆร่วมกับพระเกจิรุ่นราวคราวเดียวกันเช่น หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยา หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง หลวงพ่อฮะ วัดดอนไก่ดี เป็นต้น หลวงปู่ธูป วัดแคนางเลิ้ง ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ อยุธยา เพราะหลวงปู่ธูป พื้นเพเดิมเป็นชาวอำเภอบางบาล จังหวัดอยุธยา เมื่อหลวงปู่ธูป บวชเป็นพระที่วัดแคนางเลิ้ง ต่อมาไม่นาน ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดแคนางเลิ้ง ตั้งแต่ปี 2470 ในสมัยช่วงสงครามอินโดจีนและสงครามโลกครั้งที่สอง หลวงปู่ธูป ได้สร้างวัตถุมงคลที่เป็นเครื่องรางเพื่อให้ลูกศิษย์ไว้ป้องกันตัว คือ เชือกคาดเอว สร้างตามตำรับ หลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ มีเรื่องบอกต่อๆกันมาว่าเชือกคาดเอวของท่านที่ผ่านการปลุกเสกจนใช้การได้ต้องไม่ไหม้ไฟเมื่อโยนเข้ากองไฟ เชือกคาดเอวของหลวงปู่ธูป มีอภินิหารประจักษ์แก่ผู้บูชามากโดยเฉพาะด้านคงกระพัน แคล้วคลาด ทำให้หลวงปู่ธูป เริ่มมีชื่อเสียงมากตั้งแต่ครั้งนั้น มีลูกศิษย์นับถือท่านมาก แม้แต่พระเอกยอดนิยมในอดีต เช่น มิตร ชัยบัญชา นอกจากนี้ หลวงปู่ธูป ยังได้รับนิมนต์ไปปลุกเสกพระพิธีสำคัญบ่อยๆในสมัยมีชีวิต เช่น พิธีวัดประสาท ปี 06 พิธี 25 ศตวรรษ เป็นต้น หลวงปู่ธูป มีความสนิทสนมกับหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม มีการไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ โดยเฉพาะพระเครื่องที่สร้างขึ้นของวัดแคนางเลิ้งหลายๆรุ่น เมื่อมีการจัดพุทธาภิเษกขึ้นที่วัด ต้องมีชื่อของหลวงปู่โต๊ะ อยู่ในรายชื่อเสมอ หลวงปู่ธูป สร้างพระเครื่องมาตั้งแต่ปี 2480กว่าๆ มีหลายประเภท เช่น พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ เหรียญ พระเนื้อผงพิมพ์ต่างๆ เป็นต้น พระเนื้อผงของหลวงปู่ธูป โดยมากมักจะยันต์ใบพัด อยู่ด้านหลัง เนื้อหาของพระผงจะแก่น้ำมัน ถ้าเป็นพระผงของหลวงปู่ธูป พุทธคุณจะโดดเด่นด้านเมตตา ค้าขาย แคล้วคลาด หลวงปู่ธูป เป็นพระเกจิที่อายุยืนถึง 92 ปี มรณภาพ 29 กรกฎาคม 2533
พระสมเด็จวัดระฆัง อนุสรณ์ 118 ปี เนื้อผง ปี 2533 พร้อมกล่อง พระสมเด็จวัดระฆังฯ ปี 2533 รุ่นอนุสรณ์ 118 ปี สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์การมรณภาพของ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ครบ 118 ปี โดยมีพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2533 วัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้ไปใช้ในการซ่อมแซมศาลาการเปรียญของวัดระฆังฯ ซึ่งเป็นโบราณสถานของชาติแห่งหนึ่ง ให้คงสภาพดังเดิมไว้ **** รายละเอียดในการจัดสร้างนั้น มีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกับครั้งที่สร้าง รุ่น 100 ปี และรุ่น 108 ปีหลายอย่าง โดยประกอบพิธีพุทธาภิเษกทั้งพิธีสงฆ์ และพิธีพราหมณ์อย่างยิ่งใหญ่และเข้มขลัง โดยมี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเป็นประธานจุดเทียนชัย มีพระเกจิอาจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสกถึง 89 รูปที่โดดเด่น คือ พระภาวนาโกศลเถระ (วีระ) วัดปากน้ำภาษีเจริญ กทม., พระญาณโพธิ (เข็ม) วัดสุทัศน์ฯ กทม., พระปลัดธรรมจริยวัฒน์ (วิเชียร) วัดดวงแข กทม., พระครูจันทคุณาภรณ์ (จำปา) วัดอินทราวาส กทม., พระครูวิบูลยศีลวัตร (ช้วน) วัดหนัง กทม., พระครูวิมลธรรมธาดา (ถวิล) วัดลาดบัวขาว กทม., พระครูสุทธิธรรมาจารย์ (คอน) วัดชัยพฤกษ์มาลา กทม., พระครูอุดมโชติวัฒน์ (อรรถ) วัดองครักษ์ สุพรรณฯ, พระครูสุนทรสุวรรณกิจ (ดี) วัดพระรูป สุพรรณฯ, พระครูศรีฉฬังคสังวร (เริ่ม) วัดจุกกระเฌอ ชลบุรี, พระครูสารทรพัฒนกิจ (ละมูล) วัดเสด็จ ปทุมฯ, พระครูเกษมธรรมนันท์ (แช่ม) วัดดอนยายหอม นครปฐม, พระครูฐาปนกิจสุนทร (เปิ่น) วัดบางพระ นครปฐม, พระครูเกษมนวกิจ (เต้า) วัดเกาะวังไทร นครปฐม, พระพิพัฒน์วิริยาภรณ์ (ผูก) วัดพระปฐมเจดียฺ นครปฐม, พระครูวิชัยประสิทธิคุณ (เชิญ) วัดโคกทอง อยุธยา, พระครูพุทธสิริวัฒน์ (เมี้ยน) วัดโพธิ์กบเจา อยุธยา, พระครูสังวรสมณกิจ (ทิม) วัดพระขาว อยุธยา, พระครูเกษมคณาบาล (มี) วัดมารวิชัย อยุธยา, พระครูวิบูลรัตนากร (วงศ์) วัดสามกอ อยุธยา, พระครูสุนทรยติกิจ (เอียด) วัดไผ่ล้อม อยุธยา, พระครูโอภาสธรรมวัตร (ล้วน) วัดพิกุลโสภณ อยุธยา, พระครูสุวัฒนาภรณ์ (บี้) วัดตำหนักเหนือ นนทบุรี, พระครูอุทัยธรรมธารี (เส็ง) วัดป่ามะไฟ ปราจีนฯ, พระครูใบฎีกาคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน ชุมพร, พระครูสมุทรพัฒนโสภณ (ทองหล่อ) วัดคันลัดสมุทรปราการ, พระครูการาม (พลับ) วัดชายคลอง พัทลุง, พระครูกาชาด (บุญทอง) วัดดอนศาลา พัทลุง, พระครูกาเดิม (เพิ่ม) วัดเขียนแก้ว พัทลุง, พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา พัทลุง, หลวงพ่อฤทธิ์ วัดบ้านสวน พัทลุง, พระอาจารย์แก้ว วัดโคกโดน พัทลุง, พระอาจารย์ปลอด วัดหัวป่า พัทลุง, พระราชสิงหคณาจารย์ (แพ) วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี, พระครูจิตตานุรักษ์ (จวน) วัดหนองสุ่ม สิงห์บุรี, พระครูเมตตานุศาสน์ (บุญช่วย) วัดกุฎีทอง สิงห์บุรี, พระครูอินทคณานุสิกขน์ (เจ๊ก) วัดระนาม สิงห์บุรี, พระครูพิบูลธรรมเวท (เปรื่อง) วัดหิรัญญาราม พิจิตร ฯลฯ **** วัตถุมงคลที่จัดสร้างในครั้งนี้ มีทั้งพระบูชา พระเครื่องเนื้อผง เนื้อโลหะ และเหรียญที่ระลึก ดั่งเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา **** พระสมเด็จวัดระฆังฯ 118 ปี มีทั้งหมด 5 พิมพ์ ได้แก่ พระสมเด็จพิมพ์พระประธาน (ใหญ่) พิมพ์สมเด็จปรกโพธิ์, พิมพ์สมเด็จฐานแซม, พิมพ์สมเด็จคะแนน, พิมพ์รูปเหมือนสมเด็จฯ โต ซึ่งทุกพิมพ์ทางวัดได้สั่งจัดทำรูปแบบแม่พิมพ์ขึ้นใหม่ทั้งหมด **** จุดสังเกตสำคัญ พระสมเด็จวัดระฆังฯ 118 ปี จะแตกต่างจากรุ่น 100 ปี และ 108 ปี ก็คือ ตำแหน่งจุดไข่ปลาในพิมพ์สมเด็จพระประธาน พิมพ์ปรกโพธิ์ และพิมพ์ฐานแซม จะอยู่กึ่งกลางระหว่างฐานชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 ส่วนพิมพ์รูปเหมือนก็มีรูปแบบแตกต่างไปจากเดิมคือ องค์สมเด็จฯ โต ประทับนั่งอยู่ในซุ้มดอกมะลิรูปวงรี ในกรอบนูนสูงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พิมพ์ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ด้านหลังองค์พระลักษณะตราที่ใช้ปั๊มจะเป็นรูป “ระฆัง” มีแต่เฉพาะ พิมพ์สมเด็จคะแนน เท่านั้น ที่ตราประทับจะเป็นอักษรคำว่า “โต” ทุกพิมพ์สีหมึกตราเป็น สีม่วงอมชมพู ซึ่งจะมีทั้งชัดบ้าง จางบ้างแตกต่างกันไป (ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ “วัดระฆังฯ 100 ปี” จัดทำโดย บริษัทสำนักพิมพ์ทรัพย์สยาม” จำกัด โทร.02-886-7962-3 www.amuletbiz.com)