พิธีวัดราชนัดดา กทม. เสาร์ห้า ปี 2515 ...ผสมมวลสารศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ และ มีพระคณาจารย์ชื่อดังหลายรูปร่วมพิธีปลุกเสกยิ่งใหญ่...อาทิ - หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี - หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม - หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โกร่งธนู - หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง - หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง - หลวงพ่อเชื้อ วัดใหม่บำเพ็ญบุญ - พระราชอุทัยกวี (หลวงพ่อพุธ)เจ้าคณะจังหวัดอุทัย - หลวงปู่นาค วัดหนองโปร่ง - หลวงพ่อสุวรรณ วัดเขาบ่มกล้วย -หลวงพ่อสา วัดราชนัดดา.. เป็นต้น. พระสวยเดิมมาก พร้อมกล่องเดิม พร้อมบัตรรับรอง
มีจาร หายาก พระบ้านๆ หลวงพ่อคูณ คุ้มคลองครับ รับประกันเเท้
พระขุนแผนหลวงปู่ธรรมรังษีปี 2540 พิมพ์ใหญ่ ผสมผงพรายกุมาร ด้านหลังลงอักขระ สุ เป็นภาษาขอม พร้อมรูปนาง พราย ด้าน หลังปั้มตัว สุ แทนหัวใจขุนแผน (สุนะโมโล) ทั้งยังเป็นอักขระหน้าชื่อ สุวัฒน์ของหลวงปู่ธรรมรังษี เสกรวมอำนาจจิต 3 ผสาน 3 วาระ 1 จันทราคราสดังมี หลวงปู่ธรรมรังสี หลวงปู่ฤทธิ์ และ อ.เปล่ง บุญยืน ขุนแผนผงพรายกุมาร ใช้ผงพรายกุมารหลวงปู่ทิม อิสริโกผสมในการสร้างปลุกเสกโดยหลวงปู่ธรรมรังษีโดยใช้มวลสาร สำเร็จจากผง 1.พรายกุมารและขุนแผนลงกรุที่ชำรุดของหลวงปู่ทิม อิสริโก 2.ไม้อาถรรพ์ต่างๆ เช่น 3.ว่านดอกทอง,4.ไม้กาหลง(ต้นไม้ที่นกกาบินมาเกาะแล้วหาทางออกไม่ได้บินวนไปมาจนตาย),5.ไม้มะยมตายพราย,6.ไม้กาฝากรัก,7.ไม้ปะนมปีเก็ง(ไม้วัวลืมคอก),และไม่หลงลืมผสมกับสีผึ้ง และ7.น้ำมันเสกเดือดของหลวงปู่ทิม อิสริโกและยังผสมด้วย 8.น้ำมันช้างตกมัน(กั่วเผาะ),และ9.งากำจาย,10.ผงบางส่วนที่ได้จากอาจารย์เปล่ง หลวงปู่ธรรมรังษีท่านได้ปลุกเสกวันที่ 16 กันยายน 2540 หลัง จากนั้นก็ให้ฆราวาสจอมขมังเวทอาจารย์เปล่งเสกด้วยตำรับเขมรอีกครั้ง ต่อจากนั้นจึงนำไปให้ หลวงปู่ฤทธิ์ วัดชลประทานราชดำริบุรีรัมย์เสกอัดพลังเป็นครั้งสุดท้าย ด้านหลังลงอักขระ สุ เป็นภาษาขอม พร้อมนางพราย ผสมผงพราย 59 ตน อาจารย์เปล่ง บุญยืน ปลุกเสก ปลุกเสกด้วย พระคาถาบารมีพระพุทธเจ้า อิติปาระมิตา ติงสา อิติสัพพัญญู มาคะนา อิติโพธิมะนุปปัตโต อิติปิโสจะเตนะโม แล้วท่องคาถาด้วย จิเจรุนินะมะพะทะ เเล้วอธิฐานตามปรารถนา เเรงด้วยประสบการณ์ล้วนๆ หายากมาก รุ่นนี้โดนปาดคอมาเเล้ว ไม่ระคายผิวเลย คนที่มาปาดคอก็เลยโดนกระทึบซะ ประสบการณ์ยัง เมตตา มหาเสน่ โชคลาภมากมาย เดินสนามเเทบไม่เจอเเล้วครับ พิมพ์ใหญ่ รุ่นเเรก สภาพสวยมาก พร้อมบัตรรับรอง
รูปหลวงพ่อกวย ปลุกเสกพระที่ วัดชิโนรส เมื่อปี 2512 วัดชิโนรสารามวรวิหาร (วัดชิโนรส) ตั้งอยู่ริมคลองมอญ ติดถนนอิสรภาพ ตรงข้ามกับกรมอู่ทหารเรือ ฝั่งธนบุรี สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโรรส เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมหมื่นนุชิตชิโนรส ทรงสร้างขึ้นเมื่อราว พ.ศ. 2379 ในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงเป็นวัดที่มีความสำคัญและได้รับแต่งตั้งเป็นพระอารามหลวง ในปี 2512 วัดชิโนรสมีพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลอยู่หลายวาระและปีนี้มีวันเสาร์ห้าด้วยครับ จุดประสงค์การสร้างวัตถุมงคลเพื้อหาเงินมาบูรณะถาวรวัตถุภายในวัด ได้มีการสร้างพระเครื่องอยู่หลายพิมพ์ เช่น พระผงหลายสิบพิมพ์ เหรียญ รูปหล่อ เป็นต้น หัวแรงใหญ่ในการจัดสร้างพระเครื่องต่างๆนี้เท่าที่ทราบมี 3 ท่านคือ พระมหาประดับ แน่นหนา เป็นชาวสรรคบุรี จ.ชัยนาท มีความนับถือหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตารามเป็นอย่างยิ่ง หลวงพ่อกวยได้รับนิมนต์มาปลุกเสกวัตถุมงคล พระปลัดมานพ เป็นศิษย์ของหลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง จึงนิมนต์หลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทองมาร่วมปลุกเสก สุดท้ายคือ พระอาจารย์แก้ว มณีงาม (ทราบว่าตอนหลังลาสิกขาบท) เนื่องจากวัดชิโนรส เป็นพระอารามหลวง ดังนั้นการจัดพิธีพุทธาภิเษกแต่ละครั้ง จึงต้องทำอย่างดี และงานนี้มีพระเกจิดังๆในสมัยนั้นมาร่วมมากมาย เช่นหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพีล หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยา หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตารามหลวงพ่อสุข วัดโพธิ์ทรายทอง หลวงพ่อนำ วัดดอนศาลา เป็นต้น พระสีวลีพิมพ์นี้ จะเล่นเป็นหลวงพ่อกวย เนื่องจากท่านได้นำกลับไปเเจกลูกศิษย์ ด้วย จึงเล่นหาเป็นหลวงพ่อกวย ประวัติชัดเจน พิธีดี พิธีใหญ่ +++++++ หายากเเล้วครับ รับประกันตามกฏ +++++++++ หลังเสร็จพิธี มีผู้นำมาลองยิง ปรากฏ ว่ายิงไม่ออก สวยๆ เน้น พุทธคุณ โชคลาภ เเละคงกะพัน ตัวจริง ต้องตอกโค๊ต เเบบนี้ ไม่มียัดวัด
พ.ศ.๒๕๒๕ เป็นปีที่มีงานฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๒๐๐ ปีอย่างยิ่งใหญ่ หนึ่งในภาระกิจหลักในวาระนั้นคือการบูรณะปฏิสังขรวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯพระราชทานให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีทรงเป็นองค์ประธาน และเพื่อเป็นทั้งที่ระลึก และสมนาคุณการระดมทุนบริจาคเพื่อการนี้ คณะกรรมการฯได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานจัดสร้างเหรียญพระแก้วมรกตหลัง ภปร ขึ้นเป็นการเฉพาะอย่างปราณีตบรรจงทั้งในรูปลักษณะและพระราชพิธีพุทธาภิเษก พระราชพิธีพุทธาภิเษกมีขึ้นในวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๔ ณ พระอุโบสถวัดพระแก้ว โดย พระมหาเถระจำนวน ๑๐ รูป ประกอบด้วย สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ พระมงคลราชมุนี (สุพจน์ โชติปาโล) วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ พระราชสังวรญาณ (สนิท ถิรสินิทฺโธ) วัดศิลขันธาราม อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี หลวงพ่ออุตตมะ อุตฺตมังกโร วัดวังก์วิเวการาม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พระครูพิพิธพัชรศาสน์ (หลวงพ่อจ้วน) วัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี หลวงพ่อสุด วัดกาหลง อ.เมือง จ.เพชรบุรี พระครูสุตาธิการี (หลวงพ่อทองอยู่) วัดใหม่หนองพะอง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พระครูประดิษฐ์นวการ วัดวังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี พระครูญาณวิจักขณ์ (พระอาจารย์ผ่องจินดา) วัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพฯ เข้านั่งปรกเจริญภาวนาอธิษฐานจิตในมณฑลพิธีราชวัตรฉัตรธง ประกอบพิธีพุทธาภิเษกต่อไป โดยในเวลาเดียวกันนี้พระภาวนาจารย์ พระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณทั่วราชอาณาจักรอีก ๙๐รูป ได้ร่วมพิธีนั่งปรกเจริญภาวนาแผ่จิตตานุภาพ รวมไว้เป็นหนึ่งส่งพลังจิตตภาวนา ณ วัดที่ประจำอยู่ เป็นการรวมกระแสพลังจิตให้เป็นหนึ่งเดียวส่งไปยัง “วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) มีอาทิ หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี หลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว จ.สุพรรณบุรี หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี หลวงพ่อละมูล วัดเสด็จ จ.ปทุมธานี พ่อเนื่อง วัดจุฬา มณี จ.สมุทรสงคราม หลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า จ.ระยอง หลวงปู่คำดี วัดถ้ำผาปู่ จ.เลย หลวงพ่อไพบูลย์ วัดรัตนวนาราม (อนาลโย) จ.พะเยา หลวงพ่อสงฆ์ จันทสโร วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย จ.ชุมพร หลวงปู่ดุลย์ วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ หลวงพ่อสุด วัดกาหลง จ.สมุทรสาคร หลวงปู่ผาง จิตตคุตโต วัดอุดมคงคาคีรีเขต จ.ขอนแก่น หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม จ.ร้อยเอ็ด หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.อุดรธานี หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่ หลวงพ่อเริ่ม วัดจุกกระเชอ จ.ชลบุรี ฯลฯ พิธีใหญ่มากๆ พระสวยเดิม รับประกันเเท้ตามกฏ
พระขุนแผนหลวงปู่ธรรมรังษีปี 2540 พิมพ์ใหญ่ ผสมผงพรายกุมาร ด้านหลังลงอักขระ สุ เป็นภาษาขอม พร้อมรูปนาง พราย ด้าน หลังปั้มตัว สุ แทนหัวใจขุนแผน (สุนะโมโล) ทั้งยังเป็นอักขระหน้าชื่อ สุวัฒน์ของหลวงปู่ธรรมรังษี เสกรวมอำนาจจิต 3 ผสาน 3 วาระ 1 จันทราคราสดังมี หลวงปู่ธรรมรังสี หลวงปู่ฤทธิ์ และ อ.เปล่ง บุญยืน ขุนแผนผงพรายกุมาร ใช้ผงพรายกุมารหลวงปู่ทิม อิสริโกผสมในการสร้างปลุกเสกโดยหลวงปู่ธรรมรังษีโดยใช้มวลสาร สำเร็จจากผง 1.พรายกุมารและขุนแผนลงกรุที่ชำรุดของหลวงปู่ทิม อิสริโก 2.ไม้อาถรรพ์ต่างๆ เช่น 3.ว่านดอกทอง,4.ไม้กาหลง(ต้นไม้ที่นกกาบินมาเกาะแล้วหาทางออกไม่ได้บินวนไปมาจนตาย),5.ไม้มะยมตายพราย,6.ไม้กาฝากรัก,7.ไม้ปะนมปีเก็ง(ไม้วัวลืมคอก),และไม่หลงลืมผสมกับสีผึ้ง และ7.น้ำมันเสกเดือดของหลวงปู่ทิม อิสริโกและยังผสมด้วย 8.น้ำมันช้างตกมัน(กั่วเผาะ),และ9.งากำจาย,10.ผงบางส่วนที่ได้จากอาจารย์เปล่ง หลวงปู่ธรรมรังษีท่านได้ปลุกเสกวันที่ 16 กันยายน 2540 หลัง จากนั้นก็ให้ฆราวาสจอมขมังเวทอาจารย์เปล่งเสกด้วยตำรับเขมรอีกครั้ง ต่อจากนั้นจึงนำไปให้ หลวงปู่ฤทธิ์ วัดชลประทานราชดำริบุรีรัมย์เสกอัดพลังเป็นครั้งสุดท้าย ด้านหลังลงอักขระ สุ เป็นภาษาขอม พร้อมนางพราย ผสมผงพราย 59 ตน อาจารย์เปล่ง บุญยืน ปลุกเสก ปลุกเสกด้วย พระคาถาบารมีพระพุทธเจ้า อิติปาระมิตา ติงสา อิติสัพพัญญู มาคะนา อิติโพธิมะนุปปัตโต อิติปิโสจะเตนะโม แล้วท่องคาถาด้วย จิเจรุนินะมะพะทะ เเล้วอธิฐานตามปรารถนา เเรง หายาก พิมพ์ใหญ่ รุ่นนี้โดนปาดคอมาเเล้ว ไม่ระคายผิวเลย คนที่มาปาดคอก็เลยโดนกระทึบซะ ประสบการณ์ยังโชคลาภมากมาย พร้อมบัตรรับรอง
เคาะเดวแดง ตอนนี้ชาวบุรีรัมย์นับถือแกมากที่สุดแล้วครับ รับประกันตามกฎครับ
ประวัติ พระครูเกษมคณาภิบาล หลวงพ่อมี เขมธมฺโม เดิมท่านมีชื่อว่า #‎บุญมี นามสกุล #‎ธนสนธิ์ #‎เกิดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2454 ตรงกับวันจันทร์แรม 2 ค่ำ เดือน 4 ปีกุน ณ หมู่บ้านขนมจีน ข้างวัดมารวิชัย ตอนใต้ เป็นบุตรของ #‎นายโหมด และ #‎นางพุฒ ธนสนธิ์ โดยหลวงพ่อมีเป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนทั้งสิ้น 5 คน 4 ในจำนวนพี่น้องท้องเดียวกัน 5 คนดังนี้ 1. หมอแบน 2. นายจุ่น 3. นางสำลี 4. หลวงพ่อมี เขมธัมโม 5. นายสำแล หลวงพ่อมีท่านได้ตัดสินใจ การอุปสมบทเป็นพระภิกษุสมดังใจ ณ พัทธสีมา วัดมารวิชัย ในวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 8 ตรงกับ วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 โดยมี #‎พระครูอดุลวุฒิกร #‎หลวงพ่อพิน จันทโชโต #‎วัดช่างเหล็ก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เป็น #‎พระอุปัชฌาย์ #‎หลวงพ่อเขียน โชติสโร #‎วัดบ้านพร้าวนอก อ.สามโคก #‎จ.ปทุมธานี ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลวงน้า คือเป็นน้องโยม มารดาของหลวงพ่อมี เป็น #‎พระกรรมวาจาจารย์ #‎หลวงพ่อเกลี้ยง อินทโชติ #‎วัดมารวิชัย ซึ่งภายหลังไปเป็นเจ้าอาวาส วัดสามตุ่ม ในเขตอำเภอเสนา เป็น #‎พระกรรมวาจาจารย์แทน #‎หลวงพ่อคล้าย เจ้าอาวาสวัดมารวิชัยขณะนั้น ซึ่งเกิดอาพาธพอดี หลวงพ่อมี ได้รับฉายาเป็นภาษาบาลี จากหลวงพ่อพิน ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ว่า เขมธมฺโม แปลว่า #‎ผู้มีธัมมะอันเกษม ด้านพระเวทวิทยาคม หลวงพ่อมีได้เล่าเรียนพุทธาคมกับ #หลวงพ่อเขียน #วัดบ้านพร้าวนอก #‎ผู้มีศักดิ์เป็นหลวงน้าแท้ๆ โดยได้รับการถ่ายทอดวิชาการเล่นแร่แปรธาตุ และ การสร้างวัตถุมงคลเนื้อเมฆพัต นอกจากนี้ยังได้ศึกษาพระเวทวิทยาคม และ กรรมฐานจากพระอาจารย์ผู้เรืองนามอีกหลายรูปอาทิเช่น #‎หลวงพ่อปาน #‎วัดบางนมโค โดยอยู่ช่วยหลวงพ่อปาน #‎สร้างพระเนื้อดินอยู่ 3 ปี จนสำเร็จอสุภกรรมฐาน และ #‎สำเร็จเตโชกสิณ กับ #‎หลวงพ่อจง #‎วัดหน้าต่างนอก ซึ่งหลวงพ่อจงองค์นี้ หลวงพ่อมีได้อยู่ศึกษาวิชากับท่านมากที่สุด และ นานเกือบ 30 ปีทีเดียว โดยท่านได้เดินทางไป ๆ มา ๆ ระหว่างวัดหน้าต่างนอก และ วัดมารวิชัย อยู่เสมอ ๆ ทั้งยังได้ร่วมงานกับหลวงพ่อจงอย่างใกล้ชิดอยู่บ่อยครั้ง และได้ปฏิบัติดูแลหลวงพ่อจง ตราบจนหลวงพ่อจงท่านสิ้นลมหายใจ หลวงพ่อมีท่าน ได้รับสมณศักดิ์ดังต่อไปนี้ พ.ศ. 2481 เป็นเจ้าอาวาสวัดมารวิชัย พ.ศ. 2493 เป็นเจ้าคณะตำบลบางนมโค และ พระอุปัชฌาย์ พ.ศ. 2507 ได้รับสมณศักดิ์ชั้นตรีที่ #พระครูเกษมคณาภิบาล พ.ศ. 2510 ได้รับสมณศักดิ์ชั้นโท ในพระราชทินนามเดิม พ.ศ. 2514 ได้รับสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในพระ ราชทินนามเดิม ก่อนที่หลวงพ่อมี จะมาเป็นเจ้าอาวาสวัดมารวิชัยนั้น วัดนี้มีชื่อ ว่า วัดผจญมาร ต่อมาเมื่อหลวงพ่อมีได้เป็นเจ้าอาวาสแทน หลวงพ่อคล้ายที่ลาสิกขาไปแล้ว ท่านพิจารณาเห็นว่าชื่อ วัดผจญมาร เป็นชื่อที่ไม่เป็นสิริมงคลทำให้ต้องพบพานแต่มาร ต้องผจญมารกันอยู่เรื่อย สร้างความอัปมงคลตลอดมา เพราะเจ้าอาวาสองค์ก่อนๆมีอยู่องค์หนึ่งมรณภาพในผ้าเหลือง และ เจ้าอาวาสองค์ต่อๆมาอีก 8 รูปก็ลาสิกขากันทั้งสิ้นรวมทั้งหลวงพ่อคล้ายเจ้าอาวาสองค์ก่อนหลวงพ่อมีด้วย ท่านจึงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดมารวิชัย หมายถึงมีชัยชนะเหนือมารทั้งปวง นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา หลวงพ่อมีพระอาจารย์จอมขมังเวทย์ผู้มีชัยชนะมาร ก็เป็น เจ้าอาวาส องค์ที่ 11 สามารถปกครองวัดมารวิชัยไม่เคยลาสิกขาเลย ทางด้านสาธารณะประโยชน์ต่างท่านได้ทำไว้มากมาย เช่น สร้างศาลาเรียงล้อมศาลาการเปรียญ หลังใหญ่ที่ หลวงพ่อปาน มาสร้างไว้ทั้ง 4 ด้าน แล้วสร้างหอระฆังและกุฏิอีก 3 หลัง ปัจจัยที่มีอยู่ทั้งหมดไปสมทบทุนกับทางราชการสร้างโรงเรียน 2 แห่ง คือโรงเรียนวัดมารวิชัย และ โรงเรียนจุฬาราษฎร์วิทยา ในเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เมื่อปี พ.ศ. 2509 และ ยังได้สร้างสถานีอนามัย เนื้อที่ 7 ไร่ กับสำนักงานผดุงครรภ์ประจำตำบลบางนมโค ในเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน อีกด้วย สาธารณะประโยชน์ต่าง ๆ ที่กล่าวมาส่วนใหญา เป็นที่ดินของบรรพบุรุษที่ตกทอดมาถึงหลวงพ่อมี แล้วท่านนำมาบริจาคต่อ ทั้งยังขายที่ดินอีกบางส่วนไป เพื่อนำปัจจัยมาสมทบทุนในการก่อสร้างต่าง ๆ เช่น สร้างฌาปนสถาน พ.ศ. 2510 สร้างกำแพงรอบอุโบสถเพื่อความเป็นสัดส่วน และท่านเป็นผู้ขอไฟฟ้าโดยเริ่มปักเสาจากปากทางถนนสาคลี ผ่านหน้าวัดมารวิชัยเรื่อยไป ถึงตลาดสาคลี เป็นระยะทางประมาณ 7 ก.ม. ด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัวของหลวงพ่อมีทั้งสิ้น เมื่อปี พ.ศ. 2514 นอกจากนี้หลวงพ่อมียังได้สร้างแท้งน้ำ เครื่องสูบน้ำสำหรับพระและชาวบ้านได้ใช้ดื่มน้ำที่สะอาด สร้างศาลาท่าน้ำ สร้างหอสวดมนต์ในปี พ.ศ. 2521และอื่นๆอีกมาก หลวงปู่มี เขมธัมโม วัดมารวิชัย ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีวิชาอาคม และ พลังจิตสูง และ มีลูกศิษย์ลูกหา มากมาย มีกิจนิมนต์ไปร่วมพิธีพุทธาภิเษก ทั่วประเทศ ด้วยการตรากตรำงานมานาน สังขารของหลวงปู่จึงทรุดโทรม ทำให้ท่านอาพาธล้มป่วยลง จนกระทั้งวันที่ 26 มกราคม 2543 หลวงปู่มี เขมธัมโม ก็ละสังขาร มรณะภาพอย่างสงบ เรียนวิชากับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ในปี พ.ศ. 2470 ขณะนั้นชื่อเสียงของหลวงพ่อปาน โสนันโท วัดบางนมโค เลื่องลือไปทั่วประเทศ ประชาชนทั้งใกล้และไกลให้ความศรัทธาแห่กันมาให้หลวงพ่อปานรักษาโรคเนืองแน่นทุกวัน รวมทั้งชาวบ้านวัดมารวิชัย ซึ่งอยู่ตำบลเดียวกับวัดบางนมโค มีระยะทางห่างกันไม่ไกลเท่าใดนัก เมื่อมีโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ก็พากันมาให้หลวงพ่อปานช่วยบำบัดรักษาเช่นกัน ดังนั้นครอบครัวโยมบิดา มารดาของหลวงพ่อมีจึงคุ้นเคยกับหลวงพ่อปานพอสมควร รวมทั้งหลวงพ่อมีครั้งยังเป็นเด็กวัดมารวิชัยก็เคยรับใช้หลวงพ่อปานมาแล้วในสมัยที่ท่านมาสร้างศาลาการเปรียญที่วัดมารวิชัย หลวงพ่อมีจึงให้ความเคารพหลวงพ่อปานเป็นอย่างสูง เนื่องจากรู้จักกิตติคุณความเก่งกล้าของท่านเป็นอย่างดีมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย และเมื่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุได้ 1 พรรษา ก็มาปวารณาตัวเป็นศิษย์คอยรับใช้หลวงพ่อปานที่วัดบางนมโค เมื่อต้นปี พ.ศ. 2476 ในวันแรกที่หลวงพ่อมีมาอยู่วัดบางนมโค ได้พำนักที่กุฏิของหลวงพ่อปาน ซึ่งใช้เป็นสถานที่รักษาโรคและให้บรรดาคนไข้และแขกเหลื่อมาค้างแรม หลวงพ่อมี จึงมีโอกาสเห็นหลวงพ่อปาน ทำการรักษาคนไข้อย่างใกล้ชิดด้วยน้ำมนต์บ้าง ด้วยยาสมุนไพรพื้นบ้านที่หาได้ง่าย เพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น แต่ก็มีสรรพคุณสูงสามารถใช้รักษาโรคร้ายและไข้ต่าง ๆ รวมทั้งผู้ที่ถูกคุณไสยถูกเขากระทำย่ำยีมา หรือถูกผีเข้าเจ้าสิง กระดูกแตกหักต่าง ๆ หลวงพ่อปานสามารถรักษาให้หายได้ทั้งนั้นอย่างน่าอัศจรรย์ เรียนวิชากับหลวงพ่อจง เมื่อสิ้นหลวงพ่อปาน วัดบางนมโคไปแล้ว ศิษย์ของท่านทุกองค์รวมทั้งหลวงพ่อมี ต่างมุ่งตรงไปศึกษาหาความรู้ต่อกับหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก เพราะก่อนที่หลวงพ่อปานท่านจะมรณภาพ ท่านได้บอกบรรดาศิษย์ของท่านให้ไปหาหลวงพ่อจง ซึ่งท่านว่าเป็นสหธรรมิกกัน ของท่านใช้ได้ผล กาลเวลาที่ผ่านมาเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นประจักษ์แล้วว่า ชื่อเสียงขององค์ท่านหลวงพ่อมี โด่งดังมาได้อย่างไร ท่านผู้อ่านที่ติดตามมาถึงบรรทัดนี้ คงไม่แปลกใจเพราะได้ทราบในปฏิปทาและศีลาจารวัตร ตลอดถึงเรื่องเวทวิทยาคมที่องค์ท่านศึกษา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วมากล้นด้วยความเพียบพร้อม คือเป็นประกาศกิตติคุณมาตั้งแต่ครั้งกระโน้นก็ว่าได้ พระคาถาปลุกเสกพระ หลวงพ่อมี มอบประสิทธิ์ประสาทพระคาถาปลุกเสกพระเครื่องรางของขลังทุกชนิดของท่านแด่ท่านผู้อ่านทั้งหลาย ทั้งยังใช้ปลุกเสกพระเครื่องรางของขลังได้ทุกอย่าง และทุกสำนักอีกด้วย เพราะเป็นพระคาถาจากพระคัมภีร์โบราณเก่าแก่ของหลวงพ่อสุวรรณ อดีตเจ้าอาวาสผู้เรืองวิทยาคมองค์ที่ 2 ของวัดมารวิชัย เหรียญ รุ่นนี้สร้างน้อย เนื้อเงิน หายาก พร้อมกล่องเดิม พร้อมบัตรรับรอง เเท้ตามหลักสากล
พระ ผงของขวัญวัดเกาะจันทร์พิมพ์เล็ก ใช้แทนพระผงวัด ปากน้ำรุ่น1ได้เลยครับ หลวงพ่อสด อฐิฐานจิตอัดพลังเต็มร้อย พระ ผงของขวัญวัดปากน้ำที่หลวงพ่อสด ท่านอธิษฐานจิตไว้ทั้งรุ่นหนึ่งและรุ่น สาม ในปัจจุบันนี้สนนราคาค่อนข้างสูงมาก เช่นพระของขวัญวัดปาก น้ำรุ่นแรกสวยๆ ราคาก็ต้องว่ากันที่หลักแสน ถ้าเป็นรุ่นสามสวยๆ ก็ต้องหลายๆ หมื่นถึงหมื่นปลายๆ เนื่องจากมีผู้ศรัทธาในตัวหลวงพ่อสดมาก และจากประสบการณ์ของผู้ที่ครอบครองพระผงของขวัญมีมากมาย จึงทำให้มีผู้ต้องการกันมาก ในวันนี้ผมจะแนะนำพระผงซึ่งเป็นผงของหลวงพ่อสด และหลวงพ่อสดอธิฐานจิตให้ด้วย และสนนราคาก็ยังไม่แพงมากนักคือ พระผงของวัดเกาะจันทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา วัดเกาะจันทร์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดราษฎร์ ชาวบ้านช่วยกันสร้างไว้เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2415 ต่อมาในปี พ.ศ. 2495 ทางวัดปากน้ำได้ส่งหลวงปู่อินทร์และแม่ชีเพียร ศิษย์ของหลวงพ่อสดมาช่วยสอนวิปัสสนากรรมฐานให้แก่พระเณรและชาวบ้าน ซึ่งก็มีพระเณรและชาวบ้านเข้ามารับการอบรมอย่างคับคั่ง หลวงปู่อินทร์นี้นอกจากจะเป็นศิษย์ของหลวงพ่อสดแล้ว การสร้างพระวัดปากน้ำทุกครั้ง หลวงปู่อินทร์ก็มีส่วนร่วมอธิษฐานจิตพระผงของขวัญวัดปากน้ำด้วยทุกครั้ง ต่อมาเมื่อถึงปี พ.ศ. 2497 พระครูเมือง ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส วัดเกาะจันทร์ ได้ปรารภกับหลวงปู่อินทร์ว่า อยากจะให้หลวงปู่อินทร์ช่วยสร้างพระเครื่องเนื้อผงแบบพระของวัดปากน้ำบ้าง เพื่อไว้แจกให้แก่ผู้ที่มาทำบุญกับวัด หลวงปู่อินทร์จึงรับปาก และเข้ามาหาหลวงพ่อสดและแจ้งให้หลวงพ่อสดทราบ จากนั้นจึงขอผงวิเศษจากหลวงพ่อสด ซึ่งหลวงพ่อสดท่านก็ได้มอบผงวิเศษให้หลวงปู่อินทร์ไปสร้างพระ เมื่อสร้างพระเสร็จแล้วก็ได้นำมาให้หลวงพ่อสดท่านช่วยอธิษฐานจิตให้อีกครั้ง หลังจากนั้นหลวงปู่อินทร์จึงนำพระทั้งหมดกลับมาทำพิธีอธิษฐานจิตด้วย วิชาธรรมกายอีกครั้งที่วัดเกาะจันทร์ และเริ่มแจกให้แก่ญาติโยมในปี พ.ศ. 2497 นั่นเอง ด้านหลังเป็นรอยหดตัวจากความเก่า องค์นี้เเท้ ดูง่าย หายากเเล้ว เเละเนื่องจากประวัติชัดเจน กำลังเก็บกันเงียบ เเละเริ่มเเพงขึ้น รับประกันตามกฏครับ