เขี้ยวแกะศิลป์เสือยิ้ม มีจารรอบตัวและใต้ฐาน สูงประมาณ 2.2 ซม. ครับ ขนาดกำลังน่ารัก
วัดใจ.........เริ่มที่เคาะแรก.พระสังกัจจายน์ วัดประสาทบุญญาวาส เนื้อขาว ปี2506
วัดใจ,,,,,เริ่มที่เคาะแรก พระโคนสมอ กรุวัดค้างคาว พร้อมบัตรรับรองครับ คืนหนึ่งในฤดูฝน เมื่อปี พ.ศ.2515 เป็นยามวิกาล ฝนฟ้าได้ตกพรำๆทำให้ผู้คนไม่พลุกพล่าน บรรดานักลักขโมยทั้งหลายชอบนักหนา ได้ปรึกษาหารือกันเพื่อจะทำการขุดเจาะพระเจดีย์หน้าพระอุโบสถของวัดค้างคาว ทางด้านทิศตะวันออกของพระอุโบสถ ผลที่สุดได้ของ(พระจำนวนมาก) จากการลักลอบขุดครั้งแรกนั้น เลยไม่ทราบว่าเป็นพระอะไร เมื่อขโมยนำมาจำหน่ายในท้องที่ลพบุรี จึงได้ทราบว่าเป็นพระโคนสมอ (หรือเรียกกันว่าซุ้มประสาทนั่นเอง) เนื้อตะกั่วสนิมแดง จับมาแทบทุกองค์ มีพระเนื้อดิน อีกจำนวนหนึ่ง รวมกันประมาณทั้งกรุ 1,000 องค์เศษ ผู้ลักลอบขุดได้ทำการแบ่งสรรกันคนละเท่าๆกัน เมื่อเรื่องราวต่างๆแตกขึ้น ทำให้ล่วงรู้ไปถึงบรรดานักนิยมสะสมพระเครื่องมีอันดับเข้า ก็ตามไปยังวัดค้างคาวกันไม่ขาดสาย ระยะนั้นพระกรุนี้มีราคาแพงมาก เพราะเป็นพระที่แตกกรุออกมาใหม่ๆ หนำซ้ำยังเป็น พระเนื้อตะกั่วแดง ขนาดเล็กกะทัดรัดน่าใช้มาก และมีความงามยิ่งกว่าพระโคนสมอกรุอื่นๆที่เคยพบมา เรียกได้ว่าไม่มีพระโคนสมอสนิมแดง กรุใดจะสวยงามเกินไปกว่าพระโคนสมอกรุ วัดค้างคาว คงไม่มีอีกแล้ว การปลอมแปลงขณะนี้ยังไม่แนบเนียนเท่าใดนัก ยังพอจัดเค้าได้ว่าเป็นของปลอมอยู่ ซึ่งตรงกันข้ามกับของจริง (ของแท้ไม่ปลอม)อยู่มาก ห่างไกลกันลิบลับ แต่ในอนาคตนั้นไม่แน่ อาจจะมีการปลอมแปลงขึ้นได้ พระโคนสมอกรุต่างๆนั้นมีหลายแบบอย่าง และมีหลายพิมพ์ทรง ส่วนใหญ่สร้างเป็นแบบพระประจำวันตั้งแต่วันอาทิตย์ถึงวันเสาร์ พบมากที่สุดคือ กรุวัดราชบูรณะ ที่กรมศิลปากรขุดพบเมื่อ พ.ศ.2501 โดยมีความตั้งใจจะบูรระพระปรางค์ แต่เมื่อขุดแต่งก็พบพระพิมพ์ พระบูชา และสมบัติจำนวนมากในวัดนี้ ประมาณอายุของพระเครื่องพิมพ์ไม่ต่ำกว่า 535 ปี วัดนี้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นพุทธบูชาแด่พระเจ้าอ้าย พระเจ้ายี่ สองพี่น้องที่ทำสงครามช่วงชิงราชสมบัติ จนสิ้นพระชมน์ทั้งสองพระองค์ เจ้าสามพระยาพระอนุชาองค์สุดท้องได้ครองเมืองแทนจึงสร้างวัดไว้ ณ.บริเวณที่พระเชษฐาทั้งสองทำสงครามกัน ได้สร้างพระเครื่องวัตถุมงคลเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาบรรจุไว้ พระโคนสมอดังกล่าวนี้เป็นพระที่มีความใหญ่โตมากกว่าพระกรุวัดค้างคาวมาก จึงไม่ค่อยมีผู้นิยมมากนัก จะจัดอยู่ในพระบูชาก็เล็กเกินไป ไม่เหมาะสม สำหรับ พระโคนสมอกรุวัดค้างคาวนี้ ไม่ทราบผู้สร้าง แต่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าพระโคนสมอกรุอื่นๆเป็นแน่แท้ วัดค้างคาวนี้อยู่ห่างจากสรรคบุรี ประมาณ 13 กม. จากวัดค้างคาวถึงบางระจัน 14 กม. การเดินทางไปมาสะดวกมากเพราะมีถนนสายสิงห์บุรี-สรรคบุรี ผ่านทั้งสองฟากแม่น้ำน้อย วัดค้างคาวนี้เป็นวันที่มีสวนลิงอยู่ประมาณ 500 ตัว ปัจจุบันนี้ วัดค้างคาวเจริญมาก เพราะมีประชาชนให้การสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันก็เป็นพระนักพัฒนา จึงทำให้วัดวาเป็นสง่าแก่พระศาสนาเป็ยอย่างยิ่ง โอนเงินแล้วรบกวนเมลล์แจ้งด้วยนะครับ
เหรียญพระศรีอาริย์ วัดไลย์ ปี 15 หลวงพ่อบุญมี วัดเขาสมอคอน ปลุกเสก
พระดี พิธีใหญ่*สุดยอดพิธี** เหรียญพระศรีศากยมุนี ปี 2516เนื้อชนวนพระกริ่งวัดสุทัศน์ เกจิอาจารย์ดังหลายท่านปลุกเสก เหรียญพระศรีศากยมุนีที่สร้างขึ้นในปี 2516ได้ผสมชนวนพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ ทั้งของสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสสเทวมหาเถร) และพระศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์) มาผสมกับชนวนโลหะวัตถุมงคลหลายพิธี แล้วนำไปหลอมรีดเป็นแผ่นโลหะบางๆ ก่อนนำไปปั๊มเป็นเหรียญ เป็นเหรียญที่มีพระเกจิอาจารย์ดังในยุคนั้นปลุกเสกอยู่หลายรูปด้วยกันอาทิเช่น หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จังหวัดสิงห์บุรี หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี จังหวัดสมุทรสงคราม หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง จังหวัดสมุทรสาคร หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา จังหวัดพัทลุง พ่อท่านคล้อย วัดภูเขาทอง จังหวัดชุมพร หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส จังหวัดจันทบุรี พระญาณโพธิ (เข็ม) วัดสุทัศนเทพวราม กรุงเทพมหานคร พระศรีสัจจญาณมุนี (ประหยัด) วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร พระพุทธมนต์วราจารย์ วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร พระอาจารย์ผ่อง วัดจักรวรรดิราชาวาส หลวงพ่อสา วัดราชนัดดา กรุงเทพมหานคร หลวงปู่เส่ง วัดกัลยาณมิตร กรุงเทพมหานคร หลวงพ่อมิ วัดสิงห์ กรุงเทพมหานคร หลวงพ่อจรัล วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน จังหวัดลำปาง หลวงพ่อเที่ยง วัดม่วงชุม จังหวัดกาญจนบุรี หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอร์ จังหวัดศรีสะเกษ หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู จังหวัดลพบุรี หลวงพ่อใหญ่ วัดถ้ำคูหาสวรรค์ จังหวัดลพบุรี หลวงพ่อผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขต จังหวัดขอนแก่น หลวงพ่อเกตุ วัดเกาะหลัก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ หลวงพ่อเจริญ วัดทองนพคุณ จังหวัดเพชรบุรี ล้วนต่างเป็นพระเกจิอาจารย์เข้มขลัง................... ของดีพระเกจิอาจารย์ดังปลุกเสก ว่าไปแล้วทดแทนสำหรับผู้ต้องการมีของดีหลวงปู่โต๊ะ หรือหลวงพ่อแพ หรือพระอาจารย์นำ ซึ่งนับวันเหรียญของท่านล้วนมีราคาแพงจนจับไม่ลง เหรียญพระศรีศากยมุนีนับว่าทดแทนได้เป็นแน่ ไม่เพียงเป็นพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ แต่รายนามของพระเกจิอาจารย์ที่ปลุกเสก เข้มขลังทั้งนั้น พระศรีศากยมุนี เป็นพระประธานในพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวรารามเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยเนื้อโลหะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดองค์หนึ่ง มีขนาดหน้าตักกว้าง 3วา 1คืบ ซึ่งเดิมประดิษฐานอยู่ ณ พระวิหารหลวง วัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย เมื่อครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมา เพื่อจะประดิษฐานยังวัดที่สร้างขึ้นกลางพระนคร ใกล้เสาชิงช้า ดังในพระราชพงศาวดารกล่าวถึงการอัญเชิญพระศรีศากยมุนีมายังกรุงเทพมหานคร ในครั้งนั้นว่า "ลุ จุลศักราช 1170ปีมะโรง สำริดศก (พ.ศ. 2351) เป็นปีที่ 27ในรัชกาลที่ 1ณ วันพฤหัสบดี เดือน 6ขึ้น 11ค่ำ เชิญพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ซึ่งเป็นพระประธานในพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ ลงมาจากเมืองสุโขทัย หน้าตัก 3วาคืบ สมโภชที่หน้าตำหนักแพ 3วัน ครั้น ณ เดือน 6ขึ้น 14ค่ำ เชิญชักพระขึ้นจากแพทางประตูท่าช้าง ไปทำร่มไว้ข้างถนนเสาชิงช้า ประตูนั้นเรียกว่า ประตูท่าพระ มาจนทุกวันนี้ เหตุว่าต้องรื้อประตู จึงเชิญเข้าไปได้ พระพุทธรูปองค์นี้ภายหลังได้ถวายพระนามว่า พระศรีศากยมุนี" หลังสิ้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก การสร้างวัดสุทัศนเทพวรารามยังไม่แล้วเสร็จ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ดำเนินการต่อ ดังในพระราชพงศาวดารกล่าวว่า "ในปีมะเมียจัตวาศกนั้น ทรงพระราชดำริว่า พระโต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดให้เชิญลงมาจากวัดมหาธาตุเมืองสุโขทัย และได้สร้างวัดประดิษฐานไว้กลางพระนคร ที่ใกล้เสาชิงช้า โดยพระราชดำริจะสร้างวิหารใหญ่ขนาดวิหารวัดพนัญเชิง ที่กรุงเก่า พระวิหารนั้นยังค้างอยู่ จึงโปรดให้สร้างพระวิหารนั้นต่อมา จนยกเครื่องบนเสร็จ ค้างอยู่แต่ยังไม่ได้ยกช่อฟ้าใบระกา อนึ่งบานประตูพระวิหารนั้นโปรดให้สลักลายขุดด้วยไม้แผ่นเดียว รมหมื่นจิตรภักดี เป็นนายงาน เมื่อคิดอย่างสำเร็จแล้ว ให้ยกเข้ามาในท้องพระโรงทรงสลักด้วยฝีพระหัตถ์ก่อน แล้วจึงให้ช่างทำต่อไป" วัดสุทัศนเทพวราราม มาเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3กล่าวสำหรับที่ผ้าทิพย์ด้านหน้าพระพุทธบัลลังก์พระศีศากยมุนี เป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคารของพระบาทสมเด็จพระปรเมนมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาบรรจุไว้เมื่อวันที่ 4เมษายน พ.ศ. 2493 สำหรับ "เหรียญพระพุทธ" ที่มีอายุการสร้างถึงปัจจุบันนี้ นับว่ามีช่วงอายุกลางเก่ากลางใหม่ เป็นที่สะสมน่าแสวงหาไว้สักการบูชากัน เนื่องเพราะเมื่อมองไปยังเหรียญพระเครื่องยุคเก่าๆ นับว่ามีราคาที่สูงส่งเอาการอยู่ หากมองไปยังพระเครื่องใหม่ๆ ก็ยังไม่แน่ใจในผู้สร้างมาก เหรียญพระศรีศากยมุนีที่สร้างขึ้น ได้ผสมชนวนพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ ทั้งของสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสสเทวมหาเถร) และพระศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์ ยติธโร) มาผสมกับชนวนโลหะวัตถุมงคลหลายพิธี แล้วนำไปหลอมรีดเป็นแผ่นโลหะบางๆ ก่อนนำไปปั๊มเป็นเหรียญ เหรียญพระพุทธศรีศากยมุนี วัดสุทัศน์ ปี 2516 โดยเสด็จพระราชกุศลมูลนิธิ อปร.
วัดใจ,,,,,,,,,,,เคาะแรก.... เหรียญ ร.9 +เหรียญสมเด็จย่าและพระราชินี ยกชุด 3 เหรียญ โอนเงินแล้วรบกวนเมลล์แจ้งด้วยนะครับ
วัดใจ"""""""""""จระเข้ เนื้อตะกั่วอาบทองแดง หลวงพ่อสนิท วัดลำบัวลอย
ชีวิตของหลวงพ่อจง หลังจากที่ได้อุปสมบทแล้ว ได้ปรากฎเหตุอันน่าแปลกมหัศจรรย์เด่นชัดขึ้น เพราะนอกจากจะหายป่วยหายไข้แล้ว เมื่อได้มาศึกษาหาความรู้ในด้านธรรมะ คือได้ศึกษาพระปริยัติธรรมและธรรมสิกขา พร้อมทั้งฝึกฝนในด้านการเขียนอ่านอักษรทั้งไทยและขอมจากท่านพระอาจารโพธิ์ เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างใน ซึ่งเป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระภิกษุจงได้แสดงออกถึงความในอัจฉริยะ ด้วยการเรียนรู้จดจำสิ่งที่ได้รับถ่ายทอดมาอย่างแม่นยำและเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง จนใคร ๆ ทั้งหลายที่รู้พื้นความเป็นมาต่างพากันอดแปลกใจสงสัยเสียมิได้ว่า "เอ๊ะ..ทำไมภิกษุจงจึงมิยักงมโข่งหรืออุ้ยอ้ายอับปัญญา เหมือนกับบุคลิกที่อ่อนแออมโรค ที่ส่อแสดงว่าน่าจะเป็นไปในทางทึบหรืออับ เรียนรู้จดจำอะไรไม่แม่นยำ" และยิ่งเพิ่มความแปลกมหัศจรรย์แปลกไกลไปกว่านั้น ภายหลังจากที่ได้กระจ่างแจ้งในพระธรรมและภาษาหนังสือพอสมควรแล้ว พระอาจารย์โพธิ์ที่เล็งเห็นแววว่าน่าจะเป็นไปได้ของพระภิกษุจง ได้ให้การถ่ายทอดวิชาในด้านเวทวิทยาคมที่ท่านเชี่ยวชาญจนเป็นที่เลื่องลือ ถือกันว่า พระอาจารย์โพธิ์คือยอดแห่งผู้ทรงเวทในสมัยนั้นให้กับพระภิกษุจงด้วย ผลก็ปรากฎว่า พระภิกษุจงสามารถน้อมรับวิชาไว้ได้ทุกกระบวนมนต์ สำเร็จแตกฉานชนิดสิ้นภูมิผู้เป็นอาจารย์กันเลยทีเดียว และด้วยการได้รับถ่ายทอดวิชาให้ชนิดไม่มีการปิดบังซ่อนเร้นภูมิรู้ใดไว้ของพระอาจารโพธิ์ จึงทำให้พระภิกษุจงได้ก้าวเข้ามาทำหน้าที่เป็นที่รวมใจ ที่พึ่งพิงข