ขอบคุณมากๆจ้าาาาา
ปิดปุ๊ป โอนปั๊ป สมาชิกคุณภาพครับ
โภคทรัพย์ พุ่มข้าบิณฑ์ เนื้อทองระฆังลงยา หน้ากากอัลปาก้า เลข ๑๓๓
ยอดปิด ต่ำกว่า 500 บาท ส่งลงทะเบียน นะค่ะ ขอบคุณค่ะ
เหรียญแถมในชุดกรรมการ สร้างน้อย เก็บก่อนแรง เบาๆที่เคาะแรก พร้อมกล่องเดิมครับ อย่าลืมดูรายการอื่นๆนะครับ ^_^ กดที่ขอบคุณมากๆครับ
สร้าง 5550 หน้าเท่านั้นนะครับ อธิษฐานจิต - วาระแรกโดยพ่อแก่เจ้าแสง วัดบ้านตรัง - วาระที่สองโดยหลวงปู่แก้ว วัดสะพานไม้แก่น เป็นหน้าพรานอีกรุ่นหนึ่งที่น่าสะสม เช่าหา มาบูชา งานสวยครับ เก็บก่อนแพงครับ เคาะแรก แบ่งปันเช่นเดิมครับ อย่าลืมดูรายการอื่นๆนะครับ ^_^ กดที่ขอบคุณมากๆครับ
พระครูพิพิธธรรมาธร(หวั่น กุสลจิตฺโต) โสภณ บุญสุข หลวงพ่อหวั่น "กุสลจิตฺโต" วัดคลองคูณ อ.ตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ประวัติ พระครูพิพิธธรรมาธรหรือที่คนจังหวัดพิจิตรจะเรียกขานนามท่านว่า หลวงพ่อหวั่น ท่าน เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีกาลพรรษาสูงรูปหนึ่ง ท่านจะสร้างวัตถุมงคลออกมาในแบบเนื้อผงผสมมวลสารมากกว่าเนื้อโลหะ โดยเฉพาะพระนางพญาผงใบลานนั้นเด่นในทางเมตตามหานิยมเยี่ยมมากทีเดียว ส่วนตะกรุดสาลิกาคู่เยี่ยมในทางมหานิยม ผู้คนชาวบ้านเขาโจษขานกันมานานแล้วว่า หลวงพ่อหวั่นนั้นท่านเป็นพระที่เมตตาสูง หรือถ้าไม่เกินเลยความเป็นจริงจะเรียกท่านว่า พระเถระผู้เปี่ยมเมตตาแห่งแควน่านก็ไม่น่าจะเกินความจริง พระเกจิอาจารย์บ้านนอกที่ญาติโยมเข้ากราบสักการะหัวกะไดกุฎีวัดไม่แห้งถือว่าต้องมีดี ใช้ได้ทีเดียวคงจะไม่ธรรมดาเป็นแน่ลูกหลานสอบเข้ารับราชการได้จะพาไปให้ท่านรดนํ้ามนต์เหมือนเป็นการอวยชัยให้ศีลให้พรให้ความเป็นศิริมงคลเกิดขึ้นในขณะที่รับราชการจนถึงวันเกษียนชาวบ้านเขาเชื่อว่าชีวิตราชการนั้นจะเจริญรุดหน้าไปเรื่อยๆเป็นที่โจษขานมาช้านาน หรือว่าการดำรงตนครองชีวิตไม่ราบรื่นก็จะไปหาหลวงพ่อหวั่นท่านรดนํ้ามนต์เขาเล่ากันว่าพลิกกลับหน้ามือเป็นหลังมือกันทีเดียว วันที่ผมขึ้นไปกราบท่านมีชาวบ้านนำลูกสาวที่ทำงานอยู่กรุงเทพไปหาท่านเล่าเรื่องเบื้องหลังอย่างรันทดผมจึงลุกออกมาก่อนตามมารยาทไทยที่ไม่ฝักใฝ่เรื่องผู้อื่น เมื่อประพรมนํ้าพระพุทธมนต์เสร็จแล้วขอพระเครื่องเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจท่านหยิบมอบให้แล้วทั้งสองแม่ลูกก็เดินทางกลับ ผมเองได้เห็นแล้วรู้ทันทีว่าพระเกจิอาจารย์ในชนบทท่านนี้ต้องมีดีในตัวจึงนั่งในศรัทธาชาวบ้านมาช้านาน(ตามคำบอกเล่า) ท่านเป็นพระที่พูดน้อยจะยิ้มเสียส่วนใหญ่ และที่สำคัญเท่าที่สังเกตดูท่านไม่ค่อยสนใจในลาภสักการะนักเพราะเห็นเงินในซองนอกซองวางทั่วไปรอบๆตัวที่ท่านนั่งต้อนรับญาติโยม ในขณะที่พระเณรช่วยกันเทปูนสร้างสาธารณะประโยชน์ของวัด เครื่องดื่มที่ญาติโยมนำไปถวายท่าน ท่านจะเดินเอาออกไปแจกพระเณรเมื่อเจ้าของทานมัยเหล่านั้นกลับไปแล้ว นี่คือสิ่งหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า หลวงพ่อหวั่น ท่านเป็นผู้มี “ทานมัย” คือผู้ให้ผู้บริจาคหรือผู้ให้เป็นที่ตั้งไม่ได้เก็บไว้ เพื่อประโยชน์แห่งตน หลวงพ่อหวั่นนอกจากจะเป็นพระเกจิอาจารย์ที่โด่งดังเป็นที่ศรัทธาในท้องถิ่นและละแวกใกล้เคียงแล้ว วัตถุมงคลต่างๆหากท่านพอใจที่จะให้ท่านให้ไม่เสียดาย ส่วนจะร่วมบุญสร้างกุศลเสริมบารมีกับท่านมากน้อยแค่ไหน ท่านไม่ได้ยึดติดกับลาภสักการะเหล่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ทางคณะกรรมการวัดจึงต้องตั้งตู้วัตถุมงคล ให้พระดูแลเพื่อนำรายได้ต่างๆมาบูรณะวัด วัดคลองคูณแม้จะเป็นวัดเก่าแก่แต่ขาดการพัฒนาที่ดี มาในยุคหลวงพ่อหวั่นเป็นเจ้าอาวาส เสนาสนะต่างๆภายในวัดดูแล้วเจริญหูเจริญตาขึ้นมามากและดูเหมือนว่า จะเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในอำเภอ ตะพานหินด้วย หลวงพ่อหวั่น ท่านเก่งในด้านทำตะกรุดทั้งแบบมหาอุดหยุดกระสุนปืนตลอดทั้งแบบเมตตามหานิยมใครเห็นใครชมใครเห็นต่างเมตตารักใคร่ เหมือนลูกหลานหรือคนในแวดวงสกุลเดียวกัน ซึ่งการสร้างตะกรุดนั้นท่านบอกว่าท่านทำ มาตั้งแต่พรรษาไม่มากนักและได้ รับความไว้วางใจจากชาวบ้านและคณะสงฆ์ในอำเภอตะพานหินให้ท่านรักษาการ เจ้าอาวาสตั้งแต่เพิ่งจะบวชได้แค่ ๓ พรรษาเท่านั้น เมื่อครบ ๕ พรรษาก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสทันทีเพื่อไม่ปล่อยโอกาสอันดีจากสายตาพระผู้ใหญ่ในขณะนั้น ความเป็นมาของวัด ว่ากันตามหลักฐานทำเนียบวัด วัดคลองคูณนั้นสร้างในยุคต้น กรุงรัตนโกสินทร์จากหลักฐานกล่าวว่าวัดนี้สร้างขึ้นในราวปีพ.ศ.๒๔๐๐ แต่ปราศจากหลักฐานในการสร้างวัดตลอดจนผู้ริเริ่มในการสร้างและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๔ ซึ่งมีผู้ดูแลวัดผ่านมาแล้ว ๙รูปดังนี้คือ ๑.พระอาจารย์รอดจากพ.ศ.๒๔๓๕ – ๒๔๔๙ ๒.หลวงปู่จันทร์ จากพ.ศ.๒๔๕๒ – ๒๔๗๓ สำหรับหลวงปู่จันทร์นั้น เล่าต่อๆกันมาว่า ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีคาถาอาคมสุดยอดพระเกจิอาจารย์ของยุคนั้น ๓.พระอาจารย์ฟ้อย จากพ.ศ.๒๔๗๖ – ๒๔๗๙ ๔.พระอาจารย์อุ่น จากพ.ศ.๒๔๘๑ – ๒๔๘๓ ๕.พระอธิการหลอด นันทสโร จากพ.ศ.๒๔๘๓ – ๒๔๘๖ ๖.พระอธิการลำจวน อรินโท จากพ.ศ.๒๔๘๖ – ๒๔๒๔๙๕ ๗. พระอาจารย์อั๋นจาก พ.ศ.๒๔๙๗ – ๒๔๙๙ ๘.พระอาจารย์แสวง ปิยวัณโณจากพ.ศ.๒๕๐๐ – ๒๕๐๒ ๙. พระครูพิพิธธรรมาทร (หลวงพ่อหวั่น) จาก พ.ศ.๒๕๐๓ จนถึงปัจจุบัน การเดินทางไปวัดคลองคูณ การเดินทางไปวัดคลองคูณ หากท่านขับรถยนต์ไปเองจากกรุงเทพเข้าเส้นถนนสายตากฟ้าเมื่อไปถึงทางแยกเขาทรายเข้าทางอำเภอทับคล้อออกไปทางอำเภอ ตะพานหิน-เมื่อถึงบ้านคลองคูณจะมีป้ายปักบอกทางบ้านคลองคูนซึ่งเป็นป้ายปักบอกทางแบบมาตรฐานริมถนนทั่วไปบอกว่า บ้านคลองคูนให้ขับรถเลี้ยวซ้ายเข้าไป หากท่านขับรถยนต์มาตามเส้นถนนสายพหลโยธิน เมื่อมาถึงทางแยกเข้าอำเภอ โพทะเลให้เลี้ยวขวาเข้าอำเภอ โพทะเลผ่านทางเข้าวัดท้ายนํ้ามาออกอำเภอบางมูลนาคเส้นทางนี้จะอยู่กึ่งกลางระหว่างอำเภอ บางบุนนาคกับอำเภอตะพานหินเมื่อถึงบ้านคลองคูนให้เลี้ยวซ้ายเข้าวัดคลองคูน ถ้ามาจากอำเภอเมืองพิจิตรหรือตัวจังหวัดพิจิตรมาเส้นอำเภอตะพานหินเมื่อถึงบ้านคลองคูนให้เลี้ยวขวามือเข้าบ้านคลองคูน จากถนนสายหลักเข้าถึงวัดคลองคูนประมาณ๔-๕ กิโลเมตรหรือถ้าสงสัยเมื่อขับรถไปถึงย่านนั้นสอบถามจากชาวบ้านอีกทีหนึ่งคนบ้านชนบทไม่แล้งนํ้าใจเช่นคนเมือง หรือ ถ้านั่งรถไฟไปลงที่ ไปลงที่สถานีตะพานหินนั่งรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างหรือรถสามล้อเครื่องเข้าไปที่วัดคลองคูนก็ได้แต่ต้องตกลงราคากันให้แน่นอนก่อนขึ้นรถประเดี๋ยวจะมีปัญหาตามมาในภายหลัง หรือถ้าพกโทรศัพท์มือถือติตัวไปโทรสอบถามเส้นทางจากทางวัดโดยตรงที่เบอร์โทรศัพท์๐๕๖-๙๐๔๐๔๙ แล้วแต่ว่าท่านผู้อ่านสะดวกวิธีใหนก็เลือกใช้วิธีนั้น ตำแหน่ง สมณะศักดิ์ พ.ศ.๒๕๐๕ รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส วัดคลองคูณ พ.ศ.๒๕๐๖ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระกรรมวาจาจารย์(พระคู่สวด) พ.ศ.๒๕๑๖ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ.๒๕๒๐ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบล พ.ศ.๒๕๒๓ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.๒๕๒๕ได้รับพระราชทานสมณะศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูพิพิธธรรมาทร พ.ศ.๒๕๓๒ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณะศักดิ์ขึ้นเป็นพระครูชั้นโท ในพระราชทินนามเดิม พ.ศ.๒๕๔๖ได้รับเลื่อนสมณะศักดิ์ขึ้นเป็นพระครูชั้นเอกในราชทินนามเดิม สายอาคม หลวงพ่อหวั่น ท่านนับได้ว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เป็นที่เคารพกราบไหว้ของคนในอำเภอ ตะพานหิน ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เข้มขลังมากๆในเรื่องตะกรุดสาลิกา และตะกรุดมหาอุด ท่านได้เมตตาบอกกับผู้เสนอบทความว่า ท่านทำตะกรุดตั้งแต่พรรษายังไม่มากนักคือท่านได้ตำรามาจากของเก่าแก่ในวัดซึ่งเป็น ยันต์ที่หลวงปู่จันทร์ท่านได้เขียนเอาไว้และบอกสรรพคุณของตะกรุดแต่ละชนิดประกอบกับหลวงพ่อหวั่นท่านพอเข้าใจภาษาขอมได้อยู่ในระดับหนึ่ง จึงไม่ใช่สิ่งแปลกสำหรบท่านที่จะเขียนยันต์ลงในตะกรุด เมื่อลงตะกรุดแรกๆก็แจกให้กับญาติพี่น้องกันก่อนเพราะถือว่าในขณะนั้นท่านเป็นพระที่บวชใหม่ เมื่อญาติพี่น้องเอาไปใช้เกิดอภินิหารต่างๆในด้านเมตตาโชคลาภตลอดจนคงกระพันชาตรีตะกรุดพระหวั่นในยามนั้นจึงขยายวงกว้างแห่งความศรัทธาสู่ญาติโยมไปทั่ว ทำให้สมภารหนุ่มในขณะนั้นต้องสงเคราะห์ญาติโยมที่มาขอตะกรุดท่านตลอด ครูบาอาจารย์ในสายอาคมของท่านที่ไม่กล่าวถึงเลยไม่ได้เพราะเป็นบิดาของหลวงพ่อหวั่น โยมบิดาของหลวงพ่อหวั่นเป็นนักเล่นอาคม นับได้ว่าเป็นผู้ขมังเวทย์อีกคนหนึ่งในย่านคลองคูณ เพราะหมอหมึก โยมบิดาของท่านเป็นหมอแผนโบราณที่ชอบและฝักใฝ่ในเรื่องคาถาอาคมจนถือกันว่าขึ้นชั้นระดับแถวหน้าของชาวบ้านย่านคลองคูณเพราะเมื่อ ๕-๖๐ปีก่อนยังถือว่าบ้านคลองคูณยังอยู่ในถิ่นกันดารที่การเดินทางยังยากเข็ญอยู่นอกจากเกวียนหรือม้าแล้วก็ทางเรือเท่านั้นที่สะดวก ใครถูกผีเข้าเจ้าสิงก็ต้องวิ่งโร่ไปที่บ้านหมอหมึกและส่วนมากจะหายเสียด้วยจึงทำให้ชื่อเสียงลือกระฉ่อนออกไปในรัศมีกว้างในละแวกนั้น และย่านใกล้เคียงจึงมอบความไว้วางใจให้หมอหมึกเป็นผู้รักษาจะกินนํ้าหมากราดนํ้ามนต์ก็ไม่ขัดข้องเพราะ หมอหมึกถือว่าช่วยสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ร่วมโลกหายทุกข์คลายโศกกันคนแล้วคนเล่า หรือเจ็บไข้ได้ทุกข์ทางร่างกายและจิตใจก็วิ่งหาหมอหมึกให้ช่วยเจียดยา บรรเทาทุกข์เวทนา ด้วยที่หลวงพ่อหวั่นพบเห็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ของหมอหมึกผู้เป็นโยมพ่อหรือสมัยนี้เขาจะเรียกเสียโก้หรูว่าแพทย์แผนโบราณมาตั้งแต่เด็กๆจึงทำให้จิต ของหลวงพ่อหวั่น มีแต่ความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ผู้เกิดมาร่วมโลกเสมอด้วยญาติกันทุกคน นอกจากหมอหมึกบิดาของท่านแล้ว หลวงพ่อหวั่นได้เรียนวิชาจากตำราของหลวงพ่อโพธิ์ วัดคลองหมาเน่า ซึ่งหลวงพ่อโพธิ์ท่านเป็นพระมอญที่ไปจากจังหวัดปทุมธานี มีความเชี่ยวชาญในการลงตะกรุดคงกระพัน ไปอยู่ที่วัดคลองหมาเน่า จนกระทั่ง มรณะภาพ ลงญาติพี่น้องของท่านที่อยู่ในจังหวัดปทุมธานี ได้เดินทางไปรับศพท่านกลับมาประกอบพิธีทางพระศาสนาและปลงศพที่บ้านเกิดหลังที่ทางคณะกรรมการวัดคลองหมาเน่าตลอดจนผู้ศรัทธาได้ประกอบพิธีทางศาสนาได้ระยะหนึ่ง เล่ากันว่าหลวงพ่อโพธิ์ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เข้มขลังวิชาเป็นที่เคารพศรัทธาของญาติโยมใน ละแวกนั้น นอกจากหลวงพ่อโพธิ์วัดคลองหมาเน่าแล้ว หลวงพ่อหวั่น ท่านได้ไปเรียนคาถาด้านเมตตามหานิยมกับท่านพระอาจารย์รอด ที่สำคัญและไม่กล่าวถึงไม่ได้คือหลวงพ่อจันทร์ วัดคลองคูณพระเกจิอาจารย์นามอุโฆษในอดีต หลวงพ่อหวั่นได้เรียนรู้วิชาอาคมของหลวงพ่อจันทร์ท่านได้วิธีการลงอักขระยันต์ต่างๆในตะกรุดตลอดจนขั้นตอนการปลุกเสกและการนั่งสมาธิเพื่อให้วัตถุมงคลที่ได้ปลุกเสกไปเกิดมีฤทธิ์อำนาจทางพุทธคุณในด้านต่างๆ เมื่อได้ศึกษามาก็ได้ฝึกปรือจนแน่ใจว่าใช้ได้ในเรื่องพุทธคุณไม่ขาดไม่เกิน ความสามารถที่หลวงพ่อหวั่นท่านได้ร่ำเรียนสรรพวิชชามาก็นำมาสงเคราะห์ให้ญาติโยมซึ่งเดินทางมาจากที่ต่างๆทั้งใกล้และไกลเมื่อมีประสบการณ์ต่างบอกกล่าวเล่าต่อๆกันไปกระทั่งท่านนั่งต้อนรับญาติที่ต่างดั้นด้นมาหาท่านแม้ในขณะนั้นบางคนต้องเดินเท้ามานานนับชั่วโมงโดยมิย่อท้อ เดินทางมาเพื่อให้พบกับพระอาจารย์หนุ่มท่านนี้ให้จงได้ และหลวงพ่อหวั่น ท่านเป็นผู้มีเมตตาสูงใครไปใครมาขอเมตตาอะไรจากท่านก็ล้วนแต่สำเร็จจากปากสู่หูที่บอกเล่ากล่าวต่อกันไปชื่อเสียงของท่านหอมกระจายไปในทุกสารทิศเหมือนกลิ่นดอกแก้วที่หอมรวยรินไปกับสายลมในยามรุ่งอรุณ เกียรติคุณความดีของท่านนั้นหาได้ผิดแผกไปจากความหอมแห่งบุปผาชาติในยามรุ่งสางไม่ ปัจจุบันแม้สังขารจะล่วงเลยเข้าร่วมศตวรรษแล้วก็ตาม แต่หากมีพิธีพุทธาภิเษก ในเขตจังหวัดพิจิตรตลอดจนย่านใกล้เคียงในละแวกนี้จะต้องมีนามของท่านพระครูพิพิธธรรมาทรร่วมในพิธีฯอยู่ด้วยเสมอทุกครั้งไป การสร้างวัตถุมงคล พ.ศ.๒๕๔๖ ในปีนี้หลวงพ่อหวั่นได้รับการเลื่อนสมณะศักดิ์ขึ้นเป็นพระครูชั้นเอกเมื่อ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๕ และได้ฉลองพัดยศในวนที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ คณะศิษย์หลวงพ่อหวั่น ได้สร้างวัตถุมงคลขึ้นมารุ่นหนึ่งเป็นเนื้อผงใบลานเผาหรือคัมภีร์วรรณะของพระจะออกสีดำเป็นพระเครื่องพิมพ์สมเด็จด้านหลังรูปเหมือนครึ่งองค์ที่แกะจมลึกลงไปในเนื้อมียันต์ขอมด้านบน ล่างจะเขียนว่า พระครูพิพิธธรรมาทร นอกจากพระสมเด็จแล้ว ยังมีพระพิมพ์นางพญาเนื้อผงใบลานเช่นกัน ด้านหน้าจะเป็นรูปพระนางพญาพิมพ์เข่าตรง ส่วนด้านหลังตรงกลางจะเป็นยันต์ขอมว่า อิ สวาสุ จารึกหนังสือไทยไว้ว่า พระครูพิพิธธรรมาทร วัดคลองคูณ และพระชัยวัฒน์เนื้อผงใบลานซึ่งเมื่อแรกเห็น คิดว่าเป็นพระกริ่งแต่เมื่อได้ถามท่านหลวงพ่อหวั่นบอกว่าเป็นพระชัยเนื้อผงส่วนด้านหลังยันต์และหนังสือเหมือนกับพระนางพญา พระปิดตามหาลาภคือยกพระหัตถ์ทั้งสองขึ้นปิดพระพักตร์เนื้อผงใบลาน ด้านหลังบทความแบบเดียวกันกับ พระนางพญา เหรียญรุ่นแรกที่บรรดาลูกศิษย์ลูกหา ทุกคนรอคอยรูปเหมือนแทนกายท่านทางวัดได้สร้างเหรียญขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อ แจกในวาระที่หลวงพ่อหวั่นรับเลื่อนสมณะศักดิ์ขึ้นเป็นพระครูชั้นเอกลักษณะเหรียญเป็นแบบแฉกคล้ายจักรหรือแบบพัดยศของพระครู อันเป็นเครื่องประกอบสมณะศักดิ์ชั้นพระครูฯนั้นเองด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อ หวั่นครึ่งองค์จารึกนามสมณะศักดิ์ว่า พระครูพิพิธธรรมาทร รุ่นหนึ่ง สำหรับเหรียญรุ่นนี้มีเนื้ออัลปาก้าเพียงเนื้อเดียวสร้างจำนวน ๑๐,๐๐๐ เหรียญ ด้านหลังเหรียญตรงกลางเป็นยันต์กระบองไขว้ว่า “นะโมพุทธายะ”คือยันต์พระเจ้า ๕พระองค์ซึ่งเป็นบทสรรเสริญพระพุทธเจ้าที่ล่วงมาแล้วในอดีตตลอด จนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระศาสดาของพวกเราในปัจจุบันและพระศรีอริยะเมตไตยหรือพวกเรานิยมเรียกว่า พระศรีอารย์ นั่นเองซึ่งจะมาตรัสรู้ต่อจากพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อพุทธศาสนาเจริญถึง ๕,๐๐๐ปี แยกออก ระลึกถึงหรือน้อมสรรเสริญเป็นบทพุทธคุณ ดังนี้ คือ นะคือ พระกุกกุสันโธ โม คือพระโกนาคมน์ พุทคือ พระกัสสะปะพุทธ และธา หมายถึงพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือพระสมณะโคดม พระพุทธเจ้าของพุทธศาสนาใน ปัจจุบัน ส่วนยะ นั้นหมายถึงพระศรีอริยะเมตไตย ในด้านผู้ศึกษาวิชาอาคมเชื่อและถือต่อกันมาว่ายันต์พระเจ้า ๕ พระองค์นั้นเป็นยันต์ที่เข้มขลังใช้ได้ในทุกๆ ทางทั้งเมตตาโชคลาภแคล้วคลาด คงกระพัน ล้วนสร้างปาฏิหาริย์ มาช้านานแล้ว หรือที่เรียกกันว่า พระคาถาหรือยันต์บทนี้เป็นยันต์ครอบจักรวาลนั่นเองใต้ยันต์กระบองไขว้มียันต์ขอมว่า อิ สวาสุ คือ อิ ย่อมาจาก อิติปิโสฯ สวานั้นย่อมาจาก สวากขาโตฯ ส่วนสุ นั้นย่อมาจาก สุปฏิปันโนฯหรือที่เรียกกันว่ายันต์หัวใจแก้วสามประการซึ่งยันต์บทนี้เป็นบทสวดสรรเสริญคุณพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์นั่นเอง ซึ่งพระเวทย์หรือยันต์บทนี้ใช้ได้ในทุกด้านและมีหนังสือไทยว่า ๑๕ ก.พ. ๔๖ เหนือยันต์พระเจ้าห้าพระองค์จารึกผูกยันต์ไว้อีกบทหนึ่งว่า มะ อะ อุ หรือยันต์พระไตรปิฎก ทางโบราณเกจิอาจารย์ต่างๆถือกันว่ายันต์บทนี้เป็นยันต์ที่เด่นในทางแคล้วคลาดและเป็นเมตตามหานิยมสูงมาก จารึกเป็นภาษาไทยโค้งขึ้นตามขอบเหรียญด้านบนว่าที่ระลึกฉลองสัญญาบัตรพัดยศชั้นเอก ด้านล่างลงมาตามขอบเหรียญว่า วัดคลองคูณ อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร พ.ศ.๒๕๕๐ ทางคณะศิษย์และคณะกรรมการวัดคลองคูณ ร่วมกันจัดงานทำบุญอายุ ๗๒ ปีถวายหลวงพ่อหวั่น ใน ครั้งนั้นได้สร้างวัตถุมงคลเพื่อมอบเป็นที่ระลึกให้กับญาติโยมตลอดจนผู้เคารพเลื่อมใสหลวงพ่อหวั่นอาทิ รูปเหมือนรุ่นแรกหลวงพ่อหวั่นมีเนื้อทองคำ ๕ องค์ เนื้อเงิน ๕๐๐ องค์และเนื้อทองเหลือง ๑๐,๐๐๐องค์ ตอกหมายเลขประจำรูปเหมือนทุกองค์แต่ว่าทำองค์เล็กไปนิดหนึ่งมีความกว้างที่ ฐาน ๑ ซ.ม.สูงแค่ ๑.๗ ซมเท่านั้นนอกจากนั้นยังสร้าง พระขุนแผนเนื้อผงใบลานและพระขุนแผนเนื้อแร่เขาพนมพา แม่นางกวัก พิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่ รูปหล่อรุ่นเสาร์ ๕ รูปเหมือนรุ่น ๒ ขนาดพกพาติดตัว ซึ่งสร้างขึ้นในปี ๒๕๕๓ ทำพิธีอธิษฐานจิตเดี่ยวเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นวันเสาร์ขึ้น ๕ คํ่า เดือน ๕ พระสมเด็จ พิมพ์เกศบัวตูมแบบฝังตะกรุดตอกเลข ๗๒ ไว้มุมซ้ายมือด้านล่างนอกจากนั้นจะไม่มีรายละเอียดอื่นใด ปรากฏให้รู้พระสมเด็จพิมพ์นี้จะรู้แต่ผู้ใกล้ชิดในอนาคตเพราะคนนอกจะไม่สามารถรู้ได้เลย นอกจากคนที่ศรัทธาหลวงพ่อหวั่นและสะสมวัตถุมงคลสายตรงเท่านั้น พระผงรูปเหมือนพิมพ์จันทร์ลอย ขนาดกว้าง ๓ ซ.ม.แกะแม่พิมพ์แบบนูนสูงครึ่งองค์หน้าตรงมีหนังสือบอกว่า หลวงพ่อหวั่น ด้านหลังรอบๆเป็นสัตว์ประจำนักกษัตริย์เริ่มจากปีชวดหนูวนไปทางขวามือแบบตามเข็มนาฬิกาปีฉลูวัว จนถึงปีกุนหมูมีเนื้อผสมเกสรกับเนื้อก้นครก มีดหมอหรือเพชรฉลูกรรณ หลวงพ่อหวั่น ท่านได้สร้างมีดหมอหรือเพชรฉลูกรรณขึ้นมาในรูปของเล่มเล็กหรือมีดปากกาที่พกพาติดตัวไปในที่ต่างๆ โดยท่านกำหนยันต์พระเจ้า ๕ พระองค์ว่า นะโมพุทธายะลงบนใบมีดด้านหนึ่งซึ่งโบราณคณาจารย์เชื่อกันว่าเป็นยันต์ ที่ดีพร้อมหรือเรียกว่า ยันต์ครอบจักรวาลด้านหนึ่งส่วนอีกด้านหนึ่งจะลงอักขระว่า มะ อะ อุ ซึ่งเป็นยันต์หัวใจพระไตรปิฎก คุณสมบัติของมีดหมอนี้เชื่อกันว่าป้องกันคุณไสยลมเพ ลมพัดคนสมัยนี้อาจจะไม่เข้าใจ แต่สำหรับคนชนบท ยังพอรู้เรื่องและมีความเชื่อถือกันอยู่ หลวงพ่อจึงสร้างมีดหมอขึ้นมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจสำหรับญาติโยมในละแวกนั้นตลอดจนผู้เคารพเลื่อมใส เป็นขวัญและกำลังใจต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อได้มีดหมอมาแล้วจึงทำพิธีปลุกเสก ด้วยสวดการชุมนุมเทวดา ซึ่งเป็นการอัญเชิญให้เทวดามาร่วมอวยชัยให้พรต่อเจ้าของผู้ครอบครองมีดนั้นประสพแด่ความสุขความเจริญให้ทวียิ่งๆขึ้นและเพื่อให้เทวดานั้นจงได้ปกปักษ์รักษาให้เจริญงอกงามไพบูลย์พูนสุขตลอดจนชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงานที่ประกอบอยู่ เมื่อปลุกเสกเสร็จตามที่ท่านเห็นสมควรจึงนำออกให้ญาติโยมบูชาเพื่อความเป็นศิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว ล็อกเกตรุ่นแรก พ.ศ.๒๕๕๒ ทางวัดคลองคูณได้สร้างล็อกเกต หลวงพ่อหวั่น ขึ้นมาจำนวน๑,๐๐๐อันและถือว่าเป็นรุ่นแรกของหลวงพ่อหวั่น ทำ เพื่อแจกแก่ญาติโยมตลอดจนศรัทธาสาธุชนผู้ร่วมแสดงมุทิตาจิตใน วาระที่หลวงพ่อหวั่นเจริญอายุวัฒนะมงคลมาครบ ๗๔ ปีเมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ ที่ผ่านมาเป็นล็อกเกตแบบพื้นๆธรรมดาทั่วไปที่จ้างโรงงานทำมาขนาดเล็กประมาณสักเบอร์ ๕ หุ้มขอบมาจากโรงงานเสร็จเป็นลักษณะรูปเหมือนครึ่งองค์จารึกอักษรไทยว่า พระครูพิพิธรรมาทร(หวั่น)อายุ ๗๔ พรรษา ด้านหลังเป็นยันต์พระเจ้า ๕ พระองค์ในรูปกระบองไขว้ เหนือยันต์พระเจ้า ๕ พระองค์เป็นยันต์หัวใจพระไตรปิฎกว่า มะ อะ อุ เหนือตัว อุ เป็นตัวอุณาโลม หนุนยันต์พระเจ้า ๕ พระองค์ด้วย อิสวาสุ หรือหัวใจแก้วสามประการพระคาถาบทนี้ พระเกจิอาจารย์ตั้งแต่โบราณมาถือว่ามี ความศักดิ์สิทธิในด้านแคล้วคลาด คงกะพันเมตตาโชคลาภเรียกว่า เข้มขลังทุกทางดีนักแล ส่วนล่างลงมาจารึกเป็นภาษาไทยบอกว่า วัดคลองคูณ อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร พ.ศ.๒๕๕๒ จะสังเกตเห็นว่า การสร้างวัตถุมงคลแต่ละครั้งหลวงพ่อหวั่นจะยึดยันต์ พระเจ้า ๕ พระองค์เสริม้วยยันต์ พระไตรปิฎกและยันต์ในด้านโชคลาภเท่านั้นหรือที่เรียกว่ายันต์พระสีวลี นะชาลีติ เท่านั้น สีผึ้งเมตตา วิธีการทำตลอดจนขั้นตอนต่างๆหลวงพ่อหวั่นในการหุงสีผึ้ง ท่านจะให้ลูกศิษย์หาขี้ผึ้งแท้จากรังร้างเดือน ๕ หมายถึงรังผึ้งหลวงที่ไม่มีตัวอาศัยแล้วเอาขี้ผึ้งคือส่วนของรังมาให้ท่าน จากนั้นท่านจะทำพิธีหุงด้วยนํ้ามันและส่วนผสมมวลสารอื่นๆที่เป็นมงคลในด้านเมตตามหานิยมตามกรรมวิธีโบราณเมื่อเสร็จขั้นตอน จะแจกให้ญาติโยมไปใช้ หากใช้สีปากเล่าว่าจะหนักไปทางเมตตาค้าขาย เข้าหาเจ้านายให้กลั้นใจทาที่เพดานในปาก เล่าลือกันสะท้านทุ่งตะพานหินและถิ่นใกล้เคียงว่าสีผึ้งหลวงพ่อหวั่นในด้านเมตตาค้าขายแล้วละฮ้อแรด แต่บางครั้งก็ไม่มีเพราะท่านไม่ได้หุงเนื่องจากขาดอุปกรณ์ต้องสอบถามเอาเอง ปีนี้ตามหลักไสยเวทย์เกี่ยวกับคนเล่นคาถาอาคมถือว่าเป็นปีมหามงคลต่อการปลุกเสกเลขยันต์ตลอดจนการปลุกเสกอธิษฐานจิตวัตถุมงคลต่างๆ เพราะถือว่าเป็นปีเสาร์๕ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ขึ้น ๕ คํ่าเดือน ๕นานทีหลายปีครั้ง ๑ จึงจะเวียนมาบรรจบพบสักปี ทางวัดคลองคูณได้สร้างรูปเหมือนบูชาหลวงพ่อหวั่นสำหรับพระบูชารุ่นเสาร์ ๕ นี้ถือว่าเป็นรุ่นแรกสร้างขึ้นมา ๒ ขนาดคือ ขนาด ๑ นิ้วครึ่ง สำหรับวางหน้ารถยนต์ จำนวน๑,๐๐๐องค์และหน้าตัก ๕ นิ้วจำนวน ๑,๐๐๐องค์ โดยว่าจ้างช่างทางอำเภอพยุหะคีรี จังหวัด นครสวรรค์เป็นผู้เททองเพื่อให้บรรดาศิษย์ตลอดจนผู้เคารพเลื่อมใสบูชาเพื่อนำปัจจัยมา บูรณะ ปฏิสังขรณ์วัดคลองคูณต่อไป รูปพรรณเป็นรูปเหมือนขนาด ๕” หลวงพ่อหวั่นในแบบนั่งสมาธิราบบนตั่งมีบอกชื่อไว้ที่ฐานด้านหน้าว่า อุปัชฌาย์หวั่น ๒๕๕๓ ซึ่งจะสร้างผิดกับพระเกจิอาจารย์อื่นๆแทนที่จะบอกนามธรรมดาหรือนามสมณะศักดิ์กลับจารึกเป็นอุปัชฌาย์หวั่น สั้นง่ายได้ใจความ ด้านหลังว่าวัดคลองคูณ จ.พิจิตรใต้ฐานปิดทับด้วยปูนพลาสเตอร์เขียนพระคาถาหัวใจพระสีวลีว่า นะชาลีติเป็นยันต์ที่เชื่อกันว่าเน้นหลักไปในทางโชคลาภโชคลาภ และกำกับด้วยยันต์ หัวใจ พระไตรปิฎก ว่า มะ อะ อุ และตามด้วยยันต์สุริยะจันทร์ ซึ่งยันต์ที่กล่าวถึงนี้ทางโรงหล่อแกะแบบหล่อติดมาที่ผ้าสังฆาฏิ ถือว่าเป็นยันต์แห่งความอุดมสมบูรณ์แห่งโชคลาภและอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขนั่นเอง ซึ่งด้วยความปรารถนาโดยเนื้อแท้แล้วที่ใช้ยันต์นี้ติดสังฆาฏิและเขียนด้วยปากกาที่ปูนพลาสเตอร์เพื่อต้องการให้ผู้นำไปบูชาเกิดความสงบสุขร่มเย็นกันโดยถ้วนหน้า ส่วนรูปเหมือนขนาดนิ้วครึ่งสำหรับตั้งหน้ารถยนต์ที่ตู้ด้านหน้าจะเขียนว่า หลวงพ่อหวั่น กุสลจิตโตหลังตู้ครอบจะเป็นยนต์พระเจ้า ๕ พระองค์ วัดคลองคูณ อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ตะกรุด ตะกรุดโทน เป็นแผ่นทองแดงหนึ่งแผ่นและแผ่นตะกั่วนมหนึ่งแผ่นลงยันต์แล้วประกบซ้อนกันแล้วม้วน ตามที่ผู้ศรัทธานั้นเชื่อกันว่าตะกรุดนี้ดีในทางพุทธคุณคงกระพันแคล้วคลาดและเมตตา หมายความว่ามีคนที่นำตะกรุดดังกล่าวไปพกพา ติดตัวถูกดักลอบยิงและคลาดแคล้วกันหวุดหวิดนี่คืออานุภาพของตะกรุดหลวงพ่อหวั่นที่คนพิจิตรโจษขานกันเซ็งแซ่ จึงไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อที่หนุ่มๆออกทุ่ง เลี้ยงวัวเลี้ยงควายจะพกตะกรุดโทนไปเป็น เครื่องราง คู่กายเพราะเล่ากันมาจากปากสู่หูบางคน โดนสะกรัมถูกรุมยำตีนมาด้วยตนเองรอดตีนแคล้วคลาดคมมีดมา ชนิดนึกแล้วใจหวิวเหมือนขึ้นยืนบนตึก ๑๐ ชั้นเตรียมกระโจนพุ่มหลาวเข้าหาความตาย แต่รอดมาได้มันก็น่าอัศจรรย์ใจพิลึกอยู่ดอก ตะกรุดสาลิกาคู่ ตะกรุดแห่งความเมตตา เป็นตะกรุดที่นิยมกันในท้องถิ่นซึ่งผู้ที่เคยเห็นตะกรุดชนิดนี้ตอนยังไม่ม้วนบอกว่าเป็นรูปยันต์นกสาลิกาสองตัวหันหน้าเข้าหากัน เป็นตะกรุดที่เน้นในด้านเมตตาประเภทใครเห็นเกิดความรักและเมตตาสงสาร อยากให้อยู่ใกล้ชิดตลอดไปหรืออยากยืนยัน หาที่มาของข่าวลองหาต้นตอ ที่ ดาบตำรวจ เกษม นามสกุลขอสงวนเจ้าหน้าที่ สถานีวิทยุชุมชนคนพิจิตร ดาบเษมเป็นอีกคนหนึ่งที่สะสมวัตถุมงคลหลวงพ่อหวั่นเกือบครบทุกรุ่นเพราะศรัทธาและแนะนำเพื่อนฝูงไปกราบขอวัตถุมงคลของหลวงพ่อหวั่นเป็นประจำ ตะกรุดโทนสำหรับผู้หญิงดอกมีขนาดเล็กเท่าตะกรุดสาลิกาสำหรับติดในเสื้อชั้นในหรือใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์หรือกระเป๋าถือว่าเป็นการสะดวกคุณภาพเท่าหรือเหมือนตะกรุดโทนดอกใหญ่ และใช้วัสดุเป็นทองเหลือง ชาวบ้านที่ศรัทธาหลวงพ่อหวั่นเชื่อว่า ตะกรุดโทนสำหรบสุภาพสตรีนั้นเข้มขลังเสมอกับตะกรุดโทนของผู้ชายแม้ดอกจะเล็กแต่พุทธคุณไม่ด้อยน้อย กว่ากัน จะเน้นไปทางคงกระพันมหาอุดหยุดลูกปืน ตะกรุดมหาอุดเป็นตะกรุดที่มีความยาวประมาณ ๕นิ้วจะสั้นไปนิดจะยาวไปหน่อยก็ไม่น่าจะเกินที่เขียนนี้เป็นตะกรุดที่เมื่อลงยันต์แล้วถักเชือกลงรักปิดทองแต่ว่าค่าบูชาสูงกว่าวัตถุมงคลแบบอื่นๆ ตะกรุดชนิดนี้นักเลงวัยรุ่นในท้องถิ่นชื่นชอบและนิยมกันมากเรื่องตีรันฟันแทงส่วนใหญ่เชื่อกันว่าแมลงวันไม่มีโอกาสได้ลิ้มเลือด ส่วนที่ให้ผู้เรียบเรียงยืนยัน ๑๐๐๐% ย่อมทำไม่ได้เพราะยังไม่เคยโดนนักเลงกระตุกหาความแน่ความเก๋าเพราะเรามันแก่เกินแกงจะทิ่มจะแทงก็เสียมีดเสียเวลาที่จะออกไปกวนเมืองกับรุ่นใกล้เคียงกันดีกว่า ตะกรุดหนังเสือ ทางคณะศิษย์และหลวงพ่อหวั่น ได้ซื้อหนังเสือโคร่งมาผืนหนึ่งตัดเป็นแผ่นลงตะกรุด ใน ทาง มหาอำนาจในตัวผู้พกพาเพราะเสือนั้นถือว่าเป็นเจ้าแห่งพงไพรแม้ยามเยื้องย่างไปทางใดก็ดียามนั้นป่าจะเงียบสงัดแม้แต่จักจั่นเรไรในราวไพรจะเงียบสนิทสัตว์จะจตุบาททวิบาทจะหลบเข้าซุ่มเงียบไม่ไหวติงสรรพสำเนียงทั้งปวงในราวไพรนั้นเงียบสงัดแม้พระพายยังหยุดพักการพัดผ่านใบพฤกษาหยุดการไหวติงลงชั่วขณะราวไพรนั้น จะตกอยู่ในความเงียบเชียบ ลงชั่วขณะโดยเฉพาะ เมื่อพยัคฆ์ร้ายคำรามสัตว์ทั้งปวงจะชุกตัวเงียบเพราะด้วยอำนาจแห่งตะบะของเสือร้ายนี่เอง ตะกรุดหนังสือจึงหนักในทางอำนาจตะบะเดชะเป็นที่กริ่งเกรงของผู้พบเห็นโดยเฉพาะคนเป็นหัวหน้างานหัวแผนกหัวหน้ากองแม่ทัพนายกองสมควรยิ่งนัก ที่จะมีพกติดตัวไปในทุกหนแห่งเพื่อให้เกิดอำนาจเป็นที่เกรงขามและกริ่งเกรงของผู้พบเห็นนั่นเอง ตะกรุดโสฬสเป็นตะกรุด๑๖ดอกรวมกันเป็นเส้นซึ่งสร้างน้อยมากไม่ค่อยพบเห็นมากนักเพราะการถักเชือกตะกรุดนั้นยุ่งยากแต่ก็ มีส่วนดีที่ในปัจจุบันมีหลอดพลาสติกใส่สะดวกปิดหัวท้ายด้วยห่วงแสตนเลสง่ายต่อการพกพา ตะกรุด คู่ชีวิต ซึ่งยันต์นี้ในจังหวัดพิจิตรพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าหลวงพ่อเรือง วัดบ้านดง หลวงพ่อน้อย วัดป่ายางนอกหลวงพ่อเงิน วัดท้ายนํ้า หลวงพ่อโพธิ์ วัดวังหมาเน่าได้ทำตะกรุดดังกล่าวเพื่อแจกญาติโยมลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด ซึ่งกล่าวว่าเน้นในเรื่องอยู่ยงคงกระพันถือว่ามีพุทธคุณในด้านคงกระพันสูงมากโดนปืนยิงมีดแทง เสื้อแสงขาดวิ่นแต่แมลงวันไม่เคยได้ลิ้มเลือดลูกศิษย์ลูกหาตลอดผู้เคารพเลื่อมใสจึงเรียกว่า ตะกรุดคู่ชีวิตเพราะคิดว่าหากมีตะกรุดหลวงพ่อโพธิ์ วัดวังหมาเน่าไปแล้วชีวิตจะปลอดภัยจากเหตุร้ายทั้งปวงเปรียบดังมีสิ่งที่เป็นคู่ชีวิตคุ้มครองนั้นเอง ซึ่งต่อมาภายหลังหลวงพ่อหวั่นได้รับการตกทอดการทำตะกรุด คู่ชีวิต หลวงพ่อโพธิ์ วัดวังหมาเน่า หลวงพ่อหวั่นจึงสร้างตะกรุดคู่ชีวิต สร้างตามตำราของหลวงพ่อโพธิ์ วัดวังหมาเน่า ตะพานหิน อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในเรื่องทำตะกรุด การสร้างตะกรุดคู่ชีวิตนั้นปฏิบัติดังนี้ ๑.ใช้ตะกั่วนํ้านม(ตะกั่วอ่อน)จารอักขระยันต์ครบถ้วนตามตำราหลวงพ่อโพธิ์แล้ว จึงเสริมยันต์ของท่านที่ได้เรียนมาลงไปจำนวนหนึ่งเมื่อเสร็จจึงทำอั่วหรือไส้ทองแดงเป็นแกนกลางอีกชั้นหนึ่งจึงทำพิธีปลุกเสกแล้วถักเชือกบางครั้งก็ ถักไม่ทัน ใครขอก็ให้ไปเลยบางทีถักไม่ทันก็เอาไปบูชากันทั้งที่ยังไม่ถักนั่นแหละ บูชาบูรพาจารย์ หลวงพ่อหวั่นเจริญอายุมาครบ ๖ รอบ(๗๒ปี) ประกอบกับในขณะนี้หลวงพ่อหวั่นเองท่านก็อยู่ในวัยชรา จึงคิดบูชาคุณบูรพาจารย์ของวัด ได้จัดสร้างรูปหลวงพ่อจันทร์แบบเนื้อผงในท่าท่านนั่งสมาธิเต็มองค์แกะฯนูนสูงขึ้นมาจากพื้นผนังด้านหลัง ส่วนด้านหลังจะเป็นพระพิฆเนศวรหรือเทพเจ้าแห่งความสำเร็จ อยู่ตรงกลางเช่นกันในรอบๆรัศมีเปลวเพลิง สำหรับหลวงพ่อจันทร์เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ไม่มีรูปถ่ายของท่านจึงยากที่จะบอกว่าเหมือนหรือไม่เหมือนองค์จริงสอบถามชาวบ้านในถิ่นนั้นบอกว่าทำให้เหมือน รูปปั้นที่ในวัดซึ่งเป็นที่เคารพกราบไหว้ของชาวบ้านคลองคูณที่เล่าว่าใครขอหรือบนบานอะไรมักจะสมปรารถนาทุกรายไป และรอบๆพระพิฆเนศวรนั้นจะเป็นสัตว์ประจำปีเกิดวนทางขวา เช่นปีชวดหนูปีฉลูวัวหรือภาษาโหราศาสตร์จะเรียกกันว่าสิบสองนักกษัตริย์หรือสัตว์ประจำปีเกิดทั้ง ๑๒ ปี รูปเหมือนเทโบราณ หลวงปู่จันทร์ เพื่อเป็นการน้อมนำคารวะครูบาอาจารย์ในอดีตประจำอารามแห่งนี้ จึงจัดสร้างรูปเหมือนหลวงปู่จันทร์ขนาดห้อยคอเทโบราณในแบบสมาธิรูปร่างจะไม่สวยและคมชัดเหมือนรูปหล่อฉีดทั่วๆไป พระประสบการณ์มาก เนื้อสัตตะโลหะ พร้อมบัตรรับรอง
สวยสุดยอดอีกรุ่นครับ สร้าง 2999 องค์เท่านั้น แบ่งไป จัดให้เหมือนเดิม พร้อมกล่องเดิมครับ อย่าลืมดูรายการอื่นๆนะครับ ^_^ กดที่ขอบคุณมากๆครับ
แบ่งป้นบูชา เหรียญหลวงพ่อทอง บารมีบุญ65 วัดพระพุทธบาทเขายายหอม โค็ตเงิน จารหน้า-หลัง หมายเลข 2955 ทองแดงผิวไฟ สวยมาก พร้อมกล่อง
@วัดใจเคาะเดียว@รูปเหมือนปั๊ม อุดกริ่ง หลวงปู่จือ พันธมุตโม วัดเขาตาเงาะอุดมพร จ.ชัยภูมิ รุ่นเจริญพร เนื้อทองแดง อุดกริ่ง เลข ๓๔๗ พร้อมกล่องเดิม รับประกันตามกฏเวปและความแท้ตลอดชีวิต ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาร่วมประมูลหรือแวะชม ขอให้ร่ำรวยและมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ครับ อย่าลืมดูรายการอื่นๆนะครับ ^_^ กดที่ขอบคุณมากครับ