พุทธสยามบารมี

ข้อมูลสมาชิก – พุทธสยามบารมี

เริ่มเป็นสมาชิก: December 18, 2012 03:15:27 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 142 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 1965 รายการ , คำติ: 0 รายการ

ประวัติ Feedback

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระสมเด็จทั่วไป/5975605


เวปประมูลก็ต้องเคาะประมูล ชิมิๆ เคาะกันวันละนิดจิตแจ่มใส พี่ๆแต่ละท่านก็มี ((( สไตล์ ))) ที่แตกต่างกัน อย่าว่างั้นงี้เลย ปอดกับหัวใจนู๋ไม่ค่อยแข็งแรง " พี่ๆคงไม่ปล่อยให้นู๋เร้าใจอยู่คนเดียวนะคร๊าบบบ "   พี่ๆแวะชมดูแล้วล็อคอินกันรึยังจ๊ะ วันนี้เปิด พรุ่งนี้ปิด ??? ลับแป้นรอกันเร้ยยย..ไม่เก็บวันนี้วันหน้าจะไม่มีให้เก็บนะจ๊ะ (((  ลงกรุวัดประสาทฯ  )))   พระสมเด็จ  วัดประสาทบุญญาวาส  ปี2506 เนื้อขาว  ((( สูง 3.60 ซ.ม. )))  เก่าตามสภาพ ...คลาสสิคสุดๆ  ควรค่าแก่การบูชา น่าสะสมจังเลยคร๊าบ...   มีข้อมูลดี ดี บางช่วงบางตอน พี่ๆแวะมาศึกษาร่วมกัน อ่านกันเพลินๆนะคร๊าบ เครดิต http://www.web-pra.com/Shop/wison/Show/763593  ขอบพระคุณคร๊าบ   วัดประสาทบุญญาวาส สร้างขึ้นเมื่อราวๆ พ.ศ. ๒๓๗๖ ได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๙ ใช้ชื่อวัดว่า วัดคลองสามแสน เพราะอยู่ใกล้คลองสามแสน (ปัจจุบันเรียกคลองสามเสน) ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดขวิด เพราะมีต้นมะขวิดอยู่ด้านข้าง อุโบสถขนาดใหญ่ ๒ ต้น และประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๖ ก็เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ เสนาสนะ หลายหลังพร้อมทั้งอุโบสถหลังเดิมก็ถูกไฟไหม้เสียหายส่วนหนึ่ง เจ้าอาวาสในขณะนั้นคือ พระครูสมุห์อำพล พลวฑฺฒโน ได้สร้างอุโบสถขึ้นใหม่ ประวัติการสร้าง พระวัดประสาทบุญญาวาส ๒๕๐๖ ในปี ๒๔๙๘ วัดประสาทบุญญาวาสถูกเพลิงเผาผลาญครั้งใหญ่ คืนหนึ่งพระอาจารย์ทิม เจ้าอาวาสวัดช้างให้ ได้นิมิตถึงหลวงปู่ทวด มาบอกให้ท่านไปช่วยบูรณะ วัดประสาทบุญญาวาส กรุงเทพฯ ด้วยเนื่องจากถูกไฟไหม้ พระอาจารย์ทิมจึงได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสืบข่าวว่านิมิตดังกล่าวเป็นความจริง หรือไม่ โดยเข้าจำวัดที่วัดเอี่ยมวรนุช และได้รับการยืนยันว่า วัดประสาทบุญญาวาสถูกไฟไหม้จริง พอทราบท่านจึงเดินทางไปที่วัดประสาทบุญญาวาส เพื่อปรึกษาหารือกับพระครูสมุห์อำพล ในการบูรณะวัดประสาทบุญญาวาส ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ต่อมาในปี ๒๕๐๒ พระอาจารย์ทิม เจ้าอาวาสวัดช้างให้ ได้นำแม่พิมพ์และมวลสาร พระหลวงปู่ทวดรุ่นแรกปี ๒๔๙๗ พร้อมว่านแร่ดินกากยายักษ์มาให้วัดประสาทบุญญาวาส เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในการสร้างพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านดำ แดง ขาว พิมพ์ที่ด้านหลัง มีเจดีย์ และพิมพ์ที่ด้านหลัง ไม่มีเจดีย์ พระครูบริหาร คุณวัตร เจ้าอาวาสวัดใหม่อมตรส ได้มอบพระสมเด็จบางขุนพรหมที่แตกหัก ชำรุดจากรุ่นเปิดกรุในปี ๒๕๐๐ เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในการสร้างพระหลวงปู่ทวดด้วย ซึ่งพระสมเด็จบางขุนพรหม รุ่นนี้ปลุกเสกโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังฯ เมื่อประมาณปี ๒๔๑๓ รายนามพระเกจิคณาจารย์ร่วมปลุกเสกอธิษฐานจิต อาทิ พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้, หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก, หลวงปู่เขียว วัดหรงบล, หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่, หลวงปู่นาค วัดระฆังโฆสิตาราม และพระเกจิดังๆในสมัยนั้นเป็นร้อยรูป ประมาณว่าเราไม่ต้องมีหรือแขวนวัตถุมงคล ของหลวงพ่อหลวงปู่หลายๆท่าน แต่มีพระวัดประสาทไว้สักองค์หนึ่งก็พอแล้ว   (เพื่อความอุ่นใจ..พี่ๆลองเช็คราคานอกเวปดูก่อนเข้าร่วมประมูลนะคร๊าบบบ ^_^) หมายเหตุ ทุกข้อสงสัยล้วนมีคำตอบ สงสัยเรื่องใดเมล์ถามข้อมูลได้เลยคร๊าบบบ พี่ๆ ชาวดี ดี..... *** จัดส่งพระตามรูป รับประกันตามกฎเวป *** ผู้ชนะการประมูลโอนเงินแล้วรบกวนฝากข้อความในกล่องข้อความหรือโทร.แจ้งก็ได้นะครับ เพื่อความรวดเร็วในการจัดส่ง จัดส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน ปลอดภัย ไร้กังวล คร๊าบ... ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเยี่ยมชมหรือเข้าร่วมการประมูล ขอบพระคุณคร๊าบบบ ^_^


เขียนโดย :thaiart เจ้าของรายการ December 08, 2015 03:13:09

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/เบ็ดเตล็ดพระเครื่อง/5870308


ตะกรุดขลังขมังเวทย์ พิมพ์ครั้งที่2 อานุภาพแห่งพระเวทย์วิทยาคม ที่อยู่คู่ความเป็นไทย จากอดีตสู่ปัจจุบัน และเติบโตต่อไปในอนาคต อภินิหารครอบจักรวาลไม่อาจหยุดยั้ง ในเล่มได้รวบรวมตะกรุดจากหลายคณาจารย์ดังต่อไปนี้ -ตะกรุดและความเป็นมา -ตะกรุดสายวัดสะพานสูง นนทบุรี -ตะกรุดหลวงพ่อเงิน วัดท้ายตลาด กรุงเทพฯ -ตะกรุดหลวงพ่อหลวงปู่เอี่ยมวัดหนัง กรุงเทพฯ -ตะกรุดหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ อยุธยา -ตะกรุดหลวงพ่อปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท -ตะกรุดหลวงพ่อปู่นาค วัดแจ้ง กรุงเทพฯ -ตะกรุดหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ นครสวรรค์ -ตะกรุดหลวงพ่อปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม -ตะกรุดหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก นครปฐม -ตะกรุดหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม สมุทรสงคราม -ตะกรุดหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย -ตะกรุดหลวงพ่อโพ วัดวังหมาเน่า พิจิตร -ตะกรุดหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา -ตะกรุดหลวงพ่อปู่จันทร์ วัดนางหนู ลพบุรี -ตะกรุดหลวงพ่อปู่ยิ้ม วัดหนองบัว กาญจนบุรี -ตะกรุดหลวงพ่อใจ วัดเสด็จ กาญจนบุรี -ตะกรุดหลวงพ่อเนียม วัดน้อย สุพรรณบุรี -ตะกรุดหลวงพ่อหรุ่น วัดอัมพวัน กรุงเทพ -ตะกรุดหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย สมุทรปราการ -ตะกรุดหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อยุธยา -ตะกรุดหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ สมุทรสงคราม -ตะกรุดหลวงพ่อปู่ภู วัดอินทร์  กรุงเทพฯ -ตะกรุดหลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม -ตะกรุดหลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง เพชรบุรี -ตะกรุดหลวงพ่อพ่อพิธ วัดฆะมัง พิจิตร -ตะกรุดหลวงพ่อทบ วัดชนแดน เพชรบูรณ์ -ตะกรุดหลวงพ่อปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพ -ตะกรุดหลวงพ่อปู่ดู่ วัดสะแก อยุธยา -ตะกรุดหลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ อยุธยา -ตะกรุดหลวงพ่อปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง -ตะกรุดหลวงพ่อปู่เทียม วัดเกษัตราฯ อยุธยา -ตะกรุดหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค นครสวรรค์ -ตะกรุดอาจารย์นอง วัดทราบขาว ปัตตานี -ตะกรุดหลวงพ่อเตียง วัดเขารูปช้าง พิจิตร -ตะกรุดหลวงพ่อโอด วัดจันทร์แสน นครสวรรค์ -ตะกรุดหลวงพ่อหว่าง วัดท่าพุทรา กำแพงเพชร -ตะกรุดวัดพ่ทไธศวรรย์ อยุธยา -ตะกรุดอาจารย์อ๊อด วัดสายไหม กรุงเทพ -ตะกรุดหลวงพ่อยิด วัดหนองจอก ประจวบคีรีขันธ์ -ตะกรุดหลวงพ่อวิเวียร วัดดวงแข กรุงเทพ -รวมตะกรุดขลัง พระคณาจารย์ดังในอดีต -ตะกรุดหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิจิตร -ตะกรุดหลวงพ่อผุด วัดวังเวียน จันทบุรี -ตะกรุดหน้าผากเสือ -ตะกรุดหนังควายเผือก-หนังกระเบน -ตะกรุดชุด -รวมตะกรุดขลังคู่แผ่นดิน ความหนา 82 หน้าภาพสวยคมชัดทั้งเล่ม


เขียนโดย :tauwan เจ้าของรายการ December 06, 2015 09:05:04

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระสมเด็จทั่วไป/5898711


พระชุดวัดประสาทบุญญาวาส  กรุงเทพฯ  ปี ๒๕๐๖  มวลสารผสมผงวัดระฆัง และสมเด็จบางขุนพรหม จัดสร้างโดย "พระสมุห์อำพล"อดีตเจ้าอาวาสวัดประสาทฯ ในช่วงปี  ๒๕๐๕ -  ๒๕๐๙  มวลสารผสมผงวัดระฆังฯ  โดยท่านพยายามเสาะหาผงวิเศษจากหลายๆพระอาจารย์รวมทั้งชิ้นส่วนพระเครื่องแตก หักเก่าๆทั้งพระกรุและพระเกจิอาจารย์นับไม่ถ้วน โดยเฉพาะชิ้นส่วนแตกหักของ "สมเด็จบางขุนพรหมกรุใหม่" ที่ทางวัดเปิดกรุ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐  มีจำนวนหลายลังทีเดียว ว่ากันว่า พระผงวัดประสาทฯ มีชิ้นส่วนแตกหักของพระสมเด็จบางขุนพรหมมีผสมอยู่มากกว่าสมเด็จบางขุนพรหม ๐๙   เสียอีก พระเกจิที่มาร่วมพิธีวัดประสาทฯ นั้นก็มีมากถึง ๒๐๐  กว่ารูป จนนั่งภายในพระอุโบสถไม่หมด ต้องให้นั่งข้างนอกพระอุโบสถแล้วโยงสายสิญจน์ออกมา พิธีในครั้งนั้นจัดว่าเป็นพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลที่ยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ ที่สุดนับแต่พิธีปลุกเสกพระเครื่องฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ เป็นต้นมา   *** มวลสาระสำคัญที่ได้รับมอเพื่อการจัดสร้างพระมีดังนี้ *** 1.มวลสารในการจัดสร้างสุดยอด มีส่วนผสม - ผงสมเด็จบางขุนพรหม พระครูบริหารคณาวัตร รองเจ้าอาวาสมอบให้ - ผงพระหักสมเด็จพระพุฒาจารย์โต - ผงพระหักสมเด็จปิลันท์ ซึ่งพบในเจดีย์วัดเทพากร - ผงพระเครื่องของขวัญวัดปากน้ำ ลพ.สดมอบให้วัดประสาทเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ - ผงพระหักกรุลำพูน - ผงพระกรุวัดพลับ - ผงหลวงพ่อโอภาสี เป็นต้น เกจิที่ร่วมพิธีปลุกเสก อาทิ  เช่น อาจารย์ทิม วัดช้างไห้ ลพ.คล้าย วัดสวนขัน ลพ.ดิษฐ์ วัดปากสระ ลพ.น้อย วัดธรรมศาลา ลพ.ใจ และ ลพ. พล วัดวังยายหุ่น ลป.โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ลพ.แดง วัดเขาบันไดอิฐ ลพ.มุ่ย วัดดอนไร่ ลพ.เงิน วัดดอนยายหอม ลพ.กวย วัดโฆสิตาราม ลพ.พรหม วัดช่องแค ลพ.ทบ วัดชนแดน ลป.ทิม วัดละหารไร่ ลป.เขียว วัดหรงมล ลพ.จง วัดหน้าต่างนอก ลป.ดู่ วัดสะแก ลป.สี วัดสะแก ลพ.แพ วัดพิกุลทอง ลป.นาค วัดระฆังฯ ลป.หิน วัดระฆังฯ ลพ.โบ๊ย วัดมะนาว  ฯลฯ


เขียนโดย :เกื้อหนุน เจ้าของรายการ December 06, 2015 08:05:05


ขอบคุณครับ (auto feedback)


เขียนโดย :noomno ผู้ชนะประมูล November 28, 2015 16:40:06


มาวัดใจกัน พระชินราชอินโดจีน สุดยอดพระเครื่องแห่งยุค ดีนอกดีใน หายากยิ่ง มาพร้อมบัตรรับรอง


เขียนโดย :suankularb เจ้าของรายการ November 25, 2015 11:41:05

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์/5921187


วัดใจเริ่มที่ 40 บาท พระแก้วมรกตเนื้อสามกษัตรกรมสรรพสามิต ครบรอบ 64 ปี ผิวสวย พร้อมกล่องเดิม (รบกวนพิจารณาให้ชอบก่อนเคาะนะครับ ผมพยายามถ่ายรูปให้ชัดเจนที่สุดจะได้ไม่เสียโอกาสซึ่งกันและกันนะครับ) 


เขียนโดย :เหยี่ยวแมงปอ เจ้าของรายการ November 20, 2015 16:40:38

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/5850764


พระขรัวอีโต้ กรุวัดเลียบ หรือ วัดราษฎร์บูรณะ บางครั้งก็เรียกขานกันว่า พระขรัวอีโต้ลอยน้ำ เป็นพระกรุที่บรรจุไว้ในเจดีย์ในวัดราษฎร์บูรณะ และในเจดีย์วัดเทพากร เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยตามตำนานขรัวอีโต้ หรือหลวงพ่อขรัวอีโต้ เป็นภิกษุรูปหนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย คือสมัยเสียกรุงครั้งหลังสุด (พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า ประชาชนถูกกวาดต้อนไป เป็นเชลยยังกรุงหงสาวดีเป็นอันมาก รวมทั้งพระสงฆ์สามเณรด้วย ในจำนวนนั้นมีภิกษุรูปหนึ่ง ได้ร่วมไปในกลุ่มเชลยศึกพร้อมทั้งโยมหญิง โยมชาย พี่ร่วมท้องน้องร่วมสายโลหิต ต้องตกไปเป็นเชลยพม่าอยู่เป็นเวลาแรมปี ภายหลังเมื่อโยมบิดามารดาที่ชราอยู่แล้ว และต้องตกระกำลำบากจากบ้านเกดเมืองนอนไปอยู่แดนศัตรู มีความทุกข์ระทมใจเป้นอย่างมากก็ถึงแก่ความตายทั้งสองท่าน พระภิกษุรูป นั้นจึงหดความห่วงใย ไม่คิดจะอยู่ในหงสาวดีต่อไป ท่านจึงเล่าความในใจให้น้องสาวของท่านฟัง น้องสาวของท่านเห็นดีตามที่พระพี่ชายคิดไว้ พอได้ฤกษ์งามยามดีในราตรีกาลวันหนึ่ง พระภิกษุและน้องสาวจึงหลบหนีจากแดนเชลยในหงสาวดี มุ่งหน้าสู่กรุงศรีอยุธยา โดยเหตุที่ท่านเป็นผู้เรืองวิชาอาคม ท่านจึงพาน้องสาวของท่านหลบหนีข้าศึก รอนแรมมาในระหว่างทาง ค่ำที่ไหนก็หยุดพักนอนที่นั่น โดยใช้มีดอีโต้ที่ถือติดมือมาเล่มเดียว วางไว้ตรงกลางระหว่างตัวท่านนอนข้างหนึ่ง น้องสาวของท่านนอนข้างหนึ่ง รอนแรมเรื่อยมาเป็นเวลาแรมเดือน เล่ากันมาว่าจนผมยาวดังองคุลี เป็นที่ผิดสังเกต เพราะสมัยนั้นพระสงฆ์ 15 วันปลงผมครั้งหนึ่ง เมื่อถึงกรุงศรีอยุธยาและบ้านเกิดแล้ว เห็นแต่บ้านร้างเมืองว่างเปล่าปรักหักพังไม่มีผู้คนอาศัย ต้องย้ายไปอยู่บางกอก ท่านจึงพาน้องสาวของท่านเดินทางต่อไปยังบางกอก แล้วพักอยู่จำพรรษาที่วัดเลียบ หรือวัดราชบุรณะในปัจจุบัน ในวันสองวันนั้น ก็มีเหตุไม่ดีงามเกิดขึ้น โดยประชาชนโจทก์ขานกันว่า ท่านเป็นผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์บ้าง เป็นปราชิกบ้าง เพราะอยู่ร่วมด้วยสตรีมาเป็นเวลานาน ท่านไม่โต้ตอบด้วยประการใด แต่ยืนยันว่า ศีลของท่านยังบริสุทธิ์อยู่ ไม่ด่างพร้อยแม้แต่น้อย ประชาชนค้านว่า ใครจะเชื่อท่านได้ ท่านตอบว่า เราและน้องเรารู้ดี และอีโต้เล่มนี้แหละเป็นพยาน แล้วท่านก็ถืออีโต้เล่มนั้นเดินไปที่สระน้ำพร้อมกับประชาชน (สระนี้ เมื่อวัดอยู่ในสภาพเดิม ตั้งอยู่ระหว่างคณะ 14 กับคณะ 16 กว้างประมาณ 10 วา ยาวประมาณ 20 วา อยู่กลางวัด) สำหรับพระสงฆ์ใช้เป็นน้ำฉัน ผู้ใหญ่เล่าว่า เมื่อสมัยก่อน สระน้ำนี้เป็นสระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ มีหินใหญ่ลอยอยู่แผ่นหนึ่ง พระเณรเวลาจะเข้าแปลหนังสือเป็นมหาบาเรียญมักมาขออาบน้ำในสระนี้ ฯลฯ ต่อมามีคนไปทำสกปรกหินเลยจมหายไป ภายหลังเป็นที่ต่อมามีคนไปทำสกปรกหินเลยจมหายไป ภายหลังเป็นที่ปล่อยเต่า-ปลา มีเต่าใหญ่ ๆ ปลาใหญ่ ๆ มากปัจจุบัน ถูกถมเป็นที่สร้างเป็นอาคารพานิชซึ่งตรงข้าม ร.ร.สวนกุหลาบฝั่งวัดขณะนี้ พลางตั้งสัตย์อธิษฐานว่า "หากศีลจารวัตรของข้าพเจ้ายังบริสุทธิ์อยู่ ขอให้มีดโต้เล่มนี้จงลอยอยู่ผิวน้ำปรากฏแก่สายตาคนทั้งหลาย หากข้าพเจ้าวิบัติโดยศีลจารวัตรแล้ว ก็ขอให้มีดเล่มนี้จงจมลงในน้ำนี้ตามสภาพเถิด" อธิษฐานแล้วท่านก็โยนมีดลงไป ปรากฏเป็นที่มหัศจรรย์ยิ่ง เพราะมีดเล่มนั้นลอยน้ำประจักษ์แก่สายตาของประชาชนทั่วไปที่มุ่งดูอยู่ในที่ นั้น ด้วยความมหัศจรรย์นี้ ทำให้กิตติศัพท์ของท่านขจรไปอย่างรวดเร็ว ว่าท่านมีศีลาจารวัตรบริสุทธิ์จริง ๆ ประชาชนเกิดความเลื่อมใสศรัทธา ถึงกับขนานนาม ท่านว่า "ขรัวอีโต้ลอยน้ำ" เมื่อท่านแสดงความบริสุทธิ์ให้ปรากฏดังนั้นแล้ว จึงเป็นที่เคารพนับถือของปวงชนทั่วไปตลอด จนกระทั่งเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ จนสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกพระราชทานสมณศักดิ์ที่ "สมเด็จพระศรีสมโพธิราชครู" แต่ประชาชนยังเรียกท่านว่า หลวงพ่อขรัวอีโต้ และสืบปากคำต่อกันมาจนปัจจุบันนี้ ในสมัยพระพุทธเลิศนภาลัย สมเด็จพระศรีสมโพธิราชครูได้ทิ้งผลงาน ที่ท่านสร้างไว้คือ พระเครื่องขนาดเล็กที่เรียกว่า "พระขรัวอีโต้ลอยน้ำ" ปรากฏหลักฐานการสร้างในจารึกแผ่นทอง การขุดพบพระขรัวอีโต้ พระ กรุนี้แตกออกมาด้วยการถูกขุดเจาะประมาณปี พ.ศ.2475 ขณะมีการสร้างสะพานพระพุทธยอดฟ้าแต่มีจำนวนไม่มากนัก จนกระทั่ง พ.ศ.2486 สงครามกำลังถึงจุดเดือด สัมพันธมิตรนำเครื่องบินมาทิ้งระเบิดถล่มสะพานพุทธฯ และโรงไฟฟ้าวัดเลียบจึงหลงมาถล่มลงที่พระอุโบสถน์และลานวัดจนเจดีย์ทะลาย พระชุดนี้จึงทะลักออกมาเป็นจำนวนมาก


เขียนโดย :เกื้อหนุน เจ้าของรายการ November 20, 2015 07:20:04


พระชุดวัดบ่อวิน อ.ศรีราชา จังหวัดชลบุรี พระชุดนี้ หลวงปู่ทิมได้มอบมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ให้คุณมาโนช เหล่าขวัญสถิตย์ เจ้าของร้านนาวาชายหาด ศิษย์ก้นกุฎิเป็นผู้ดำเนินการ จัดสร้างเมื่อราวปี พ.ศ.2515-2516 มวลสารที่ใช้ในการจัดสร้าง มวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงปู่ทิมมอบให้ในปริมาณมาก  อาทิ  ผงพุทธคุณต่างๆ, ผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม, จีวร, เกศาของหลวงปู่ทิม, หมอนหนุนหัว ของหลวงปู่ทิม พลอยเสก (หมอนที่ใช้หนุนมาตั้งแต่บวชใหม่ๆ และบอกว่า นี่แหละของดี เพราะหมอนมีความหมายถึงการหนุนดวง สำหรับคนดวงตก หมายถึงการค้ำดวง จากคำบอกเล่า ของครูดุก พัทยา ผู้เคยบวชร่วมสมัยกับพระอาจารย์กิม ซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อตาของคุณมาโนช ผู้สร้างพระชุดนี้ครับ)     เมื่อแล้วเสร็จคุณมาโนช ได้นำไปถวายให้พระอาจารย์สายกรรมฐาน เมตตาอธิษฐานจิตในวาระแรก  รายนามพระอาจารย์ที่ร่วมปลุกเสกพระชุดวัดบ่อวิน 1.หลวงปู่ฝั้น วัดป่าอุดมสมพร 2.หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง 3.หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี 4.หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล 5.พระอาจารย์วัน วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม 6.หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั่ง 7.หลวงปู่ดุลย์ วัดบูรพาราม 8.หลวงปู่สาม วัดป่าไตรวิเวก หลังจากนั้นก็นำเข้าพิธีต่างๆ ในแถบภาคตะวันออกอีกไม่ต่ำกว่า 9 พิธี  วาระสุดท้าย ได้นำไปถวายให้ หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ เมตตาอย่างมาก ปลุกเสกเดี่ยวให้ ตั้งแต่ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2517 จนถึง วันที่ 29 กรฎาคม พ.ศ.2518 เป็นระยะเวลานานมากถึง 9 เดือน 20วัน ถือว่าเป็นพระของหลวงปู่ที่มีประวัติการปลุกเสกชัดเจนและมากด้วยคุณค่าอย่าง แท้จริง   +องนี้สวยเดิม ผิวหิ้งๆ พิมพ์นี้หลังยันต์เเบบเดียวกับขุนเเนพิมพ์ตะเเกรง รับระกันตามกฏ เคาะเเรกไม่ต้องรอนาน ประวัติชัดเจนครับ


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ November 19, 2015 15:10:04

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/ประมูลสินค้าทั่วไป/5903252


+++ สายยาว ประมาณ 48 นิ้ว สวยครับ +++


เขียนโดย :ขุนพลเมืองแพร่ เจ้าของรายการ November 15, 2015 01:36:49

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระบูชา-รูปถ่าย/5827033


พระบูชา ลป.ทวด หน้า 4 นิ้ว เคาะเดียว...


เขียนโดย :somchai1975 เจ้าของรายการ November 15, 2015 00:45:03

หน้าที่ :  68