*** เคาะเดียว ทุกรายการ *** ผู้ชนะประมูล : หลังจากชำระเงินแล้ว กรุณาแจ้งการชำระเงิน ผ่าน Mail Box ด้วยค่ะ เพื่อความสะดวกและความรวดเร็วในการจัดส่ง การจัดส่งสินค้า : ราคาสินค้ารวมไม่เกิน 500 บาท จัดส่งแบบลงทะเบียน (หากต้องการให้จัดส่งแบบ EMS บวกเพิ่ม 20 บาท) และ ราคา 500 บาทขึ้นไปจัดส่งแบบ EMS ท่านสามารถสั่งซื้อหลายรายการแล้วรวมชำระในคราวเดียวได้ค่ะ มีสินค้ารายการอื่นให้เลือกมากมายค่ะ Click เพื่อชมสินค้ารายการอื่น %%%%%%% ขอบคุณที่ใช้บริการ %%%%%%%
พระเครื่อง 25 พุทธศตวรรษ พระเครื่อง 25 พุทธศตวรรษ เอกสารต้นฉบับเดิม"พระ 25 ศตวรรษ" แผนผังพิธีพุทธาภิเษกพระเครื่อง 25 พุทธศตวรรษเป็นสุดยอดพระเครื่องที่น่าหามาบูชาอย่างยิ่ง เนื่องด้วยพิธีที่ยิ่งใหญ่ เจตนาและวัตถุประสงค์ในการสร้างที่ดี รวมใว้ซึ่งสถาบันสำคัญของประเทศ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างพุทธมณฑลเมื่อวันที่ 28 กรกฏาคม พ.ศ. 2498 และเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปจำลอง "พระพุทธปฏิมาประธานพุทธมณฑล" และทรงกดพระพิมพ์ พระเครื่อง 25 พุทธศตวรรษ เนื้อดินผสมเกสรจำนวน ๓๐ องค์ ณ มณฑลพิธีวัดสุทัศนเทพวราราม เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500 พระ 25 พุทธศตวรรษ สร้างขึ้นเมื่อปี 2500 วัตถุประสงค์เพื่อหารายได้สร้าง พุทธมณฑล ที่ศาลายา จ.นครปฐม เพื่อให้เป็นศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาในเมืองไทย สมัยนั้นใครที่ไปติดต่อราชการที่อำเภอหรือจังหวัด จะต้องทำบุญเช่าพระ พระเครื่อง 25 พุทธศตวรรษ สมัยก่อน 1 องค์ 5 บาท ทำให้คนไทยเกือบทุกบ้านมีพระรุ่นนี้กันอย่างทั่วถึง แต่เนื่องจากจำนวนสร้างมีมากเป็นล้านองค์ ทำให้ พระเครื่อง 25 พุทธศตวรรษ บางเนื้อยังคงมีเหลืออยู่ที่ พุทธมณฑล ในขณะเดียวกัน พระ ๒๕ พุทธศตวรรษ ในตลาดพระก็ยังมีการเช่าบูชากันในราคาที่ไม่แพงนัก ยกเว้นพระเนื้อพิเศษ เช่น พระ 25 ศตวรรษ เนื้อทองคำ เนื้อเงิน หรือหรือดินเผาสีแปลกๆ องค์สวยคมชัดมาก ก็อาจจะมีราคาแพงกว่าองค์ธรรมดา พระเครื่องฉลอง 25 พุทธศตวรรษ ถือได้ว่า เป็นพระเครื่องที่มาพิธีพุทธาภิเษกที่ยิ่งใหญ่มากรุ่นหนึ่งในวงการพระเครื่อง มีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ 25 รูป พระคณาจารย์ปลุกเสกพุทธาคมครบ 108 รูป พระคณาจารย์ 108 รูป ซึ่งได้อาราธนามาจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย พระคณาจารย์แต่ละรูปล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงทั้งสิ้น พระเครื่อง 25 พุทธศตวรรษเนื้อดิน มีหลายขนาดและหลากหลายโทนสีเนื่องจาก การเผาผ่านความร้อนที่ต่างกันเช่นเดียวกับพระเนื้อดินโบราณสมัยก่อน ที่มีขนาดและโทนสีที่แตกต่างกัน และพระบางองค์ที่ถูกความร้อนมากหน่อยก็จะ หดตัวเล็กลงไป หรือพระบางองค์ที่ผสมผงเกสรหรือว่านมากไปก็จะกลายเป็นสีดำ พระ 25 ศตวรรษ เมื่อเริ่มได้รับความนิยมจากประชาชนแล้วก็เริ่มมีการแบ่งแยก เนื้อพระ และ พิมพ์ทรง ให้เป็นเนื้อและพิมพ์นิยมมากขึ้นซึ่งเนื้อ "พระ 25 ศตวรรษ ทองคำ, พระ 25 ศตวรรษ เนื้อนาก, พระ25ศตวรรษ เนื้อเงิน" ซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุดตามลำดับโดยแบ่ง "เนื้อชิน" ออกเป็น "พิมพ์มีเข็ม" นิยมมากกว่าพิมพ์ "ไม่มีเข็ม" ส่วนทางด้าน "เนื้อดิน" ก็มีการแยกตามความนิยมออกโดยจัด "เนื้อสีดำ" เป็นเนื้อที่ได้รับความนิยมที่สุดจากนั้นก็จัด "เนื้อโทนสีช็อกโกแลต" ได้รับความนิยมรองลงมาและ "เนื้อแร่" ก็ได้รับความนิยมในระดับเดียวกับ "เนื้อช็อกโกแลต" ส่วนเนื้ออื่น ๆ ก็ได้รับความนิยมรองลงมาเนื้อไหน สีโทนอะไรหายากก็จะแพงกว่าโดยมี รายละเอียดแตกต่างมากมายทั้งที่เป็นพระที่สร้างในพิธีเดียวกัน
พระครูอุดมเวท หรือ หลวงปู่เจียม อติสโย พระเกจิชื่อดังเมืองสุรินทร์ เป็นพระที่มีศีลาจารวัตรดีงาม หลวงปู่เจียม มีนามเดิมว่า เจียม นวนสวัสดิ์ (เดือมดำ) เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2454 ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 2 ปีกุน สายเลือดกัมพูชา ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่บ้านดองรุน ต.ประเตียเนียง อ.มงคลบุรี จ.พระตะบอง ประเทศกัมพูชา มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด 4 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน ท่านเป็นบุตรคนโต และในกาลต่อมาท่านได้อุปสมบท เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2501 ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดทักษิณวารี ต.ลำดวน อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ โดยมีหลวงพ่อวาง ธัมมโชโต เกจิดังเรืองวิทยาคม เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายานามว่า อติสโย หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านสมัครใจอยู่จำพรรษา ณ วัดทักษิณวารี เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย ฝึกวิปัสนากัมมัฏฐาน เรียนภาษาไทย โดยฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อวาง-หลวงพ่อเปราะ นอกจากนี้แล้ว ท่านยังวนเวียนออกธุดงค์ไปตามถ้ำและป่าเขาอย่างต่อเนื่อง ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และชายแดนประเทศลาว โดยยึดป่าเขาเป็นสถานศึกษา ได้พบกับพระอาจารย์หลายท่านในระหว่างเดินธุดงค์ ได้สนทนาธรรมและเรียนรู้วิธีการปฏิบัติสมาธิภาวนาจากพระอาจารย์เหล่านั้น เป็นเวลานานถึง 13 ปี แล้วกลับมาเข้าพรรษาที่วัดทักษิณวารี ภายหลังกลับจากธุดงค์แล้ว เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2513 กลุ่มชาวบ้านหนองยาง ได้นิมนต์หลวงปู่เจียม ให้ไปสร้างวัดในพื้นที่บ้านหนองยาว ถนนโชคชัย-เดชอุดม ต.กระเทียม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ เป็นสำนักสงฆ์ ด้วยการสร้างกุฏิเล็กๆ สำหรับการปฏิบัติธรรม โดยหลวงปู่เจียมได้อยู่จำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาสำนักสงฆ์แห่งนี้ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น วัดอินทราสุการาม หลวงปู่เจียมได้จัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นครั้งแรก เป็น ตะกรุดโทน ลักษณะม้วนแผ่นทองสอดสายยางร้อยกับสายร่ม และผูกห้อยพระแก้วมรกตและเหรียญรูปเหมือน เป็นต้น และเมื่อปีพ.ศ.2515 หลวงปู่เจียมอนุญาตให้คณะศิษยานุศิษย์ จัดสร้างวัตถุมงคลกริ่งรูปเหมือน รุ่น 1 จำนวน 7,000 องค์ เหรียญรูปเหมือน รุ่น 1 จำนวน 7,000 เหรียญ พร้อมตะกรุดแขวนคอชุดใหญ่ จำนวน 7,000 เส้น พ.ศ.2537 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมหลวงปู่เจียม ที่วัดอินทราสุการาม เป็นการส่วนพระองค์ เพื่อสนทนาธรรม ในโอกาสนี้ หลวงปู่เจียมได้ทูลเกล้าฯถวายวัตถุมงคลพระกริ่งรูปเหมือน รุ่นรับเสด็จ ตะกรุด เป็นที่ระลึกด้วย พ.ศ.2546 หลวงปู่เจียมอนุญาตให้จัดสร้างวัตถุมงคล รุ่นมูลนิธิอติสโย เป็นวัตถุมงคลหล่อโบราณ รูปเหมือน (เททองในวัด) สรุปรวมวัตถุมงคลทั้งวัดจัดสร้าง ภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งสิ้นประมาณ 50 รุ่น เมื่อรวบรวมปัจจัยได้นำไปสร้างถาวรวัตถุมากมายและจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม สมณศักดิ์ที่ได้รับ พ.ศ.2527 หลวงปู่เจียมได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่ พระครูอุดมวรเวท มรณภาพ ย่างเข้าสู่วัยชรา หลวงปู่เจียมเริ่มมีอาการเหน็ดเหนื่อย สายตาพร่ามัว ประสาทหูฟังไม่ค่อยชัด คณะศิษยานุศิษย์ได้นำตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ ครั้นเมื่อออกจากโรงพยาบาล หลวงปู่เจียมยังต้องรับกิจนิมนต์จากชาวบ้านที่เลื่อมใสศรัทธา เพื่อคอยปัดเป่าทุกข์บำรุงสุขไม่เว้นแต่ละวัน บ้างต้องไปนั่งประพรมน้ำมนต์ เป่ากระหม่อมให้ศิษย์สม่ำเสมอ กระทั่งเมื่อเวลา 16.59 น ของวันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ.2549 คณะศิษย์วัดอินทราสุการาม ได้ตีระฆังรัวกลองเป็นชุด เพื่อแจ้งเหตุว่า บัดนี้ชาวเมืองสุรินทร์ได้สูญเสียปูชนียสงฆ์รูปสำคัญ คือ หลวงปู่เจียมได้มรณภาพลงอย่างสงบด้วยโรคไตวาย ภายในกุฏิวัดอินทราสุการาม หลังเข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการอาพาธจากโรคไตมาเป็นเวลานาน ประกอบกับวัยที่ชราภาพมาก สิริอายุรวม 96 พรรษา 47 ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและชาวบ้านที่เคารพนับถือเป็นยิ่งนัก คณะสงฆ์และคณะศิษยานุศิษย์รวมไปถึงชาวบ้านได้นำร่างหลวงปู่บรรจุไว้ในโลงแก้ว ตั้งไว้ ณ ศาลาการเปรียญวัดอินทราสุการาม เพื่อให้ประชาชนกราบไหว้รำลึกถึงคุณงามความดี สำหรับกำหนดการเบื้องต้น จะมีการบรรจุศพหลวงปู่เจียมที่วัดอินทราสุการาม เป็นเวลา 15 วัน เพื่อให้บรรดาพุทธศาสนิกชนได้ร่วมบำเพ็ญกุศลโดยทั่วกัน : คัดลอกประวัติบางตอนมาจาก :: 1. หนังสือพิมพ์ข่าวสด หน้า 1 คอลัมน์ มงคลข่าวสด วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 16 ฉบับที่ 5764
สภาพสวยมาก เจ้าของเดิมเก็บรักษาดีมาก เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง รับประกันพระแท้ตามกฎ
ข้อมูลประวัติ เกิด วันที่ 13 มีนาคม 2412 เป็นคนชาวอ่างทองบิดาชื่อนายโต มารดาชื่อนางฉ่ำ อุปสมบท วันที่ 28 กรกฎาคม 2433 อายุ 21ปี ณ.วัดไทรย์ จังหวัดอ่างทองโดยมีพระครูทอง เป็นพระอุปัฌชาย์ ปี 2439 เป็นเจ้าอาวาสวัดสน วันที่ 22 มิถนายน 2455 เป็นเจ้าอธิการเจ้าคณะตำบลราษฎร์บูรณะ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2480 เป็นพระครูชั้นโท และในวันที่14 สิงหาคม 2488 เป็นผู้ช่วยเจ้าคณะตำบล มรณะภาพ ปี พ.ศ. 2503 รวมศิริอายุ 91 ปี 70 พรรษา พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา พุทธคุณในเหรียญรุ่นนี้เด่นทาง เมตตามหานิยม ข้อมูลอ้างอิงจาก : p.moohin.com KKR ชื่อนี้รับประกันความแท้ ยันลูกบวชชชช เเต่ประมูลไม่ถึง 1500 กรุณาออกบัตรเองนะครับ รายการประมูล เกิน 500 บาท จัดส่ง ems ให้ครับ รายการประมูลไม่ถึง 500 บาท จัดส่งแบบลงทะเบียนให้ครับ หลังจากผู้ที่ชนะประมูลโอนเงินเรียบร้อยแล้วกรุณาแจ้งที่ กล่องข้อวามได้เลยนะครับเพราะบางครั้งผมไม่สามารถรับโทรศัพท์ ได้ จะสะดวกรับช่วงเลิกงาน หรือช่วงเที่ยงครับ
รับประกันตามกฏ
เหรียญหลวงพ่อเภา วัดพระญาติ จ.อยุธยา ปี2495 มาพร้อมบัตรรับประกันเว็บดีดีพระ สวย
ขอบคุณครับ (auto feedback)
ขอบคุณครับ (auto feedback)
วัดใจ 10บาท!! เหรียญเจริญพรบน หลวงพ่อคูณ บล็อกแรกอันลือลั่น ทองแดง ได้มาอย่างสวยมากๆ ทองแดงผิวไฟสวยใสไร้ตำหนิ "โต้ด๙ หัวไหล่"พร้อมกล่อง เลขสวยๆ จะหมดแล้วจ้า อย่าลืมดูรายการอื่นๆนะครับ ^_^ กดที่ จ้า