พระกำแพงแก้ว วัดรัมภาราม (วัดบ้านกล้วย) อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2504 ได้เก็บรวบรวมมวลสารอันเป็นมงคลต่างๆ มาเป็นส่วนผสมดังนี้ 1.ดินกรุพระเครื่องมีชื่อ 7 กรุ 2.ไคลเสมาจากวัดที่มีชื่อลงท้ายว่า "แก้ว" 7 วัด 3.ดินสังเวชนียสถาน 7 ตำบล 4.ทรายจากกระถางธูปหน้าพระพุทธรูป ที่มีคนมาสักการะมาก 7 แห่ง 5.เกสรดอกไม้ในที่บูชาตามสถานที่สำคัญ 7 แห่ง 6.ใบโพธิ์ตรัสรู้จากประเทศอินเดีย 7 ต้น 7.พระอภิธรรม 7 คัมภีร์ 8.ดินจอมปลวก 7 จอม 9.น้ำมนต์ 7 วัด เป็นเครื่องประสาน อาทิ น้ำมนต์ คาถาแสน วัดรัมภาราม ปี พ.ศ.2501, น้ำมนต์ 100 ปี วัดบวรนิเวศวิหารและวัดราชบพิธฯ, น้ำมนต์เสาร์ 5 วิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช พิษณุโลก, น้ำมนต์หลวงพ่อทองคำ วัดไตรมิตรฯ, น้ำมนต์หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร, น้ำมนต์จากวัดระฆังฯ นำส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน แล้วแผ่เป็นแผ่นผูกดวงชะตาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ ดวงประสูติ ดวงตรัสรู้ ดวงปรินิพพาน นอกจากนี้ ยังได้รับผงเกสรดอกไม้และว่านต่างๆ จากอีกหลายพระคณาจารย์ เช่น หลวงปู่นาค วัดระฆังฯ มอบผงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ผงเศษพระปิลันทน์กับผงที่ท่านทำเอง พระครูวิริยกิตติ (หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี มอบผงที่ท่านเก็บสะสมไว้ ซึ่งเหลือจากการสร้างพระรุ่นอินโดจีน หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก มอบผงมหาราช, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม มอบผงพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ มูลกัจจายน์ อิทธิเจ, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง มอบผงมหาราช ปถมัง ตรีนิสิงเห นะ 108 เกสร 108 และว่านต่างๆ, หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ มอบผงวิเศษมหานิยม แคล้วคลาดคงกระพันชาตรี, พระครูรักขิตวันมุนี (หลวงพ่อถิร) วัดป่าเลไลย์ มอบเศษพระจากกรุวัดบ้านกร่าง และดินกลางใจเมือง 8 จังหวัด ดิน 534 วัด ดินสระ 7 สระ ดินโป่ง 5 แห่ง ดินจากสถานที่สำคัญอีก 24 แห่ง พระอาจารย์ถนอม เขมจาโร วัดนางพญา พิษณุโลก มอบเศษพระชำรุดเป็นจำนวนมากจากหลายกรุหลายจังหวัด คือ จากพิษณุโลก 115 กรุ รวมทั้งเศษพระนางพญา สุโขทัย 16 กรุ อุตรดิตถ์ 1 กรุ กำแพงเพชร 1 กรุ พิจิตร 1 กรุ ลพบุรี 1 กรุ ลำพูน 1 กรุ พระอาจารย์ประหยัด วัดสุทัศน์ มอบผงที่เหลือจากการสร้างพระเมื่อปี พ.ศ.2496 ซึ่งปลุกเสกโดยพระอาจารย์หลายสิบรูป เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน รวมทั้งผงเศษตะไบพระกริ่งสมเด็จพระสังฆราช (แพ) พระครูปริยัติยานุกูล วัดพระงาม ลพบุรี มอบทรายทองในถ้ำสังกิจโจ และเม็ดพระศกหลวงพ่อพระงาม นอกจากนั้นยังมีผงศักดิ์สิทธิ์จากพระคณาจารย์อื่นๆ ที่มอบให้อีกเป็นจำนวนมาก มวลสารที่ได้มาในคราวหลังนี้ นำมาผสมรวมกับคราวแรกจัดพิมพ์เป็น พระเครื่องเนื้อผง ด้านหน้าเป็นรูป พระแก้วมรกต ประทับนั่งอยู่บนรัตนบัลลังก์ ล้อมด้วยซุ้มเส้นลวด เป็นกำแพง 7 ชั้น ใต้สุดมีตัวหนังสือว่า กำแพงแก้ว ด้านหลังเรียบปราศจากอักขระเลขยันต์ใดทั้งหมดอยู่ในกรอบพิมพ์รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดความกว้างประมาณ 2.1 ซ.ม. ยาวประมาณ 3.4 ซ.ม. เนื้อหาเป็นเนื้อผงอมน้ำมัน สีน้ำตาลอมเขียว จำนวนไม่ทราบแน่ชัดแต่ประมาณว่าคงจะอยู่ในราว 3,000 องค์ เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ได้นิมนต์พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงทางวิทยาคม จำนวน 27 รูป มาร่วมพิธีปรกปลุกเสก พิธีการได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ถึง 31 มีนาคม พ.ศ.2504 ตั้งแต่วันขึ้น 9 ค่ำ ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 รวมเวลา 7 วัน 7 คืน รายนามพระคณาจารย์ ที่อาราธนามานั่งปรกปลุกเสก หมุนเวียนกันก็มี อาทิ พระเทพสิทธินายก (หลวงปู่นาค) วัดระฆังฯ พระครูทักษิณานุกิจ (หลวงพ่อเงิน) วัดดอนยายหอม พระครูวิริยกิตติ (หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี พระครูประสาธน์วิทยาคม (นอ) วัดกลางท่าเรือ พระครูอาคมสุนทร (มา) วัดสุทัศน์ พระครูศรีพรหมโสภิต (แพ) วัดพิกุลทอง พระครูรักขิตวันมุนี (ถิร) วัดป่าเลไลย์ พระครูนิสิตคุณากร (กัน) วัดเขาแก้ว หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว หลวงพ่อชม วัดตลุก หลวงปู่คำมี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู หลวงพ่อบุญมี วัดเขาสมอคอน หลวงพ่อฉาย วัดป่าธรรมโสภณ หลวงพ่อผัน วัดพยัคฆาราม หลวงพ่อดำ วัดเสาธงทอง หลวงพ่อสาย วัดไลย์ หลวงพ่อโสภิต วัดรัมภาราม และพระคณาจารย์ชื่อดังอีก 7 รูป เท่านี้ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้อย่างดีแล้วว่า พระเครื่องที่สร้างขึ้นครั้งนี้ ย่อมจะบังเกิดความศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิริมงคลแก่ผู้บูชา หากไม่คิดเห็นเป็นอย่างอื่น ในเรื่องของพระหลักพระนิยมแล้ว พระสมเด็จกำแพงแก้ว หรือพระกำแพงแก้ว ของวัดรัมภาราม ท่าวุ้ง ลพบุรีนี้ จึงควรค่าแก่การสะสมสักการบูชาอย่างยิ่ง พระกำแพงแก้ว มีด้วยกันสองพิมพ์คือ พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก พุทธลักษณะเป็นพระแก้วมรกต ประทับนั่งอยู่ภายในเส้นซุ้มครอบแก้ว 7 ชั้น ใต้ฐานมีอักษรเขียนว่า "กำแพงแก้ว" พระพิมพ์ใหญ่เป็นรูปทรงขอบสี่เหลี่ยม ส่วนพระพิมพ์เล็ก เป็นพระที่ตัดขอบเข้ารูปตามซุ้มครอบแก้ว นอกนั้นจะคล้ายๆ กัน พระกำแพงแก้วนี้เป็นพระเนื้อผง พระกำแพงแก้ว พุทธคุณคุ้มครองดั่งกำแพงแก้ว 7 ชั้นที่ล้อมรอบองค์พระครับ เท่าที่ดูจากมวลสาร และพระเกจิอาจารย์ที่ร่วมปลุกเสกแล้ว ล้วนเป็นพระเกจิอาจารย์ดังๆ ทั้งสิ้น
หลวงพ่อปลุกเสกเต่า มักมีพุทธคุณทุกด้าน แต่จะเน้นดังทางด้านค้าขายเจริญรุ่งเรืองมีโชคลาภ ปฐมปี 2540 เป็นพระเต่าพิมพ์ใหญ่ได้มาจากกรรมการจัดสร้างโดยในปี2540 โดยในสมัยนั้นโรงเรียนสอนพระธรรมมกุฎราชกุมารวิทยาลัยถนนจรัลสนิทวงศ์กรุงเทพขาดทุนทรัพย์สร้างตีกอาคารเรียนหลังใหม่จีงได้ขออนุญาติหลวงปู่หลิววัดไร่แตงทองในขณะนั้นฃี่งยังมีชีวิตอยู่ขอจัดสร้างพระบูชาพญาเต่าเรีอนมีรูปลอยองค์หลวงปู่หลิวนั่งหลังเต่าโดยหลวงปู่หลิวเมตตาอนุญาติให้จัดสร้างพระบูชาพิมพ์นี้ขี้นโดยทำการหล่อภายในบริเวณวัดไร่แตงทองปี2540 และนำเข้าพิธีพร้อมกับเหรียญเต่ารุ่นปลดหนี้40 ที่พิมพ์พระสังขจายอยู่หลังเต่า พร้อมกับรุ่นเมตตามหาลาภ ที่มีรูปหลวงปู่หลิวอยู่บนหลังเต่า เหรียญโดยพระในพิธีนี้ออกทุนจัดสร้างโดยมกุฎราชวิทยาลัย หลังจากเข้าพิธีนั่งปรกปลุกเสกพุทธาภิเษก โดยหลวงพ่อที่วัดไร่แตงทองหลวงพ่อ ได้นำส่งพระทั้งหมดมอบให้วิทยาลัย นำไปออกวัดหารายได้จัดสร้างตีกอาคารเรียนดังกล่าว และทางวิทยาลัยยังได้นำพระเข้าพิธีอีก 2 วาระคือ ในวาระที่ 2 ได้ขออนุญาติเข้าปลุกเสกที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามวัดพระแก้วสมัย2540ด้วย ส่วนวาระที่ 3 ได้นำเข้าพิธีพุทธาภิเษก ที่วิทยาลัยโดยขอใช้พระอุโบสถวัดศรีสุดาราม เป็นสถานที่ทำพิธีด้งกล่าว พระในพิธีนี้ หลังจากได้แบ่งจากวัดไร่แตงทองบางส่วนที่เป็นพระบูชาเรียบๆ กรรมการจัดสร้างได้ระดมศิษย์เณร และพระที่เล่าเรียนสมัยนั้น นำปากกาหัวทองจารอักขระตามที่หลวงพ่อออกแบบไว้ โดยจารทั้งรอบตัวกระดองเต่า และท้องเต่าแต่เนื่องจากพระเณรหลายองค์ช่วยกันจาร และพระมีจำนวนมากลายมือจีงต่างกันบ้าง และปากกาหัวหมึกทอง ก็จัดฃื้อหัวใหญ่บ้างเล็กบ้าง แถมเณรบางองค์นีกสนุกได้จารฝ่าเท้าเต่าด้วย บางส่วนตอนหลังจีงมีพระบูชาบางองค์ มีจารฝ่าเท้าเต่าออกมาเข้าสนาม โดยบางท่านไม่รู้ข้อเท็จจริงไปตีเก๊ในพระของบางท่านที่มาปล่อยในเวป พระบูชารับทราบมาว่าจัดสร้าง 3 เนื้อคือ เนื้อทองเหลืองรมดำมีจารหมึกทองมี 2 พิมพ์ใหญ่ และเล็กไม่มีพิมพ์กลาง เนื้อที่ 2 คือเนี้อนะวะจำนวนจัดสร้างน้อยมาก และพิมพ์ 3 มีไม่กี่องค์ เป็นเนื้อหินขัดทราย โดยโชว์อยู่ในตู้กุฎิของเจ้าอาวาสวัดศรีสุดา การสร้างพญาเต่าเรือน ซึ่งมีฤทธานุภาพสามารถลบเลือนคดีความต่างๆ ได้ โดยเฉพาะในด้านโชคลาภ หากบูชาและภาวนา “นาสังสิโม” ไปเรื่อยๆ คำว่า “อด” ไม่มี ทำธุรกิจการค้ามีแต่ความเจริญรุ่งเรือง บ้านใดมีพญาเต่าเรือนอยู่อาศัยภายในบ้าน จะไม่มีความเดือดร้อน แม้นในยามทุกข์ พญาเต่าเรือนจะคอยขจัดปัดเป่าให้สิ่งไม่ดีทั้งหลายมลายหายไป จะมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข ครอบครัวญาติพี่น้องรักใคร่สามัคคี ไม่ทะเลาะกัน เหมาะกับยุคนี้ที่บ้านเมืองเข้าสู่สภาวะข้าวยากหมากแพง นับวันจะมีเภทภัยภยันตรายเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝัน ถ้ามีสิ่งศักดิ์สิทธ์คุ้มครอง เกื้อหนุนจะยิ่งส่งเสริมให้มีความมั่งมีศรีสุขแคล้วคลาดปลอดภัย
พระสวย ส่งใวครับ
วัดใจ ! เหรียญนั่ง "พระนเรศวรมหาราช" ปราบอริราชศัตรูพ่าย เนื้อทองแดงขัดเงา ของ ดีจากในวัง ! อีกเหรียญหนึ่งที่ผมภูมิใจนำเสนอ เหรียญนั่ง "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" มหายันต์ ปราบอริราชศัตรูพ่าย หลังนารายทรงครุฑ สร้างในวัง ปลุกเสกพิธีใหญ่ในจังหวัดอยุธยา (พิธีใหญ่สุดในรอบ 50 ปี ) ณ บริเวณศาลพระเจ้านเรศวรมหาราช ปี 2549 และปลุกเสกอีกครั้งโดยพระสายวัง สร้างแจกทหาร 3 ชายแดนภาคใต้ส่วนหนึ่ง ที่เหลืออยู่ในวังหมด ..... แถมบล็อคถูกทำลายทิ้งแล้วด้วย เป็นเหรียญประสบการณ์ที่ใครมีต่างก็หวงแหน ก่อนแจกลองกันจะจะ กระสุนด้านครับ วันนี้เอามาวัดใจ ! ให้รู้กันไปครับ ของดีมีน้อย สภาพสวยอย่างนี้ ราคาแบบนี้ ไม่เคาะไม่ได้แล้วครับ ( เหรียญมีขนาด 3 x 3.8 ซ.ม. เนื้อทองแดง สภาพเดิม ๆ ไม่ผ่านการใช้ ) หายากมาก ๆ ตอนตามสนามพระ เปิดราคาเหรียญละไม่ต่ำกว่า 1,500 บาท ถ้า ตามศูนย์พระก็ต้องมีแบงค์พัน 2 ใบขึ้นไปนะครับ ... ก็แน่ล่ะครับ เป็นของจากในวังนี่ ... เหรียญนี้ ราคานี้ ไม่มีใครเขาขายกันหรอกครับ...จะบอกให้ รู้แล้วรีบเก็บครับ ก่อนจะหายากไปกว่านี้ .... คำเตือน : ได้มาไม่กี่เหรียญ ไม่เคาะเก็บไว้ พลาดไปแล้วจะเสียใจนะครับ
สวยมากครับ
เหรียญพระนางพญา ปี2512 เนื้อทองแดงรมดำ วัดนางพญา จ.พิษณุโลก " พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรราธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทรธาธิราช บรมนาถบพิธ พระราชทาน พระฤกษ์สร้างอุโบสถ วัดนางพญา อ.เมือง จ.พิษณุโลก ณ วันพุทธ ที่ ๒๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๑๒ เวลา ๙ นาฬิกา ๑๒ นาที เป็นปฐมฤกษ์ ลัคนาสถิตราศีมีน " เหรียญพระฤกษ์พระราชทานสร้างพระอุโบสถ วัดนางพญา อ.เมือง จ.พิษณุโลก ๒๕๑๒ ทำพิธีจัดสร้างโดย วัดนางพญา จ.พิษณุโลก สมัย พระอาจารย์ถนอม เขมจาโร และพระครูบวรชินวัฒน์ โดยมี สมเด็จพระวันรัต (ปุน ปุณณสิริ) ซึ่งต่อมาได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่17แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และทรงจุดเทียนชัย พระอาจารย์ไสว สุมโน เป็นเจ้าพิธี พระครูวามเทพมุนี เป็นประธานฝ่ายพราหมณาจารย์ และพลโทสำราญ แพทยกุล แม่ทัพภาคที่3 เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และ หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ทำพิธีดับเทียนชัย วัตถุประสงค์ เพื่อจัดหาจตุปัจจัยในการสร้างพระอุโบสถวัดนางพญา โดยเริ่มดำเนินการเมื่อวันพุธที่ 29 มกราคม 2512 เวลา 9 นาฬิกา 12 นาที เป็นปฐมฤกษ์ตามพระฤกษ์สร้างพระอุโบสถที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และได้ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกมหาจักรพรรดิ์ตราธิราชตามจารีตประเพณีโบราณาจารย์ เมื่อวันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2514 ในวิหารวัดนางพญา จ.พิษณุโลก พิธีนี้เป็นอภิมหาพิธีพุทธาภิเษกที่ยิ่งใหญ่มากในยุคนั้น โดยนิมนต์ยอดเกจิอาจารย์จากทั่วประเทศ 108 รูป มาร่วมพิธีมหาพุทธาภิเศกอาทิเช่น หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม นครปฐม หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ธนบุรี หลวงปู่ฝั้น อาจาโร สำนักสงฆ์ถ้ำขาม สกลนคร หลวงพ่อผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขตต์ จ.ขอนแก่น หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง เชียงใหม่ ครูบาพรหมจักรสังวร วัดพระพุทธบาทตากผ้า ลำพูน หลวงพ่อทบ วัดช้างเผือก เพชรบูรณ์ หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง หลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว สุพรรณบุรี หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี หลวงพ่อโอด วัดจันเสน นครสวรรค์ หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี และคณาจารย์อื่นๆอีกมากมาย
หลวงพ่อแพ เขมังกโร ท่านเป็นชาวสิงห์บุรีโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ.2448 ที่บ้านสวนกล้วย ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายเทียน-นางหน่าย ใจมั่นคง มารดาเสียชีวิตตั้งแต่อายุเพียง 8 เดือน บิดาจึงยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของ นายบุญ และนางเพียร ขำวิบูลย์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นอา อายุ 11 ปี บิดามารดาบุญธรรมนำ ด.ช.แพ ขำวิบูลย์ ไปฝากที่สำนักอาจารย์ป้อม เพื่อศึกษาเล่าเรียนตามแบบโบราณนิยม และเข้าศึกษาต่อที่สำนักวัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ ได้ระยะหนึ่ง ก็กลับบ้านเกิดเพื่อบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดพิกุลทอง โดยมี พระอธิการพัน จันทสโร เจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วเดินทางกลับวัดชนะสงครามตามเดิม จนสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ตั้งแต่เป็นสามเณร เมื่ออายุครบบวชก็กลับมาอุปสมบทที่วัดพิกุลทองอีก โดยมี พระมงคลทิพย์มุนี เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพฯ เป็นพระอุปัชฌาย์, ท่านพระครูสิทธิเดช วัดชนะสงคราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ ท่านเจ้าอธิการอ่อน วัดจำปาทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “เขมังกโร” แล้วเดินทางกลับไปจำพรรษาที่วัดชนะสงคราม ศึกษาด้านพระปริยัติธรรมขั้นสูง จนได้เปรียญ 4 ประโยค ได้เป็น “พระมหาแพ” หลังจากนั้นมานัยน์ตาเกิดอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง การศึกษาด้านพระปริยัติธรรมจึงต้องยุติลง แต่ด้วยความเป็นผู้ใฝ่ศึกษา ท่านจึงหันมาศึกษาด้านสมถกัมมัฎฐานและวิปัสสนากัมมัฎฐานที่สำนักพระครูภาวนา วัดเชตุพนฯ และยังได้เป็นศิษย์รูปหนึ่งของ สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) วัดมหาธาตุ ด้วย ต่อมาทราบว่าที่อำเภอบางระจัน มีพระอาจารย์เรืองวิทยาคมและวาจาศักดิ์สิทธิ์นัก ชื่อ หลวงพ่อศรี เจ้าอาวาสวัดพระปรางค์ ท่านจึงเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์และยังเป็นที่โปรดปรานของพระอาจารย์เป็นอย่างยิ่ง ปี พ.ศ.2473 อาจารย์หยด เจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง ลาสิกขาบท ชาวบ้านจึงร่วมกันนิมนต์หลวงพ่อแพให้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบแทนในปี พ.ศ.2474 ท่านจึงเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อปกครองวัดพิกุลทอง โดยขณะนั้นมีอายุเพียง 26 ปีเท่านั้น และวัดพิกุลทองก็ชำรุดทรุดโทรมมาก ท่านจึงไปปรึกษา หลวงพ่อศรี พระอาจารย์ และด้วยบารมีของพระเกจิทั้งสองรูป จึงสามารถบูรณปฏิสังขรณ์ รวมทั้งสร้างถาวรวัตถุภายในวัดพิกุลทองได้ในเวลาอันรวดเร็ว อันได้แก่ พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ หอประชุมกุฎิสงฆ์ หอไตร หอฉัน ศาลาวิปัสสนา โรงฟังธรรม และ ฌาปนสถาน เป็นต้น นอกจากนี้ ท่านยังสร้างความเจริญให้ท้องถิ่นอีกมากมายเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ ทั้ง โรงพยาบาล, ที่ว่าการอำเภอ, สถานีตำรวจ, สถานีอนามัย, โรงเรียนประชาบาล, สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจนอาคารผู้ป่วยของโรงพยาบาลสิงห์บุรีที่เป็นอนุสรณ์สืบมาจนปัจจุบัน คือ อาคารหลวงพ่อแพ 80 ปี, อาคารหลวงพ่อแพ 86 ปี (อาคารเอ็กซเรย์), อาคารหลวงพ่อแพ 90 ปี และ อาคารหลวงพ่อแพ เขมังกโร ที่โดดเด่นเป็นสง่าภายในโรงพยาบาลสิงห์บุรี หลวงพ่อแพ เป็นที่เคารพศรัทธาของสาธุชนโดยถ้วนหน้า มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ท่านได้รับการแต่งตั้งสมณศักดิ์เรื่อยมา สมณศักดิ์สุดท้ายเป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมมุนี ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2542 รวมสิริอายุ 94 ปี พรรษา 73 ปัจจุบัน สรีระของหลวงพ่อแพยังคงประดิษฐาน ณ วัดพิกุลทอง เพื่อให้ญาติโยมและพุทธศาสนิกชนทั่วไปได้สักการบูชาสืบมา หลวงพ่อแพ เริ่มสร้างวัตถุมงคลมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2482 และด้วยความศรัทธาในท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ท่านจึงได้สร้าง “พระสมเด็จ” ขึ้น โดยยึดถือแนวทางการสร้างของสมเด็จโตเป็นส่วนใหญ่ รวมแล้ววัตถุมงคลของท่านมีไม่ต่ำกว่า 300 พิมพ์ มีทั้งเนื้อผงและเนื้อโลหะ มีอาทิ พระสมเด็จ พระนางพญา พระรอด พระปิดตา พระลีลาทุ่งเศรษฐี พระสิวลี พระสังกัจจายน์ พระขุนแผน พระผงรูปเหมือน นางกวัก ฯลฯ ซึ่งท่านจะไม่เน้นเรื่องความสวยงามเป็นหลัก หากแต่เน้นในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ จะพิถีพิถันในการปลุกเสกให้เกิดความเข้มขลัง แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง, เมตตามหานิยม, อุดมด้วยลาภผลและโภคทรัพย์ แต่ผู้ที่ใช้วัตถุมงคลของท่านแล้วจะเกิดพุทธคุณได้นั้น ต้องรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด
พระแก้วมรกต ครบสามฤดู รุ่น มีพระราชศรัทธา ปี 2525 ในหลวงทรงจัดหาทุนบูรณะวัดพระแก้ว พิธีใหญ่ สภาพสวย วัดใจครับ เคาะแรกแดง
ปะคำเส้นนี้ สร้างจากผงแร่เหล็กน้ำพี่และผงแร่ เหล็กไหลแม่น้ำโขง สำหรับเหล็กน้ำพี้เป็นเหล็กที่มีความแกร่ง มีความเหนียวและเกิดสนิมยาก จากตำราพิชัยสงครามได้กล่าวไว้ว่า เหล็กน้ำพี้เป็นโลหะมหัศจรรย์อานุภาพ มีพลังในตัว มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ทุก ๆ อณูสามารถป้องกันคุณไสยและสิ่งเลวร้ายที่มองไม่เห็นด้วยตาดำได้ ปัจจุบันแร่เหล็กน้ำพี้ ถือว่าเป็นวัตถุมงคล โดยเชื่อกันมาแต่โบราณว่าเหล็กน้ำพี้อยู่ในตระกูลเดียวกันกับเหล็กไหล เมื่อจะนำไปใช้งานต้องตั้งศาลบวงสรวงขออนุญาตจากเจ้าพ่อที่ดูแลปกปักษ์รักษา เสียก่อน จึงจะทำการขุดหรือตัดเหล็กไปใช้งานได้ จำนวนการสร้างที่หลวงปู่เล่าให้ฟังตอนที่ท่านยังไม่ละสังขารมีดังนี้ครับ 1.สมเด็จงานช้างโบราณ อุดผง - เกศา มีโค๊ต จำนวน 38 องค์(มีเอกสารรับรอง) 2.พระงาช้างโบราณหลวงปู่ทวดพิมพ์สี่เหลี่ยมกรรมการ อุดผง – เกศา มีโค๊ต จำนวน 106 องค์(มีเอกสารรับรอง) 3.พระงาช้างโบราณรูปเหมือนหลวงปู่ อุดผง – เกศา มีโค๊ต จำนวน 98 องค์(มีเอกสารรับรอง) 4.พระงาช้างโบราณพิมพ์พิเศษ อุดผง – เกศามีโค๊ต จำนวน 23 องค์(มีเอกสารรับรอง) 5.พระงาช้างพิมพ์ต่าง ๆ อุดผง – เกศา มีโค๊ต จำนวน 45 องค์(มีเอกสารรับรอง) 6.ประคำแร่เหล็กน้ำพี้+แร่เหล็กไหล 5555 เส้น ประคำงาแท้ 5 เส้น ประคำงาช้างโบราณ 2 เส้น ประคำกระดูกช้าง จำนวน 9 เส้น 7.พระบูชาหลวงปู่ 6 นิ้ว พระนาคปรก 4.5 นิ้ว พระหลวงพ่อทวด 4.5 นิ้ว ปู่ฤาษีตาไฟ 4.5 นิ้ว พระพิฆเนศร 6 นิ้ว อย่างละ 2555 องค์ 8.หลวงพ่อเงินบูชา 3 นิ้ว หล่อด้วยก้อนเหล็กน้ำพี้แท้ 5555 องค์พระพิฆเนศร 2 นิ้ว 2555 องค์ 9.กุมารทอง ขนาดบูชา 5555 องค์ พิมพ์กรรมการ 99 องค์ (ปิดทองคำแท้ทั้งองค์) หมายเหตุ รุ่นนี้ ทุกรายการมีปิดทองกรรมการครับ
ฝักด้ามไม้มงคล ความยาวรวม ๙" ใบมีด ๕" ด้ามเก็บใบเข้าฝัก ๔" ใบมีดด้านซ้ายตอกโค๊ด ใบมีดด้านขวาลงอักขระตลอดทั้งใบ ฝักมีดจารอักขระ นะฤาชา รายละเอียดบรรยายด้วยภาพ